กกต.เดินสายสุ่มตรวจหน่วยเลือกตั้ง “อิทธิพร” ปลื้มเรียบร้อยราบรื่น หวังร้องเรียนลดลงกว่าปี 62 สำนักงาน กกต. การันตีไม่เกิน 5 ทุ่มรู้ผลไม่เป็นทางการ เตือน 4 ข้อ พึงระวังห้ามโฆษณา หาเสียง-ห้ามเล่นพนันผลเลือกตั้ง-เผยแพร่โพล-รับเงินแลกลงคะแนน นายจ้างขัดขวาง ไม่อำนวย ความสะดวกเจอปรับ 4 หมื่น จำคุก 2 ปี ศลต.ตร. แจงโทษผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซื้อสิทธิขายเสียงติดคุก ทั้งคู่ สวมเสื้อมีโลโก้พรรค-เบอร์ผู้สมัครห้ามเข้าคูหา เฉียดใกล้หน่วยเลือกตั้ง ย้ำห้ามนำบัตรออกนอกหน่วย ถ่ายรูปโชว์ “พิจิตร” พลเมืองดีพารวบผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซื้อเสียงคาโพย นอภ.สามง่ามสั่งพักงานปลดพ้น กปน. สงขลาล็อกหัวคะแนนพรรคใหญ่พกเงินแสน อ้างแค่ รวมชื่อส่งต่อหัวคะแนน นครพนมยึด 1.95 แสนบาท ซุกรถพ่อค้า ผบก.นครพนมยันแค่ยึดมาสอบไม่ผิดส่งคืน เขต 8 ศรีสะเกษซองผ้าป่ายัดแบงก์ 500 คลิป ว่อน อสม.เกาะสำโรงรับเงินสด 7 หมื่นพร้อมโพย 28 แผ่น อ้างผู้ใหญ่บ้านจ้างไปแจกชาวบ้านโร่ให้ข้อมูล กกต.สาวต้นตอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมแล้วกับการจัดการเลือกตั้งปี 2566 ระบุเตรียมการรายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ (ECT Report) ในการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. สามารถทราบผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้ทั้งหมดไม่เกิน 23.00 น. ออกประกาศเตือนเน้นย้ำประชาชนระวังการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งกกต.แบ่งสายตรวจความพร้อม ลต.ปี 66เมื่อวันที่ 13 พ.ค. เวลา 08.30 น. ที่หอ ประชุมใหญ่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปตรวจเยี่ยมและสังเกตการณ์การส่งมอบและตรวจรับวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง ส.ส. ปราจีนบุรี เพื่อเตรียมการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 14 พ.ค. โดยมีนายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อม น.ส.เมลดา วัชรโรจน์ ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดปราจีนบุรี รวมถึงหัวหน้าส่วน งานราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและร่วมสังเกตการณ์ขณะที่เวลา 10.00 น. ที่โรงเรียนอู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นายปกรณ์ มหรรณพ กกต.พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามและสังเกตการณ์การส่งมอบวัสดุอุปกรณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. โดยมี น.ส.สมิหรา เตชะอังกูรณ์กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ให้การต้อนรับ ทั้งนี้นายปกรณ์ได้มอบนโยบายเน้นย้ำให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการร้องเรียนการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง “อิทธิพร” ปลื้ม จนท.เตรียมการเรียบร้อยนายอิทธิพรกล่าวว่า เท่าที่ดูทีมเจ้าหน้าที่ทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ การรับวัสดุอุปกรณ์เรียบร้อยดี ที่ จ.ปราจีนบุรี มี กปน.มาช่วยทำงานประมาณ 8,000-9,000 คน หากกรณีฝนตกต้องพิจารณากันอีกที กปน.ต้องเตรียมรับมือ ถ้าหน่วยเลือกตั้งเป็นอาคารไม่น่าห่วง แต่ถ้าเป็นเต็นท์ต้องระมัดระวัง ทั้งนี้ประชาชนติดตามผลการนับคะแนนได้ที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง เมื่อปิดลงคะแนนจะเริ่มนับคะแนนทันที และจะประกาศผลการนับคะแนนแปะไว้หน้าหน่วย ช่องทางการรายงานข่าวประชาชนรับชมได้หลายช่องทาง ส่วนการร้องเรียนยังคาดเดาไม่ได้ ถ้าเปรียบเทียบกับเมื่อปี 2562 มีเรื่องร้องเรียน 592 เรื่อง วันที่ 14 พ.ค.จะถึงวันเลือกตั้งทั่วประเทศมีเรื่องมีข้อร้องเรียน 153 เรื่อง หวังว่ากระบวนการที่จะยื่นคำร้องจะน้อยลง แสดงถึงพัฒนาการของเราดีขึ้น ขอให้ทุกท่านปฏิบัติตามกฎหมายแจง 6 ขั้นตอนรายงานผลหลังปิดหีบเวลา 12.30 น. สำนักงาน กกต.เผยเเพร่เอกสารข่าว เรื่องพร้อมแล้ว 6 ขั้นตอน การรายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ (ECT Report) ในการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.2566 ดังนี้ 1.กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)ถ่ายภาพแบบรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.5/18 ส.