นายกรัฐมนตรีบุกถ้ำปทุมวัน กำชับความสามัคคีในองค์กรตำรวจรักชอบใครให้เก็บไว้ในใจ จากนี้ให้ทำงานตามนโยบายที่สั่งเท่านั้น เพื่อประชาชน พร้อมโพสต์เฟซบุ๊ก ตำรวจต้องสามัคคี ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายประโยชน์ของประชาชนคือเรื่องที่สำคัญที่สุด ขณะที่ 2 บิ๊กตำรวจคู่กรณีไปรายงานตัวปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี “บิ๊กต่อ” ยืดอกรับเป็นความบกพร่อง รับมอบหมายดูงานจิตอาสา ส่วน “รองโจ๊ก” เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ยิ้มรับสื่อแซวชีวิตที่ 10 ก่อนควงกันไปดูห้องทำงานใหม่ ตึก ก.พ.เดิม บิ๊กต่ออยู่ชั้น 4 รองโจ๊กอยู่ชั้น 3 “วินัย ทองสอง” ลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดู รับเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่คนเกี่ยวข้องเยอะ มั่นใจทำเสร็จใน 2 เดือน ด้าน พงส.คดีบิ๊กโจ๊กเอี่ยวเว็บพนัน ยังทำงานตามปกติ เพราะยังไม่มีคำสั่งให้ยุติการสอบสวนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เซ็นคำสั่งย้าย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.มาช่วยราชการสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี 60 วัน เพื่อสยบความขัดแย้งใน ตร. หลังกล่าวหากันไปมาถึงเส้นทางการเงินไปเชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ พร้อมตั้ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร รอง ผบ.ตร. รักษาการในตำแหน่ง ผบ.ตร.รวมทั้งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบไปด้วย นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชาติพงษ์ จีระพันธ์ อดีตรองอัยการสูงสุด และ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง อดีตรอง ผบ.ตร.ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว “นายกฯนิด” บุกถ้ำเสือปทุมวันความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 21 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธานมอบนโยบายให้กับตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาจากทั่วประเทศ มี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รักษาราชการแทน ผบ.ตร. ให้การต้อนรับ ในที่ประชุมนายเศรษฐาเน้นย้ำเรื่องปราบปรามยาเสพติด หนี้นอกระบบ สินค้าเถื่อน หนีภาษี การลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายจากชายแดน รัฐบาลให้ความสำคัญมากกับเรื่องนี้ รวมถึงปราบปรามบ่อนการพนัน ขอให้ยึดตามกฎหมายเป็นหลัก บ่อนพนันอย่าให้เกิดขึ้น ในส่วนพนันออนไลน์เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนให้ความสำคัญ ใครที่ดูแลเรื่องนี้ขอให้เคร่งครัด อาวุธเถื่อน อาวุธสงคราม อาวุธปืนเป็นเรื่องที่ต้องจัดการจริงจัง เช่นเดียวกับเรื่องเผาป่า ควบคุมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ฝ่ายความมั่นคงอย่างตำรวจต้องช่วยกันทำงานร่วมกันบูรณาการทุกภาคส่วน รวมทั้งนโยบายท่องเที่ยวการดูแลนักท่องเที่ยวต้องเน้นย้ำขอให้ดูแลพี่น้อง ปชช.ให้ดีนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ขออย่าละเลยเรื่องการดูแลสวัสดิการตำรวจชั้นผู้น้อยที่ขอคำตอบไปว่าจะจัดการอย่างไรเรื่องนี้ ขอให้ รรท.ผบ.ตร.เดินหน้าโดยเร็ว ประเด็นสุดท้าย ขอให้พวกเรากันเองมีความสามัคคี ทุกคนก็เป็นคน มีการรักชอบใคร วันนี้เชื่อว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าใจถึงปัญหาเรื่องนี้กันดีที่มันเกิดขึ้น เรื่องการสามัคคีเลือกข้าง ใครเป็นลูกน้องใคร เชื่อว่าเราเก็บความรักไว้ในใจตัวเองดีกว่า วันนี้ให้เอาประชาชนเป็นที่ตั้ง ดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น เหตุการณ์เมื่อวานนี้ให้เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เรามีคณะกรรมการแล้ว 3 ท่าน หลังจากมีผลสรุปแล้วขอให้เป็นไปตามกระบวนการเพราะยืนยันไม่ได้ฝักใฝ่ข้างใด เราอยู่ตรงนี้เพื่อดูแลพี่น้องประชาชน ถ้าเราอยู่ตรงนี้ได้ก็ดูแลพี่น้องต่อไปได้ องค์กรตำรวจแห่งชาติก็ได้ทำงานได้อย่างสมศักดิ์ศรี คุยแล้ว รรท.