อันสืบเนื่องมาจากความโกลาหล ของการเลือกตั้งล่วงหน้า ที่หนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” พาดหัวข่าวว่า “ผิดพลาดเพียบโคตรวุ่น” ก่อให้เกิดขบวนการถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พรึบเดียวล่าชื่อได้กว่าล้านชื่อ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต. ระบุว่า เป็นการออกแบบเลือกตั้งที่เฮงซวยพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ประกาศว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีการทุจริตเยอะ พิมพ์บัตร เกินหลายล้านใบ หลังเปิดประชาสภา จะเสนอตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องราว และจะเสนอร่างกฎหมาย กกต.จังหวัด เพราะไม่เคยจับการโกงได้เลย สิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์แม้เลขาธิการ กกต.จะยอมรับว่า เป็นความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยไม่ถึงกับทำให้การเลือกตั้งเสียหาย แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์บอกว่า จะมีการใช้ ม.157 กับ กกต. น่าจะหมายถึง ป.อาญา ม.157 ที่ว่าด้วยเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้เกิดความเสียหาย หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตมีรายงานข่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการเตรียมการกระทำทุจริตไว้มาก เป็นการต่อสู้อย่างเข้มข้นระหว่างพลังของกระแสนิยม กับอานุภาพของ “กระสุน” อำนาจการเงิน อาจจะมีการซื้อเสียงในระดับเอกอัครมโหฬาร ไม่ใช่แค่หลักร้อยและอาจเป็นหลักพัน การพิมพ์บัตรเกินเคยก่อให้เกิดการโกงเลือกตั้งเป็นการโกงเลือกตั้งที่มีการสมคบคิดระหว่างผู้มีอำนาจการเมืองกับผู้มีอำนาจควบคุมการเลือกตั้ง กลุ่มบุคคลที่ล่าชื่อถอดถอน กกต. ประกาศว่า เป็นการแสดงออกครั้งประวัติศาสตร์ของประชาชนไทย แสดงถึงความไม่ยอมจำนนต่อการทุจริตในทุกรูปแบบ ประกาศเจตนาชัดเจน เพื่อร่วมขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศคนทั่วไปอาจสงสัยว่าองค์กรอิสระมีอำนาจในการตรวจสอบองค์กรต่างๆทั้งด้านนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ องค์กรอิสระถูกตรวจสอบด้วยหรือไม่ คำตอบก็คือ “ถูกตรวจสอบได้” นอกจากเข้าชื่อถอดถอนหรือตั้ง กมธ.ตรวจสอบแล้ว รัฐธรรมนูญมาตรา 235 ยังระบุว่า องค์กรอิสระที่สงสัยว่าทำผิด อาจถูกตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ถูกกล่าวหาจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง หากเห็นว่ามีการกระทำดังที่กล่าวหา ให้ส่งสำนวนการไต่สวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง ผู้ถูกกล่าวหาอาจถูกห้ามปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลพิพากษา.