“ไทม์ไลน์” วันไปฉีด “วัคซีน” จาก “ความระทึก” สู่ “รอยยิ้ม”

ข่าว

“ไทม์ไลน์” วันไปฉีด “วัคซีน” จาก “ความระทึก” สู่ “รอยยิ้ม”

ซูม

    6 เม.ย. 2564 05:06 น.

    เมื่อวานนี้ผมเขียนเล่าเกริ่นไว้แล้วว่าผมไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 มาเรียบร้อย และนับมาถึงวันเขียนต้นฉบับ น่าจะสรุปได้ละครับว่าไม่มีอะไรแทรกซ้อน...จึงสัญญากับท่านผู้อ่านว่าจะนำไทม์ไลน์และข้อปฏิบัติต่างๆมาฝากท่านผู้อ่านในวันนี้

    โดยเฉพาะท่านผู้อ่าน “อาวุโส” ซึ่งผมสุ่มตัวอย่างดูแล้ว (รวมทั้งตัวผมกับภรรยาด้วย) ล้วนระทึกใจกันเป็นส่วนมาก เมื่อรู้ตัวว่าจะต้องไปฉีด “แอสตราเซเนกา”...ได้อ่านกันแล้วจะได้หมดความกังวลใจ เดินไป ให้คุณหมอ “จิ้มแขน” ด้วยความยินดี

    30 มีนาคม 2564

    18.00 น. ได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล ขอให้ไปฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวันที่ 1 เมษายน 2564 เวลา 09.00 น. แม้จะรู้สึกขอบคุณโรงพยาบาลที่นึกถึง แต่ก็อกสั่นขวัญหายด้วยกันทั้งสามีภรรยาเสียมิได้ บอกกับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลว่าจะให้คำตอบวันพรุ่งนี้

    31 มีนาคม 2564

    09.00 น. หลังจากปรึกษากันตลอดคืน ก็ตัดสินใจสลัดความกลัวเข็มและกลัววัคซีนออกไป เพราะเมื่อชั่งกับความกลัวโควิด-19 แล้ว กลัวโควิดมากกว่า จึงตกลงใจจะโทร.ไปบอกโรงพยาบาลว่าพร้อมที่จะไปฉีดตามกำหนดที่แจ้งมา

    1 เมษายน 2564

    08.00 น. ไหว้พระสวดมนต์ปลุกปลอบใจเราทั้ง 2 คนอีกครั้ง ก่อนขับรถออกจากบ้าน ถึงโรงพยาบาลอีก 1 ชั่วโมงต่อมา

    09.05 น. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและพยาบาลหลายสิบคนมายืนเข้าแถวต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เห็นภาพข้างหน้าแล้วก็ใจชื้นขึ้นมาทันที เมื่อพบว่ามีผู้ร่วมชะตากรรมที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพราะอายุเยอะ และมีโรคประจำตัว ได้รับเชิญมาฉีดรอบเดียวกับเรา น่าจะเป็นร้อยคนที่ยืนอยู่ขณะนี้ก็กว่า 50 คนแล้ว ยังทยอยมากันอยู่เรื่อยๆ

    09.10 น. น้องพยาบาลพาไปวัดความดันและชั่งน้ำหนัก เสร็จแล้วส่งต่อไปที่โต๊ะลงทะเบียน เพื่อลงทะเบียนและซักประวัติทางด้านสุขภาพอนามัยตามขั้นตอน (ช่วงนี้บัตรประชาชนสำคัญที่สุดอย่าลืมพกไปด้วย)

    09.20 น. ถึงโต๊ะลงทะเบียน...น้องพยาบาลขอหมายเลขโทรศัพท์มือถือ และขอโทรศัพท์ด้วยเพื่อให้เราลงทะเบียนแอดไลน์ “หมอพร้อม” สำหรับใช้ในการติดต่อกัน นับแต่นี้เป็นต้นไป

    09.25 น. เริ่มต้นซักประวัติเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยโดยรวมของเรา เช่น เคยแพ้ยาไหม? แพ้ยาอะไร? กินยาอะไรอยู่บ้าง? สักเกือบ 20 คำถามเห็นจะได้ ก่อนส่งตัวไปที่ห้องฉีดวัคซีน ซึ่งมีอยู่หลายห้องและเตรียมพยาบาลมาคอยฉีดให้หลายสิบคน

    09.30 น. นาทีระทึกใจมาถึงแล้ว...ฉึก...รู้สึกเจ็บนิดเดียวเหมือนทุกครั้งที่เจอเข็มฉีดยาจากนั้นก็ไม่เจ็บอะไรเลย

    ระหว่างฉีดน้องพยาบาลอีกคนขอมือถือเราไปถ่ายรูปให้พร้อมกับบอกว่า “เก็บไว้เป็นที่ระลึกนะคะอาจารย์” เราเลยต้องเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กล้อง ซึ่งก็ดีไปอย่างทำให้หายกลัวและลืมความเจ็บไปได้สนิท

    09.35 น. น้องพยาบาลเชิญให้ไปนั่งพักเพื่อรอดูอาการที่ห้องข้างๆ ซึ่งจะมีคนที่ฉีดในเวลาใกล้เคียงกับเรานั่งรออยู่แล้วจำนวนหนึ่ง

    10.15 น. ครบ 30 นาทีของการเฝ้าดูอาการ พยาบาลนำใบนัดใหม่สำหรับฉีดเข็ม 2 (อีก 3 เดือน) มาให้พร้อมกับขอให้กลับไปสังเกตอาการต่อที่บ้าน หากมีอาการปวดหัวตัวร้อนบ้างก็รับประทานพาราฯได้เลย

    เว้นแต่มีอาการข้างเคียงรุนแรงผิดปกติ เช่น ไข้สูงมาก แน่นหน้าอก ปวดศีรษะรุนแรง ฯลฯ ให้ไปพบแพทย์ใกล้ๆบ้านทันที หรือจะกลับมาที่โรงพยาบาลของเราก็ได้

    10.30 น. ร่ำลาคุณหมอร่ำลาพยาบาลร่ำลาผู้เข้าร่วมชะตากรรม (เฉพาะคนที่รู้จัก) รวมแล้วใช้เวลาชั่วโมงครึ่งโดยประมาณ สำหรับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของผมกับภรรยาครั้งนี้

    อย่างที่เรียนไว้แล้วเมื่อวานว่า เรา 2 คนไม่มีอาการข้างเคียงอะไรเลย รวมทั้งผู้เข้าร่วมชะตากรรมกว่า 200 คน ก็ไม่มีข่าวอะไรทั้งสิ้น จึงขอย้ำมายังผู้ที่ยังหวาดกลัวหรือลังเลใจขออย่าได้ลังเลใจเลยเมื่อได้รับการตามตัว ให้ไปฉีดเมื่อไรขอให้ไปฉีดให้พร้อมหน้าด้วยเถิด

    จากนี้ไปจะมีวัคซีนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ ทั้ง 2 ยี่ห้อได้ฉีดครบทุกคนแน่นอนครับ...“ลุงตู่” และ “หมอหนู” ท่านแถลงไว้แล้ว.

    ซูม

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    ความจริงเปิดเผย!! แม่ส่งมือถือแตงโมให้บังแจ็ค อ้างหลงเชื่อกู้ข้อมูลได้
    08:04

    ความจริงเปิดเผย!! แม่ส่งมือถือแตงโมให้บังแจ็ค อ้างหลงเชื่อกู้ข้อมูลได้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันพุธที่ 25 พฤษภาคม 2565 เวลา 16:55 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์