ข่าว
100 year

พ่อแม่ของน้องชมพู่เชื่อลูกไปสบายแล้ว อีก 1 ผู้ต้องสงสัยยันไม่ได้ฆ่าน้อง

ไทยรัฐออนไลน์23 พ.ค. 2563 22:54 น.
SHARE

1ในผู้ต้องสงสัยคดีน้องชมพู่ เผยอยากให้จับคนร้ายตัวจริงให้ได้ ด้านพ่อ เชื่อลูกสาวไปสบายแล้ว ส่วนแม่ยังคิดถึงลูกทุกวัน ขอบคุณ จนท.ทุกฝ่าย ตอนนี้รอวันเจอหน้าคนร้าย จะได้ไม่ต้องหวาดผวาอีก

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.63  ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านของพ่อแม่น้องชมพู่ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ตั้งแต่เช้าพ่อน้องชมพู่ นำหินและทรายไปผสมปูน เพื่อสร้างฐานธาตุเก็บกระดูกให้น้อง โดยครอบครัวจะมีการเก็บกระดูกของน้องชมพู่ในวันพรุ่งนี้ (24 พ.ค.63)

พ่อของน้องชมพู่ บอกว่า อยากนำกระดูกของลูกสาวมาเก็บไว้ที่วัดภูผาแอก ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน โดยมีธาตุเก็บกระดูกของ ตากับยายอยู่ข้างๆ เพื่อให้ตากับยายช่วยดูแลน้องชมพู่ ซึ่งจนถึงตอนนี้ตัวเองเชื่อว่า น้องน่าจะไปสบายแล้ว ไม่ใช่อย่างที่หมอดูต่างๆบอกว่า วิญญาณน้องยังอยู่บนภูเขา

ด้าน นายวี (นามสมมุติ) อายุ 40 ปี อาชีพช่างตกแต่งบ้าน และมาซ่อมบ้านให้บ้านน้องชมพู่ อีก 1 ใน 7 ผู้ต้องสงสัย ที่ตำรวจนำเจ้าตัวไปตรวจร่างกายและเก็บดีเอ็นเอ กล่าวว่า ผมไม่มีวันฆ่าน้องชมพู่แน่นอน เนื่องจากตัวเองและแม่น้องชมพู่ก็เติบโตมาด้วยกัน น้องชมพู่ก็เปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่ง วันที่เกิดเหตุ ตัวเองทำงานไม้อยู่ใกล้บ้านน้องชมพู่ อยู่ห่างกันเพียง 100 เมตรเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงน้องชมพู่ร้อง หรือ มีคนแปลกหน้าเดินผ่านเข้าไปที่บ้านของน้องชมพู่ ซึ่งตัวเองไม่มั่นใจว่า คนร้ายนั้นอาจจะอ้อมมาจากทางด้านหลังแล้วทำร้ายน้อง หรือ ปิดปากน้องหรือไม่ ก่อนที่จะพาน้องขึ้นไปบนภูเขา

ตัวเองยังคงอยากให้ตำรวจเร่งจับคนร้ายตัวจริงให้ได้โดยเร็ว เนื่องจากตอนนี้ ชาวบ้านทุกคนต่างระแวง เพราะคิดว่าคนร้ายน่าจะยังคงอยู่ในพื้นที่และเป็นคนในหมู่บ้าน ไม่อยากให้ตำรวจจับแพะ โดยขอให้คนร้ายออกมามอบตัวซะเถอะ หนีไปไหนก็ไม่รอด นอกจากนี้ วันนี้ตัวเองตั้งใจมาช่วยพ่อของน้องชมพู่ ก่อสร้างธาตุเก็บกระดูกให้น้องชมพู่ เพื่อเป็นสิ่งไถ่โทษในฐานะที่ตัวเองอยู่ใกล้แท้ๆ แต่กลับช่วยน้องชมพู่ไม่ได้ และต้องเสียน้องชมพู่ไป

ส่วน แม่ของน้องชมพู่ กล่าวว่า ตัวเองนั้นนอนคิดถึงลูกสาวทุกวัน และคิดว่าลูกสาวน่าจะไปสบายแล้ว สำหรับการตายของลูกสาว ขอตั้งขอสังเกตว่า วันที่น้องชมพู่หาย ช่วงเวลา 09.00น.วันที่ 11 พ.ค.ได้พยายามแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยประกาศเสียงตามสายให้ชาวบ้านในชุมชนรู้ และช่วยกันออกตามหา แต่วันนั้น จู่ๆไฟฟ้าในหมู่บ้านก็ดับ ไม่สามารถประกาศได้ กินเวลาไปประมาณ 30 นาที จึงมาตั้งข้อสันนิษฐานว่า จะเป็นไปได้ไหมที่คนร้ายนั้น น่าจะรู้ช่วงเวลาที่เธอและสามีออกจากบ้าน ไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากเด็ก และอาจมีใครแกล้งตัดไฟฟ้า หรือ ทำให้คนในหมู่บ้านทราบข่าวช้า คนร้ายจะได้มีเวลาหนี ชาวบ้านต้องใช้วิธีวิ่งไปบอกต่อกันเองกว่าจะช่วยกันออกไปก็กินเวลาไปพอสมควร ปกติไฟฟ้าในหมู่บ้าน จะไม่ค่อยดับ จะดับก็ต่อเมื่อมีฝนพายุแรงๆ แต่ช่วงเวลาที่น้องชมพู่หายนั้น ฟ้าโปร่ง แดดร้อน ไม่น่าจะมีสาเหตุที่ทำให้ไฟฟ้าดับได้

"นอกจากนี้ ขอฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ยังคงไม่หยุดช่วยตามหาคนร้ายมาให้น้องชมพู่ ครอบครัวเราซาบซึ้งในน้ำใจมากๆ และยังรอวันที่เธอเจอหน้าคนร้ายตัวจริง หากถึงวันนั้นจริงๆ เธอจะดีใจมากๆ เพราะชาวบ้านจะได้ไม่ต้องอยู่กับอย่างหวาดผวาอีกต่อไป ทั้งนี้ มีของชำร่วยงานศพของน้อง เป็นลอตเตอรี่ ที่เอาไว้แจกในงานวันเผา ลอตเตอรี่สิ่งนี้ เธอเจอภายในห้องของน้องชมพู่ เก็บไปไม่หมด ไม่รู้ว่า ทำไมถึงเหลืออยู่ เลยเอามาให้ผู้สื่อข่าวเผื่อว่า น้องชมพู่อาจจะให้โชค" แม่น้องชมพู่ กล่าว.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้องชมพู่น้องชมพู่เสียชีวิตผู้ต้องสงสัยฆ่าน้องชมพู่พ่อแม่น้องชมพู่มุกดาหารเก็บกระดูกน้องชมพู่ข่าวทั่วไป

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้