วิษณุ ลั่น กฎหมาย 4 ชั่วโคตร ปราบทุจริตแท้จริง แจง แม้เข้มงวดแต่มีข้อยกเว้นเรื่องเล็กน้อย ปัดเรื่องลูกชาย 'บิ๊กติ๊ก' รับงานกองทัพภาคที่ 3 บอกคนละส่วนกับตำแหน่งปลัดกลาโหม

วันที่ 22 ก.ย. เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดอันเกิดจากประโยชน์ส่วนตนขัดกับผลประโยชน์ส่วนรวม ว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ถึง 7 ชั่วโคตร เป็นเพียง 4 ชั่วโคตร เท่านั้น คือ ตัวผู้กระทำผิดเป็นโคตรที่ 1 ถ้าเอื้อประโยชน์ต่อลูกเป็นโคตรที่ 2 พ่อ-แม่เป็นโคตรที่ 3 และพี่-น้องเป็นโคตรที่ 4 จบแค่นี้ ไม่ใช่ทำผิดแล้วไปลงโทษ 4 ชั่วโคตร เหมือนสมัยก่อน ตอนนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา มีการตั้งคณะพิเศษขึ้นมาพิจารณา เพราะเป็นกฎหมายที่มีผลกระทบต่อเจ้าหน้าที่รัฐและข้าราชการ เป็นกฎหมายปราบโกงฉบับแท้จริง จึงสมควรจะต้องดูให้รอบคอบ และตนขอให้เผยแพร่ไปยังกระทรวงต่างๆ และประชาชน หากคิดว่าหนักไป เบาไปหรือไม่ชัดเจน ให้บอกมาจะได้ปรับปรุงแก้ไข ให้เวลาประมาณเดือนเศษ เมื่อแก้ไขเรียบร้อยแล้วจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง ก่อนนำเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คาดว่าเป็นช่วงปลายปีนี้

เมื่อถามว่า กฎหมายฉบับนี้จะแก้ปัญหาการคอร์รัปชันได้แบบเอาอยู่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า บอกไม่ได้ว่าเอาอยู่หรือไม่อยู่ อย่างน้อยทำให้คนหวาดกลัวว่า มีเครื่องเอกซเรย์อยู่ ถ้าจะทำต้องระมัดระวังกว่าเดิม ใครเสนอโปรเจกต์อะไรเป็นประโยชน์ต่อตัวเองมากกว่าส่วนรวมซวยแน่ รวมถึงการรับของต่อไปจะเข้มงวดมาถึงข้าราชการด้วย ถ้ารับแล้วบอกว่า รับส่วนตัว แต่เกินราคาที่กำหนดต้องส่งคืนใน 30 วัน ถ้าส่งคืนถือว่าไม่ผิด ถ้าไม่ส่ง ผิด ถ้าไม่แน่ใจราคา ให้ส่งไปก่อนแล้วค่อยตรวจสอบภายหลัง ที่พูดมาเป็นเรื่องร้ายเรื่องหนัก แต่ความจริงในกฎหมายมีข้อยกเว้นหลายอย่าง ไม่ได้เข้มงวดขนาดซองจดหมายตราครุฑใบเดียวก็ใช้ไม่ได้ ชาร์จโทรศัพท์นิดหน่อยก็ไม่ได้ เพราะมีการกำหนดว่า เรื่องใดเป็นเรื่องเล็กน้อยจะไม่เป็นความผิด โดยให้ ครม.หรือ กระทรวงเป็นผู้ออกระเบียบว่าขนาดนี้ยอมให้ทำ ขนาดนี้ไม่ยอมให้ทำ

...

เมื่อถามถึงบุตรชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทที่รับงานของกองทัพภาคที่ 3 นายวิษณุ กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ออกมาบังคับใช้ ถึงจะบังคับใช้แล้ว จะผิดหรือไม่ผิดข้อเท็จจริงตนไม่รู้ ถามย้ำว่า กรณีคนรับงาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจอนุมัติงาน นายวิษณุ กล่าวว่า ตรงนี้ไม่ได้มีปัญหาไม่อย่างนั้นคนนามสกุลเดียวกับคนมีอำนาจไม่ต้องทำมาหากินอะไร แต่คนมีอำนาจอนุมัติโครงการนั้น จะต้องไม่มีส่วนได้เสียกับโครงการ ลูกหรือญาติเสนอเรื่องมาเจ้าตัวเป็นเซ็นอนุมัติไม่ได้ ต้องให้คนอื่นลงนามแทนเพื่อจะได้ใช้ดุลยพินิจ กรณีนี้เป็นงานของกองทัพภาคที่ 3 ถือเป็นคนละส่วนกับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม