ในอดีต ผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์ เดินทางไปเยี่ยมเยียนประชาชน จะได้รับความชื่นชม ในพระเดชพระคุณประหนึ่ง ช้างเหยียบนา พระยาเหยียบเมือง ในปัจจุบันผู้มีบารมี ผู้นำประเทศ นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เวลาลงไปพบปะกับประชาชน ก็จะมีการเกณฑ์คนมาต้อนรับตามประเพณี โดยเฉพาะข้าราชการและนักการเมืองในพื้นที่ จะต้องจัดพิธีต้อนรับให้ดูอลังการ จะถูกจะแพงก็ให้แดงเอาไว้ก่อนยิ่งถ้ามีคนมาต้อนรับมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเป็นการเสริมบารมีมากเท่านั้น จนถือเป็นปกติของ ระบบราชการไทย เพราะจะส่งผลถึงตำแหน่งและอนาคตทางราชการ เช่นเดียวกับบรรดา นักการเมือง สส. รมต. ต้องไปปรากฏตัวต้อนรับ ไม่ได้ร่วมเฟรม ให้เห็นหน้าก็ยังดี ผลงานไม่มีไม่เป็นไรผู้มีบารมีทางการเมืองในบ้านเรามีไม่กี่คน อาทิ อดีตผู้นำทักษิณ ชินวัตร ขนาดเก็บตัวระหว่างพักโทษอยู่ในบ้านก็ยังมีคนไปหาเข้าออกไม่ขาดสาย มีโปรแกรมงานบุญงานบวช เชิญมาทุกวัน ใครที่เชิญอดีตผู้นำไปร่วมงานได้ก็ถือว่ามีหน้ามีตาไปด้วย ถึงอดีตผู้นำจะปฏิเสธว่าไม่ยุ่งกับการเมือง ไม่คุยกับใครก็ยังมีคนพาดพิงถึงทุกวัน ไปไหนก็มี รมต. นักการเมือง สส. ไปรับกันหน้าสลอน เลยไม่มีใครเชื่อว่าอดีตผู้นำจะวางมือทางการเมืองจริงๆมีนักข่าวไปถามเรื่องที่ วัน อยู่บำรุง ลาออกจากสมาชิกพรรค อดีตผู้นำไล่ให้ไปถามหัวหน้าพรรค แพทองธาร ชินวัตร กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ก็ไม่ได้คุย กับ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่อ้างว่าขอให้ถอนเรื่อง นายกฯเศรษฐาออกจาก ป.ป.ช. หรือไปเยี่ยมที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจก็ไม่จริง อดีตผู้นำจะตอบประเด็นที่เกี่ยวกับการเมืองสั้นๆ และย้ำว่า หลังจากเดือน ส.ค.ที่พ้นการพักโทษไปแล้ว จะเริ่มทำงานช่วยเหลือประชาชน ตรงนี้กลายเป็นประโยคเด็ด เท่ากับว่า เดือน ส.ค. อดีตผู้นำจะเป็นไท เป็นอิสระจากพันธนาการ จะไปไหนมาไหนจะเข้านอกออกในไม่มีใครห้าม ที่ผ่านมาอดีตผู้นำ ทำอะไรได้ไม่เต็มไม้เต็มมือ แต่หลังจากนี้ไปเหมือนพยัคฆ์ติดปีกวัดบารมีของแทร่ ถึงยังจะมีคดีอาญา ม.112 เป็นชะนักอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลเมื่อยังไม่มีการพิพากษาก็ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ส่วนของคดีก็ว่ากันไป ที่ต้องโฟกัสจากการลงพื้นที่ของอดีตผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ปทุมธานี นนทบุรี นครราชสีมา หรือที่สุรินทร์ ล้วนแต่เคยเป็นเมืองหลวงของเพื่อไทย ที่ปัจจุบัน ส่วนใหญ่ (วัดจากจำนวน สส. ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา) กลายเป็นพื้นที่ยึดครองของก้าวไกลและภูมิใจไทยไปเกือบทั้งหมดโดยเฉพาะ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกือบจะกลายเป็นพื้นที่สีน้ำเงินทั้งผืน ภาคกลางและปริมณฑล กลายเป็นพื้นที่ ช่วงชิงระหว่างก้าวไกลกับภูมิใจไทย กทม. เป็นพื้นที่สีส้มเต็มร้อยถ้าจะลงลึกไปถึงตัวบุคคล แกนนำเสื้อแดง ถูกสลายไปด้วยกาลเวลาส่วนหนึ่ง ย้ายค่ายไปก็อีกส่วนหนึ่ง ถูกทอดทิ้งจนทรุดโทรมหมดสภาพก็อีกส่วนหนึ่ง สรุปแล้วยากที่จะฟื้นฟู และถ้าเอ่ยถึงชื่อ เนวิน ชิดชอบ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยังจะจับเข่าคุยกันได้อยู่หรือไม่ ถ้าช้างสารชนกันหญ้าแพรกก็แหลกลาญยุคที่บ้านใหญ่กลับมาเรืองอำนาจประกาศิตของเจ้าของบ้านจึงจะเป็นคำตอบสุดท้าย.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม