สั่นสะเทือนเศรษฐกิจไทยเต็มๆ กรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาทยอยส่งจดหมายให้แต่ละประเทศรับทราบเกี่ยวกับการกำหนดอัตราภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ โดยประเทศไทยถูกคิดอัตราภาษี 36 เปอร์เซ็นต์ แม้จะเปิดช่องขยายเวลาให้เจรจาเพิ่มเติมไปถึงวันที่ 1 ส.ค.2568 แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานการณ์ภาษีของไทยยังน่าเป็นห่วงแม้เรื่องนี้ นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ยังมั่นใจว่าจะเจรจาลงตัว ทั้งจากข้อเสนอที่ได้เดินทางไปเจรจาเอง และกลับมาทำการบ้าน มีข้อเสนอเพิ่มเติม คือลดภาษีนำเข้าให้กับสหรัฐฯ ในสินค้ามากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ คาดหวังอัตราภาษีให้อยู่ในกลุ่มที่แข่งขันได้ ส่วนผลกระทบก็มีแผนสำรองดูแลเยียวยาส่วนการที่ประเทศไทยจะเข้าร่วมกลุ่ม BRICS เชื่อว่าคงไม่ทำให้เกิดปัญหาโดนอัตราภาษีเพิ่มเติม เพราะที่จริงเราเข้าร่วมในลักษณะกึ่งพาร์ตเนอร์ ไปเรียนรู้และสังเกตการณ์ ขณะที่ประเทศอื่นเข้าร่วมไปตั้งนานแล้ว คิดว่าวันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไป ประเทศไทยจะต้องอยู่ให้ได้กับทุกฝ่าย อย่างไรก็ดีก็ต้องดูท่าทีสหรัฐอเมริกาอีกครั้งถึงตรงนี้ก็แน่นอนว่า ประเทศไทย ยังมีช่องทางเจรจาเพิ่มเติม ก่อนเดดไลน์ และการที่นายพิชัยระบุว่า จะทำงานร่วมกันกับทุกฝ่ายก็เป็นแนวทางที่ถูกต้องสอดคล้องข้อเสนอแนะ โดยเฉพาะในห้วงสำคัญของการเจรจา ควรดึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาร่วมลงรายละเอียดให้มากขึ้น ในลักษณะตั้งวอร์รูมประเทศไทยที่แท้จริงเพราะต้องยอมรับว่า กรณีอัตรา ภาษีสหรัฐอเมริกา มีผลกระทบต่อหลายภาคส่วน นอกจากกระทรวงการคลัง พาณิชย์ เกษตรและสหกรณ์ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง ยังมีกระแสข่าวข้อเสนอของไทยที่ยื่นไปยังเกี่ยวกับการจัดหา การลงทุนด้านพลังงาน การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องบินพาณิชย์ ฯลฯ ที่มีหลายกระทรวงเกี่ยวข้องเหนืออื่นใด การวางท่าทีของประเทศไทยในสถานการณ์การช่วงชิงภูมิรัฐศาสตร์โลก กรณีการเข้าร่วมกลุ่มความร่วมมือใดๆ ควรต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่าง รมว.ต่างประเทศ รมว.กลาโหม ผู้บริหารฝ่ายความมั่นคง กองทัพ เข้ามามีบทบาทร่วมเพื่อกำหนดท่าทีของประเทศไทย และพิจารณาผลกระทบเพราะวันนี้เห็นแล้วว่าเศรษฐกิจ ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์ แยกมิติกันไม่ได้ เป็นเรื่องที่ระดับรองนายกฯ และ รมว.คลัง ตัดสินใจฝ่ายเดียวคงไม่รอบด้านพอ ยิ่งในภาวะผู้นำประเทศถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ วาระสำคัญบ้านเมืองจึงต้องระดมสมองโดยเฉพาะจากฝ่ายนโยบาย ครม.ต้องร่วมตัดสินใจ ทำงานเป็นทีมกันมากขึ้น.คลิกอ่านคอลัมน์ “บทบรรณาธิการ” เพิ่มเติม