“เศรษฐา” ขออย่าโยงปม “ทักษิณ” ขอไปนอก-คดีร้อน ตั้ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ-ยุบพรรค ก.ก.เขย่ารัฐบาล แจงคดียุบพรรคก้าวไกลไม่เกี่ยวเสถียรภาพพรรคร่วมฯ ย้ำไม่คิดปรับ ครม. ดึงใครเข้าปรับใครออกตอนนี้ “อนุทิน” ลั่นไม่คิดแย่งเก้าอี้ผู้นำรัฐบาลโควตา พท. ตีกันเสียงรัฐบาลเข้มแข็งพออยู่แล้ว “ชัยชนะ” ปัดไม่เคยถก “ธรรมนัส” ดึงร่วม ครม. ขั้ว “เสี่ยต่อ” ลุ้นดีล 1 รมว. 1 รมช.คุยไว้กับ “นายใหญ่” ที่ฮ่องกง เป็นจริง “ชัยธวัช” แถลงย้ำ 9 ข้อสู้ยุบพรรค ขุดอดีต คอป.ยุครัฐบาลอภิสิทธิ์ ชงแก้ ม.112 กับ “อุดม รัฐอมฤต” เคยเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์คณะนิติศาสตร์ เนื้อหาคล้ายร่างกฎหมาย ก.ก.ไม่ถูกชี้ล้มล้างฯ “ราชทัณฑ์” แจ้ง “ทักษิณ” พ้นโทษ 31 ส.ค. กสม.ชง ป.ป.ช.ฟันเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ-รพ.ตำรวจทุจริตต่อหน้าที่ เลือกปฏิบัติเอื้อประโยชน์อดีตนายกฯอยู่ยาว รพ.ตำรวจ ห้อง VIP ชั้น 14นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ต้องออกมายืนยันอย่างต่อเนื่องว่า กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินคดี 40 สว.ยื่นให้วินิจฉัยสถานะความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯสิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีการแต่งตั้งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ รวมทั้งคดีการยุบพรรคก้าวไกล ไม่มีส่วนเกี่ยวโยงกับเสถียรภาพรัฐบาล โดยย้ำว่าไม่มีความคิดที่จะปรับ ครม.ดึงใครเข้าหรือปรับใครออกในตอนนี้นายกฯปัด “ทักษิณ” ขอไปนอกตั้งหลักเมื่อเวลา 08.39 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลไม่อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไปต่างประเทศ และถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่านายทักษิณไม่มั่นใจสถานการณ์การเมืองช่วงเดือน ส.ค.จึงจะออกไปตั้งหลักก่อนว่า ไม่แน่ใจอ่านเพียงแต่ข่าวตามหนังสือพิมพ์ว่านายทักษิณจะไปพบแพทย์ แต่ศาลไม่อนุญาตเนื่องจากแพทย์ในประเทศไทยมีอยู่แล้ว แข็งแกร่งอยู่แล้ว ไม่น่าเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองที่จะมีคดีสำคัญจนอาจทำให้นายทักษิณต้องไปตั้งหลัก เพราะวันที่ 7 ส.ค. เป็นเรื่องของพรรคก้าวไกล วันที่ 14 ส.ค. เป็นเรื่องของตน ส่วนนายทักษิณยืนยันว่าจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในคดีมาตรา 112 และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรค พท. ในฐานะลูกสาว ยืนยันว่าไม่ได้มีความตั้งใจว่าจะไปตั้งหลักต่างประเทศ นายทักษิณระบุว่าจะออกไปเรื่องสุขภาพ แต่เรื่องอื่นยังไม่ได้พูดคุยกัน เมื่อถามว่ามีการวิเคราะห์ว่าสถานการณ์ทางการเมืองช่วงเดือน ส.ค.น่าเป็นห่วง ได้ประเมินอะไรหรือไม่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตามที่บอกไปเมื่อวันที่ 30 ก.ค. ได้ส่งคำแถลงปิดคดีไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม เรื่องที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือ ปัญหาบ้านเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ เศรษฐา ทวีสินไม่คิดปรับ ครม.อย่าโยงคดีพรรคส้มเมื่อถามย้ำว่า จาก 3 คดีการเมืองจึงเกิดกระแสข่าวจะมีการปรับ ครม. นายเศรษฐากล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้ ทุกคนยังคงทำงานกันเต็มที่ เมื่อคืนนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไปร่วมงานสวดอภิธรรมศพมารดาของตน มีการพูดคุยถึงปัญหาบ้านเมืองและการเตรียมพร้อมลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันที่ 3 ส.ค. พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ทบ. เดินทางล่วงหน้าไปแล้ว และได้เชิญ ผบ.ทร.มาหารือก่อนลงใต้ ช่วงเที่ยงวันที่ 2 ส.ค. เมื่อถามย้ำว่าหากวันที่ 14 ส.ค. คดีของนายกฯไม่มีปัญหาจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ นายกฯตอบว่า ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย คดีของตนจบแล้ว ศาลไม่ได้เรียกขอข้อมูลเพิ่มเติมมา ได้ทำคำแถลงปิดคดีไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้ต้องดูปัญหาบ้านเมืองอย่างเดียว ไม่อยากคิดไปไกล การปรับเปลี่ยน ครม.เชื่อว่าตลอดเวลาที่เหลือ 3 ปี แน่นอนว่าอาจมีการปรับเปลี่ยนถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่มีการโยงใยกับวันที่ 14 ส.ค. หรือกรณีพรรค ก.ก.ที่จะตัดสินวันที่ 7 ส.ค. ขออย่าไปโยง จะทำให้เกิดความซับซ้อน เข้าใจผิด เบี่ยงเบนความสนใจประเด็นบางเรื่องที่เราต้องทำ อยากให้รัฐมนตรีทุกคนทำงานเต็มที่ ไม่ไขว้เขวในเรื่องนี้ มาทำงานกันดีกว่ายันไม่มีดึงคนเข้าคนออกตอนนี้เมื่อถามว่าหากมีการปรับ ครม. พรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังอยู่ครบหรือไม่ หรือจะนำของเก่าออกและเอาของใหม่เข้ามาบ้าง นายกฯนิ่งๆ ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามอีกว่า มีความหวาดระแวงหรือไม่ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีกระแสข่าวปรับเปลี่ยนตัว จะมีคนในรัฐบาลเข้ามาแทนนายกฯ หากศาลตัดสินให้พ้นจากตำแหน่ง นายเศรษฐากล่าวว่า เรื่องการเมืองเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา แต่ 314 เสียงมันแน่นอยู่แล้ว ถ้ามัวแต่พะว้าพะวังกับคำว่า “อาจจะ” แบบนี้อย่างที่บอกไม่อยากให้ทุกคนที่ดูแลบ้านเมืองมาไขว้เขวกับเรื่องนี้ เมื่อถามย้ำว่าต้องดึงคนจากพรรคประชาธิปัตย์ มาเพิ่มเพื่อให้ 314 เสียงแน่นขึ้นหรือไม่ นายกฯส่ายศีรษะเล็กน้อย ก่อนตอบว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้คิดเลย โยงใยเรื่องปรับ ครม. ดึงคนมาเสียบและการดึงคนเข้าคนออกยังไม่มีในตอนนี้ เพราะปัญหาเยอะเหลือเกิน เราต้องช่วยเหลือกัน ท่านก็เห็นอยู่แล้วว่าปัญหาอะไรเกิดขึ้นบ้างในทุกวัน และรัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไป“อนุทิน” ไม่คิดแย่งเก้าอี้ผู้นำจาก พท.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯในวันที่ 14 ส.ค.ว่า ไม่เห็นนายกฯแสดงอาการอะไรเลย ท่านทำงานเข้มแข็งมากกว่าปกติด้วยซ้ำ ตอนนี้อยู่ในช่วงเศร้าโศกเสียใจหลังมารดาเสียชีวิต เรื่องการเมืองของนายกฯว่าไปตามกระบวนการ อย่าไปถามให้ท่านวอกแวก เมื่อถามว่าได้ให้กำลังใจนายกฯอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ต้องพูด แต่วัตรปฏิบัติตนชัดเจนอยู่แล้ว ยอมรับความเป็นหัวหน้ารัฐบาลของนายเศรษฐามาตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่งแล้ว ตั้งแต่ตอนตัดสินใจมาร่วมรัฐบาล หนึ่งในมือที่โหวตนายเศรษฐาคือมืออนุทินและ สส.พรรค ภท.อีก 70 คน เรายอมรับการนำของนายเศรษฐาตั้งแต่นั้นแล้วคำอวยพรทั้งหลายที่ว่าตนจะคาดหวังอย่างโน้นอย่างนี้ เราว่ากันเลือกตั้งต่อเลือกตั้ง ในระหว่างการเป็นรัฐบาลร่วมกันไม่ต้องกังวลใดๆทั้งสิ้น ที่สังคมจับจ้องว่าหากเกิดอุบัติเหตุ ตนจะเป็นนายกฯคนต่อไป เป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ที่แย่ที่สุด ลึกๆคิดว่าไปไม่ถึงจุดนั้น ถ้านายกฯถูกตัดสินเป็นลบ ตำแหน่งนายกฯต้องเป็นของพรรค พท.ที่มี สส.มากที่สุดในรัฐบาล เป็นแกนนำรัฐบาล ถึงต้องมีกติกาและมารยาท อย่าพูดอะไรที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องของตัวเองตีกันดึง ปชป.ยัน รบ.เข้มแข็งอยู่แล้วเมื่อถามว่าหากนายกฯรอดคดีจำเป็นต้องปรับ ครม.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า คำถามนี้ต้องไปถามนายกฯ อย่าเพิ่งไปคิด เพราะคิดไปก็ทำอะไรไม่ได้ เราไม่ใช่ผู้พิพากษา ไม่ใช่คนตัดสินใจ ไม่มีอะไรอยู่ภายใต้การควบคุมของเราเลย เราเป็นรัฐบาลอยู่ต้องทำงานตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ทุกอย่างต้องเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา และทำงานให้ประชาชน มีทางให้เดินอยู่แค่นี้ เมื่อถามอีกว่าได้ยินกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมาร่วมรัฐบาลแล้วปรับบางส่วนของพรรค พปชร.ออกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ข่าวแต่มองว่ารัฐบาลนี้เข้มแข็งอยู่แล้ว เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์หรือไม่ ที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯขออนุญาตศาลเดินทางออกไปนอกประเทศ อาจเพราะไม่มั่นใจสถานการณ์การเมืองเดือน ส.ค. เลยต้องไปตั้งหลัก นายอนุทินกล่าวว่า ไม่ได้ประเมินและไม่มีตรงไหนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ทุกคนยังทำงานปกติทุกวันเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนเพราะนี่คือรัฐบาล ชัยชนะ เดชเดโช“ชัยชนะ” ปัดถก “ธรรมนัส” ร่วม รบ.นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวกรณี 21 สส.พรรค ปชป. แสดงเจตจำนงเข้าร่วมรัฐบาลว่า ไม่มีการพูดคุยที่จะไปร่วมรัฐบาล ยังไม่ทราบเรื่อง ข่าวคือข่าว ข้อเท็จจริงยังไม่มีการพูดคุยกัน เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการตกลงเรื่องกระทรวงกันแล้วนายชัยชนะตอบว่า ไม่มีข่าว ใครไปตกลงขอให้ยืนยันมา ตนเป็นกรรมการบริหารพรรค ปชป.ยังไม่ทราบเลยว่าใครไปตกลง โดยหลักการต้องมีการเทียบเชิญพรรค ปชป.ก่อน รัฐบาลยังไม่มีเทียบเชิญ ถ้ามีการส่งเทียบเชิญจะหารือกันภายในพรรค และใช้มติของพรรคเป็นหลัก เมื่อถามถึงกรณีที่มีข่าวว่าไปพูดคุย กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายชัยชนะตอบว่า ไม่จริงที่ไปคุยกับ ร.อ.ธรรมนัส เพราะเจอกันปกติอยู่แล้วสส.แบะท่างดทำหน้าที่ฝ่ายค้านผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพรรค พท.จัดตั้งรัฐบาล ผู้บริหารพรรค ปชป.ได้ไปพบนายทักษิณ ชินวัตร 2 ครั้ง ที่ฮ่องกง รับปากว่าหาก ปชป.มีเสียงเป็นเอกภาพจะรับเข้าร่วมรัฐบาล โดยดีลที่ 2 เก้าอี้คือ 1 รมว. และ 1 รมช. แต่กลุ่มอดีตผู้นำพรรคกับทีมผู้บริหารชุดปัจจุบันที่คุมเสียง 21 สส.ต้องการร่วมรัฐบาล ยังเห็นต่างกัน ผู้บริหารพรรคแกนนำสส.ถึงขนาดคุยกับคนสนิทว่า “ไปพบนายมา รับปากว่า ได้ทำงานร่วมกัน มีกระทรวงให้แน่” ช่วงอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 มีผู้ใหญ่ของพรรคแนะให้ สส.ใหม่ อภิปรายชำแหละร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 68 ป้อนข้อมูลต่างๆให้แต่ สส.ใหม่คนดังกล่าวฉีกข้อมูลทิ้งในห้องน้ำ เอ่ยปากว่า พี่ชายกำลังจะได้เป็น รมต.จะอภิปรายไปทำไม เป็นที่รับรู้กันว่า มีการเจรจาเข้าร่วมรัฐบาลมาโดยตลอด ถ้ามีสถานการณ์เปลี่ยน แปลง อาทิ ยุบพรรค ก.ก. พรรคร่วมรัฐบาลพรรคหลักจะใช้พลังดูด สส.เขตพรรค ก.ก.ย้ายมาร่วมสังกัด ทำให้เปลี่ยนแปลงโควตารัฐมนตรีให้สอดรับกับจำนวน ส.ส.ที่เพิ่มขึ้น และอาจโยงไปถึงดีลร่วมรัฐบาลของพรรค ปชป.ที่เคยคุยกับนายทักษิณไว้ที่ฮ่องกง ศิริกัญญา ตันสกุล“ไหม” กั๊กตอบขึ้นแท่นแม่ทัพหญิงเมื่อเวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงกระแสข่าวติดต่อพรรคถิ่นกาขาวชาววิไลเตรียมรับหลังยุบพรรคไว้แล้วว่า เราเตรียมการ แต่ยังมีความหวังว่าวันที่ 7 ส.ค.จะตัดสินเป็นคุณกับพรรค ไม่ต้องถูกยุบ การเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ อาจไม่ได้คุยแค่พรรคเดียว อาจคุยไว้หลายพรรคได้ เมื่อถามถึงกรณีที่มีชื่อ น.ส.ศิริกัญญาเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า รายชื่อที่ผ่านมาอาจไม่แน่นอน แต่เราเตรียมความพร้อม ณ วันนี้ถ้ามีใครไปถามสมาชิกพรรคคนอื่นๆหรือ สส.คนอื่นเราแสดงความพร้อมเต็มที่ว่ามีความพร้อมหรือไม่เราคงแสดงความพร้อมเต็มที่ ถ้าต้องรับบทบาทหน้าที่ต่างๆ กรณีมีเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ขอให้สื่อมวลชนรอวันที่ 7 ส.ค. ย้ำว่ายังมีความหวังว่าพรรคจะไม่ถูกยุบ เมื่อถามถึงความพร้อมถือธงนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป ที่ถูกมองว่าอาจเป็นการแข่งกันระหว่างนางพญาของ 2 พรรค น.ส.ศิริกัญญาเพียงแต่ยิ้ม แต่ไม่ตอบคำถาม และย้ำขอให้รอผลการวินิจฉัยวันที่ 7 ส.ค.ก่อนเตือน รบ.บริหารความคาดหวังคนให้ดีน.ส.ศิริกัญญากล่าวอีกว่า ส่วนการเปิดลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ถือว่าประสบความสำเร็จ ถึงแม้จะมีขลุกขลักและช้าเล็กน้อย คนเข้าไปลงทะเบียนพร้อมกัน แต่ภาพรวมผ่านไปได้ด้วยดี แต่จุดข้อสังเกตคือเป็นการลงทะเบียนที่ตัวเนื้อหาของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตยังไม่ได้เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อขอมติเลย จึงไม่แน่ใจว่าสุดท้ายจะมีปัญหาเชิงข้อกฎหมายอะไรหรือไม่ เพราะมติ ครม.ครั้งสุดท้ายที่เห็นชอบในหลักการตั้งแต่เดือน เม.ย. ตอนนั้นยังพูดถึงแหล่งที่มาของเงินว่าจะมาจาก ธ.ก.ส.อยู่เลย คงต้องรอดูกันต่อไป นี่เป็นแค่ก้าวแรก โดยที่เงินจะถึงมือประชาชนยังต้องรอไปอีกอย่างน้อย 5 เดือน รัฐบาลคงต้องจัดการกับความคาดหวังของประชาชน ที่วันนี้ลงทะเบียนไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเงินจะมาเมื่อไหร่ การรอคอยค่อนข้างยาวนาน ถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ระบบชำระเงินไม่สามารถเริ่มดำเนินการได้ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้ แล้วต้องหลุดไปถึงปีหน้า ความคาดหวังของประชาชนจะยิ่งสูงขึ้น อาจผิดหวังขึ้นมาได้ รัฐบาลต้องสร้างความมั่นใจ ให้ความชัดเจนในรายละเอียดเรื่องต่างๆด้วย ส่วนหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง อาจไม่ถึงขั้นทำให้โครงการนี้ ต้องหยุดลง แต่อาจมีสะดุดไปบ้าง ถ้าหากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เช่น มีการปรับเปลี่ยน ครม.หรืออะไรต่างๆ แต่ท้ายที่สุดคงจะกลับมาเดินหน้าต่อได้ ชัยธวัช ตุลาธนก.ก.ย้ำ 9 ข้อต่อสู้คดียุบพรรคเมื่อเวลา 16.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ก.ก.ร่วมแถลงชี้แจงเนื้อหาและสรุปข้อต่อสู้ในเอกสารคำแถลงปิดคดีที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนการอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคในวันที่ 7 ส.ค. ใช้เวลาแถลง 1 ชั่วโมง 30 นาที โดยนายชัยธวัชแถลงเน้นย้ำถึง 9 ข้อต่อสู้ ทั้งในแง่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย อาทิ ยืนยันศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยการยื่นคำร้องนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ไม่มีผลผูกพันการพิจารณาวินิจฉัยคดียุบพรรค การกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของ กก.บห.ต้องพอสมควรแก่เหตุและต้องเพิกถอนเฉพาะของ กก.บห.ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด เป็นต้นชงร่างแก้ 112 ผ่านนิติบัญญัติโดยชอบนายชัยธวัชกล่าวเพิ่มเติมว่า กรณี สส.พรรคเข้าชื่อเสนอร่างกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 นั้น เรายืนยันมิได้เป็นการใช้กำลังบังคับหรือการกระทำโดยใช้ความรุนแรง เพื่อให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สิ้นสุดลง หรือมิได้เป็นการใช้อำนาจเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง จากระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไปเป็นระบอบปกครองอื่นแต่ประการใด แต่ใช้อำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ ให้รัฐสภาพิจารณากระทำการผ่านกระบวนการนิติบัญญัติโดยชอบ ซึ่งทั้งหมดเป็นการกระทำที่ชอบด้วยวิถีทางของรัฐธรรมนูญทั้งสิ้นขุดอดีตย้อนเกล็ดไม่เชื่อ “อุดม” คิดล้มล้างนายชัยธวัชกล่าวอีกว่า ในอดีตเคยมีข้อเสนอให้มีการแก้มาตรา 112 หลายครั้ง แต่ไม่เคยนำไปสู่การล้มล้างการปกครองหรือเป็นปฏิปักษ์ เช่น กรณีคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติหรือ คอป.สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ เคยเสนอให้แก้มาตรา 112 โดยการลดโทษและกำหนดให้เป็นความผิดที่จะดำเนินคดีได้ต่อเมื่อได้รับอำนาจจากเลขาธิการพระราชวัง เนื้อหาคล้ายๆในทำนองเดียวกับที่ร่าง สส.พรรค ก.ก.เสนอส่วนหนึ่ง “ผมจะยกให้อีกกรณีนายอุดม รัฐอมฤต ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปัจจุบัน ยังเคยเป็นกรรมการและอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของคณะนิติศาสตร์ เรื่องความผิดที่ต้องให้อำนาจศึกษากรณีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้เสนอให้สำนักราชเลขาธิการเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจใช้ดุลพินิจพิจารณาว่า จะให้มีการเริ่มดำเนินคดีอาญากับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมาตรา 112 แทนพระมหากษัตริย์ มีหลักการเดียวกันกับร่างแก้ไขมาตรา 112 ที่ สส.พรรค ก.ก.เคยยื่น ผมก็ไม่เชื่อว่านายอุดมจะมีความคิดล้มล้างการปกครอง หรือเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯแต่ประการใด”ชักแม่น้ำอ้างตัดสิทธิได้ไม่ควรเกิน 5 ปีนายชัยธวัชกล่าวอีกว่า สุดท้ายแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งยุบพรรค ก็ไม่มีอำนาจในการกำหนดระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิรับสมัครเลือกตั้ง กก.บห. หากจะมีการจำกัดสิทธิต้องเป็นการกระทำตามกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติเท่านั้น โดยเมื่อพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับหลักที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยวางหลักเอาไว้ จึงไปจำกัดสิทธิและตัดสิทธิไม่ได้ เพราะต้องกระทำตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น และหากศาลเห็นว่ามีอำนาจกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง แต่การกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องอยู่บนหลักความพอสมควรแก่เหตุ ซึ่งไม่ควรเกิน 5 ปีไม่ใช่ 10 ปีตามที่ กกต.ร้องขอ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์“พิธา” โอดผู้มีอำนาจเลือกกด ปชช.นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ก.ก. แถลงว่า หลายปีที่ผ่านมาการนำประเด็นความจงรักภักดีมากล่าวหาโจมตีทางการเมือง นำไปสนับสนุนหรือเกี่ยวพันกับการรัฐประหาร ทั้งการทำรัฐประหารโดยกำลังทหารและกฎหมาย รวมถึงการแสดงความจงรักภักดีอย่างล้นเกินเพื่ออำพรางการแสงหาผลประโยชน์ส่วนตนอย่างฉ้อฉลของคนบางกลุ่ม ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการเมืองของยุคสมัย ได้กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการเมือง และความรู้สึกนึกคิดแบบใหม่ ซึ่งสังคมไทยในอดีตอาจไม่คุ้นเคย แทนที่ผู้มีอำนาจจะตระหนักถึงความผิดพลาดในอดีตและพยายามแสดงหากุศโลบายด้วยสติปัญญาคลี่คลายแรงตึงเครียด กลับเลือกใช้อำนาจกดประชาชนมากขึ้น มีการบังคับใช้กฎหมายมาตรา 112 อย่างรุนแรง แบบไม่เคยปรากฏ มาก่อน ทั้งนี้ เชื่อว่าพรรค ก.ก.