ผบ.ตร.ต้องทำอะไรบ้างหลังประชุมนายกรัฐมนตรีเผยว่า ทุกอย่างยึดตามกระบวนการยุติธรรม กระบวนการกฎหมาย ขณะนี้ทั้ง 2 คนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ อยู่ในขั้นตอน มีกรอบระยะเวลาตรวจสอบ มองว่าต้องเกิดขึ้นและสิ้นสุดให้เร็วที่สุด ถามว่าจะเกิดแรงกระเพื่อมใต้น้ำหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวตอบว่าไม่ทราบครับ และกล่าวต่อว่า ตนมีหน้าที่รับปัญหามาก็ต้องบริหารจัดการกันไป วันนี้เรื่องนี้เราจบกันได้ และเดินหน้าดีกว่า ทั้ง 2 ท่านที่มีปัญหาก็ไปอยู่สำนักนายกรัฐมนตรีแล้ว ขออย่าไปกดดัน อย่าชี้นำ ปล่อยเวลากระบวนการยุติธรรมทำงาน ตัวท่านรักษาการ ผบ.ตร. ก็มีหน้าที่ที่ต้องดูแลพี่น้องประชาชน ต้องกลับมาดูว่ายืนอยู่ตรงนี้เรายืนอยู่เพื่อใคร เรื่องดราม่าต่างๆจบไปแล้ว น่าจะปราศจากการแทรกแซง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพราะถ้ามัวแต่ยุ่งแต่เรื่องนี้ประชาชนจะเดือดร้อน ได้พูดคุยกับผู้รักษาการแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง นโยบายที่รับมอบหมายนี้ให้ลงแต่ละหน่วยงานลำบากใจสั่งย้ายแต่ต้องทำนายเศรษฐากล่าวอีกว่า ยอมรับเป็นเรื่องที่ยากลำบากใจ ไม่สบายใจ แต่ต้องทำเพื่อให้เกิดความกระจ่างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่มีการแบ่งงาน เนื่องจากเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อวานเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และตนมีภารกิจจำนวนมาก แต่คาดว่าวันนี้จะได้พูดคุยกัน ถามต่อว่าเหตุการณ์ตรวจสอบที่เกิดขึ้นในอดีตเคยใช้คณะกรรมการจากภายนอกตั้งขึ้นมาสอบสวน แต่สุดท้ายเรื่องก็ยืดเยื้อและต้องกลับมาใช้คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คาดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเช่นเดียวกันหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คำถามถูกต้องแล้ว เรื่องนั้นเป็นอดีต แต่ตอนนี้เป็นปัจจุบัน ผู้นำคนละคนกันนายกฯย้ำพี่น้อง ตร.ห้ามแบ่งฝ่ายต่อมาเวลา 11.00 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตำรวจต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนครับ วันนี้ผมได้มามอบนโยบายที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โจทย์คืออยากให้พี่น้องตำรวจทุกท่านยึดเอาทุกข์สุขของประชาชนเป็นหลัก พี่น้องประชาชนยังคงเดือดร้อนหลายเรื่อง ไม่ว่าจะปราบปรามยาเสพติด การป้องกันการลักลอบการนำเข้าสินค้าเถื่อนหรือหนีภาษีจากต่างประเทศ งานความมั่นคง ปราบปรามหนี้นอกระบบ แรงงานต่างด้าว ปราบปรามบ่อนการพนัน แหล่งอบายมุข และสถานบริการต่างๆ การปราบปรามเว็บพนันออนไลน์ ปราบปรามอาวุธเถื่อน เรื่องเฝ้าระวัง ป้องกันการเผาป่า ดูแลนักท่องเที่ยว ตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชนตามนโยบายหลักของรัฐบาลอีกหลายอย่าง พี่น้องตำรวจต้องสมัครสมานสามัคคี ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ประโยชน์ของประชาชนคือเรื่องที่สำคัญที่สุด เพราะตำรวจต้องยึดพี่น้องประชาชนเป็นศูนย์กลาง “ต่อ-โจ๊ก” เข้าทำเนียบรายงานตัวด้านความเคลื่อนไหวของ 2 พล.ต.อ.คู่ขัดแย้ง ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 09.40 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.ต่อศักดิ์เข้ามาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เพื่อรายงานตัวกับนายธีระพงษ์ วงศ์ศิวะวิลาส ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยไม่ใช้ทางเข้าด้านหน้าเพื่อเลี่ยงการพบกับสื่อมวลชน จากนั้นเวลา 09.55 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เดินทางมาที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อรายงานตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเช่นกัน“รองโจ๊ก” โวเหมือนกลับบ้านเก่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เผยก่อนรายงานตัวว่า คุ้นเคยกับ สปน.รู้ห้องทั้งหมดเหมือนกลับบ้านเก่า เคยอยู่ที่นี่มาสองปีก่อนหน้านี้ ถามว่ากังวลถึงตำแหน่งในอนาคตหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่ได้กังวลเป็นข้าราชการ ได้รับมอบหมายอะไรให้ทำก็ต้องทำและทำให้ดีที่สุด เมื่อถามถึงกรณีนายกฯกล่าวระหว่างมอบนโยบายให้ตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาว่า ไม่ให้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายมองเช่นไร พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า วันนี้ทำให้เป็นเช่นนั้นอยู่ การพูดคุยเมื่อวันที่ 20 มี.ค. นายกฯเน้นเรื่องความสามัคคีเป็นหลัก ส่วนที่ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ไม่กังวลใจ ทุกคนเป็นผู้ใหญ่ที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาอยู่แล้วระบุยังไม่ได้รับหมายเรียกเมื่อถามถึงคดีความต่างๆที่ก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์จะส่งให้ ป.ป.ช. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.จะดำเนินการ ส่วนการรับทราบข้อกล่าวหากับ บก.น.2 นั้นไม่สามารถไปรับได้ เพราะยังไม่ได้รับหมาย เมื่อถามว่าจากนี้ความขัดแย้งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีอีกแล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ก็ต้องยุติ ต้องไม่มีใครขัดแย้งกับใคร ต้องไม่มีความขัดแย้งในองค์กร ต้องเดินหน้าทำงานให้ประชาชน ไม่ห่วงงานที่ค้างอยู่ เชื่อว่าทุกคนทำหน้าที่ได้ เมื่อถามว่า เรื่องที่ฟ้องร้องระหว่างกันก่อนหน้านี้ จะยุติหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า เดี๋ยว พล.ต.อ.ต่อศักดิ์คงนัดคุย มันต้องเริ่มกันใหม่เพราะคดีความมีหลายส่วน ตอนนี้ยังไม่ได้คุยอะไร“บิ๊กต่อ” รับหน้าที่ดูงานจิตอาสามีรายงานว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ใช้เวลารายงานตัวนานกว่า 50 นาที จากนั้นเวลา 10.10 น. พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ให้สัมภาษณ์ว่า รับ มอบหมายให้ดูงานจิตอาสาซึ่งตนทำอยู่แล้ว รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องการดูแลการชุมนุมต่างๆ เนื่องจากเราเป็น ผบ.ตร.จะเข้ามาทำงานทุกวัน แต่ยังต้องเข้าเวรราชองครักษ์อยู่ เมื่อถามถึงกรณีนายเศรษฐามอบนโยบายไม่ให้แบ่งฝ่ายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ถ้าเราออกมาแล้ว ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดีขึ้น มันไม่ได้แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เราอยู่กันแบบพี่น้อง พยายามสร้างตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปรับตำแหน่งว่าจะทำบ้านให้เปลี่ยนแปลง แต่มันออกมาในลักษณะนี้ นายกฯต้องเข้าไปจัดระเบียบ เชื่อว่าการบริหารราชการแผ่นดิน นายกฯทำหน้าที่บริหารได้อย่างถูกต้อง ตนรับและยินดีอยู่แล้ว ไม่คิดหรือกังวลอะไร อยู่ที่นี่ก็ดี เรื่องรับงานเอกสารตนก็ทำอยู่แล้ว ขออย่าห่วงว่าจะเครียดหรืออะไร พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมลยืดอกรับเป็นความบกพร่องเมื่อถามถึงกรณีนายกฯขอให้เรื่องนี้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า เมื่อลุกมาแล้วเรื่องของรักษาการ ผบ.ตร.ตนเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรไม่ได้อีก เมื่อถามว่าหนังสือย้ายเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ใช้คำค่อนข้างรุนแรง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ตนเป็นหัวหน้าหน่วยทำให้องค์กรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ไม่ได้มันเป็นความบกพร่อง เมื่อเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหารต้องกำกับดูแลในส่วนนี้ ตนยอมรับสภาพ ก็คาใจอยู่ยังบอกกับบิ๊กโจ๊กว่า เราไม่ได้นั่งคุยกันพยายามทำสภากาแฟให้พี่น้องได้มาคุยกัน เป็นพี่เป็นน้องกันไม่ใช่เจ้านายไม่ใช่หัวหน้าก็โอเคระดับหนึ่งรู้ตัวโดนเด้งก่อนนายกฯเรียกเมื่อถามว่า จำเป็นจะต้องทำเอกสารชี้แจงคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาสอบเรื่องนี้หรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ถ้ามีการเรียกก็พร้อมที่จะยื่นเอกสาร ยืนยัน ไม่รู้สึกน้อยใจแม้อายุราชการจะเหลือน้อย จะช้าหรือเร็ว อย่างไรก็ต้องลุก งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกลา วันนี้ตนถอดหัวโขนอยู่แค่ตำแหน่ง ผบ.ตร. หัวโขนในการปฏิบัติหน้าที่ เราก็ถอดออก มานั่งที่นี่ก็ใส่หัวโขนที่นี่ โรงละครเราเลิกแล้วก็เก็บฉาก เก็บเครื่องแต่งตัว ปิดไฟหอบเสื่อกลับบ้านก็เท่านั้น ชีวิตเรามีเท่านี้ คุณจะมาเครียดอะไร มาเร็วก็ต้องจากกัน ไม่เครียดหรอก ยืนยันไม่ช็อกเพราะรู้ล่วงหน้ามาก่อนแล้ว รู้ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเรียกเข้าพบด้วย รู้ส่วนตัวอยู่แล้ว เมื่อถามย้ำว่า ที่โดนเด้งเป็นเพราะจัดการเรื่องในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้ใช่หรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า “ใช่” พร้อมยกนิ้วโป้งขึ้น“โจ๊ก” ปัดเด็กบ้านจันทร์ส่องหล้าต่อมาเวลา 10.24 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ให้สัมภาษณ์อีกครั้งหลังรายงานกับปลัดสำนักนายกฯ ถึงกรณีมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการที่ไปใกล้ชิดนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ จ.เชียงใหม่ ทำให้เหตุการณ์ออกมาเป็นเช่นนี้ ว่า ไม่เกี่ยว ที่ไป จ.เชียงใหม่ คือไปทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ เพราะนายทักษิณเป็นอดีตนายกฯ ไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวอะไรทั้งสิ้น การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาของนายกฯ ให้เกิดความสามัคคีในหน่วยงาน ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นสายตรงบ้านจันทร์ส่องหล้า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่มี ไม่มีสายไหน เป็นรอง ผบ.ตร. ตอนนี้เขาให้มาช่วยราชการที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ ก็มารับหน้าที่ปรึกษากฎหมายเมื่อถามว่าจากคำสั่งโยกย้ายที่ออกมา เหมือนยอมรับว่ามีความแตกแยกเกิดขึ้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า วันนี้นายกฯต้องการแก้ปัญหาให้เกิดความสามัคคีในหน่วยงาน ทุกคนต้องทำหน้าที่เพื่อประชาชน เพื่อส่วนรวม เรื่องส่วนตัวต้องทิ้งให้หมด วันนี้มารายงานตัวถือว่าขั้นตอนเรียบร้อย จากนี้จะไปดูห้องทำงาน จะมาทำงานทุกวัน ห้องตนอยู่ที่ตึกสำนักงาน ก.พ. ถนนพิษณุโลก ได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารการกระจายอำนาจ เมื่อถามว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นครั้งนี้รุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องจบ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.