โยเกิร์ต นมเปรี้ยว เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับความนิยมบริโภคประทังความหิวในภาวะเร่งด่วน แต่ด้วยทำจากนมวัว มีส่วนผสมของน้ำตาลแล็กโทส 7-10% ทำให้ผู้บริโภคหลายรายที่แพ้นมและน้ำตาลแล็กโทส มีอาการท้องอืด ท้องเสีย เพราะร่างกายไม่สามารถย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมได้นายประมวล ทรายทอง นักวิจัยชำนาญการพิเศษ ฝ่ายจุลชีววิทยาประยุกต์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) จึงได้ร่วมกับ นางวนิดา เทวารุทธิ์ ชิติสรรค์กุล นักวิจัยชำนาญการฝ่ายโภชนาการและสุขภาพ นำกะทิจากมะพร้าวและเนื้อมะพร้าว ซึ่งมีโปรตีน ไขมันอิ่มตัว วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน ที่จำเป็นต่อร่างกาย และไม่มีคอเลสเทอรอลมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตโยเกิร์ต 2 แบบ...เป็นโยเกิร์ตที่ใช้กะทิผสมเนื้อมะพร้าวชนิดกวน กับโยเกิร์ตกะทิผสมเนื้อมะพร้าวแบบคงตัว ทั้งสองแบบไม่มีส่วนผสมของนม (non-dairy) จึงช่วยแก้ปัญหาผู้แพ้นม แพ้น้ำตาลแล็กโทส และเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้รักสุขภาพ ผู้บริโภคมังสวิรัติได้อีกทางหนึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตจากมะพร้าวได้รับการพัฒนาสูตรและอัตราส่วนที่มีความเหมาะสม และผ่านการทดสอบทางประสาทสัมผัส พร้อมการศึกษาข้อมูลในด้านต่างๆ ทั้งชนิดจำนวนของกล้าเชื้อจุลินทรีย์โพรไบโอติกที่มีชีวิตมากกว่า 10,000,000 ล้านเซลล์ต่อกรัม มีคุณค่าทางโภชนาการต่อร่างกาย สามารถยืดอายุการเก็บรักษาไว้ได้นาน 90 วัน และอยู่ในอุณหภูมิห้อง หรือ 20-25 ํC ได้อีกด้วย ในขณะที่โยเกิร์ตทั่วไปมีอายุการเก็บสั้น 20-30 วัน และต้องเก็บไว้ที่อุณหภูมิ 7-8 ํCนอกจากโยเกิร์ตกะทิผสมเนื้อมะพร้าวชนิดกวน และโยเกิร์ตกะทิผสมเนื้อมะพร้าวแบบคงตัว ได้ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย โดยใช้น้ำผลไม้ท้องถิ่นของไทยมาเป็นส่วนผสมกลายเป็นโยเกิร์ตน้ำสับปะรด โยเกิร์ตน้ำเสาวรส โยเกิร์ตน้ำลูกหม่อน โยเกิร์ตน้ำหมากเม่า และผสมออกมาเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เพื่อความสะดวกของผู้บริโภค ทำให้ผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย เพิ่มทางเลือกมากให้แก่ผู้บริโภคซึ่งผลิตภัณฑ์โยเกิร์ตทั้ง 2 แบบ ได้รับการจดอนุสิทธิบัตรเลขที่ 15160 และ 15162 ไว้เรียบร้อยแล้ว ผู้สนใจผลิตภัณฑ์ สอบถามที่สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร 08-6779-4123.