ฝุ่นพิษหมอชิตเก่า

ข่าว

    ฝุ่นพิษหมอชิตเก่า

    กิเลน ประลองเชิง

      1 ธ.ค. 2563 05:01 น.

      ตั้งแต่ต้นปีนี้ เราผ่านเภทภัยด้วยกันมา วิกฤติโควิด-19 วิกฤติการเมือง ฯลฯ จนย่างเข้าเดือนธันวา ต่อไปถึงเดือนกุมภาปีหน้า เราก็ถูกย้ำ ให้ต้องรักษาชีวิต ให้รอดจากฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5

      ผมเคยเดินๆวิ่งๆ ออกกำลังในสวนจตุจักร ตรงข้ามหมอชิตเก่า ทางวิ่งขนานกับถนนพหลโยธิน รถยนต์จอแจแออัด เจอรถติดพ่นไอเสีย ใกล้ตัวบางครั้งก็แขม่วท้อง เผลอคิดว่าน่าจะช่วยได้ ก่อนโควิด-19 มาก็ไม่เคยคาดหน้ากาก

      เมื่อถึงฤดูพีเอ็ม 2.5 เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ต้องคาดหน้ากากวิ่ง วิ่งมาแล้วหลายปี

      ไทยเป็นเมืองพุทธคำสอนหนึ่งของพระพุทธเจ้า...พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ พึงสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต พึงสละชีวิตเพื่อรักษาธรรมะ

      สถานการณ์โควิด-19 คับขัน รัฐบาลตัดสินใจปิดเมือง เลือกรักษาชีวิตคนไว้ก่อน เศรษฐกิจ มีกินไม่มีกิน เอาไว้ทีหลัง วันนี้พิสูจน์ได้ รัฐบาลคิดถูก งานนี้ยกนิ้วให้นายกฯตู่เต็มที่

      ตรงข้าม สหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดี ทรัมป์ ยึดหลักการค้า เศรษฐกิจมาก่อนชีวิตคน ผลก็คือคนอเมริกัน ทั้งเจ็บทั้งตายเป็นที่หนึ่งในโลก เศรษฐกิจก็ยิ่งย่ำแย่ แถมเดิมพันใหญ่ เก้าอี้ทรัมป์หลุดไปด้วย

      โลกนี้มีคน 6-7 พันล้าน ปัญหาระหว่างมนุษย์ก็ยิ่งซับซ้อน ใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์ และหลักรัฐศาสตร์ผลัดกันตัดสินผิดถูก ในปัญหาซับซ้อนเหล่านั้น สำหรับวิญญูชนด้วยกันมีสองข้อ

      อะไรคือสิ่งที่ควรประพฤติ อะไรคือสิ่งที่ควรละเว้น

      ยกตัวอย่างงานล่า นายกฯประยุทธ์ เพิ่งเปิดสายเดินเรือพลังงานแสงอาทิตย์ ในคลองผดุงกรุงเกษม เส้นทางหัวลำโพง วัดเทวราชฯ ได้งานสองเด้ง ทั้งช่วยปัญหาจราจร ช่วยด้านท่องเที่ยว

      ย้อนไปนึกถึงรถไฟฟ้าอีกหลายๆสาย ช่วยให้คนมีทางเลือกเดินทางเพิ่มขึ้น นี่คืองานที่รัฐบาลควรทำ สำหรับผม นี่เป็นงานง่าย ตามกระแส ได้ทั้งเงินได้ทั้งกล่อง ใครมามีอำนาจก็อยากทำ

      งานทวนน้ำ ที่ทำยาก แต่รัฐบาลนี้ก็ทำไปแล้ว งานสะสางหาบเร่แผงลอย ออกจากบาทวิถี งานชำระอุปสรรคทางเดินน้ำในคลอง โดยเฉพาะบ้านเรือนชาวบ้าน

      งานที่คลองโอ่งอ่างกับพ่อค้าแม่ค้า ไม่หนักหนาเท่ากับงานบีบหัวใจ เอาคนจนๆออกจากป้อมมหากาฬ

      หลายงาน ผมนึกถึงสีหน้า ผู้ว่าฯ อัศวิน ขวัญเมือง เล่นบทแข็ง บทอ่อนได้ถึงใจ แล้วก็ผ่านงานยากๆเหล่านั้นมาได้โดยไม่บอบช้ำ

      มาถึงงานห้ามไม่ให้รถหกล้อสิบล้อเข้ากรุง ระหว่างหกโมงเช้าถึงสามทุ่ม มีเสียงโอดโอย ทำลายรายได้รถบรรทุกหลายหมื่นล้าน คนจะตกงานอีกมาก

      งานนี้เป็นงานใหญ่ มีผลประโยชน์กลุ่มรถบรรทุกข้างหนึ่ง กับอีกข้างคือชีวิตของคนกรุงที่ผจญกับฝุ่นควันพิษ ทางเลือกนี้ไม่น่าจะยาก ถ้ายึดหลักชีวิตคนเป็นใหญ่

      ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ออกมาเตือนเรื่องฝุ่นพีเอ็ม 2.5 มีระบบการบอกข่าวทันสมัยให้คนระวังตัวล่วงหน้า นี่คืองานของ กทม.ที่เห็นชัดเจนว่าชีวิตคนสำคัญกว่าเงิน

      ผมได้ข่าวกลุ่มทุน จะเข้าไปเหมา บขส.เอกมัย ทำศูนย์การค้า โรงแรม ฯลฯ เหมือนที่ออกกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินหลังตลาดหมอชิตเก่า เปิดทางออกสะดวกให้ศูนย์การค้าใหม่ ที่จะเอา บขส.จากหมอชิต 2 ย้อนมาอยู่ที่หมอชิต 1

      ที่ บขส.เอกมัย มีเสียงทักจาก กทม.ยังไม่ผ่านกฎหมายผังเมือง ที่หมอชิต 1 กทม.มีกฎหมายสิ่งแวดล้อมสกัดโครงการ ที่นักการเมืองกับพ่อค้าใช้มุก บขส.สุมหัวกันหากิน

      ห้าแยกลาดพร้าว ปกติรถก็ติด อากาศก็เสีย ซ้ำเติมด้วยพีเอ็ม 2.5 ยังไม่รวมม็อบการเมืองเลือกเป็นทำเลทอง ขืนปล่อยให้ บขส.เป็นพันคันมาวิ่ง หลับตานึกเอา อะไรจะเกิดตาม

      อยากเห็นผู้ว่าฯอัศวินออกมาทักดังๆ หากลงเลือกตั้ง กทม. ผมจะชวนคนไปเลือกท่านมาสานงานต่อ.

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ชักธงรบกิเลน ประลองเชิงโควิด-19PM2.5วิกฤติการเมืองฝุ่นพิษประเทศไทย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 19:14 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์