คุยกันแล้ว ทุกอย่างต้องเรียบร้อย องค์กรต้องอยู่และต้องแข็งแรง ทุกคนต้องทำงานให้ประชาชน ลูกน้องต้องไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เมื่อถามย้ำว่าได้กำชับลูกน้องสาย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สาย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ห้ามขัดแย้งหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่ต้องกำชับ คุยกันหมดแล้ว ไม่มีความขัดแย้งอะไรทั้งสิ้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาลสื่อแซวชีวิตที่ 10 ถึงกับยิ้มรับผู้สื่อข่าวกระเซ้าว่า โจ๊กชีวิตที่สิบ สิบเอ็ดมาแล้ว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์พยักหน้าทวนคำผู้สื่อข่าวว่า มาอีกแล้ว มาแล้ว และยิ้มพร้อมกล่าวอีกว่า ไม่มีอะไรหรอก ทำหน้าที่ปกติ เขาให้โอกาสทำงานก็มาทำงาน เมื่อถามย้ำว่ารอบนี้จะ Never die หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่รู้ ก็ทำหน้าที่ตามปกติ ได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่ไหนก็ต้องไป ต้องมีวินัย ต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้ประชาชนมีความมั่นใจ ศรัทธา คลายทุกข์เขาให้ได้ เมื่อถามว่า สีหน้า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยิ้มแย้มแตกต่างจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ที่ดูเครียด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า “ก็ไม่ได้เครียด อันนี้ก็กลับบ้าน และไม่รู้เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นก่อน รู้พร้อมทุกคน เป็นเรื่องที่ผู้บังคับบัญชาพิจารณาแล้วให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ต้องเข้าใจว่านายกฯใช้อำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ให้การทำงานเรียบร้อยเมื่อถามย้ำว่ามั่นใจจะได้กลับไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ไม่รู้เลย อยู่ที่นายกฯ ให้อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ทุกที่มีงานให้ทำหมด เขาให้ทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้นบิ๊กต่อยังขำได้ “ยิ่งกว่าดาราอีก”มีรายงานว่า หลังจาก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ และ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เข้ารายงานตัวเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ พร้อมด้วยนายมงคลชัย สมอุดร รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เดินข้ามจากฝั่งทำเนียบรัฐบาลไปดูห้องทำงานที่ชั้น 4 ในห้องศูนย์ประสานงานจิตอาสาภาครัฐ ที่สำนักงาน ก.พ.เดิม ถนนพิษณุโลก โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวติดตลกว่า “นี่เรายิ่งกว่าดาราอีกนะ วันนี้มาดูห้องทำงาน จะเข้า มานั่งทำงาน” ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.เลยหรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์กล่าวว่า ติดราชการ 3 วัน ต้องดูภารกิจอื่นก่อน จากนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เดินตามมาสมทบเข้าไปพูดคุยระบุว่า จะไปพูดถึงภารกิจอื่นที่ยังค้างอยู่ จากนั้นไปดูห้องทำงานซึ่งอยู่ที่ชั้น 3 ของสำนักงาน ก.พ.เดิม“วินัย” ชี้จะทำความจริงให้ปรากฏส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริงความขัดแย้งใน ตร.จนเป็นที่มาของการเด้ง 2 พล.ต.อ. บ่ายวันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วินัย ทองสอง ก.