ประกาศผลเคาะคะแนนตัวเลข ส.ส.แต่ละพรรคอย่างเป็นทางการกกต.ปิดจ๊อบที่นั่ง ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อทุกพรรคการเมือง หลังคำนวณแต้มเสร็จสรรพตัวเลข ส.ส.นิ่งพอใช้เป็นบรรทัดฐาน เหลือแค่รอลุ้นการแจกใบเหลือง-ใบแดง และประกาศรับรองผลจาก กกต. จะส่งผลให้สมการการเมืองกลับมาแกว่งในอนาคตหรือไม่แต่ที่ต้องลุ้นตัวโก่งในระยะเฉพาะหน้าคือ ความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล 8 พรรค 312 เสียง เพิ่งตั้งไข่ฟอร์มทีมรัฐบาลไม่ถึงสัปดาห์ ก็ตั้งท่ายุ่งเหยิง ซัดกันอีนุงตุงนังอย่างที่เห็นบรรยากาศคุกรุ่น พรรคเพื่อไทยเปิดศึกนัวเนีย 2 พรรค แนวรบแรกฟาดปากพรรคไทยสร้างไทยดุเดือด ระดับแกนนำหัวแถว นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เก็บความนิ่งไม่อยู่ ระบายอารมณ์อยากชกหน้า “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ตอบโต้กรณีล้ำเส้นมารยาทพรรคร่วมรัฐบาล ตีเนียนทำหน้าที่นักข่าวแย่งสื่อตั้งคำถาม “เพื่อไทย– ก้าวไกล” ทำเอ็มโอยูล่มหัวจมท้ายไปด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่เป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านหรือไม่บี้ขอคำตอบมัดปาก “เพื่อไทย” ไม่ให้มีแผนสองดิ้นรนหนีไปไหน เปิดสงครามน้ำลายใส่กันอุตลุดแต่ดูทรงคงไม่ห้ำหั่นจนบานปลาย เป็นแค่ฉากวิวาทะ ฟาดงวงฟาดงาให้หายมันปากไม่กี่วัน เรื่องก็เงียบหายเข้ากลีบเมฆต่างจากศึกใหญ่ของจริงที่เป็นคลื่นใต้น้ำลูกใหญ่ ระหว่าง “เพื่อไทย–ก้าวไกล” ที่กำลังซัดกันดุเดือด แย่งเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีใครยอมใครระดับที่ตัวพ่อของ 2 พรรค ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องกระโจนมาร่วมสงครามวิวาทะ ใส่กันแรงๆ ช่วยถือหางลูกทีมตัวเอง ไม่เกรงกลัวผิดกฎเหล็ก คนนอกแทรกแซงครอบงำพรรค จุดหัวเชื้อถูกยุบพรรคตามมาตัวพ่อ และเหล่าลูกหาบ ร่วมวงค้าความขัดแย้ง ขยายรอยร้าวออกไปไม่สิ้นสุดเกมอำนาจเริ่มเป็นพิษตั้งแต่ด่านแรก ไม่มีใครยอมลดราวาศอก เติมความวุ่นวายต่อเนื่องจากการแบ่งเค้กเก้าอี้รัฐมนตรีที่มีร่องรอยขบเหลี่ยมอยู่ก่อนหน้านี้ไฟต์บังคับเดิมพันอำนาจ พรรคก้าวไกลจะปล่อยให้เก้าอี้ประธานสภาฯตกไปอยู่ในมือพรรคเพื่อไทยไม่ได้ เพื่อความอุ่นใจ มีคนคุมเกมผลักดันการแก้ไขมาตรา 112 และร่างกฎหมายสำคัญอีก 45 ฉบับเข้าสภาอีกทางต้องใช้เป็นหลักประกันความปลอดภัย ไว้ยื้อชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล อยู่ในกระดานอำนาจ โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาฯให้นานที่สุด ตีกันไม่ให้เพื่อไทยได้ส้มหล่น ขึ้นมาเป็นหัวขบวนจัดตั้งรัฐบาลแทนง่ายๆจำเป็นต้องมีคนคุมกระดานการบรรจุวาระการโหวตนายกรัฐมนตรีที่ไว้วางใจได้ คอยคุมจังหวะ ชิงความได้เปรียบ และช่วยระวังหลังไม่ให้ชื่อ “พิธา” ถูกถอดปลั๊กเร็วเกินไป เร่งพรรคก้าวไกลตกสวรรค์ กระเด็นเป็นฝ่ายค้านเร็วขึ้นศึกชิงเก้าอี้ประมุขนิติบัญญัติส่อเพิ่มรอยร้าว “ก้าวไกล–เพื่อไทย” ไม่มีใครใส่เกียร์ถอย ต่างฝ่ายต่างต้องการเอามาเป็นของตัวเอง ใช้ชิงความได้เปรียบทางการเมือง จังหวะเข้าด้ายเข้าเข็มที่ “ทักษิณ” ต้องฉวัดเฉวียนบินมาบัญชาเกมที่สิงคโปร์ โดยมี “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย บินไปเยี่ยมพ่อ ก็ยังไม่รู้จะมีการรับบรีฟอะไรมาหรือไม่ทีมคนแดนไกลพร้อมเปิดหน้าชน เปิดศึกเต็มตัวยึดเก้าอี้เบอร์ 1 ฝ่ายนิติบัญญัติมาอยู่ในมือ ยอมแหกธรรมเนียมปฏิบัติไม่ยกตำแหน่งประธานสภาฯเป็นของพรรคอันดับ 1 เพื่อเป็นตัวช่วยในการคิดการณ์ใหญ่ฮึ่มฮั่มขึงขังถึงขั้นส่อเรียกร้องให้ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาลเพื่อไทยก็ไม่อยากถูกผูกขาเดินไปกับก้าวไกลตลอด จ้องรอไม้สอง หากถึงทางตัน “พิธา” ฝ่าด่าน ส.ว.ไม่สำเร็จ ก็พร้อมจะพลิกขั้วขึ้นมาเป็นหัวขบวนแทนถึงเวลานั้นก็รับประกันไม่ได้ พรรคก้าวไกลจะมีชื่ออยู่ในพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ตามสภาพการเมืองไทยที่ไม่อยู่ในภาวะปกติ พรรคชนะเลือกตั้ง อาจไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนทุกครั้งแม้ค่ายก้าวไกลจะถอยสุดซอย ถอดการแก้ไขมาตรา 112 ออกจากเอ็มโอยู แต่แนวโน้มก็ยังเปลี่ยนใจให้ ส.ว.มาเพิ่มแต้มให้ลำบาก หรือหากจะฝากความหวังใช้กระแสสังคมกดดันพรรคการเมืองอื่นมาร่วมเติมเสียงให้ เพื่อความชอบธรรมทางประชาธิปไตย โดยไม่มีเงื่อนไขร่วมรัฐบาลมาเกี่ยวข้องดูยังไงความหวังก็แทบตีบตัน เพราะของฟรีไม่มีในโลกก้าวไกลได้เรียนรู้พิษสง โลกแห่งความเป็นจริงการเมืองไทย การตั้งรัฐบาลยากยิ่งกว่าชนะการเลือกตั้ง ยิ่งแต้มพรรคที่ 1 และพรรคที่ 2 ทิ้งกันไม่ขาด ก็มีโอกาสเกิดเกมซ่อนไพ่หากจังหวะลงล็อก พร้อมฉีกเอ็มโอยูแค่ชั่วข้ามคืน“ส้มร่วง” เมื่อไร หลายขั้วก็รอ “ส้มหล่น” พลิกเกมขึ้นเป็นใหญ่.ทีมข่าวการเมือง