ส 5/18 (บช.) ส่งเข้ากลุ่มไลน์ศูนย์รวมคะแนนอำเภอ จากนั้นคณะกรรมการนับคะแนนบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า (ในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง นอกราชอาณาจักรและที่เลือกตั้งกลางสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ) ส่งรายงานผลการนับคะแนน ส.ส. 5/16 ส.ส. 5/16 (บช.) ส.ส. 5/17 ส.ส. 5/17 (บช.)ให้ศูนย์รวมคะแนนเขตเลือกตั้ง 2.ศูนย์รวมคะแนนอำเภอและศูนย์รวมคะแนนเขตตรวจสอบความถูกต้องแล้วบันทึกลงในระบบ ECT Reportทราบผลคะแนนทั้งหมดไม่เกิน 5 ทุ่ม3.ระบบ ECT Report จะจัดเก็บข้อมูลผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตและ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของแต่ละเขตเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด และในภาพรวมทั้งประเทศ คาดว่าจะทราบคะแนนชุดแรกได้ตั้งแต่เวลา 18.45 น.เป็นต้นไป และจะทราบคะแนนทั้งหมดไม่เกิน 23.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค.2566 ทั้งนี้จะเผยแพร่ผลคะแนนไม่เกินร้อยละ 95 ของหน่วยเลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง 4.สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ (สวข.) นำผลคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ทั้งสองแบบไปจัดทำเป็น Dashboard เผยแพร่ผ่าน www.ectreport.com 5.สื่อมวลชนเชื่อมโยงข้อมูลผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการจาก สวข.เป็นไฟล์ CSV ผ่าน Google Share Drive เพื่อไปเผยแพร่ในแต่ละช่องทาง 6.ประชาชนสามารถติดตามผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการได้ 4 ช่องทาง ดังนี้ ประกาศรายงานผลการนับคะแนน ส.ส.หน้าหน่วยเลือกตั้ง เว็บไซต์แสดงผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.อย่างไม่เป็นทางการ www.ectreport.com สื่อมวลชนที่เชื่อมโยงข้อมูลจาก สวข. ศูนย์แถลงข่าวสำนักงาน กกต.ย้ำเตือน 4 ข้อพึงระวังเข้มต่อมาเวลา 15.00 น. สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อพึงระวังโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง 2566 โดยระบุว่าตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 นาฬิกา เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ดังนั้นเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งขอประชาสัมพันธ์เน้นย้ำข้อพึงระวังไม่ให้กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ดังนี้ 1.ห้ามผู้ใด ทำการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้งโดยวิธีการใดไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง นับตั้งแต่เวลา 18.00 นาฬิกา ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 จนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง 2.ห้ามผู้ใดเล่นหรือจัดให้เล่นการพนันขันต่อเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้เล่น 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้จัดให้มีการเล่นห้ามเผยแพร่โพล–รับเงินแลกโหวต3.ห้ามผู้ใดเปิดเผย หรือเผยแพร่ผลสำรวจความเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการลงคะแนนการเลือกตั้งในระหว่าง 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง จนถึงเวลาปิดการลงคะแนนการเลือกตั้ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ 4.ห้ามไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนน มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี นอกจากนี้ ผู้สมัครจะต้องพึงระมัดระวังในการใส่เสื้อ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับฯลฯ ที่มีสัญลักษณ์ โลโก้พรรคการเมือง หรือมีสีและหมายเลขพรรคการเมือง ตลอดทั้งการโพสต์ข้อความ อัปโหลดภาพหรือคลิปที่มีเนื้อหาเสียงให้พรรคการเมืองลงบนโซเชียลมีเดีย และการแจกเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงบริเวณใกล้หน่วยเลือกตั้ง หรือที่อื่นๆแก้ไขแล้วป้ายประกาศผลที่โคราชเมื่อเวลา 16.00 น. สำนักงาน กกต.โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่าตามที่ปรากฏการเสนอข่าวรูปป้ายประกาศผลรวมคะแนนเขตเลือกตั้งที่ 4 อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ปรากฏชื่อพรรคก้าวไกลมีชื่ออยู่ในลำดับเดียวกับพรรคทางเลือกใหม่ ลำดับที่ 30 ทำให้ลำดับถัดจากนั้นคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริง ขอชี้แจงว่าเกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการจัดพิมพ์ของผู้รับจ้างผลิตป้ายดังกล่าว เมื่อสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนครราชสีมาได้ตรวจสอบและพบเห็นจึงได้สั่งการให้ผู้รับจ้างผลิตเปลี่ยนแปลงและแก้ไขให้ถูกต้องตรงตามความเป็นจริงทันที ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้อง เป็นไปตามลำดับที่ถูกต้องของพรรคการเมืองแต่ละพรรคเรียบร้อยแล้วนายจ้างขัดขวางปรับ 4 หมื่น จำคุก 2 ปีต่อมาเวลา 17.05 น. สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าว เรื่อง “กกต. เน้นข้อพึงระวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ระบุว่า วันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำนักงาน กกต.ขอประชาสัมพันธ์ข้อพึงระวังของผู้มีสิทธิเลือกตั้งดังต่อไปนี้ 1.ห้ามผู้ใดขาย จำหน่าย แจกจ่าย หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิด ตั้งแต่เวลา 18.00 น.ของวันที่ 13 พ.ค.จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค.2566 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ห้ามผู้ใดเล่นหรือจัดให้เล่นการพนันขันต่อเกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้เล่น 10 ปี และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผู้จัดให้มีการเล่น 3.ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างขัดขวาง หรือหน่วงเหนี่ยว หรือไม่ให้ความสะดวกพอสมควร ต่อการไปใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใต้บังคับบัญชาหรือลูกจ้าง มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับบัตรนอก ปท.ถึงแล้วพร้อมนับแต้มนอกจากนี้ กกต.เผยแพร่แจ้งข้อมูลว่าบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 94 แห่ง ที่ลงคะแนนเสียงเมื่อ 7 พ.ค. ส่งถึงเขตเลือกตั้งทั่วประเทศแล้ว วันเลือกตั้ง 14 พ.ค. พร้อมนับคะแนน ภาพรวมการจัดการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรเสร็จสิ้นแล้วทุกประเทศด้วยความเรียบร้อย ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ และสำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย (ไทเป) จัดส่งบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรกลับมายังประเทศไทยครบทั้ง 94 แห่งแล้ว และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด คัดแยกบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร จำนวน 94 แห่ง และจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งครบทุกเขตแล้ว วันที่ 14 พ.ค. เวลา 17.00 น. คณะกรรมการนับคะแนน จะได้นับคะแนนต่อไปเชียงใหม่ กปน.รับมอบอุปกรณ์คึกคักที่ห้องประชุม อ.เมืองเชียงใหม่ ภายในศูนย์ราชการ จ.เชียงใหม่ คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเดินทางมารับหีบบัตรเลือกตั้ง ส.ส.พร้อมอุปกรณ์สำหรับหน่วยเลือกตั้งจนแน่นห้องประชุม เจ้าหน้าที่ได้ประกาศให้ตรวจสอบอุปกรณ์ทุกอย่างให้ครบถ้วน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเรียบร้อย ไม่มีอุปกรณ์ใดตกหล่น นำไปใช้ในหน่วยเลือกตั้งตัวเองโดยไม่เกิดปัญหานายอำนาจ มหายนต์ ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่กล่าวว่า การรับบัตรเลือกตั้งของเขต 1 จะแบ่งเป็น 2 จุด จุดแรกที่ห้องประชุม อ.เมืองเชียงใหม่ และที่โรงยิมเนเซียม 3 สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่ จะมีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 101 หน่วย ที่อยู่นอกเหนือเขตเทศบาลนครเชียงใหม่เดินทางมารับ ขณะเดียวกันคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างละเอียด ทั้งการรับบัตรลงคะแนน หีบบัตรและอุปกรณ์ต้องมีการตรวจสอบทันทีว่าอุปกรณ์ทุกอย่างที่ได้รับไปครบถ้วนหรือไม่ รวมทั้งการลงชื่อของคณะกรรมการจำนวน 3 คน ที่จะเป็นผู้ส่งหีบบัตรเลือกตั้งภายหลังการเลือกตั้งเสร็จสิ้นด้วย151 หน่วยสัตหีบพร้อมเต็มร้อยที่ศาลาประชาคมอำเภอสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายพิเชฐ ธรรมโหร ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ที่ 10 อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ส่งมอบหีบบัตรคูหาลงคะแนน อุปกรณ์จัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งทั้ง 151 หน่วยเลือกตั้งใน อ.สัตหีบ เพื่อนำไปจัดการเลือกตั้งในวัน 14 พ.ค. โดยเจ้าหน้าที่และกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ตรวจหีบบัตร คูหาลงคะแนน อุปกรณ์ต่างๆที่ใช้จัดการเลือกตั้ง ให้เรียบร้อยครบถ้วน ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ยังสถานที่ปลอดภัยของแต่ละหน่วย นายพิเชฐเปิดเผยว่า อ.สัตหีบมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 131,976 คน เราเตรียมพร้อม 100% ไม่ว่าการจัดหาหีบ วัสดุอุปกรณ์ บัตรเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยทั้ง 151 หน่วย ขอยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าเรามีความพร้อมจัดการเลือกตั้ง การส่งหีบบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง พร้อมอุปกรณ์ไม่พบว่ามีอุปสรรคใด ตร.กางตำราชี้โทษผิด ก.ม.เลือกตั้งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 14.00 น. พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยการจัดการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศลต.ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศลต.ตร. ห่วงใยพี่น้องประชาชน สั่งการให้ ศลต.ตร.เร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่จะออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค.เข้าใจในกฎหมายเลือกตั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และเพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยซื้อสิทธิขายเสียงโทษถึงติดคุกโฆษก ศลต.ตร. กล่าวว่า ขอแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบถึงการกระทำที่ต้องงดเว้น ห้ามกระทำ ตามกฎหมายเลือกตั้ง “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561” ที่ประชาชนพึงหลีกเลี่ยง ซึ่งมักพบการกระทำความผิด ดังนี้ 1.การซื้อสิทธิขายเสียงการกระทำการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ผู้สมัครหรือ “การซื้อขายเสียง” เข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยผู้ซื้อเสียง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี ส่วนผู้ขายเสียง เรียกรับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน ฝ่าฝืนมีโทษ จำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 2.การพนันขันต่อผลการเลือกตั้ง โดยผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุก 1 ถึง 5 ปี ปรับ 20,000 ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีขนคนกาบัตรจำคุก–ตัดสิทธิ ลต.20 ปี3.การจัดยานพาหนะขนคนไปเลือกตั้ง หากทำเพื่อจูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด มีความผิด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี 4.การกระทำใด เป็นการขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยว เพื่อมิให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ มีความผิด ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกำหนด 10 ปี 5.การรื้อ ย้าย ปลด ทำลาย หรือเก็บป้ายหาเสียง ต้องทำโดยเจ้าของ หรือผู้รับมอบอำนาจเท่านั้น ผู้อื่นจะกระทำไม่ได้ ฝ่าฝืนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มีโทษทั้งจำทั้งปรับงดใส่เสื้อผ้ามีโลโก้พรรค–เบอร์ผู้สมัครโฆษก ศลต.ตร.กล่าวเน้นย้ำสิ่งที่ห้ามทำหลังเวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พ.ค.เป็นต้นไป จะเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง 1.ห้ามจำหน่าย จ่ายแจก หรือจัดเลี้ยงสุราในเขตเลือกตั้ง ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผู้ที่ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ห้ามมิให้มีการโฆษณาหาเสียงให้พรรคการเมือง หรือผู้สมัคร ส.ส.ทุกรูปแบบ รวมถึงให้งดเว้นการสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ฯลฯ ที่มีสัญลักษณ์โลโก้พรรคการเมือง หมายเลขพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร (โดยเฉพาะเมื่อเข้าคูหา หรือบริเวณใกล้เคียงหน่วยเลือกตั้ง) และให้งดเว้นการโพสต์ข้อความ อัปโหลดภาพ หรือคลิปที่มีเนื้อหาลักษณะหาเสียงเลือกตั้งลงบนโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นไป ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับห้ามนำบัตรออกนอกหน่วย–ถ่ายรูปโชว์พล.ต.ท.นิธิธรกล่าวว่า ขณะเดียวกันข้อกฎหมายที่เน้นย้ำ ห้ามทำเมื่อเข้าคูหาเลือกตั้ง 1.นำบัตรเลือกตั้งออกจากหน่วยเลือกตั้ง ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 2.ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนเองลงคะแนนแล้ว ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.จงใจทำบัตรเลือกตั้งชำรุดเสียหาย หรือจงใจทำบัตรเสียให้เป็นบัตรที่ใช้ได้ ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี 4.นําบัตรที่ลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ทราบว่าตนได้เลือกหรือไม่เลือกผู้ใด ฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่ เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 5.สวมใส่เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายที่มีโลโก้ สัญลักษณ์ หมายเลขของพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จับซื้อเสียงแล้วพร้อมของกลาง 3 รายพล.ต.ท.นิธิธรกล่าวย้ำว่า โค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง ผบ.ตร.กำชับตำรวจทั่วประเทศให้มีมาตรการสืบสวนหาข่าว ป้องกัน ปราบปรามห้ามมิให้มีการ ซื้อเสียงขายเสียงเด็ดขาด ทั้งผู้ซื้อเสียงและขายเสียง มีโทษทางอาญาทั้งจำคุก ปรับ และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสูงสุด 20 ปี โดยเฉพาะในคืนหมาหอนตำรวจเพิ่มความเข้มการสืบสวน ป้องกัน จับกุม และตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จับกุมดำเนินคดีผู้กระทำผิดฐานซื้อเสียงได้แล้ว 3 ราย ที่ จ.บึงกาฬ จับกุมได้พร้อมของกลางโพยรายชื่อ และเงินสด ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จับได้พร้อมของกลางเงินสด และอีกรายที่ จ.พิจิตร จับกุมได้พร้อมของกลางเงินสด เช่นกัน อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ผบ.ตร.และ ผอ.ศลต.ตร.กำชับตำรวจทั่วประเทศบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากประชาชนพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง แจ้งได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 หรือที่สถานีตำรวจนครบาล สถานีตำรวจภูธรทุกแห่ง ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่สายด่วน กกต. 1444จับผู้ช่วย ผญบ.เตรียมซื้อเสียงที่ จ.พิจิตร พ.ต.อ.สุเมธ สุนะ ผกก.สภ.หนองโสน อ.สามง่าม จ.พิจิตร เปิดเผยว่า ร.ต.อ.สุรัตน์ อ่อนจู รอง สว. (สอบสวน) สภ.หนองโสน ได้รับคำแจ้งจากพลเมืองดีซึ่งเป็นผู้กล่าวหาว่า เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 12 พ.ค. เดินทางมาที่แผงพระวัดหนองโสน จอดรถเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันหลอด ได้ยินเสียง น.ส.ศรีไพร สีหไกร ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อายุ 33 ปี โทรศัพท์คุยกับบุคคลอื่นให้มารับเงิน จากนั้นเห็น น.ส.ศรีไพรนำซองพลาสติกใสใส่กระเป๋ากางเกงด้านขวา ผู้กล่าวหาพร้อมพวกขอให้ น.ส.ศรีไพรหยิบซองพลาสติกใสออกมาให้ดู พบของกลางเป็นธนบัตรรัฐบาลไทยฉบับละ 1,000 บาท 9 ใบ ธนบัตรฉบับละ 500 บาท 1 ใบ รวมเป็นเงิน 9,500 บาท พร้อมมีรายชื่อบุคคลอื่นปรากฏอยู่ จากนั้นผู้กล่าวหาได้ถามน.ส.ศรีไพรว่าเงินนี้เป็นเงินซื้อสิทธิขายเสียงใช่หรือไม่ น.ส.ศรีไพรตอบว่าใช่ เป็นเงินของพรรค การเมืองหนึ่ง ผู้กล่าวหาจึงแสดงตัวเป็นพลเมืองดี นำเงินดังกล่าวมามอบให้ตำรวจและร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดตามกฎหมายต่อไป ล่าสุดนายสุภโชค ศิลปคุณ นอภ.สามง่าม ออกคำสั่งสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และให้ออกจากการเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ของตำบลหนองโสน อ.สามง่าม หน่วยเลือกตั้งเขตเลือกตั้งส.ส.พิจิตร เขต 1 แล้วสงขลาล็อกหัวคะแนนถือเงิน 1 แสนที่ จ.สงขลา เมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจควนลัง สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับแจ้งจากกลุ่มเครือข่ายประชาชนสังเกตการณ์เลือกตั้ง ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า ได้ควบคุมตัวหัวคะแนนพฤติกรรมต้องสงสัยเตรียมซื้อเสียงพร้อมโพยรายชื่อและเงินสด 1 แสนบาท และรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์จอดอยู่ในซอยข้างกำแพงเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ ตรวจสอบทราบชื่อนายวินัย บัวทอง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 52 ซอย 8 (โชคสมาน 5) ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ค้นในรถพบบัญชีรายชื่อแบบฟอร์มรายชื่อผู้เข้าร่วมการตั้งกลุ่ม กลุ่มที่ ชื่อกลุ่ม ผู้รับผิดชอบกลุ่ม เบอร์โทรศัพท์และรายชื่อประชาชนราว 100 คน พร้อมเบอร์โทร.และที่อยู่ เงินสดแบงก์ 1,000 บาท จำนวน 100,000 บาทอยู่ในซอง รวมสติกเกอร์หมายเลข ติดข้างรถ มีร่องรอยการลอกออกผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเคลื่อนที่เร็ว กกต.สงขลา ประจำเขตเลือกตั้งที่ 9 ให้มาตรวจสอบ เบื้องต้นนายวินัยอ้างว่าเป็นหัวคะแนนใต้ดินของผู้สมัครของพรรคการเมืองหนึ่ง จะรวบรวมรายชื่อส่งให้หัวคะแนนอีกที แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้ซื้อเสียง ไม่มีส่วนรู้เห็นกับเงินสด 1 แสนบาทและโพยบัญชีรายชื่อที่อยู่ในรถ มีทีมงานให้มาช่วยขับรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์คันนี้เท่านั้น จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวินัยไปยัง สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ว่าเข้าข่ายซื้อสิทธิขายเสียงตามมาตรา 73 (1) หรือไม่ยึด 1.95 แสนผู้ช่วยหาเสียงพรรคดังที่ จ.นครพนม หลังจากเมื่อวันที่ 12 พ.ค. เวลา 15.00 น. ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.นครพนม นำโดย พ.ต.อ.กฤติน กอร์ปกุลหิรัญ ผกก.สอบสวนนครพนม ร่วมกับชุดเคลื่อนที่เร็ว กกต.นครพนม จับกุมตรวจสอบนายมานพ (สงวนนามสกุล) ชาว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ขณะขับรถกระบะเตรียมไปซื้อของใน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม สกัดตรวจค้นบริเวณบ้านแพงสะพัง-หนองไฮ ต.รามราช อ.ท่าอุเทน พบเงินสดเป็นธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 130 ฉบับ และยังมีธนบัตรฉบับละ 500 บาท อีก 130 ฉบับรวม 195,000 บาท ยึดมาตรวจสอบ ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ท่าอุเทน จ.นคพรนม มอบหมายให้ กกต.ประจำ จ.นครพนม ตรวจสอบ โดยนายมานพ เจ้าของเงินยืนยันเป็นเงินสดเก็บไว้ติดตัวในรถ มีอาชีพค้าขายไว้นำไปซื้อของมาค้าขาย ยอมรับเป็นผู้ช่วยหาเสียงจริง แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการซื้อเสียง จะหารือฝ่ายกฎหมายพรรคต้นสังกัดเพื่อดำเนินการทางกฎหมาย เพราะมีการนำชื่อ-นามสกุล ข้อมูลส่วนตัว และคลิปวิดีโอไปเผยแพร่ตามสื่อ เชื่อว่าเป็นฝีมือฝ่ายตรงข้ามผบก.นครพนมบอกแค่ตรวจสอบพล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า เป็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว กกต.นครพนม ป้องกันปราบปรามการซื้อสิทธิขายเสียง ไม่ได้จับกุมการซื้อเสียง เป็นเพียงตรวจยึดมาตรวจสอบและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กกต.ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป หากไม่มีความผิด จะส่งคืนเจ้าของ เขต 8 ศรีสะเกษ ยัด 500 ใส่ซองผ้าป่าขณะที่ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเวลา 14.00 น. นายธีรวัฒน์ รองหานาม ทนายความ นำผู้เสียหายหลังใช้เฟซบุ๊กชื่อ “กัญญ์พิดา เพียรกสิโภคิน อ๋อย” โพสต์รูปภาพซองผ้าป่าที่พิมพ์ข้อความหน้าซองว่า ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อสร้างห้องผู้ป่วยสงฆ์อาพาธ และอาคารแยกโรคตรวจผู้ป่วยติดเชื้อโรคทางเดินหายใจ (ARI clinic) ณ โรงพยาบาลเมืองจันทร์ ต.หนองใหญ่ อ.เมืองจันทร์ จ.ศรีสะเกษ วันที่ 25 พ.ค.2566 ประทับตราโรงพยาบาลเมืองจันทร์ แนบกับธนบัตรฉบับละ 500 บาท อีกซองเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนก่อสร้างสำนักงานชมรมข้าราชการบำนาญอำเภอห้วยทับทัน ทอดถวาย ณ สำนักงานชั่วคราวชมรมข้าราชการบำนาญ อ.ห้วยทับทัน ต.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ วันที่ 26-27 พ.ค.2566 และมีซองผ้าป่าระบุหน้าซองว่า คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) สภ.อุทุมพรพิสัย ขอเชิญท่านผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสามัคคี จัดตั้งกองทุนสวัสดิการตำรวจและ กต.ตร.ที่ได้รับซองผ้าป่า ข้างในมีธนบัตรใบละ 500 บาท เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ขอให้ตรวจสอบเป็นซองผ้าป่าบอกบุญชาวบ้านจริงหรือไม่ หรือมีอะไรแอบแฝงแฉพิรุธคนทำบุญตั้งแถวรอรับซองนายธีรวัฒน์ รองหานาม ทนายความ กล่าวว่า ตามที่มีคนนำซองผ้าป่าไปแจกให้ประชาชนในพื้นที่ อ.อุทุมพรพิสัย เมืองจันทร์ และ อ.ห้วยทับทัน เขตเลือกตั้ง ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 8 ได้ตรวจสอบคิดว่าซองผ้าป่ามีพิรุธหลายอย่าง เช่น ซองปิดผนึกเรียบร้อยแล้วและประชาชนเข้าแถวรอรับซองผ้าป่ากันจำนวนมาก มันผิดวิสัยคนทำบุญ ไม่มีไปเข้าแถวรอรับซองผ้าป่าแบบนั้น การแจกซองทำบุญผ้าป่าช่วงก่อนเลือกตั้ง 2-3 วัน มีพิรุธจะส่อไปในทางทุจริตเลือกตั้งหรือไม่ ผู้รับซองมาเปิดดูเห็นในซองมีเงินอยู่ 500 บาท เลยพามาแจ้งความพ.ต.อ.นิลกาฬ พรศักดิ์ ผกก.สภ.อุทุมพรพิสัย เปิดเผยว่า ตกใจมากเพิ่งย้ายมาอยู่ สภ.อุทุมพรพิสัยได้ไม่นาน ความเป็นมาของผ้าป่า เมื่อมารับตำแหน่งได้เข้าร่วมประชุมกับ กต.ตร.สภ.อุทุมพรพิสัย เมื่อวันที่ 10 มี.ค.มีมติจะจัดทำบุญทอดผ้าป่าหาเงินตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการตำรวจไว้ช่วยเหลือข้าราชการตำรวจและช่วยเหลือ กต.ตร.ทั้งเจ็บป่วย เสียชีวิต และจะนำไปช่วยสาธารณกุศล บริหารโดย กต.ตร.ไม่ใช่ตำรวจ รวบ อสม.เกาะสำโรงพร้อมโพย–เงินสดที่ จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอปฏิบัติการตรวจค้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 โดยเมื่อวันที่ 8 พ.ค.ที่หมู่บ้านวังยาง หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเฝ้าระวังการซื้อสิทธิขายเสียงเข้าตรวจค้นจับกุมหญิง นางเอ (นามสมมติ) เป็นแม่บ้านทำความสะอาดที่โรงเรียนศูนย์เด็กเล็กบ้านเขาตก เป็น อสม. ประจำหมู่บ้าน หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง อ.เมืองกาญจนบุรี นำเงินจากหัวคะแนนของผู้สมัครพรรคใหญ่รายหนึ่งในเขต 1 จ.กาญจนบุรี เพื่อนำไปแจกจ่ายให้ผู้มีรายชื่อตามโพย เจ้าหน้าที่แสดงตัวขอเข้าตรวจค้น แต่พยายามติดสินบนด้วยเงิน 3,000 บาท เจ้าหน้าที่ไม่ยินยอม ตรวจหากระเป๋าบรรจุเงินสด 71,000บาท และโพยรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหมู่บ้าน หมู่ 5 ต.เกาะสำโรง จำนวน 28 แผ่น ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าถือสีแดงลายนกฮูกภายในบ้านจากนั้นนำตัวพร้อมโพยรายชื่อและเงินของกลาง นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายเจ้าตัวโร่ให้ข้อมูล กกต.สาวต้นตอผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางเอให้การต่อ พ.ต.ท.ราม จันทร์สุทนพจน์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่า ก่อนเกิดเหตุขณะอยู่หน้าบ้านพักอาศัยมีผู้ใหญ่อ้อยมาติดต่อให้ช่วยผู้สมัคร ส.ส.รายหนึ่ง ต่อมาเมื่อ วันที่ 6 พ.ค. เวลาประมาณ 09.00 น. ผู้ใหญ่อ้อยโทรศัพท์มาหาแจ้งว่านำเงินพร้อมรายชื่อมาให้ จะให้ค่าตอบแทนหัวละ 30 บาท วันที่ 8 พ.ค. เวลาราว 14.30 น. มีชายสวมหมวกกันน็อกขี่รถจักรยานยนต์นำถุงพลาสติกมาแขวนไว้ที่แฮนด์รถจักรยานยนต์ของตน เปิดถุงดูเป็นเงินสดจำนวนหนึ่งพร้อมบัญชีรายชื่อ ต่อมา มีเจ้าหน้าที่มาสอบถามจึงได้แจ้งให้ เจ้าหน้าที่ทราบ สมัครใจแจ้งความร้องทุกข์และนำเงิน มอบให้พนักงานสอบสวน 71,000 บาท พร้อมบัญชีรายชื่อ 28 แผ่น และให้หมายเลขโทรศัพท์ของผู้ใหญ่อ้อยด้วยแล้ว และเมื่อวันที่ 10 พ.ค. นางเอได้เข้าให้ข้อมูลเจ้าพนักงานกลุ่มงานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.กาญจนบุรีสอบสวน ขยายผลต่อไปศาลสั่งถอนชื่อ “ชาลี กางอิ่ม”วันเดียวกัน สำนักงาน กกต.เผยแพร่เอกสารข่าว เรื่อง กกต.ประกาศถอนชื่อผู้สมัครรับ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใจความว่า ตามประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องรายชื่อผู้สมัคร รับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคพลังปวงชนไทย ลงวันที่ 14 เม.ย.2566 ได้ประกาศรับสมัครนายชาลี กางอิ่ม เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายซื่อ ลำดับที่ 3 บัดนี้ ศาลฎีกามีคำสั่งให้ถอนชื่อนายชาลี กางอิ่ม ออกจากประกาศรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3 ของพรรคพลังปวงชนไทย ตามคำสั่งศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ ลต สสร 6/2566 คดีหมายเลขแดง ที่ ลต สสร 37/2566 ลงวันที่ 9 พ.ค. พ.ศ.2566 ขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน“สุรชาติ เวชกามา” ขาดคุณสมบัติที่ จ.ยโสธร นางบังอร คาวี ผอ.การเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 1 จ.ยโสธร ลงนามในประกาศลงวันที่ 9 พ.ค.66 เรื่องถอนชื่อนายสุรชาติ เวชกามา ออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.พรรค รวมไทยสร้างชาติ หมายเลข 9 เขตเลือกตั้งที่ 1 ตามสำเนาคำสั่งศาลฎีกาคดีหมายเลขดำที่ ลต สสข 31/ 2566 คดีหมายเลขแดงที่ ลต สสข 32/2566 ลงวันที่ 9 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2566 เนื่องจากตรวจสอบพบว่า นายสุรชาติเคยต้องคำพิพากษาศาลจังหวัดชัยภูมิ ในคดีอาญาความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มีคำพิพากษาจำคุกและถูกเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี โดยคดีถึงที่สุดแล้ว จึงถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจนถึงปี 2570 อันเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งคนอุทัยฯแห่ทำบัตร ปชช.ใหม่ที่ จ.อุทัยธานี ตั้งแต่เช้าวันที่ 13 พ.ค. ผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง ส.ส.พื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานีที่บัตรหมดอายุและบัตรหาย แห่ไปทำบัตรประชาชนใหม่ ที่สำนักทะเบียนที่ว่าการอำเภอเมือง เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่าตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาและในวันหยุดมีประชาชนจำนวนมากพากันมาทำบัตรประชาชนใหม่นำไปเป็น หลักฐานที่หน่วยเลือกตั้งวันละกว่า 100 คน จากปกติ ไม่เกิน 50 คน จะเปิดบริการรับทำบัตรประชาชนใหม่ ไปจนถึงวันที่ 14 พ.ค.นราธิวาสเฝ้าระวังเข้มเหตุป่วนที่ จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกระจาย กำลังดูแลความเรียบร้อยและความปลอดภัย โดยเฉพาะตามเส้นทางต่างๆ เจ้าหน้าที่ตรวจรถจักรยานยนต์และ รถยนต์อย่างละเอียดทุกคัน โดยเจ้าหน้าที่ประจำด่าน ปลักปลา ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส ด่านถาวร ตรวจสอบเฝ้าระวังรถยนต์และยานพาหนะทุกประเภท ส่วนเจ้าหน้าที่ในเขตเมืองบูรณาการปฏิบัติกับไทยอาสาป้องกันชาติ (ทส.ปช.) เฝ้าระวังตามจุดตรวจและร้านค้าร้านสะดวกซื้อ สิ่งสาธารณูปโภคและเขต พื้นที่เมืองเศรษฐกิจ เป้าหมายอ่อนแอ รวมทั้งประชาชน ให้มั่นใจในอำนาจรัฐ ส่วนพื้นที่รอบนอกและอีก 12 อำเภอเจ้าหน้าที่คุมเข้มเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะฐานที่มั่นและชุมชนไทยพุทธ รวมทั้งจุดลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าด้วยเช่นกัน“สมชัย” โวยเอกสารสลับรายชื่อผิดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า ได้เดินทางไป อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากรับทราบ จากผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่าเอกสารเผยแพร่เกี่ยวกับผู้สมัครและพรรคการเมืองที่แจกจ่ายแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 4 อ.บางปะอิน อ.บางไทร มีการนำเอารายชื่อผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ทั้ง 100 คน มาใส่ในรายการของพรรคเสรีรวมไทย (สร.) โดยชาวบ้านเล่าให้ฟังว่าได้รับเอกสารมาหลายวันแล้ว แต่เพิ่งเปิดดูเพราะต้องการดูชื่อของตนว่าอยู่ในลำดับใดของพรรคเสรีรวมไทยแต่กลับพบว่า ในหน้า 22 ที่หัวเป็นชื่อพรรคเสรีรวมไทย กลับเป็นรายชื่อพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่หน้า 20 ที่เป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงเป็นของพรรครวมไทยสร้างชาติและบัญชีรายชื่อถูกต้อง เอกสารดังกล่าวคาดว่าจัดพิมพ์โดยสำนักงาน กกต.อยุธยา มีจำนวนพิมพ์มากกว่า 50,000 เล่ม น่าจะมีบางส่วนพิมพ์ผิดโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นเรื่องที่ กกต.ควรออกมาชี้แจงต่อประชาชน