เริ่มคลี่คลายกลับมาคึกคักได้ไม่นาน “ท่องเที่ยวภาคเหนือ” ก็ต้องสะดุดชะงักระลอกสอง นับแต่พบ “สาวไทยติดเชื้อโควิด-19 จากเมียนมา” ลักลอบเข้าเมืองโดยไม่ผ่านคัดกรองกักตัว 14 วัน ซ้ำยังกลับเข้ามาใช้ชีวิตลั้นลากิน เที่ยวปะปนกับคนอื่นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงรายสร้างความปั่นป่วนผวากันทั้งเมือง ส่งผลให้ “บรรยากาศการท่องเที่ยว” กำลังกลับมาฟื้นตัวได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ ทั้งที่ช่วงนี้เป็น “ไฮซีซันของภาคเหนือ” มักมีคนแห่กันมาสัมผัสอากาศธรรมชาติ และชื่นชมความสวยงามวิวทิวทัศน์ ดอกไม้เมืองหนาวเบ่งบานอย่างสวยงาม จนโรงแรมที่พักถูกจองแน่นเต็มเมืองทุกปีด้วยซ้ำต้องเผชิญกับ “ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่” กลายมาเป็น “ฝันร้าย” อีกครั้ง เสมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด “ธุรกิจทัวร์ โรงแรม ร้านอาหาร” ต้องกลับมาซบเซากันต่อไปอีก... ด้วยเหตุนี้ “ผู้ว่าฯเชียงใหม่” ออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการจับมือ “ภาคีเครือข่ายภาคการท่องเที่ยว” สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว ในการ “จัดแคมเปญแจกเงิน 1 แสนบาท” หากนักท่องเที่ยวเดินทางมา จ.เชียงใหม่แล้วติดโควิด-19 ถ้าเกิดความสูญเสียจ่าย 1 ล้านบาท...ผู้สื่อข่าว “ขทร.ไทยรัฐ ประจำ จ.เชียงใหม่” ได้ออกสำรวจ “บรรยากาศการท่องเที่ยวตัวเมืองเชียงใหม่” นับแต่มีกระแสข่าวผู้ติดเชื้อโควิด-19 เข้ามาในพื้นที่นี้ ทำให้ “นักท่องเที่ยว” หายไปอย่างเห็นได้ชัดต่างจากในช่วงต้นเดือน พ.ย.2563...“การท่องเที่ยว” กำลังเริ่มฟื้นตัวแข็งแกร่งคึกคักขึ้น หลังไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศมานาน ทำให้มีสีสันเต็มไปด้วย “ผู้คนพลุกพล่าน” เสมือนว่า “การท่องเที่ยว” กลับมาเป็นปกติ กระทั่ง “โรงแรมที่พักหลายแห่ง” ถูกจับจองเต็มจนหมดด้วยซ้ำตอกย้ำอีกว่า...เมื่อมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ “ถนนคนเดิน” แทบจะไม่มีใครออกจับจ่ายซื้อสินค้าอย่างที่เคยเป็น ทั้งยังมี “นักท่องเที่ยว” ยกเลิกจองที่พัก หรือยกเลิกการเดินทางเข้ามาจำนวนมากด้วย ส่วน “สถานบันเทิงยามค่ำคืน” ยังคงเปิดให้บริการเช่นเดิม แต่ก็ค่อนข้างเงียบเหงาไม่คึกคักเช่นกันในส่วน “ยอดดอย” กลับคึกคักเต็มไปด้วย “นักเที่ยว” เหมือนเดิม เช่น ดอยอ่างขาง ม่อนแจ่ม ดอยม่อนจอง ขุนช่างเคี่ยน กิ่วแม่ปาน ดอยหลวงเชียงดาว เพราะ “ผู้ติดเชื้อ” ไม่ได้ไปยังพื้นที่เหล่านี้ ทำให้ “ประชาชน” มีความเชื่อมั่นในความปลอดภัย แต่มีข้อสังเกตว่าสถานที่บริการท่องเที่ยว ต่างเน้นมาตรการป้องกันเข้มงวดมาก ตามที่ได้มีการพูดคุยกับ พัลลภ แซ่จิว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า นับตั้งแต่พบผู้ติดเชื้อรายล่าสุด ใน จ.เชียงใหม่ “นักท่องเที่ยว” ที่มีแผนเดินทางมาแล้วก็ยังมีคำถามถึงความปลอดภัยกันอยู่ ทำให้มีการยกเลิกห้องพักไปแล้วบางส่วนประมาณร้อยละ 5ส่วนใหญ่ “กลุ่มยกเลิกเป็นกรุ๊ปทัวร์” เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือสถานศึกษา เพราะกังวลสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ต้องเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นแทน แต่ว่า “สนามบินเชียงใหม่” ยังมีคนเดินทางเข้ามาเฉลี่ย 11,000 คนต่อวัน ที่ยังไม่รวมเดินทางทางบกอีกจำนวนมากอยู่ทว่า...ตั้งแต่เดือน พ.ย.- ก.พ.ของทุกปี นับเป็นฤดูกาลเที่ยวเมืองเหนือ โดยเฉพาะเดือน ธ.ค.2562 จ.เชียงใหม่ มีคนไทยเข้ามา 1.1 ล้านคน เช่นเดียวกับปี 2563 ก็มีการจองห้องพักล่วงหน้ากันตามโรงแรม 600 แห่ง มีจำนวนราว 6 หมื่นห้องจนเต็มทั้งหมด คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จ.เชียงใหม่ ประมาณ 1 ล้านคนต่อวันเช่นกัน ส่วนใหญ่ใช้สิทธิลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ผ่านระบบแอปพลิเคชัน แต่ด้วยการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ “บางคนลังเล” มีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาท่องเที่ยวตามมาจากข้อมูลเชิงลึกของคนพื้นที่ที่ได้รับนั้น มีความแตกต่างจากคนนอกพื้นที่อยู่มาก เพราะหากพูดถึง “การติดเชื้อโควิด-19” ก็ไม่มีใครปฏิเสธไม่กลัว เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น “ทางสาธารณสุข จ.เชียงใหม่” ใช้มาตรการสืบสวนโรค ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิด และสถานที่เสี่ยงอื่นอย่างรวดเร็ว สามารถควบคุมการระบาดให้มีความปลอดภัยยอมรับว่า...“โควิด-19 ระบาดระลอกนี้” ทำให้การท่องเที่ยวไฮซีซันภาคเหนือสะดุดลงบ้าง เพราะ “คนยังกลัวติดเชื้อ” แม้เราให้ข้อมูลเพียงใดก็จะไม่เชื่อข้อมูลกันง่ายๆ จนกว่ามั่นใจปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่โชคดียังมี “กลุ่มบริหารความเสี่ยงที่ดี” มีการศึกษาข้อเท็จจริงครบรอบด้าน และพร้อมเดินทางมาเที่ยวเสมอ“ดังนั้นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภาคเหนือที่เคยมีความคึกคักเป็นเช่นไรก็ยังมีคนเดินทางมาเที่ยวเหมือนเดิม ยกเว้นตามจุด “ไทม์ไลน์ผู้ติดเชื้อโควิด-19” อาจมีผู้เข้าใช้บริการน้อยกว่าปกติอยู่บ้าง แต่ “เจ้าหน้าที่สาธารณสุข” ก็ได้ทำการปิดทำความสะอาดพ่นฆ่าเชื้อทุกจุด เพื่อให้มีความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว” พัลลภ ว่า เช่นเดียวกับ “การท่องเที่ยว จ.เชียงราย” ต้องเผชิญปัญหาซบเซาไม่แพ้กัน “นักท่องเที่ยว” ต่างยกเลิกจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์เกือบทั้งหมด นับตั้งแต่มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่ ในเรื่องนี้ เศรษฐศักดิ์ พรหมมา ประธานเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชน จ.เชียงราย ให้ข้อมูลเสริมว่าจริงๆแล้ว...สถานการณ์ในพื้นที่ “ไม่เลวร้าย” ตามกระแสข่าวในโลกโซเชียลฯ ที่มีทั้ง “ข่าวปลอม ข่าวลวง ข่าวเท็จ” กระจายไปทั่วมากมาย จนดูเหมือนเป็นเรื่อง “ใหญ่โตมโหฬาร...