ซ้อมมือให้ชินเวทีก่อนเจอสนามจริงคิวประเดิม “นายกฯอิ๊งค์” แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตอบกระทู้ถามสดต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีแมตช์อุ่นเครื่องกระทู้สดที่พรรคร่วมรัฐบาลชงคำถามหวานเจี๊ยบถึงมาตรการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้นายกฯ ตอบเรียกความมั่นใจก่อนไปวัดผลของจริงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ปลายเดือน มี.ค.นี้สมรภูมิที่ฝ่ายค้านจับ “นายกฯอิ๊งค์” ขึ้นเขียงเพียงผู้เดียวพลิกโผจากเดิมจะซักฟอกแพ็กใหญ่ 10 คน มาล็อกเป้านายกฯเพียวๆ เน้นคุณภาพเป็นหลัก เลิกเหวี่ยงแหเอาแต่ปริมาณนายกฯมือใหม่เผชิญสังเวียนโหดในดงเสือสิงห์กระทิงแรดทางการเมือง ต้องไล่ตอบทุกข้อครหาคนเดียว ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ไม่มีใครแบ่งพื้นที่กระสุนตกถูกจี้ ถูกยั่ว กดดันหนักๆอาจเสียสมาธิ เผลอตอบโต้โดยใช้อารมณ์ เข้าทางกองเสี้ยม ปั่นดราม่าขยายผลบั่นทอนภาพลักษณ์ผู้นำตามแนวโน้มการอภิปรายส่อเค้าไม่ราบรื่นแน่ เพราะจ่อถูกถล่มครบจักรวาล ทั้งปมขาดความรู้ความสามารถ ไร้ภาวะผู้นำ ล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน เอื้อประโยชน์พวกพ้องปล่อยให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชันโยงไปถึงข้อหาจี้ใจดำ “นายกฯหุ่นเชิด” ปล่อยให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นบิดาชี้นำครอบงำการทำงานฝ่ายค้านล็อกเป้า พ่อลูกตระกูลชินฯมัดรวมในคราวเดียวกันทีมองครักษ์ไม่มีอยู่เฉยแน่ต้องคอยประท้วง คอยสกัดรักษาทรงไม่ให้ “นายกฯอิ๊งค์” ตกอยู่ในสถานการณ์เพลี่ยงพล้ำ คู่ไปกับการปกป้องนายใหญ่ไม่ให้บอบช้ำ จากการถูกขยี้หนัก ปมชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจแม้เป้าหมายถูกอภิปรายมีแค่หนึ่งเดียว แต่ทีมยุทธศาสตร์เพื่อไทยหัวหมุนหนัก ยิ่งกว่าซักฟอกแบบเหวี่ยงแห ต้องแก้เกม รัดกุมยิ่งกว่าเก่า เพราะคนที่ถูกกาหัวล็อกเป้าคือ นายกฯ หากวางแผนพลาดพลั้งก็เสี่ยงพังทั้งกระดานสถานการณ์หน้างานที่ไม่ใช่ต้องระวังเฉพาะฝ่ายค้าน แต่ยังต้องระแวงฝ่ายเดียวกัน ศึกนอก-ศึกในนัวเนีย ชุลมุนมั่วไปหมดในห้วงที่ศึกซักฟอกกระชั้นเข้ามาอารมณ์ที่คนวงนอกก็สัมผัสได้ถึงความไม่ปกติในพรรคร่วมรัฐบาลค่ายส้มฉวยจังหวะเดินยุทธศาสตร์โดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทย อาศัยโอกาสรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาล ค่ายแดง-น้ำเงินไม่กินเส้น เสี้ยมให้เกิดความหวาดระแวงกันเองตามสถานการณ์ที่ “เพื่อไทย-ภูมิใจไทย” ตบๆจูบๆ ไม่มีหยุดพัก ต่างฝ่ายต่างระแวง จะมีไส้ศึกแอบส่งข้อมูลลับมาแทงหลังฝ่ายเดียวกันเกมซ่อนกลยืมมือฝ่ายค้านถล่มนายกฯ ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้ล่าสุดเล่นกันโหดถึงขั้นจะล้างบาง สว.สีน้ำเงิน ยืมมือกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขู่รับคดีฮั้วเลือก สว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษขยายผลปม “โพยฮั้ว” รุนแรงระดับอั้งยี่ซ่องโจร เป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักรและฟอกเงินตั้งแท่นลุยสุดซอยกะล้มกระดานเลือก สว. ตัดท่ออำนาจภูมิใจไทยทัพน้ำเงินต้องเปิดปฏิบัติการโต้กลับ ส่งเรื่องประธานวุฒิสภา ตั้งแท่นยื่น ป.ป.ช. เช็กบิล พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หัวหมู่ทะลวงฟันพังอาณาจักรวุฒิสภา ข้อหาใช้อำนาจผิดจริยธรรม กล่าวหาเลื่อนลอยฮั้วเลือก สว.สงครามตัวแทนการเมืองกระดานใหญ่เปิดหน้าประจัญบาน แรงมาแรงกลับสุดท้าย 2 ฝ่าย ต้องเล่นเกมยื้อเวลาให้ดีเอสไอเลื่อนพิจารณาจะรับคดีฮั้วเลือก สว.เป็นคดีพิเศษหรือไม่ ออกไปเป็นวันที่ 6 มี.ค.“แดง-น้ำเงิน” ส่งสัญญาณประนีประนอม ขอเจรจาหลังฉาก ต่อรองเสียงโหวตซักฟอกแลกคดีฮั้ว สว.ขยายผลไปถึงประเด็นร้อนอื่นๆทั้งปมที่ดินเขากระโดง สนามกอล์ฟอัลไพน์ การแก้รัฐธรรมนูญ กฎหมายสถานบันเทิงครบวงจรหาทางเกี้ยเซียะสงบศึกเฉพาะหน้า เพราะต่างฝ่ายต่างไม่พร้อมแตกหัก ต้องถูลู่ถูกังอยู่ร่วมกันต่อไป ท่ามกลางภาวะฝุ่นตลบที่ยังต้องต่อรองเคลียร์กันยาวอีกหลายยกโอกาสเกิดอาฟเตอร์ช็อกศึกซักฟอก โค่นนายกฯกลางสภาฯ เป็นศูนย์ เต็มที่ก็แค่เสียงหายเป็นหย่อมๆผลโหวตซักฟอกนายกฯจะเป็นตัวชี้วัดเสถียรภาพรัฐบาลจะยืนระยะได้มั่นคงแค่ไหน!!!ทีมข่าวการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม