ผู้อ่านไทยรัฐ จำนวนมากที่เป็นแฟนขาประจำคอลัมน์ อยากทราบว่า “มะม่วงน้ำตาลเตา” มีความเป็นมาอย่างไร เนื่องจากพลาดอ่านข้อมูลที่เคยแนะนำไปแล้ว ซึ่งมะม่วงดังกล่าวมีประวัติความเป็นมาคือ นายเผื่อน พันธุ์ไพศาล เอาต้นดั้งเดิมมาจากแหล่งไหนไม่มีใครทราบ ปลูกที่สวนย่านบางกรวย เชิงสะพานพระราม 6 จ.นนทบุรี และต่อมาปี พ.ศ.2500 พื้นที่ดังกล่าวถูกหลวงเวนคืนไปสร้างโรงจักรผลิตกระแสไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทำให้ต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น บรรดาลูกหลานได้นำเอาต้นพันธุ์ของ “มะม่วงน้ำตาลเตา” ที่ขยายพันธุ์ไว้ไปปลูกในที่อยู่ใหม่ด้วย พร้อมเก็บผลสุกและดิบแจกให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงรับประทานทุกๆปี ทุกคนต่างพากันยกย่องให้มะม่วงดังกล่าวเป็นสุดยอดของมะม่วงสุกที่มีรสชาติหวานหอมอร่อยที่สุดจนกระทั่งปัจจุบันมะม่วงน้ำตาลเตา มีลักษณะประจำพันธุ์คือ เวลาผลแก่จัดหรือสุกเนื้อในจะเป็นสีเหลืองคล้ายกับสีของน้ำตาลปีบ มีกลิ่นหอมแบบเฉพาะตัวเหมือนกับกลิ่นของน้ำตาลที่กำลังเคี่ยวในเตากำลังไหม้ หรือกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นลูกพลับ ซึ่งก็มีบางคนบอกว่ากลิ่นจะคล้ายกลิ่นของละมุดสีดามาก จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “มะม่วงน้ำตาลเตา” ดังกล่าว รสชาติหวานจัดมีกลิ่นหอมรับประทานอร่อยมาก ผู้เฒ่าผู้แก่สมัยก่อนนิยมเอาผลสุกล้างน้ำให้สะอาด ใช้มีดคมๆเฉือน 2 แก้ม ใช้ช้อนตักเอาเนื้อกินกับข้าวสวยร้อนๆ หรือข้าวเหนียวนึ่งสุกใหม่ๆ รสชาติเข้ากันได้ดีและอร่อยมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นยิ่งนักมะม่วงน้ำตาลเตา มีชื่อวิทยาศาสตร์และมีลักษณะทางพฤกษศาสตร์เหมือนกับต้นมะม่วงทั่วไปเกือบทุกอย่าง “ผล” เมื่อโตเต็มที่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 2 ผลต่อ 1 กิโลกรัม ผลดิบสีเขียวรสชาติหวานมันกรอบไม่มีรสเปรี้ยวเจือปนเลย ผลสุกเป็นสีเหลือง เนื้อในสีเหลืองเหมือนสีของน้ำตาลปีบ รสชาติหวานจัดมีกลิ่นหอมตามที่กล่าวข้างต้น ไม่มีเสี้ยน เนื้อไม่เละ รับประทานอร่อยมาก มีดอกและติดผลดกเป็นธรรมชาติปีละครั้ง ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด ตอนกิ่ง และทาบกิ่ง ปัจจุบันมีกิ่งตอนแท้ขายที่ตลาดนัดไม้ดอกไม้ประดับ สวนจตุจักร ทุกวันพุธ–พฤหัสฯ แผง “คุณเล็ก” ตรงกันข้ามกับโครงการ 15 ราคาสอบถามกันเองครับ.“นายเกษตร”