ใครฆ่าน้องชมพู่ ผ่านมา 38 วันยังเป็นปริศนา คนไทยรอผลการไขคดีของตำรวจ (คลิป)

ข่าว

    ใครฆ่าน้องชมพู่ ผ่านมา 38 วันยังเป็นปริศนา คนไทยรอผลการไขคดีของตำรวจ (คลิป)

    ไทยรัฐออนไลน์

    18 มิ.ย. 2563 15:10 น.

    "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" ขอไล่เรียงเหตุการณ์สะเทือนขวัญคดี "น้องชมพู่" ผ่านมา 38 วันยังเป็นปริศนาใครคือคนร้ายลงมือทำร้ายเด็ก

    - เช้าวันที่ 11 พ.ค.63 น้องชมพู่ หรือเด็กหญิง อรวรรณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 3 ปี ได้หายตัวออกจากบ้านหมู่ 3 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ห่างจากบ้านไปราว 1.7 กม.ไปตั้งแต่ตอนเช้าระหว่างที่พ่อกับแม่ออกไปทำงาน โดยน้องชมพู่อยู่กับพี่สาวอายุ 13 ปี

    - ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.- 14 พ.ค. พ่อและแม่ รวมถึงชาวบ้านได้ออกตามหาน้องชมพู่ตลอดเวลา และได้นำร่างทรงมาประกอบพิธีตามความเชื่อ เพื่อขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์เปิดทางให้หาเจอ

    - ช่วงบ่ายของวันที่ 14 พ.ค. ยายตุน อายุ 70 ปี ชาวบ้านจังหวัดสกลนคร เดินเท้าขึ้นไปเก็บเห็ดหาของป่าเทือกเขาภูพานน้อย เขตอุทยานแห่งชาติภูผายล แจ้งเบาะแสว่า พบรองเท้าเด็กสีเขียว บนกลางป่า ก่อนที่จะนำทางเจ้าหน้าที่เดินทางไปจุดที่พบรองเท้า (พบแล้ว "น้องชมพู่" ด.ญ.3 ขวบหายตัวปริศนา ถูกฆ่าเปลือยกลางป่า ลึก 2 กม.)  

    - เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพื้นที่ใกล้เคียง ห่างจากจุดพบรองเท้า ประมาณ 5 เมตร จนพบสภาพศพน้องชมพู่ อยู่ในสภาพเปลือยกาย ไม่สวมเสื้อผ้า สภาพศพคล้ายกับโดนบีบคอก่อนเสียชีวิตในป่าภูเหล็กไฟ ห่างจากบ้านไปราว 1.7 กม.

    - นอกจากนี้ยังพบเสื้อผ้าตกในที่เกิดเหตุ ห่างกันประมาณ 2-3 เมตร เป็นเสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีชมพู และกางเกงในสีขาวอีก 1 ชั้น

    - วันที่ 15 พ.ค. นายณรินทร์ น้าชายและญาติของน้องชมพู่ กล่าวว่า ผลจากการผ่าศพพิสูจน์โดยแผนกนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี สภาพศพไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือการล่วงละเมิดทางเพศ (ผลชันสูตร "น้องชมพู่" ไม่พบถูกทำร้าย-ล่วงละเมิด ผบช.ภ.4 ระดมทีมสืบการตาย)

    - วันที่ 18 พ.ค. นายไชย์พล ลุงของน้องชมพู่ กล่าวว่า ผลชันสูตรศพครั้งที่ 2 ซึ่งผลออกมาเป็นบวก น้องชมพู่มีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ แต่ตรงไหนยังไม่ทราบ ส่วนในทางคดีหลังจากนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่ว่าจะช่วยได้มากน้อยแค่ไหน (ผลชันสูตรศพ "น้องชมพู่" รอบ 2 พบบาดแผลตามร่างกายและอวัยวะเพศ)

    - วันที่ 19 พ.ค. นายแพทย์ศักดิ์สิทธิ์ บุญญลักษณ์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ขอยืนยันว่าไม่พบร่องรอยของการทำร้ายร่างกาย หรือการร่วมเพศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้มีการหารือกับแพทย์ทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เบื้องต้นก็ไม่มีการขัดแย้งแต่อย่างใด

    ทั้งนี้ หมอจากทางสถาบันนิติเวชเอง ไม่ได้ระบุว่ามีการทำร้ายร่างกายหรือล่วงละเมิดทางเพศ ระบุเพียง "ไม่ปรากฏสาเหตุการตาย แต่พบบาดแผลตามร่างกายและอวัยวะเพศ" ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าบาดแผลที่พบเกิดจากทำร้ายร่างกาย ล่วงละเมิด หรือสาเหตุใดแน่ชัด มีแต่การตีความจากสื่อเองว่าถูกทำร้ายร่างกาย แล้วเผยแพร่ทางสื่อต่างๆ จนแผนกได้ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง โดยจะต้องแจ้งความดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าว (นิติเวช สปส. ยันน้องชมพู่ ไม่ถูกล่วงละเมิด แจ้งความคนทำสับสนถูกดูหมิ่น

    - วันที่ 20 พ.ค. พ่อและแม่ของน้องชมพู่ ได้เคาะโลงบอกลูกก่อนจะเผาว่า ให้น้องชมพู่ส่งกระแสจิตมาบอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้จับคนร้ายให้ได้ เพื่อให้ตายตกไปตามกัน ไม่ให้คนชั่วหนีลอยนวล

    - วันที่ 21 พ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนในการตายของน้องชมพู่ทั้งหมด 7 คน

    - จากนั้นก็ตีวงแคบลงมาเหลือเพียง 2 คน โดย 2 คนนี้หนึ่งคนเป็นคนที่ทำหน้าที่เก็บของป่า ตัดต้นไม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่เคยนำตัวมาสอบปากคำแล้ว แต่การให้ปากคำของเจ้าตัวน่าสงสัยในหลายเรื่อง บางครั้งมีการจับผิดได้ว่าเจ้าตัวมีการโกหกกับทางตำรวจด้วย และอีกหนึ่งคนเคยมีประวัติเกี่ยวกับคดีทางเพศ รวมถึงมีความหมกมุ่นทางจิตเกี่ยวกับเรื่องเพศ และเป็นเพียงคนเดียวใน 7 คนที่มีคลิปลามกไว้ในโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก (ตร.เร่งไขคดีน้องชมพู่ พุ่งเป้าต้องสงสัย 2 ราย แต่ขาดหลักฐานเชื่อมโยง)  

    - วันที่ 23 พ.ค. นายวี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี 1 ใน 7 ผู้ต้องสงสัย ที่ตำรวจนำเจ้าตัวไปตรวจร่างกายและเก็บดีเอ็นเอ กล่าวว่า ผมไม่มีวันฆ่าน้องชมพู่แน่นอน เนื่องจากตัวเองและแม่น้องชมพู่ก็เติบโตมาด้วยกัน น้องชมพู่ก็เปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง วันที่เกิดเหตุ ตัวเองทำงานไม้อยู่ใกล้บ้านน้องชมพู่ อยู่ห่างกันเพียง 100 เมตรเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงน้องชมพู่ร้อง หรือมีคนแปลกหน้าเดินผ่านเข้าไปที่บ้านของน้องชมพู่ ซึ่งตัวเองไม่มั่นใจว่า คนร้ายนั้นอาจจะอ้อมมาจากทางด้านหลังแล้วทำร้ายน้อง หรือปิดปากน้องหรือไม่ ก่อนที่จะพาน้องขึ้นไปบนภูเขา ตัวเองยังคงอยากให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายตัวจริงให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากตอนนี้ ชาวบ้านทุกคนต่างระแวง เพราะคิดว่าคนร้ายน่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่และเป็นคนในหมู่บ้าน ไม่อยากให้ตำรวจจับแพะ (พ่อแม่ของน้องชมพู่เชื่อลูกไปสบายแล้ว อีก 1 ผู้ต้องสงสัยยันไม่ได้ฆ่าน้อง)

    - วันที่ 26 พ.ค. แม่น้องชมพู่ กล่าวว่า การที่หมอดูและพระหลายท่านบอกว่า คนร้ายยังอยู่ในหมู่บ้านไม่ไปไหน และยังคงเล่นละครตบตาเจ้าหน้าที่ไปวันๆ ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง คนร้ายยังอยู่ใกล้พวกเธอตลอดเวลา ซึ่งเมื่อก่อนไม่เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ หรือมนตร์ดำ แต่ตอนนี้เริ่มที่จะเชื่อแล้ว เพราะพระอาจารย์หรือหมอดูหลายคนมองว่า ที่หาไม่เจอ หากนับจากวันที่น้องหายตัวไปก็ผ่านมา 16 วันแล้ว คนร้ายอาจจะต้องมีวิชาหรือเล่นของมนตร์ดำอะไรบางอย่างหรือไม่ เนื่องจากแปลกมาก หากเป็นชาวบ้านธรรมดาไม่น่าจะหลบซ่อน หรือลงมือได้อย่างแนบเนียนขนาดนี้

