ประกาศเป็นทางการ ไผ่พันธุ์ใหม่ของไทย “ไผ่เลี้ยง” หลังนักวิจัยด้านวนศาสตร์ศึกษาจนรู้ชัด เป็นลูกผสมระหว่างไผ่รวกกับไผ่ตง ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ทำให้ได้คุณสมบัติเด่นจากไผ่สองสายพันธุ์ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งลำและหน่อ กินก็ได้ ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หรือปลูกเป็นไม้ประดับก็ดีนักวิจัยคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมกับทีมเชี่ยวชาญไผ่จากองค์กรต่างๆ ค้นพบไผ่ลูกผสม ระหว่างไผ่ซางนวลกับไผ่รวก กลายเป็นสกุลใหม่และชนิดใหม่ของโลก เรื่องราวไผ่ลูกผสมพันธุ์ใหม่ เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 ส.ค. โดย รศ.ดร.สราวุธ สังข์แก้ว อาจารย์ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มก.กล่าวว่า ได้ร่วมกับทีมผู้เชี่ยวชาญไผ่จากองค์กรต่างๆ ประกอบด้วย ดร.อัจฉรา ตีระวัฒนานนท์ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ Dr. Weilim Goh, Mr. Kok Sim Chan, Mrs. Yi Xian How จาก Universiti Tunku Abdul Rahman ประเทศมาเลเซีย Dr. Dieter Ohrnberger ผู้เชี่ยวชาญไผ่ของโลก ผู้เขียนหนังสือ The bamboos of the world และ Dr. Khoon Meng Wong จากสวนพฤกษศาสตร์ประเทศสิงคโปร์ ได้ศึกษาไผ่เลี้ยง ซึ่งเป็นลูกผสม (hybrid) มาหลายปี จากนั้นได้มอบหมายให้ ดร.จักรพงษ์ รัตนมณี จากคณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ใช้เครื่องมือทางด้านชีววิทยาโมเลกุล ตรวจสอบจนพบว่าไผ่ชนิดใหม่นี้ แท้จริงแล้วเป็นลูกผสมจากไผ่ต่างสกุลกัน (Intergeneric hybrid) โดยเป็นลูกผสมระหว่างไผ่ซางนวล (Den drocalamus membranaceus Munro) กับไผ่รวก (Thyrsostachys siamensis Gamble) ทำให้มีสกุลของลูกผสมสกุลใหม่ (nothogen. nov.) เกิดขึ้นชื่อว่า Thyrsocalamus Sungkaew & W.L. Goh โดยคำระบุชนิด (specific epithet) ว่า “liang” มาจากภาษาไทย ที่มักใช้เรียกไผ่ชนิดนี้ว่า “ไผ่เลี้ยง” ผลงานวิจัยครั้งนี้ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารชื่อ Phytotaxa เมื่อ 31 ก.ค.61ไผ่เลี้ยงชนิดใหม่นี้มีลักษณะทั่วไปก้ำกึ่งระหว่างไผ่ซางนวลกับไผ่รวก เช่น ลำและใบมีขนาดค่อนข้างเล็ก กาบล่างของดอกย่อยปลายแหลม กาบบนของดอกย่อยปลายแหว่ง หรือแยกเป็นสองแฉกชัดคล้ายกับของไผ่รวก ขณะที่มีใบยอดกาบสีออกไปทางสีม่วงอมเขียวและค่อนข้างแคบ ด้านล่างของกาบช่อย่อยและกาบล่างของดอกย่อยมีขนสั้นนุ่มเด่นชัด และด้านบนของกาบบนของดอกย่อยมีขนสั้นนุ่มปกคลุมทั่วไป และมักมีอับเรณูสีม่วงคล้ายกับของไผ่ซางนวล เป็นไผ่ที่ใช้ประโยชน์กันอย่างกว้างขวางทั้งหน่อ ลำ และปลูกเป็นไม้ประดับ ใช้ประโยชน์จากลำในการก่อสร้าง ทำเฟอร์นิเจอร์ บันได หน่อกินได้ และนิยมปลูกเป็นไม้ประดับจัดสวน ปลูกเป็นรั้ว ซึ่งนิยมปลูกกันทั่วไปในประเทศเขตร้อน สำหรับไผ่ซางนวล หรือไผ่ตง ชื่อวิทยาศาสตร์ Dendrocalamus เป็นไผ่ประเภทเหง้า มีกอขนาดใหญ่ สูง 20-30 ม. ลำไผ่ตรง อัดกันเป็นกอค่อนข้างแน่น ปลายลำโค้งถึงห้อยลง เส้นผ่าศูนย์กลางลำ 10-20 ซม. ปล้องยาว 20-50 ซม. เนื้อลำหนา 1-3.5 ซม. ลำอ่อนปล้องล่างมีขนสีน้ำตาลปกคลุมหนาแน่น ปล้องบนมีขนสีขาวหรือสีเทาปกคลุม ลำแก่สีเขียวเข้มหรือสีเขียวอมเทา สันนิษฐานว่า นำมาจากจีน และมีรายงานว่า ถิ่นกำเนิดจากอินโดนีเซีย แต่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัด ในประเทศไทยนิยมปลูกทั่วทุกภาค ไม่พบในป่าธรรมชาติ ส่วนไผ่รวก ชื่อวิทยาศาสตร์ Thyrsostachys siamensis เป็นไผ่ขนาดค่อนข้างเล็ก เหง้ารวมเป็นกอแน่น กาบหุ้มลำต้นรัดแน่น ไม่หลุดจนแก่ ยอดกาบเรียงสอบไปหาปลาย ไม่มีติ่งปลายกาบ ใบเดี่ยวเรียงสลับ 2 แถว ทนแล้งได้ดี นิยมปลูกกันลมหรือปลูกเป็นรั้ว พบครั้งแรกในประเทศไทย จึงตั้งชื่อสปีชีส์เป็นเกียรติให้แก่ประเทศไทย มีการกระจายพันธุ์ไปทั่วทั้งใน จีน ยูนนาน พม่า ลาว เวียดนาม ศรีลังกา บังกลาเทศ และมาเลเซีย