"พอ" เป็นสิ่งหายากในหมู่คน “โลภ”“นิ่ง” เป็นสิ่งหายากในหมู่คน “โกรธ”“หยุด” เป็นสิ่งหายากในหมู่คน “หลง”ธรรมมะเท่านั้นที่ช่วยท่านได้ พระนิพนธ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ได้กล่าวถึงไว้เกี่ยวกับ “ความพอดีของชีวิต”...ความคิดว่าพอ คิดให้รู้จักพอ ผู้รู้จักพอจะเป็นผู้ที่มีความสบายใจ ส่วนผู้ไม่รู้จักพอจะเป็นผู้ร้อนเร่าแสวงหาไม่หยุดยั้ง...“ความไม่รู้จักพอมีอยู่ได้แม้ในผู้เป็นใหญ่เป็นโตมั่งมีมหาศาล และความรู้จักพอก็มีได้แม้ในผู้ยากจนต่ำต้อย”“ความพอ” เป็นเรื่องของใจที่ไม่เกี่ยวกับฐานะภายนอก คนรวยที่ไม่รู้จักพอก็เป็นคนจนอยู่ตลอดเวลา คนจนที่รู้จักพอก็เป็นคนมั่งมีอยู่ตลอดเวลา “การยกฐานะจากยากจนให้มั่งมีนั้นทำได้ไม่ง่าย บางคนตลอดชาตินี้อาจทำไม่สำเร็จ แต่การยกระดับใจให้มั่งมีนั้นทำได้ทุกคน แม้มีความมุ่งมั่นจะทำได้จริง...คนรู้จักพอไม่ใช่คนเกียจคร้าน และคนเกียจคร้านก็ไม่ใช่คนรู้จักพอ ควรทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้ถูกต้องแล้วอบรมตนเองให้ไม่เป็นคนเกียจคร้านแต่ให้เป็นคนรู้จักพอ”0 0 0 0“หลวงพ่ออภัย” หรือ “พระพุทธรูปปางอภัยทาน” ภายในพระอุโบสถวัดแก้วพิจิตร (พระอารามหลวง) แห่งเมืองปราจีนบุรี ได้ชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์เป็นศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนมากมายที่หลั่งไหลเข้ามากราบไหว้บูชา ขอพรกันไม่ขาดสายทุกวี่วัน เล่าลือกันต่างๆนานา...ถึงเรื่องที่ประสบสมหวัง ตามเป้าประสงค์ดังใจปองทุกครั้งที่มาขอกันเสียเป็นส่วนใหญ่“หลวงพ่ออภัย” ศรัทธาความเชื่อที่บอกต่อๆ กันมามีว่า...ถ้าผู้ใดเป็นคนใจร้อน เมื่อได้มานมัสการแล้วก็จักใจเย็นลง สงบขึ้น หรือ...ผู้ใดถ้าเป็นคนที่คำพูดไม่มีความหมาย ไม่ประทับใจขวางหูผู้ฟัง เมื่อได้มานมัสการแล้ว คำพูดของผู้นั้นจะประทับใจ ตรึงใจผู้ฟังและผู้ร่วมสนทนา และถ้าหากล่วงเกินใคร จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้นมัสการแล้ว จะได้รับการอภัยเสมอ ไม่มีศัตรู พร 3 ข้อข้างต้นนี้เป็นของ เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ผู้สร้างและบวงสรวงขอพร ซึ่งพระพุทธรูปปางอภัยทานองค์เดียวในโลกองค์นี้ออกแบบโดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในปี 2462ใครดวงตก ดวงไม่ดี...ชงกันมากชงกันน้อยก็ให้เร่งรี่ไปกราบสักการะหลวงพ่อท่านในเร็ววัน ไม่แน่ว่า...เรื่องร้ายๆจะผ่อนคลายลดหนักให้เป็นเบา เรื่องดีๆก็จะแวะเวียนเข้ามาหาตัว สุขสมหวังตามใจหวังคาถาบูชา “หลวงพ่ออภัยทาน” นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ) นะมาโตหัง พุทธะ อภัยทาน ธนะกังติปิ สัมมะลาโภ อาคัจฉาหิ ข้าพเจ้า ขอนอบน้อม บูชาหลวงพ่อพุทธอภัยทาน ขอทรัพย์และลาภอันประเสริฐจงบังเกิดมีแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด0 0 0 0วัดแก้วพิจิตร ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำปราจีนบุรี ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ตามประวัติบันทึกไว้ว่าวัดนี้สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 2422 ด้วยลักษณะโดดเด่นของพระอุโบสถเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ใดในประเทศไทย ก่อสร้างโดยช่างและแรงงานชาวเขมรในสังกัดของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นการผสานระหว่างศิลปกรรมไทย จีน เขมรและตะวันตก ได้รับการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.2464หากใครได้มาเยือนแล้ว มีโอกาสอย่าลืมไปกราบ พระพุทธไสยาสน์ (พิมพิลา) ขนาดความยาว 5.99 เมตร มีความกว้าง 1.39 เมตร ลักษณะองค์แกะสลักจากลำต้นเนื้อไม้ตะเคียนทอง ตามตำนานเล่าต่อๆกันมาจากบรรพบุรุษว่า...พื้นที่วัดแก้วพิจิตรแต่เดิมเป็นป่าไม้เบญจพรรณติดต่อกับพื้นที่ท้องนาเศรษฐีใจบุญผู้หนึ่ง บริเวณพื้นที่สร้างโบสถ์ด้านทิศใต้มีต้นไม้ใหญ่สองต้น ต้นเกตุ กับ ต้นตะเคียนทอง เมื่อได้ทิ้งต้นตายพรายไปแล้ว ด้วยความเชื่อที่ว่าต้นไม้ใหญ่มีเทวดารักษา เจ้าอาวาสจึงดำริให้นำลำต้นไปแกะสลักเป็น “พระพุทธรูปปางไสยาสน์” เพื่อเป็นอนุสรณ์และเป็นสิ่งสักการะแทนองค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าพระพุทธไสยาสน์ (พิมพิลา) หมายความว่า พระพุทธรูปได้รับผลานิสงส์จากเทวดาประจำต้นตะเคียนทองทิ้งต้นตายพราย เพื่ออนุโมทนาลำต้นให้เป็นศาสนสมบัติแก่พระพุทธศาสนาในปีที่วัดแก้วพิจิตรได้รับโปรดเกล้าฯพระราชทานยกวัดแก้วพิจิตรขึ้นเป็นพระอารามหลวงความหมายเฉพาะคือ...“แม่ตะเคียนทอง” ได้ทอดต้นเพื่ออุทิศเป็นพุทธบูชา“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่ออย่างไรก็โปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.รัก–ยม