    - แม่น้องชมพู่ บอกว่า ที่ผ่านมา ตนและสามีไม่ค่อยจุดธูปบูชาศาลหลังบ้าน หรือทำบุญอะไรเท่าไร ซึ่งตรงกับที่หมอธรรมบอก ซึ่งเหตุนี้หรือไม่ที่ทำให้พระภูมิเจ้าที่ไม่ยอมเปิดทาง หรือช่วยให้เจอหลักฐานสักที แต่หลังจากที่มีหลายคนทักและบอกให้ไปบนบานศาลกล่าวบ้าง ตัวเองก็ทำ แต่อาจจะไม่ค่อยบ่อย ("แม่น้องชมพู่" เชื่อคนร้ายมีวิชา-เล่นมนตร์ดำ ยังมั่นใจ ตร.ตามรวบตัวได้ )  

    - 11 มิ.ย. พล.ต.ต.อรรคพงศ์ พิมลศิริ ผบก.ภ.จ.มุกดาหาร เปิดเผยว่า ตอนนี้มีพยานหลักฐานแน่นหนาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอต่างๆ มีผลตรวจดีเอ็นเอออกมาแล้ว ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าจะทำให้เสียหายต่อรูปคดี

    - สิ่งที่เน้นย้ำ คือ การนำเสนอข่าวอาจจะไปกระทบกระเทือนจิตใจต่อผู้เสียหาย ตอนนี้ผู้เสียหายมีความเสียใจอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่อยากให้ไปซ้ำเติมผู้เสียหายกันเลย คดีนี้สำนวนคดีพูดไม่ได้ทุกสิ่งทุกอย่าง อยู่ที่สำนวนการสอบสวน มีประจักษ์พยาน พยานวัตถุ พยานหลักฐาน ครบไปในระดับหนึ่งกันไปแล้ว (ตร.มุกดาหารรู้ผลดีเอ็นเอคดีน้องชมพู่แล้ว ส่วน 5 ครูข่มขืน นร.เอาผิดได้แน่)  

    - วันที่ 17 มิ.ย. ตำรวจไปตรวจบ้านลุงพล ที่เป็นลุงเขยของน้องชมพู่ เป็นครั้งที่ 2 โดยตำรวจมุ่งเป้าไปที่ถุงปุ๋ย ซึ่งลุงพลก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

    - โดยตำรวจเก็บถุงปุ๋ยยูเรีย กระสอบปุ๋ยสีขาว ถุงมือผ้าขอบแดง และเก็บขนเจ้านิคสุนัขบ้านลุงพล

    - ลุงพล เปิดใจว่า ผมไม่ได้กังวล พร้อมให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ตำรวจเต็มที่ เพราะผมมั่นใจในความบริสุทธิ์ วานนี้ผมไปหาแม่ที่สกลนครมาแค่ไปขอกำลังใจแม่ และไปดูแม่เฉยๆ เพราะตอนนี้แม่ค่อนข้างเครียด

    - เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ค้นบ้านลุงพลคนเดียว แต่ไปค้นเกือบทุกบ้านในหมู่บ้านกกกอด

    - ประชาชนตอนนี้แบ่งออกไป 2 ฝ่าย สงสัยทั้งพ่อแม่ของน้องชมพู่ และสงสัยลุงพล ซึ่งทั้งหมดต้องรอการพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว

    - ก่อนหน้านี้หลวงปู่เดือนชัย ธัมมวิจโย เจ้าอาวาสวัดถ้ำจารย์ครูภูหินต่าง จ.มุกดาหาร ที่ทำพิธีและเกิดนิมิตเห็นคนร้ายในคดีน้องชมพู่ และยังให้เลขปริศนาธรรม จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

    - ล่าสุดวันที่ 18 มิ.ย. นายสิทธิลักษณ์ จิตอาคนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดมุกดาหาร พร้อมบุคลากรในสังกัดประชุมร่วมกับพระสังฆาธิการ เจ้าคณะผู้ปกครองสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต ในกรณีพระเดือนชัย ธัมมวิจโย ประธานที่พักสงฆ์ถ้ำจารย์ครูหินต่าง มีวัตรปฏิบัติแสดงออกไม่เหมาะสมแก่สมณวิสัย โดยมี พระเดชพระคุณพระสุทธิสารโสภณ เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร (ธ) เป็นองค์ประธานการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้มีมติขับพระเดือนชัย ธัมมวิจโย ประธานที่พักสงฆ์ถ้ำจารย์ครูหินต่าง ออกจากพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร (คณะสงฆ์มีมติไล่ "หลวงปู่เดือนชัย" ออกจากมุกดาหาร ปมโยงคดี "น้องชมพู่")

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน
    04:03

    มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    น้องชมพู่ใครฆ่าน้องชมพู่หลวงปู่เดือนชัยผู้ต้องสงสัยฆ่าน้องชมพู่พ่อแม่น้องชมพู่คดีน้องชมพู่ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 เวลา 18:42 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์