“ครูมานิตย์” ข้องใจ “ไหม” เล่นเกมป่วน ยกพวกไขก๊อก กมธ.ศึกษาแลนด์บริดจ์ ซัดไม่เข้าใจกระบวนในชั้น กมธ.หรือเจตนาลากเป็นประเด็นการเมือง หวดเสียดายความรู้ความสามารถ แต่พฤติกรรมจ้องแต่เล่นเกมการเมือง “อนุทิน” เตือนมองทุกอย่างเป็นการเมือง ประเทศเดินหน้าไปไม่ได้ “ก้าวไกล” ขย่มไม่เลิกอภิสิทธิ์ “ทักษิณ” “จิรัฎฐ์” แซะสภาฯมีแต่องครักษ์พิทักษ์นักโทษ ทุกก้าวเดินของ พท.คนชั้น14 เป็นตัวแปรทุกเรื่อง หยันต่อให้ได้เงินดิจิทัล วอลเล็ต คนก็ไม่ลืมปมชั้น 14 “วัชระ” ยื่น ป.ป.ช.ฟัน “หมอใหญ่ รพ.ตำรวจ-รพ.ราชทัณฑ์-รมว.ยุติธรรม” เอื้อนายใหญ่ “ชาญชัย” จ่อฟ้องศาลเอาผิด “กรมคุก” บรรเทาโทษกันเอง ไม่ชอบด้วยกฎหมายจากกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ สส.พรรคก้าวไกล รวม 4 คน ลาออกจากการเป็นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ล่าสุด นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. ตั้งข้อสังเกตมีเจตนามุ่งเล่นเกมการเมืองหรือเป็นเพราะไม่เข้าใจกระบวนการในชั้น กมธ.กันแน่“ครูมานิตย์” ซัด “ไหม” ปั่นเกม กมธ.เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ให้สัมภาษณ์กรณี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ สส.พรรคก้าวไกล รวม 4 คน ลาออกจากการเป็น กมธ.จะกระทบการทำงานหรือไม่ว่า ไม่กระทบอะไรเลย เพราะการศึกษาจบไปแล้ว วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา เป็นการเชิญ กมธ.มาตรวจสอบรายงานการประชุมที่ผ่านมาว่าสมบูรณ์แล้วหรือไม่ หาก กมธ.คนใดมีความเห็นที่ไม่ตรงกับที่ประชุม สามารถตั้งข้อสังเกตแล้วเก็บไปอภิปรายในห้องประชุมสภาฯได้ แล้วให้ที่ประชุมสภาฯพิจารณาต่อ หากสภาฯเห็นชอบผลการศึกษาส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการต่อ ครูมานิตย์ สังข์พุ่มยกพวกไขก๊อกมุ่งแต่เล่นเกมการเมืองเมื่อถามว่ามองการลาออกครั้งนี้อย่างไร นายครูมานิตย์ตอบว่า ไม่เข้าใจเจตนาของ น.ส.ศิริกัญญา เพราะเราจะลงมติกันอยู่แล้ว หากเขาไม่เห็นด้วยงดออกเสียง หรือโหวตไม่เห็นด้วยสามารถทำได้ เมื่อ น.ส.ศิริกัญญาลาออกมีทีมงานลาออกตามไปด้วย จึงตั้งข้อสังเกตว่าสิ่งที่ น.ส.ศิริกัญญาทำไปนั้น อาจไม่เข้าใจกระบวนการในชั้น กมธ.หรือมีเจตนาเพื่อให้เป็นประเด็นทางการเมืองหรือไม่ ทั้งที่ร่วมประชุมมาโดยตลอด และในการทำงานประธาน กมธ.เปิดโอกาสให้แต่ละท่านได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องอนาคตของประเทศ เพียงแต่ น.ส.ศิริกัญญาไม่ได้ลงไปดูงานในพื้นที่พร้อมกับ กมธ.เพื่อไปพบประชาชน แต่มีตัวแทนพรรค ก.ก. ร่วมเดินทางไปด้วย อยากให้ น.ส.ศิริกัญญาคิดถึงส่วนรวม เป็นหลัก ยอมรับว่า น.ส.ศิริกัญญาเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เสียดายพฤติกรรมที่แสดงในห้องประชุม กมธ. น่าจะใช้ความรู้ความสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศมากกว่าจ้องเล่นแต่การเมืองแบบนี้“อนุทิน” ติงมองทุกอย่างเป็นการเมืองที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ของพรรค ก.ก.