แรงไม่แผ่วเลย ตามดีกรีร้อนระอุเดือดของอากาศเมืองไทย บางจังหวัดอุณหภูมิสูงเป็นประวัติศาสตร์ ทำลายสถิติใหม่ อย่างที่วัดได้ในอำเภอเมือง จังหวัดตาก ตัวเลขไต่ระดับขึ้นไปที่ 44.6 องศาเรียกว่าอุณหภูมิห้องปกติอยู่กันไม่ได้ ต้องใช้เครื่องทำความเย็นช่วยทั้งพัดลม แอร์ เปิดกันทั้งวันทั้งคืนผลก็คือ หนาวสะท้านไปตามๆกันเมื่อเจอบิลค่าไฟฟ้ารอบเดือนมีนาคมต่อเนื่องเดือนเมษายน ประชาชนส่วนใหญ่พากันสะดุ้งกับตัวเลขที่พุ่งขึ้นกว่า 2-3 เท่า ของค่าไฟฟ้าปกติเสียงบ่น เสียงอุทาน ตกใจกับค่าไฟฟ้าดังกระหึ่มเมืองแน่นอนสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้เครื่องทำความเย็นคลายร้อน โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่กินไฟ พัดลม ตู้เย็น ก็ต้องทำงานหนักสู้กับภาวะอากาศร้อน ปริมาณการใช้ไฟฟ้าต้องเพิ่มตามมิเตอร์หมุนเป็นสว่านไฟฟ้าเลยก็แล้วกันแต่อย่างว่า ในอารมณ์ที่ชาวบ้านกำลังหงุดหงิดกับอากาศร้อน แล้วต้องมาเจอกับบิลค่าไฟฟ้ามหาโหดอาการฟาดงวงฟาดงา พาลโทษรัฐบาล ภายใต้การนำ ของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่บริหารนโยบายพลังงานผิดพลาด แม้แต่แนวร่วมขาประจำของ “ลุงตู่” ยังอดรนทนไม่ไหวอารมณ์แบบที่นายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กเป็นเชิงระบายความอัดอั้นตันใจสลบกับค่าไฟ เรากำลังส่งเงินให้เศรษฐีกลางอ่าวที่ร่ำรวยขึ้นมา เพราะประเทศไทยสำรองไฟฟ้าเกินไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ อันไม่มีความจำเป็นเลย และเอกชนได้ประโยชน์จากค่าเอฟทีนี้มากไปกว่าครึ่ง ทำให้เศรษฐีกลางอ่าวร่ำรวยจากการค้าไฟฟ้าอย่างเลือดเย็นแล้วเขาก็เอาเศษเงินมาหนุนพรรคการเมืองบางพรรค อย่าให้เอ่ยชื่อดีกว่า จะมีคนโวยวายเยอะหาว่าผมพูดไม่จริง เพราะรักลุ่มหลงจนขาดสตินั่นแหละครับ มีใครตกใจกับค่าไฟฟ้าบ้างขนาดคนกันเองยังอดแซะไม่ได้นั่นก็ไม่ต้องพูดถึงฝ่ายตรงข้าม ตามข้อมูลที่เน้นน้ำหนักของพรรคก้าวไกลดาหน้าถล่ม ชี้เป้า “บิ๊กตู่” เป็นต้นเหตุทำค่าไฟฟ้าแพง จากการที่รัฐบาลเซ็นสัญญาให้ภาคเอกชนตั้งโรงงานไฟฟ้า และผลิตสำรองไฟฟ้ามากเกินไปกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระ จ่ายค่าไฟฟ้าแพงเกินจริงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนที่หนุนพรรคการเมืองสืบทอดอำนาจงานนี้ “บิ๊กตู่” กับทีมหามแห่ค่ายรวมไทยสร้างชาติ อยู่ในภาวะน้ำท่วมปากมากกว่าใครในจังหวะที่นักเลือกตั้งอาชีพ ป้อมค่ายการเมืองต่างๆก็ได้เหลี่ยมโหนกระแสคลื่นความร้อน ตีปี๊บนโยบายลดค่าไฟฟ้า อัดโปรโมชันหั่นราคาพลังงานทั้งก๊าซ น้ำมัน เบนซิน ดีเซลหาเสียง ตีกินคะแนนนิยมกันอึกทึกครึกโครมขายฝันในวันอากาศร้อน ล้ออารมณ์ชาวบ้านที่หนาวกับบิลค่าไฟฟ้า ผวาราคาพลังงานในห้วงสถานการณ์หาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมาครึ่งทางแล้ว เหลืออีกแค่ 21 วันจะถึงดีเดย์เข้าคูหากาบัตร ในวันที่ 14 พฤษภาคม ท่ามกลางสงครามโพล สารพัดยี่ห้อแข่งกันโชว์ตัวเลขคะแนนนิยมถ้าเป็นมวย กรรมการแทบปิดกล่องใส่แต้มแล้วแนวโน้มผลออกมาตรงกันอันดับหนึ่ง พรรคเพื่อไทย ทีม “นายห้างดูไบ” ยึดแท่นการันตีแชมป์มาตั้งแต่ก่อนวันรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส. ติดเบอร์อย่างเป็นทางการเข้าวินแน่ แต่จะ “แลนด์สไลด์” หรือไม่ นั่นต่างหากโจทย์ “เดิมพัน”ว่ากันตามเงื่อนไขสถานการณ์ ประเมินจากตำแหน่ง “นายกฯโพล” ที่ “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำโด่งที่หนึ่งมาในตอนต้น แต่ช่วงหลังแผ่วลงไป กลายเป็น “หนุ่มทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เบียดแซงหน้าขึ้นมานำตามบี้กันแบบหายใจรดต้นคอโดยเฉพาะจังหวะที่ “อุ๊งอิ๊ง” จำเป็นต้องพักเบรกรอเข้าห้องคลอด สลับฉากให้ “เสี่ยนิด” นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯในบัญชีพรรคเพื่อไทย นำทัพปราศรัยหาเสียงปล่อยของ “กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท” จัดหนักโคตรประชานิยมยี่ห้อ “ทักษิณ”ตีกินแต้มกองเชียร์ กระตุกแรงต้านกองแช่งแต่แรงกระเพื่อมจากโคตรประชานิยม “กระเป๋าเงินดิจิทัล” ไม่ทันนิ่ง ก็ได้เห็นจังหวะขยับของ “อุ๊งอิ๊ง” ต้องหิ้วท้องโย้ กลับมานั่งนำทีมแกนนำพรรคเพื่อไทยตั้งโต๊ะแถลงข่าว ปรับยุทธศาสตร์ ยอมรับกระแสความนิยมพรรคเพื่อไทยอยู่ในภาวะหยุดนิ่ง ส่อเค้าดิ่งลงอย่างมีนัยสำคัญเบื้องต้นเลย มีการไล่จี้ให้ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคขยันลงพื้นที่ อย่าเผลอประมาทชะล่าใจว่ากระแสพรรคดีแล้วไม่เดินหาเสียงกับพี่น้องประชาชนแต่เหตุผลจริงๆมันน่าจะมาจากความไม่ชัดเจนของพรรคเพื่อไทยมากกว่า ถึงตรงนี้กองเชียร์ยังสับสน ระหว่าง “อุ๊งอิ๊ง” กับ “เศรษฐา” ใครคือตัวจริง ใครคือตัวสำรอง ที่สำคัญเมื่อวัดจากผลโพลที่ “แพทองธาร” ยืนหนึ่งตีคู่มากับ “พิธา” นั่นหมายถึงกองเชียร์หนุน “ทายาท” ต้องการให้เลือดเนื้อเชื้อไข “ดีเอ็นเอ” ของ “ทักษิณ” มากกว่า “นอมินี”ถึงเวลาถ้า “สับขาหลอก” ให้ “เศรษฐา” กองหนุนจะแห่ตามหรือไม่สัญญาณจากตัวเลขโพล กองหนุนหนีจาก “อุ๊งอิ๊ง” แต่คะแนนไหลไปที่ “พิธา” แทนที่จะเป็น “เศรษฐา”และอีกจุดหนึ่งที่ยังคลุมเครือ อาการแบบที่ “อุ๊งอิ๊ง” โดนนักข่าวจี้ถามเรื่องความชัดเจนในการจับขั้วรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ก็บอกแค่ให้ดูหน้าไว้ ไม่ชอบรัฐประหาร ไม่จับมือกับคนยึดอำนาจก็ยังไม่ถึงกับพูดชัดๆจะไม่ร่วมจัดรัฐบาลกับ “บิ๊กป้อม” หัวหน้าค่าย พปชร.นี่ก็น่าจะเป็นจุดที่ทำให้กองหนุนทีมเพื่อไทย ลังเล เพราะเมื่อเทียบกับพรรคก้าวไกล ที่จะแจ้งทั้งในยุทธศาสตร์โละ 3 ป. ประกาศชัดไม่จับมือทั้งกับ “บิ๊กป้อม” และ “บิ๊กตู่” พร้อมโชว์ขาย “หนุ่มทิม พิธา” เป็นแคนดิเดตนายกฯพรรค คนเดียวโดดๆตามรูปเกม “กองทัพสีส้ม” คือตัวแปร “ตัดแต้ม” พรรคเพื่อไทยกดดันไฟต์บังคับ เดิมพัน “นายใหญ่” ต้องแลนด์สไลด์เท่านั้น เพื่อสานฝันเส้นทางกลับบ้าน สร้างความชอบธรรม ในการเป็นฝ่ายกลับมาคุมเกมอำนาจรัฐในกำมือโดยสิ่งที่จะแปรผันตามตัวเลขก็คือ พรรคเพื่อไทยโกยแต้มล้นทะลักมากเท่าไหร่ ก็เท่ากับบีบขั้วอำนาจทหารเฒ่า 2 ป. ให้แตกตัวออกจากกัน โดยเฉพาะ “บิ๊กป้อม” ต้องกระโดดเกาะเอว “นายใหญ่”ยอมเป็นคนถือตั๋วผ่าน “ด่านความมั่นคง” ให้แบบจำนนแต่โดยดีแต่ถ้าพรรคเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ สถานการณ์ก็จะพลิกเป็นหนังคนละม้วน ตามสถานะอำนาจต่อรองจากคนแดนไกลสัญญาณจะอ่อนทันทีอารมณ์แบบที่ “บิ๊กบราเธอร์” ร่อนจดหมายเปิดผนึกฉบับ 3 ล้อกันทันทีกับที่ “อุ๊งอิ๊ง” ประกาศไม่จับมือกับคนยึดอำนาจ ย้ำกันชัดๆอีกรอบ “ผมไม่ได้เป็นคนทำปฏิวัติ” โบ้ย “บิ๊กตู่” ทำรัฐประหารคนเดียว“บิ๊กป้อม” ไม่เกี่ยวยึดอำนาจ “อุ๊งอิ๊ง” ไม่พูดชื่อชัดๆจะไม่จับมือกับพลังประชารัฐ แปลความตามนัย มันเป็นอะไรที่แผ้วถางทางเผื่อผสมพันธุ์ไว้ล่วงหน้าด้วยกันทั้งคู่แต่ดูท่า “บิ๊กบราเธอร์” จะครึ้มอกครึ้มใจกว่ากับการเดินแต้ม “คั่วไพ่สองหน้า” กู้สถานการณ์จากที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวค่ายพลังประชารัฐ เพิ่ง “ตีโง่” ประกาศพรรค พปชร.ไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล“บิ๊กป้อม” ตีไพ่ “เกมอำนาจซับซ้อน” ไว้รอน็อก “นายกฯโพล”กับเนื้อหาที่ร่ายในจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 9 “พี่ใหญ่” ร่ายยาว ยกตัวอย่าง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” บอกรังเกียจทหาร ไม่ร่วมงาน “บิ๊กตู่” แต่ผลเลือกตั้งออกมาแพ้รูด “อภิสิทธิ์” คนพูด ไขก๊อกหนี ปชป.ก็ร่วมหอลงโรงกับพลังประชารัฐง่ายๆ หรือ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศไม่ร่วมรัฐบาลกับ “บิ๊กตู่” และ คสช.แต่เอาเข้าจริงก็กอดคอร่วมรัฐบาลทหารเฒ่าจนเกือบครบเทอมสรุป สัจจะไม่มีในหมู่นักการเมือง เกมอำนาจแบบไทยๆอะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น“บิ๊กบราเธอร์” หงายไพ่ เกมอำนาจการเมืองไทยตอนนี้มีความ “ซับซ้อน” ต้องไปว่ากันในสถานการณ์ “เฉพาะหน้า” การจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่การเจรจาและสุดท้ายต้องออกมาเป็นมติพรรค“ยักท่า” ยังไม่แตะมือกับใคร แต่เสียบได้ทุกหน้าที่แน่ๆถ้าเพื่อไทยไม่แลนด์สไลด์ จากที่ป้อกันไปป้อกันมา เกมผสมพันธุ์ข้ามขั้วอาจฟาวล์ ตามสายสัมพันธ์น้ำพริกถ้วยเก่า “บิ๊กป้อม” ย่อมสนิทใจกับ “น้องเล็ก” และทีมอำนาจ 3 ป. เดิมๆมากกว่าสถานะโสดเลือกได้ “บิ๊กบราเธอร์” จะควงซับควงซ้อนก็ไม่ผิด.“ทีมการเมือง”