ตร. ชี้แจงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีปรากฏเป็นข่าวต่อสาธารณะเกี่ยวกับความขัดแย้งในเรื่องคดีของบุคลากรภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า คณะกรรมการได้พูดคุยกันและเล็งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ควรสื่อสารให้ทราบความคืบหน้าการตรวจสอบโดยที่มาของการตั้งคณะกรรมการ สืบเนื่องมาจากที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเรื่องการแถลงข่าวโต้แย้งกันภายใน ตร. ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย นายกฯจึงตั้งคณะกรรมการที่มีความเป็นกลางไม่ใช่คู่ขัดแย้ง และไม่ได้เป็นฝ่ายใดมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย หน้าที่ของคณะกรรมการชุดนี้ คือจะทำความจริงให้ปรากฏว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในการวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างไรลั่นไม่กลั่นแกล้งช่วยเหลือผู้ใดพล.ต.อ.วินัยกล่าวต่อว่า ใครทำผิดต้องได้รับผิดใครทำถูกต้องได้รับความบริสุทธิ์ ใครทำกรรมดีต้องได้รับกรรมดี ใครทำชั่วก็ต้องได้รับความชั่วจะไม่มีการกลั่นแกล้งใส่ร้ายรังแก หรือช่วยเหลือผู้ใด รวมไปถึงถ้าประชาชนท่านใดมีเบาะแสหรือข้อมูลหลักฐาน เกี่ยวกับเรื่องที่กำลังตรวจสอบขอให้นำข้อมูลข่าวสารมาพบคณะกรรมการได้ ถามว่า คณะกรรมการชุดนี้จะใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบมากเท่าใด พล.ต.อ.วินัยตอบว่า ตามคำสั่งให้ระยะเวลา 60 วัน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และยาว คณะกรรมการต้องพยายามทำงานให้รวดเร็วและรายงานการตรวจสอบให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะพร้อมเก็บข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นนำเสนอเรื่องใหญ่คนเกี่ยวข้องเยอะส่วนเรื่องนี้จะตรวจสอบประเด็นใดบ้าง พล.ต.อ.วินัยกล่าวว่า เรื่องที่แถลงโต้ตอบกัน เรื่องการเรียกรับผลประโยชน์ของเว็บพนัน การทำความจริงให้ปรากฏต้องได้รายละเอียดว่าใคร ทำสิ่งใด เชื่อว่าคณะกรรมการจะทำความจริงให้ปรากฏได้ แม้จะไม่ได้ดูสำนวนการสอบสวนจาก ป.ป.ช. แต่ยืนยันว่าสามารถทำความจริงให้ปรากฏได้ มีวิธีการอื่นที่จะให้ได้มาถึงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง ต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่และมีบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก จึงขอแต่งตั้งเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม และจะรายงานให้ทราบเป็นระยะว่าตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบข้อมูลส่วนใดบ้าง เบื้องต้นและคณะกรรมการจะต้องพยายามทำให้ทันภายใน 60 วัน แต่ถ้าไม่ทันต้องขยายระยะเวลา วันนี้เริ่มทำแล้ว แต่จะตรวจสอบทันก่อนที่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.เกษียณหรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ วันนี้ข้อมูลต่างๆเดินทางมาจนสุดแล้ว ฉะนั้นการดึงข้อเท็จจริงออกมาคิดว่าไม่น่าจะใช่เรื่องยากของคณะกรรมการ พล.ต.อ.วินัย ทองสองผลคดีจะเสนอนายกฯพิจารณาถามว่าผลการตรวจสอบครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อ พล.ต.อ.วินัยตอบว่า ผลการพิจารณาจะสรุปและส่งให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาว่าจะส่งให้หน่วยใดเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนของคดีความที่อยู่ในขั้นของ ป.ป.ช.หรือคดีทางอาญาก็ดำเนินควบคู่กันไป ส่วนตัวคาดว่าผลสอบของกรรมการชุดนี้น่าจะกลับมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องนี้ที่มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ขอยืนยันว่าไม่ใช่การซื้อเวลา แต่เนื่องจากประเด็นนี้ยังหาบทสรุปไม่ได้จึงต้องหาคนกลางมาทำงานเพื่อไม่ให้มีใครมีส่วนได้ส่วนเสีย ส่วนขณะนี้ยังไม่พิจารณาการเรียกทั้งสองนายพลมาชี้แจง อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานในส่วนอื่นๆก่อน แต่อาจจะมีการเรียกมาสอบในช่วงท้ายของการทำงานลั่นไม่มีมวยล้มต้มคนดูพล.