ลาออกทั้ง 4 คนว่า เรื่องแลนด์บริดจ์เรามองในมิติ เป็นบวก เพราะไม่ใช่เรื่องการคุ้มทุนไม่คุ้มทุนจากการก่อสร้างโครงการ แต่เรามองไปถึงเศรษฐกิจในประเทศ การจ้างงาน การผลิตวัสดุต่างๆในประเทศ รวมถึงเรื่องโอกาสต่างๆ เราต้องมองภาพรวมของประเทศในฐานะศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียน มันไม่ใช่แค่เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทยเท่านั้น แต่เราใช้โครงการแลนด์บริจด์กระจายสินค้าต่างๆไปยังทุกภูมิภาคของประเทศรวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อถามว่ามองการลาออกวันสุดท้ายในการลงมติเห็นชอบรายงานการส่งผลการศึกษาไปยังสภาฯอย่างไร นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของแต่ละคน คนที่เข้าใจเขาจะต้องช่วยกันผลักดัน ตอนนี้ยังไม่มีตัวเลขออกมาชี้ชัดเลยว่าจะเป็นอย่างไร มันจะไปด่วนสรุปแบบนี้ไม่ได้ ความจริงการลาออกไปของพรรค ก.ก. ไม่ได้ทำให้ผลการพิจารณาล่ม มันเดินต่อไป แทนที่จะอยู่ช่วยกัน อย่าไปเล่นอะไรที่เป็นเกมการเมืองไปหมด ถ้าทุกอย่างเป็นเกมการเมืองไปหมดประเทศมันไปไหนไม่ได้เก็บบทเรียนใบแดง สส.เมืองคอนนายอนุทิน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จ.นครศรีธรรมราช มีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาล ฎีกา เพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือ เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล สส.นครศรีธรรมราช พรรค ภท.ว่ายังไม่ทราบรายละเอียด เรื่องนี้ คงได้พูดคุยรายละเอียดในการประชุมพรรควันที่ 16 ม.ค. แต่ตามขั้นตอนต้องผ่านการพิจารณาของศาลฎีกาก่อน เราต้องดำเนินการตาม เมื่อถามว่าจากเหตุการณ์นี้การเลือกตั้งครั้งต่อไปต้องระวังมากขึ้นหรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ระวังตลอด เชื่อว่าไม่มีใครตั้งใจทำผิด คนเรากว่าจะมาเป็น สส.แทบตาย อาจไปพลาดตรงไหนสักอย่าง ถ้าพลาดแล้วแก้ต่างได้โอเค ถ้าแก้ต่างไม่ได้ก็ช่วยไม่ได้ เมื่อถามว่าจะกระทบกับเสียงของพรรค ภท.หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าไม่เป็นไร เรื่องนี้เราคงต้องเอาไปเป็นกรณีศึกษา เพราะผู้สมัครไม่ได้มีแค่ 70 คน มีตั้ง 300 กว่าคน ต้องระมัดระวังกันให้มากๆ บางครั้งเจ้าตัวไม่ได้ทำผิด เพราะปกติจะมีทั้งผู้ช่วยหาเสียง อาจไปผิดตรงนั้นแต่ถึงอย่างไรเราต้องรับผิดชอบ ถ้าตรงไหนเป็นความผิดพลาดของเราก.ก.แซะสภาฯมีองครักษ์พิทักษ์นักโทษส่วนประเด็นการตรวจสอบกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจยาวนานต่อเนื่องเกิน 120 วัน ถูกมองว่าได้รับอภิสิทธิ์เหนือผู้ต้องโทษคนอื่น วันเดียวกัน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ว่า การก้าวเดินและการตัดสินใจของพรรค พท. ไม่ว่าจะทำเรื่องอะไร ทั้งงบประมาณ เเลนด์บริดจ์ หรือดิจิทัลวอลเล็ต คือจะมีนายทักษิณ คนชั้น 14 เป็นตัวแปรแทบทุกเรื่อง โดยไม่ได้ตัดสินใจตามอุดมการณ์ หลักการหรือผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก แต่สถานการณ์ที่ตกใจคือเริ่มเห็นชัดแล้วว่าปกติการเมืองในสภาฯจะมีองครักษ์พิทักษ์นายกฯ แต่ ณ ตอนนี้มันไม่มี จะมีก็แต่องครักษ์พิทักษ์นักโทษ จริงหรือไม่ ในวันที่มีการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 วาระที่ 1 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง เป็นคนที่น่าสงสารมาก โดนฝ่ายค้านอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์ถูกด่าหนัก เละเทะ แต่ไม่มีใครปกป้องนายกฯเลย ต่างกับอีกด้านจะมีคนอยู่ประมาณ 3-4 คน นั่งเฝ้าเป็นองครักษ์พิทักษ์นักโทษไม่ยอมออกจากสภาฯต่อให้ได้เงินดิจิทัล คนไม่ลืมปมชั้น 14นายจิรัฏฐ์กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องนายทักษิณที่ชั้น 14 พรรค พท.คงใช้วิธีเงียบไปเรื่อยๆ เพราะเชื่อว่าไม่น่ามีใครทำอะไรได้ แต่ตนขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ต่อให้คนจะได้ 10,000 บาทจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ก็จะไม่ลืมและไม่เลิกพูดเรื่องคนชั้น 14 อยู่ดี แล้วตอนนี้คนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องเงิน 10,000 แล้ว นี่คือความเห็นส่วนตัวของตน เชื่อว่ารัฐบาลพยายามจะหาผลงานอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อมากลบข่าวนายทักษิณให้ได้ เพราะทุกอย่างมีนายทักษิณเป็นตัวแปรอย่างที่บอก“วัชระ” สุดทนลิเก รพ.ตำรวจโร่ร้อง ป.ป.ช.นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 ม.ค.หลังทราบว่าคณะ กมธ.การตำรวจ สภาฯ ไปที่ รพ.ตำรวจแล้วไม่ได้พบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ชั้น 14 จึงไปยื่นหนังสือถึงนายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ที่อาคาร 4 สำนักงาน ป.ป.ช. ร้องเรียนถึงป.ป.ช.มีรายละเอียดดังนี้ ตามที่กรมราชทัณฑ์ได้รายงานสถานการณ์กรณีนายทักษิณออกรักษาตัวภายนอกเรือนจำเกิน 120 วัน ลงวันที่ 11 ม.ค. 2567 โดยแจ้งความเห็นแพทย์ว่าผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทางและต้องดูแลอย่างใกล้ชิดถึงอาการป่วยเพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายแก่ชีวิตนั้น ข้าพเจ้านายวัชระ เพชรทอง อดีต สส. พรรค ปชป. ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่สงสัย ข่าวกรมราชทัณฑ์เรียกสรรพนาม “น.ช.ทักษิณ ชินวัตร” ว่า “นาย” ทั้งที่ในปัจจุบันเป็นนักโทษเด็ดขาดชาย ทักษิณ ชินวัตร หรือชื่อย่อ “น.ช.” มีโทษ จำคุก 1 ปี ตามราชกิจจานุเบกษาและต้องถือปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กรมราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 กฎและระเบียบอย่างเคร่งครัด การออกข่าวกรม ราชทัณฑ์โดยใช้สรรพนามไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กฎ ระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของทางราชการมีลักษณะเอื้อประโยชน์และอวยนักโทษที่มีฐานะไม่ปฏิบัติตามหลักนิติรัฐและนิติธรรม ไม่เสมอภาคกับนักโทษทั่วประเทศ 280,000 คน ส่อว่าเจ้าหน้าที่ ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตจี้สอบหมอใหญ่ รพ.ตร.–กรมราชทัณฑ์นายวัชระกล่าวอีกว่า ขอให้สำนักงาน ป.ป.ช.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ เอาผิดประมวลจริยธรรมข้าราชการและตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ดังนี้ 1.ขอให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนอธิบดีกรมราชทัณฑ์กับพวก กรณีออกข่าวกรมราชทัณฑ์ใช้สรรพนามเรียก น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ถูกต้องตามกฎหมายและกรณีที่เกี่ยวข้อง เช่น อนุมัติให้ไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจโดยไม่ถูกต้องตามระเบียบขั้นตอนของกรมราชทัณฑ์ มีกรณีนายวิษณุ เครืองาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกฯและรักษาการ รมว.ยุติธรรม เข้าไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ วันที่ 22 ส.ค.66 และกรณีกรมราชทัณฑ์ตอบรับว่าจะส่งเอกสารและคลิปภาพวันที่ 22-23 ส.ค.66 ให้ กมธ.ตำรวจ สภาฯกรณี น.ช.ทักษิณ ให้สอบสวนเอาผิดว่าเหตุใดยังไม่ส่ง และขอให้ออกคำสั่งคุ้มครองคลิปวิดีโอดังกล่าว ไม่ให้ถูกทำลาย 2.ขอให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแพทย์ รพ.กรมราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจทุกรายและแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กรณี น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ต้องรักษาอาการป่วย ตั้งแต่ วันที่ 22 ส.ค.66 จนถึงปัจจุบัน (เกิน 120 วัน) ส่อว่าใช้วิชาชีพแพทย์กรอกข้อความอันเป็นเท็จต่อราชการหรือไม่ ให้ตรวจทุกฉบับ ตั้งแต่ 22 ส.ค.66 ถึงวันนี้เล่นงาน “ทวี” เอื้อประโยชน์นายใหญ่นายวัชระกล่าวต่อว่า 3.ขอให้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เหตุใดไม่ดำเนินการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ น.ช.ทักษิณ ชินวัตร ตามคำร้องเรียน ลงวันที่ 20 ธ.ค.2566 เจ็บป่วยจริงหรือไม่ ทำไมระยะเวลาการรักษาเกิน 120 วันยังไม่หายเป็นอะไร ทำไมอยู่นานถึง 120 วันเอื้อประโยชน์ให้กับ นช.ทักษิณหรือไม่ ทั้งนี้ ขอให้กันข้าราชการกรมราชทัณฑ์ (พัศดี/ผู้คุม) แพทย์พยาบาล รพ.กรมราชทัณฑ์และ รพ.ตำรวจที่ให้การเป็นประโยชน์ไว้เป็นพยานทุกคน นายวัชระระบุ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์“ชาญชัย” ยก ป.วิอาญา ม.246(2) ขึ้นสู้นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.นครนายก พรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีที่เคยร้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมืองให้ไต่สวนบังคับคดีตามคำพิพากษาคดีกรณีการเข้ารับการรักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯและนักโทษชายที่ รพ.ตำรวจกว่า 120 วัน โดยศาลออกคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว ระบุเหตุผลว่าศาลออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดไปแล้ว การบังคับโทษและการอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำเป็นอำนาจหน้าที่กรมราชทัณฑ์ ปัญหาว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลจึงให้ยกคำร้องนั้นว่า เมื่อได้ตรวจดูและศึกษาตามคำสั่งของศาล ที่ระบุเน้นว่าปัญหาว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ พบว่า ป.วิอาญา ภาค 6 การบังคับตามคำพิพากษาและค่าธรรมเนียม หมวด 1 การบังคับตามคำพิพากษา มาตรา 246 ที่ระบุว่า “เมื่อจำเลย สามี ภริยา ญาติของจำเลยพนักงานอัยการ ผู้บัญชาการเรือนจำ หรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามหมายจำคุกร้องขอ หรือเมื่อศาลเห็นสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้ทุเลาการบังคับให้จำคุกไว้ก่อนจนกว่าเหตุอันควรทุเลาจะหมดไป ในกรณีต่อไปนี้ (1) เมื่อจำเลยวิกลจริต (2) เมื่อเกรงว่าจำเลยจะถึงอันตรายแก่ชีวิตถ้าต้องจำคุก (3) ถ้าจำเลยมีครรภ์ และ (4) ถ้าจำเลยคลอดบุตรแล้วยังไม่ถึงสามปี และจำเลยต้องเลี้ยงดูบุตรนั้นชี้รักษาโรคร้ายก่อนเริ่มรับโทษใหม่นายชาญชัยกล่าวต่อว่า ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามคำชี้แจงของกรมราชทัณฑ์เมื่อวันที่ 11 ม.ค.67 สรุปสาระสำคัญได้คือ การที่กรมราชทัณฑ์ส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร ออกจากเรือนจำมารักษาที่ รพ.ตำรวจเกินกว่า 120 วัน ตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.66 โดย เรือนจำพิเศษกรุงเทพได้ประสาน รพ.ตำรวจ แพทย์ได้รายงานอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวัง อยู่ระหว่างการรักษาของแพทย์เฉพาะทางและต้องดูแลใกล้ชิด ถึงอาการป่วย เพื่อให้พ้นจากสภาวะอันตรายแก่ชีวิต ตรงกับข้อกฎหมาย ป.วิอาญา ม.246 (2) (ที่ระบุว่า เมื่อเกรงว่าจำเลยจะถึงอันตรายแก่ชีวิตถ้าต้องจำคุก) อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้พิจารณาความเห็นของแพทย์ ผู้ทำการรักษาที่พิจารณาแล้วเห็นว่ายังต้องอยู่ดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด จึงพิจารณาเห็นชอบเมื่อวันที่ 8 ม.ค.67 ให้นายทักษิณอยู่รักษาตัวต่อยัง รพ.ตำรวจ เพราะยังมีอาการเจ็บป่วยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยแพทย์ผู้ทำการรักษาเฉพาะทาง และหากเกิดภาวะแทรกซ้อนหรืออาการที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ ชีวิตจะได้รักษาทันท่วงที กรมราชทัณฑ์ได้ปฏิบัติตามกฎกระทรวงยุติธรรม จึงรายงานให้รัฐมนตรียุติธรรมทราบ ที่เป็นไปตามกฎกระทรวงกรณีการส่งตัว ผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ.2563 ขัดต่อ กฎหมาย ป.วิอาญา ม.246 (2) ทั้งที่กรมราชทัณฑ์ ต้องทำรายงานขออนุญาตต่อศาล รวมทั้งต้องทำเรื่อง ขอให้ศาลทุเลาโทษจำคุก โดยให้รักษาตัวให้หายจากอาการป่วยเสียก่อนแล้วค่อยกลับมารับโทษจำคุก ตามคำพิพากษาของศาลต่อไปหวดบรรเทาโทษเองชอบด้วย ก.ม.หรือ“กรณีอ้างเหตุเจ็บป่วยไม่ยอมเข้ารับโทษในเรือนจำ น่าจะเข้าหลักเกณฑ์เรื่องการทุเลาโทษจำคุก ตาม ป.วิอาญา ม.246 (2) ดังนั้น เมื่อเป็นการทุเลาโทษจำคุกจึงถือว่า น.ช.ทักษิณยังไม่ได้รับโทษจำคุกจนกว่าจะหายป่วย และส่งตัวเข้าเรือนจำตามปกติ จึงจะเริ่มรับโทษจำคุกใหม่ การพักโทษก็ยังไม่เริ่มนับเช่นเดียวกัน ศาลยังไม่ได้สั่งให้ทุเลาโทษจำคุก แต่กลับไปทุเลากันเอง ถามว่าเรื่องนี้ชอบ ด้วยกฎหมายหรือไม่ อย่างไร กรณีดังกล่าวนี้เป็นการ ทำความผิดกฎหมาย ป.วิอาญา ม.246 และขัดต่อ คำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของนักการเมือง จะนำเรื่องนี้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลยุติธรรม รวมถึงผู้กระทำ ความผิดอื่นที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ร่วมกระทำความผิด ที่เป็นทั้งตัวการและผู้สนับสนุนให้เกิดการกระทำความผิด”นายชาญชัยกล่าว นพดล ปัทมะ“นพดล” วอนอย่ามุ่งโจมตีตัวบุคคลนายนพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีคณะ กมธ.การตำรวจ สภาฯ ไป รพ.ตำรวจ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. ไปดูชั้น 14 ว่า ถือเป็น สิทธิที่กลุ่มบุคคลหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา บ้านเมืองต้องเดินหน้าสู่การปรองดองสมานฉันท์ และการจะดูเรื่องใด ต้องดูป่าทั้งป่าไม่ใช่แค่ต้นไม้ต้นเดียว ประเด็นนายทักษิณ ขอตั้งข้อสังเกต 4 ข้อ 1.หลังรัฐประหารปี 2549 มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน (คตส.) มีกรรมการที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองกับนายทักษิณ มาสอบคดี ขัดหลักนิติธรรมชัดเจน เคยออกไปคัดค้าน การละเมิดหลักนิติธรรมนี้หรือไม่ 2.กฎกระทรวงและ ระเบียบกรมราชทัณฑ์เรื่องผู้ต้องขัง การพักโทษ และ การเปลี่ยนสถานที่คุมขัง บังคับใช้ทั่วไป ไม่ใช้กับ คนหนึ่งคนใดโดยเฉพาะ 3.ระเบียบการเปลี่ยนสถานที่ คุมขัง คือ ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการ สำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 ออก สมัยรัฐบาลที่แล้ว ตอนออกไม่เห็นคนคัดค้าน ไม่เชื่อ ว่ารัฐบาลเก่าได้มุ่งช่วยเหลือนายทักษิณ และ 4.เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ และ รพ.ตำรวจ จะปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่เลือก ปฏิบัติ ตนจึงขอว่าการพร่ำพูดถึงหลักนิติธรรม อย่าดู เฉพาะนิติธรรมที่เป็นคุณกับฝ่ายตัวเอง อดีตนายกฯ ได้ทำประโยชน์มากมาย เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคที่เป็นตำนานตลอดไป ได้เวลาที่เราควร มีความเมตตาปรารถนาดีต่อกัน เพื่อพาบ้านเมืองเดินหน้า ส่วนนักการเมืองขอเชิญมาต่อสู้เชิงนโยบายเพื่อผล ประโยชน์ของประชาชนและแก้ปัญหาประเทศดีกว่าตั้งโต๊ะล่าชื่อฟันหน่วยงานอุ้ม “ทักษิณ”ที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ข้างทำเนียบรัฐบาล บรรยากาศการชุมนุม “ระบบยุติธรรมต้องเท่าเทียม นักโทษต้องอยู่ในคุก” ของเครือข่าย คปท. ช่วงเช้าการชุมนุมแบบค้างคืนวันที่ 2 คปท. งดกิจกรรมทุกอย่าง แล้วนำตุ๊กตา ไอศกรีม มาแจกเด็กที่มาเที่ยวงานวันเด็กในทำเนียบฯ กระทั่งเวลา 15.00 น.จึงเริ่มใช้เครื่องขยายเสียง แสดงดนตรีสลับปราศรัยจากนายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต สว. ทั้งตั้งโต๊ะล่ารายชื่อประชาชน 2 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอรัฐสภาและศาลฎีกาตรวจสอบการทำงานของ ป.ป.ช. กรณีไม่ดำเนินการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงยุติธรรม กรมราชทัณฑ์ ที่ช่วยเหลือนายทักษิณ ชินวัตร ให้ไม่ต้องอยู่เรือนจำ นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท.ระบุว่า วันที่ 15 ม.ค. จะไปสอบถาม กรมราชทัณฑ์ กรณีขยายเวลาให้นายทักษิณอยู่ รพ.ตำรวจ ทั้งนี้การชุมนุมของ คปท.มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์กว้างขวางในอดีตม็อบสามนิ้ว เมื่อนางวรวรรณ แซ่อั้ง หรือป้าเป้า อดีตแนวร่วมม็อบราษฎร มาเปิดแผงขายของหน้าสถาบันเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ในพื้นที่ชุมนุม คปท.แนวร่วมม็อบราษฎรพากันใช้สื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพป้าเป้า ในม็อบ คปท.พร้อมประณามว่าเป็นการกระทำไร้อุดมการณ์และประกาศเลิกสังฆกรรมป้าเป้าเด็กแปะโพสต์อิททวงสัญญาหาเสียงผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล ที่หน้าตึกสันติไมตรี เจ้าหน้าที่จัดสแตนดี้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง แล้วให้เด็กๆ แปะโพสต์อิทบอกความในใจถึงนายกฯ ข้อความส่วนใหญ่ให้กำลังใจนายกฯ เช่น คำว่า “นายกฯสู้ๆ” ขณะที่เด็กบางคนเขียนข้อความ “อยากให้นายกฯลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเล่น” บางคนใช้โอกาสเนื่องในวันเด็กทวงถามการดำเนินการของรัฐบาลตามนโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้ตอนเลือกตั้ง อาทิ “รักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้เมื่อตอนหาเสียง” “ชอบการบริหารงานของนายกฯและถุงเท้าของนายกฯ”นายกฯตอบ ส.ค.ส. 16 ปี ได้ดิจิทัลวอลเล็ตผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเดินดูซุ้มกิจกรรมวันเด็กช่วงเช้าแล้ว นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและ รมว.คลัง ได้ใช้เวลาช่วงบ่ายคุยงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นเวลา 15.15 น. นายเศรษฐาเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล มีบรรดาเด็กๆที่ยังอยู่ในบริเวณทำเนียบฯกรูเข้าไปขอถ่ายภาพเป็นจำนวนมาก และนายปริญญา สุขชิต ผู้สืบสานตำนานว่าวไทย ได้นำหนังสือตำราเล่นว่าวมามอบให้กับนายกฯ โดยนายเศรษฐากล่าวว่า “ผมคิดว่าน่าจะอยู่ในซอฟต์ พาวเวอร์ได้แสดงในเทศกาลต่างๆจากนั้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า ใน ส.ค.ส. ที่ส่งมาถึงนายกฯมีน้องคนหนึ่งอยู่ ม.4 เขียนถามว่า เงินดิจิทัลวอลเล็ต จะได้เมื่อไหร่ นายเศรษฐากล่าวว่า ตนยังไม่มีเวลาอ่าน ส.ค.ส.เลย แต่เด็ก ม.4 ถ้าอายุ 16 ปีแล้วก็มีสิทธิได้ เมื่อถามว่าเด็กเขียนมาด้วยว่าอยากเป็นลูกนายกฯ นายเศรษฐาตอบรับว่าครับขอบคุณช่วย ปชช.น้ำท่วม จชต.คืบหน้าก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. นายเศรษฐา ได้ทวีตข้อความผ่าน X ว่า ผบ.ทบ.แจ้งความคืบหน้าเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 3 จชต. เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ว่า เราซ่อมแซมดูแลบ้านเรือนประชาชนไปกว่า 315 หลัง และยังคงทำอย่างต่อเนื่อง มีชุดหมอเดินเท้าเข้าไปช่วยเหลือสุขภาพเบื้องต้นให้กับประชาชน และต้องขอขอบคุณชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนทั้งขึ้นหลังคา ปูกระเบื้องเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน ที่จัดทำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ จ.นราธิวาส ได้รับเครื่องอุปโภค บริโภค น้ำดื่มสะอาด ยารักษาโรค เครื่องนุ่งห่ม เครื่องครัว จากจิตอาสาพระราชทาน ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนเสมอก.ก.ชง 6 ข้อปฏิรูปศึกษา–ห้ามตีเด็กเมื่อเวลา 10.30 น. ที่พรรคก้าวไกล นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคก้าวไกล นำทีมแถลงข่าวเรื่องนโยบายการศึกษา เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ “การศึกษาก้าวไกล เด็กไทยก้าวหน้า” ว่า พรรค ก.ก.มี 6 ข้อเสนอต่อการปฏิรูปการศึกษาของไทย 1.ควรจัดทำหลักสูตรใหม่ เน้นทักษะ สมรรถนะ ลดชั่วโมงเรียน การบ้าน หรือการสอบแข่งขันที่หนักจนเกินไป ลดวิชาบังคับ เพิ่มวิชาทางเลือก 2.ลดภาระงานครูที่ไม่เกี่ยวกับการสอน คืนครูให้ห้องเรียน 3.ป้องกันการตกหล่นออกจากระบบการศึกษา ปัจจุบันยังไม่ได้ฟรีจริง มีค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองทั่วประเทศต้องแบกรับอยู่ถึงประมาณ 2,000-6,000 บาทต่อปี 4.ลดความเหลื่อมล้ำระหว่างโรงเรียน ครูกระจุก โรงเรียนกระจัดกระจาย มีครูไม่ครบทุกระดับชั้น 5.คุ้มครองสุขภาพกาย-สุขภาพใจ-ความปลอดภัยของนักเรียน 6.เพิ่มการมีส่วนร่วมของนักเรียนทั้งในและนอกสถานศึกษา ช่วงต้นปีต่อจากนี้พรรค ก.ก.มีอยู่ 3 เรื่องที่จะทำในฐานะฝ่ายค้านเชิงรุก ผลักดันนโยบายการศึกษา ยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ วางหลักประกันการแก้ปัญหาข้างต้น รวมถึงการใช้กลไก กมธ. แก้ไขปรับปรุงกฎหมายอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิตของเด็ก เช่น การนำเสนอ พ.ร.บ.ห้ามตีเด็ก เป็นต้นอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่