จะได้รับความยุติธรรม คิดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินตามข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง พรรคจะไม่เป็นส่วนร่วมในการสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของพรรคแน่นอน กิจกรรมในวันที่ 7 ส.ค. ที่พรรค ไม่ได้เป็นการปลุกมวลชน แต่เป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนมาตลอดปธ.วุฒิฯนัดประชุม สว. 5–6 ส.ค.ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้นัดประชุมสมาชิกวุฒิสภาวันที่ 5 ส.ค. วาระสำคัญเพื่อพิจารณาญัตติเรื่องขอเสนอ ญัตติแก้ไขเพิ่มเติม ข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา เพื่อแก้ไขรายละเอียดและจำนวนกรรมาธิการสามัญของวุฒิสภา และในวันที่ 6 ส.ค. จะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2567 วงเงิน 122,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลจะนำไป ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หลังจากสภาฯเห็นชอบแล้ว เมื่อวันที่ 31 ก.ค.การพิจารณาร่างข้อบังคับที่ สว.เสนอมามีหลายร่างบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมแล้ว จะพิจารณาควบคู่กันไปทุกร่าง ไม่อยากชี้นำ ขอให้ สมาชิกคุยกันดีกว่า แต่ยืนยันจะนำทุกร่างมาพิจารณา สำหรับการจะตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาเพื่อพิจารณา 3 วาระรวด หรือตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาก่อน หรือไม่นั้น หากสมาชิกเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนคงพิจารณา 3 วาระรวด เพราะร่างข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรต้องมีมาบังคับใช้โดยเร็ว ไม่เร็วคงไม่ได้ เนื่องจากมีงานอื่นมารออีกมากให้อภิปรายงบดิจิทัลวอลเล็ตเต็มที่พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภากล่าวว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันที่ 6 ส.ค. มีวาระ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 67 วงเงิน 1.22 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต วุฒิสภาต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบภายใน 20 วัน นับแต่ได้รับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จะครบกำหนดวันที่ 20 ส.ค. ในหลักการแล้ว ต้องเปิดให้ สว.อภิปรายแสดงความเห็นกันอย่างเต็มที่ ทราบว่า สว.ศึกษาเนื้อหามาล่วงหน้าแล้ว จะพิจารณา 3 วาระรวดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตกลงกันของ สว. จะอภิปรายเต็มสภาหรือตั้ง กมธ.พิจารณา แต่ต้องให้ สว.อภิปรายกันได้เต็มที่แย้ม 1–2 เดือนฟังข่าวดีฟอร์มูล่า 1เมื่อเวลา 15.14 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ติดตามความคืบหน้าในการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการแข่งขัน Formula 1 ในประเทศไทย วันที่ 2 ส.ค. ทีมจากบริษัทวิเคราะห์เส้นทางจัดการแข่งขันพร้อมกับ TCEB กกท. และ รยสท.ได้เข้ามานำเสนอเส้นทางต่างๆ ที่จัดการแข่งขันได้ ได้เน้นย้ำถึงความเหมาะสม และจะต้องไม่กระทบต่อการจราจรนานเกินไป โดยทางทีมได้คัดเลือกบางเส้นทางที่น่าจะจัดงานได้ เพื่อไปศึกษาในรายละเอียดต่อ คิดว่าภายใน 1-2 เดือนนี้น่าจะมีความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม แล้วจะประกาศข่าวดีให้ประชาชนคนไทยได้ทราบอีกครั้ง นี่เป็นอีกอย่างที่จะผลักดันให้ไทยเป็น Tourism Hub และจะทำให้ชาวโลกรู้จักและอยากมาเที่ยวเมืองไทยกันอีกมาก แพทองธาร ชินวัตร“อิ๊งค์” ลุยหาเสียงนายก อบจ.พะเยาเมื่อเวลา 08.30 น. น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.มนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรค น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ สส.เชียงราย และนายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ สส.น่าน พรรค พท. ออกเดินทางไปถึงท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย เพื่อเดินทางไปช่วย นายธวัช สุทธวงค์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา หาเสียง เลือกตั้งนายก อบจ.พะเยา ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ส.ค.ก่อนลงพื้นที่ น.ส.แพทองธารนำทีมเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด ที่วัดศรีโคมคำ อ.เมืองพะเยา จากนั้นไปหาเสียง ที่ลานหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะๆ โดย น.ส.แพทองธารกล่าวกับประชาชนที่มาต้อนรับว่า แม้ฝนโปรยปรายแต่ก็อยู่ให้กำลังใจกัน ขอให้เลือกนายธวัชกลับเข้าไปรับใช้ด้วยนโยบายมุ่งเน้นส่งเสริมคุณภาพชีวิต ทั้งด้านสุขภาพกายใจของคนพะเยาและมุ่งมั่นส่งเสริมเศรษฐกิจพะเยาให้เติบโตทุกระดับ“ปู” โพสต์ปลื้มลูกชายคว้าทุน ดร.วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตคนเป็นแม่คือ ความสำเร็จของลูกค่ะ ยินดีกับลูกรักของแม่ที่วันนี้ได้รับจดหมายตอบรับทุนการศึกษาระดับปริญญาเอกปี 2024 จากประธานมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล (Imperial College) “President’s Ph.D. Scholarship” ประเทศอังกฤษ โดยทุนการศึกษาครอบคลุมค่าเล่าเรียนทั้งหมด พร้อมเงินเดือน 3 ปีครึ่ง นับว่าได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยเป็นอย่างมากที่เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของไปป์ (นายศุภเสกข์ อมรฉัตร) แม่เชื่อมั่นในตัวลูกเสมอ และหวังว่าลูกจะได้เรียนรู้ และเอาความรู้นั้นกลับมาทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศของเรานะจ๊ะ”ราชทัณฑ์แจ้ง “ทักษิณ” พ้นโทษ 31 ส.ค.วันเดียวกัน นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯจะพ้นโทษว่า การครบกำหนดพ้นโทษของนายทักษิณ ได้รับการพระราชทานอภัยลดโทษเหลือเพียง 1 ปี เมื่อนับไป 365 วัน ตรงกับวันเสาร์ที่ 31 ส.ค. ส่วนกระบวนการปล่อยตัว เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯได้โอนเรื่องไปยังเรือนจำพิเศษธนบุรี เนื่องจากสถานที่พักโทษ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” อยู่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ใบบริสุทธิ์จะถูกออกให้โดย ผบ.เรือนจำพิเศษธนบุรี และต้องได้รับการประสานงานจากกรมคุมประพฤติเรียบร้อยก่อน โดยปกติแล้วผู้ต้องราชทัณฑ์จะเป็นผู้เดินทางไปรับใบบริสุทธิ์ที่เรือนจำเพราะต้องลงนามรับรอง อย่างไรก็ตาม สามารถมีเหตุละเว้นได้หากมีอาการเจ็บป่วย เช่น ป่วยติดเตียง ป่วยวิกฤติ โดยเซ็นมอบอำนาจให้บุคคลไปรับเอกสารใบบริสุทธิ์กับเรือนจำแทนกสม.ชี้เรือนจำ-รพ.ตำรวจเอื้อ “ทักษิณ”นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกร้องที่ 1) อนุญาตให้นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขัง เข้ารับการรักษา พยาบาลที่ รพ.ตำรวจ (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่ขอให้ตรวจสอบ ว่าได้รับการรักษาที่ดีกว่าผู้ต้องขังรายอื่นอาจเป็นการเลือกปฏิบัติ กสม.ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากทุกฝ่าย หลักกฎหมาย และหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้ว เห็นว่า กรณี รพ.ตำรวจรับตัวนายทักษิณไว้รักษาที่ห้องพิเศษชั้น 14 อาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ 88 พรรษานั้น ในช่วงแรกที่มีอาการวิกฤตินายทักษิณเข้าพักที่ชั้น 14 เนื่องจาก รพ.ให้ข้อมูลว่า เป็นเพียงชั้นเดียวที่มีห้องว่าง แต่หลังจากนั้นปรากฏว่า นายทักษิณยังพักที่ห้องพิเศษมาโดยตลอด การที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครและ รพ.ตำรวจ กำหนดให้พักรักษาตัวที่ห้องพิเศษอย่างต่อเนื่อง โดยเรือนจำฯไม่ได้โต้แย้ง จนกระทั่งนายทักษิณออกจาก รพ.เป็นการอาศัยช่องว่างของกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 ทำให้นายทักษิณได้รับประโยชน์นอกเหนือกว่าสิทธิที่ควรได้รับ ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักความเสมอภาค และเป็นการเลือกปฏิบัติ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนมีมติส่งเรื่องสอบผู้เกี่ยวข้องกราวรูดนายวสันต์กล่าวว่า กสม.มีความเห็นอีกว่าการกระทำของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ รพ.ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้อง ยังเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้แก่บุคคล อาจผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ดังนั้น กสม.มีมติให้ส่งรายงานฉบับนี้ให้ป.ป.ช. ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ นอกจากนี้ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนของ กสม.วันที่ 30 ก.ค. ยังมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (1) ให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบการกระทำของเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และกรมราชทัณฑ์ และให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ตรวจสอบการกระทำของ รพ.ตำรวจ มิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนเช่นนี้อีก ทั้งให้แพทยสภาตรวจสอบการกระทำของแพทย์รพ.ตำรวจ ผู้ทำการรักษา หรือมีความเห็นทางการแพทย์ในกรณีตามคำร้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพภายใน 90 วัน (2) ให้สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือกำหนดแนวทาง และวิธีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความโปร่งใสป้องกันการเลือกปฏิบัติและคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ เพื่อคุ้มครองสิทธิ มนุษยชน (3) ให้กระทรวงยุติธรรม แก้ไขปรับปรุงกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563เพื่อป้องกันการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้ต้องขังรายหนึ่งรายใดออกไปรักษาพยาบาลนอกเรือนจำโดยไม่มีเหตุอันควรสภาฯจัดตลาดนัดผาสุกกระตุ้น ศก.ที่รัฐสภา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดงานตลาดนัดผาสุก ระหว่างวันที่ 30 ก.ค.-2 ส.ค. นำสินค้าอุปโภค บริโภค สินค้า OTOP จากทั่วประเทศ มาออกบูธขายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น บริเวณรอบสระมรกตในอาคารรัฐสภา กิจกรรมที่น่าสนใจคือ การประมูลของรัก ของสำคัญ จากประธานรัฐสภา รองประธานสภา และ สส.รายได้ทั้งหมดนำเข้ากองทุน สวัสดิการข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาฯ อาทิ นาฬิกาข้อมือของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ เนกไทของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา รองประธาน สภาฯ คนที่ 1 คัฟลิงค์ แบรนด์ okura ของนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาฯ คนที่ 2 เนกไทแบรนด์ แอร์เมสของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ลำโพงแบรนด์ HERITAGE GROOVE ของนายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ก.ก. ปากกา สลักชื่อของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก. โดยไฮไลต์ของงานคือการประมูลภาพวาดของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาพรรค ก.ก.ที่ถูกประมูล จบในราคาประมูลที่ 26,000 บาทอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่