ต.อ.วินัยกล่าวต่อว่า คณะกรรมการที่จัด ตั้งขึ้นครั้งนี้มีลักษณะการทำงานเหมือนชุดกรรมการพิเศษ ที่นำโดยศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ สอบเรื่องเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคดีบอส อยู่วิทยา สุดท้ายมีผลการตรวจสอบสามารถนำไปสู่การดำเนินคดีผู้กระทำผิดได้ ถามถึงกรณีที่นายพลทั้ง 2 ท่านออกมาแถลงว่าจะมีการปรองดองยุติข้อขัดแย้ง จะมีผลต่อการสอบหรือไม่ พล.ต.อ.วินัยยืนยันว่า ไม่มีผลใดๆ ไม่มีมวยล้มต้มคนดู ส่วนผลการตรวจค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ที่ใช้กรรมการชุดเดียวกันนี้ ได้เสนอนายกรัฐมนตรีไปแล้วว่าการใช้กำลังคน การใช้วิธีควรระมัดระวัง แต่การเข้าค้นบ้านของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์เป็นไปตามกฎหมายนักข่าวปักหลักรอ “โจ๊ก” รับข้อหาส่วนกรณีพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีเว็บพนันออนไลน์ BNK MASTER มีตำรวจตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 นาย และพลเรือนอีก 1 คน ก่อนพบความเชื่อมโยงไปยังนายตำรวจระดับสูง กระทั่งมีการออกหมายเรียก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.มารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน กำหนดนัดหมายวันที่ 21 มี.ค.ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บก.น.2) เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน สื่อมวลชนหลายสำนักที่มาปักหลักรอ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เข้ารายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหา แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหวและสัญญาณใด โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อ้างยังไม่ได้รับหมายเรียกและจะไม่มารายงานตัวพงส.ยังทำหน้าที่ไม่มีคำสั่งยุติมีรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ยังคงทำหน้าที่ตามปกติ เพราะยังไม่ได้หนังสือหรือมีคำสั่งใดออกมาให้ยุติการสืบสวนสอบสวนแล้วให้โอนสำนวนไปยัง ป.ป.ช. คณะพนักงานสอบสวนมีความเห็นว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดต่อส่วนตัว อยู่ในอำนาจของตำรวจนครบาล หากจะส่งสำนวนไป ป.ป.ช.ไต่สวน คณะพนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขข้อกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะไม่สามารถส่งสำนวนไปให้ ป.ป.ช.ได้ทันที หาก ป.ป.ช.ยังไม่มีมติเรียกสำนวนพร้อมมีหนังสือส่งมายัง ตร.ดังนั้นถ้าโอนคดีไปทันทีจะถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จึงต้องรอหนังสือจาก ป.ป.ช.ก่อน แต่ บช.น.เตรียมจะทำหนังสือชี้แจงไปยัง ป.ป.ช.ให้รับทราบว่า สำนวนคดีเว็บพนัน BNK Master เป็นคนละคดีกับคดีเว็บพนันมินนี่มีรายงานด้วยว่า หากวันนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ไม่มารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก คณะพนักงานสอบสวนจะรอจนครบเวลาราชการก่อนไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ทุ่งสองห้อง และจะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ภายในวันที่ 22 มี.ค.นี้ จะให้พนักงานสอบสวนนำหมายเรียกไปส่งที่บ้านพักในซอยวิภาวดี 60 และจะส่งหมายเรียกไปที่ทำงานแห่งใหม่คือทำเนียบรัฐบาล รวมถึงบ้านพักตามภูมิลำเนาที่ จ.สงขลา ต่อไปอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่