จนเกินความเป็นจริง” กลายเป็นผลกระทบเป็นวงกว้างต่อ “การท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย” ได้รับความเสียหายมหาศาลทำให้มี “กลุ่มทัวร์” ต่างขอยกเลิกการจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์กันไว้แล้ว 80% ในช่วงตั้งแต่เดือน ธ.ค.2563-ก.พ.2564 ทั้งยังมีการขอเลื่อนการเดินทางอย่างไม่มีกำหนดอีกจำนวนหนึ่งด้วย นับตั้งแต่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิดลอบข้ามแดนจากท่าขี้เหล็กเข้าพื้นที่นี้เรื่องนี้...“เดือดร้อนถึงผู้ประกอบการร้านค้าชุมชน” ที่กู้เงินมาซื้อสิ่งของเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว เมื่อมีการยกเลิกทุกอย่างพังทลายลงจนหมด ทำให้อาจต้องตกเป็นคนติดหนี้ไปแทนด้วยซ้ำตอนนี้ “สถานการณ์ค่อนข้างสับสน” เพราะ “ข่าวเฟกนิวส์” เกิดขึ้นต่อเนื่อง เช่น การกักตัวบุคคลกลับจาก จ.เชียงราย แต่ “หน่วยงานภาครัฐ” ไม่เคยออกมาให้ข้อมูลชัดเจนในมาตรการปฏิบัติเฝ้าระวังป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพื่อให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวมีความเชื่อมั่นในความปลอดภัยด้วยซ้ำ...เมื่อเป็นเช่นนี้ “พนักงานบริษัทเอกชน” ก็ไม่กล้าเดินทางเข้ามา “ท่องเที่ยวใน จ.เชียงราย” เพราะถูกมองว่า “เป็นพื้นที่เสี่ยงโควิด-19” ถ้าเดินทางเข้ามาอาจต้องถูกกักตัว 14 วัน ซึ่งเกินกำหนดเวลาลาพักของบริษัท และอาจถูกให้ออกจากงานไปก็ได้ เรื่องนี้ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องตัดสินใจยกเลิกการเดินทางมาทันทีโดยเฉพาะ “ดอยแม่สลอง”...ที่มีดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่ง “ดอยผาตั้ง”...นิยมไปชมทะเลหมอก และ “ภูชี้ดาว”...สามารถมองเห็นวิวรอบได้ 360 องศา ตามปกติมักมีกรุ๊ปทัวร์ไปเยือนชุมชนในเครือข่ายปีละ 200 คณะ แต่ในช่วงฤดูท่องเที่ยวปีนี้มีแนวโน้มกลาย “เป็นศูนย์” เพราะได้รับผลกระทบถูกยกเลิกกันแล้วตัวอย่าง...“กลุ่มนักท่องเที่ยว จ.จันทบุรี 2 รถทัวร์” กำลังเดินทางมาถึง จ.พะเยา แล้วด้วยซ้ำ แต่ต้องหันหัวรถกลับบ้านทันที เพราะ “ครอบครัว” เกรงติดเชื้อโควิด-19 นำกลับไประบาดในชุมชน อีกทั้ง “บางหน่วยงานกลัวต้องถูกกักตัว 14 วัน” ทำให้ต้องยกเลิกการเดินทางนี้กลายเป็นเสียหายอย่างย่อยยับทันทีเพราะนับแต่ “ผ่อนคลายล็อกดาวน์” ในช่วงเดือน มิ.ย.2563 แหล่งท่องเที่ยว จ.เชียงราย เริ่มมีประชาชนทยอยข้ามาอย่างคึกคักมาก โดยเฉพาะเดือน พ.ย.2563- ก.พ.2564 มียอดจองห้องพักเต็มเกือบหมดทุกแห่งและต้องมาเผชิญปัญหา “การลักลอบเข้าเมือง” ที่เกี่ยวเนื่องกับ “คอร์รัปชันของคนบางกลุ่ม” รวมถึง “ความเห็นแก่ตัวคนไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม” ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว และธุรกิจเกี่ยวเนื่องของประเทศอย่างหนักดังนั้น...“ผู้ประกอบการท่องเที่ยว” ขอฝากข้อความไปถึง...“นายกรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ช่วยออกมาสนับสนุนข้อมูลข่าวสารมากกว่านี้ ถ้าหาก “แก้ข่าวได้เร็ว” เชื่อว่าปัญหานี้จะเบาบางลงเพื่อหวังให้เกิดปรากฏการณ์...“ฟ้าหลังฝน”...ย่อมสดใส และงดงามเสมอ.