“วีระกร” พาดบันได 4 ขั้นให้ 2 ป.เดิน กระตุก “ลุงตู่” รีบสมัครสมาชิก พปชร.ทันที นัดตั้ง กก.บห. ประชุมทีมยุทธศาสตร์ เขียนนโยบายให้โดนใจคน ขู่ยังเฉื่อยไม่ยอมปรับ จะล่มสลายซ้ำรอยพรรคสามัคคีธรรม-สหประชาไทย ยันสอง พี่น้องรักกันมากแน่นแฟ้นกันดี ขอแค่ “บิ๊กตู่” เปลี่ยนตัวเองเป็นนักการเมือง “นิโรธ” เร่งควานหามือเศรษฐกิจ ค้านข้อเสนอแก้ ม.112 ฉะไม่สร้างสรรค์ ปชป.ส่ายหัวไม่เอาด้วย เหน็บคงขัดใจคนคิดไม่ดีกับบ้านเมือง พท.ชิ่งของร้อน “สุทิน” ขอเน้นแก้ปากท้องชาวบ้าน “ชลน่าน” หวังศาล รธน.ผ่าน 2 ก.ม.ลูก ถึงทางตันอาจต้องใช้ ม.5 “ก้าวไกล” โต้ไม่ได้เป็นศัตรูกองทัพ-สถาบันฯ ยันอานิสงส์จะส่งผลดี “โรม” โชว์โมเดล ก.ก.นิรโทษกรรม ย้ำไม่ล้างบาปให้เจ้าหน้าที่รัฐ “พิจารณ์” ลุยโละสภากลาโหม ยึดที่ราชพัสดุของกองทัพให้รัฐบาล-ปชช. เฉ่ง กอ.รมน.ก่อปัญหารัฐซ้อนรัฐต้องยุบทิ้งหลังจากนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เคยกระตุ้นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รีบสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค พปชร.เดินหน้าออกนโยบายหาเสียง ล่าสุด นายวีระกรออกโรงเตือนอีกครั้งให้รีบดำเนินการตามแผนบันได 4 ขั้น หากไม่ลงมือทำพรรค พปชร.อาจล่มสลายเหมือนพรรคทหารในอดีต“วีระกร” พาดบันได 4 ขั้นให้ 2 ป.เดินเมื่อวันที่ 16 ต.ค.นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ และกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีข้อเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม สมัครเป็นสมาชิกพรรค เพื่อถือธงนำคู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อสร้างกระแสให้เป็นขั้วการเมืองยืนหนึ่งเหมือนเดิมว่า อยู่ที่ ตัวนายกฯ หัวใจสำคัญต้องฟังคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ที่มีข้อแนะนำให้ท่านว่า 1.เซ็นเข้าเป็นสมาชิกทันทีในวันพรุ่งนี้ 2.นัดประชุมและตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค 3.นัดประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อเขียนนโยบายที่โดนใจประชาชน 4.พล.อ.ประวิตรแถลงนโยบายดังกล่าวร่วมกัน เพื่อเตรียม พร้อมลงสนามเลือกตั้งก่อนสิ้นเดือน ต.ค.นี้ ต้องยอมรับว่านักการเมืองภายในพรรคมีศักยภาพมาก แต่ไม่ได้ใช้ศักยภาพนั้นเลย ยัน “2 ลุง” แน่นแฟ้นกลมเกลียวเมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่มาอยู่กับ พล.อ.ประวิตร พรรค พปชร.จะทำอย่างไรในการเลือกตั้งครั้งต่อไป นายวีระกรตอบว่า ถ้า 2 ลุงไม่จับมือถือบังเหียนพรรคพลังประชารัฐ การเลือกตั้งครั้งหน้าก็ยากหน่อย อาจเป็นพรรคเล็กลง ให้เตรียมเป็นพรรคอันดับ 2 ร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่า พล.อ.ประยุทธ์มีโอกาสแยกการเมืองบนถนนคนละเส้นกับ พล.อ.ประวิตร นายวีระกรตอบว่า ไม่จริง เขารักกันมาก ขอยืนยัน 2 ลุง มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น รักกันกลมเกลียวมาก ขอเพียง พล.อ.ประยุทธ์ต้องหันมาเป็นนักการเมืองเท่านั้นเอง ต้องหันมาใส่ใจนักการเมือง ต้องหันมาสนใจบริบทการเมือง ท่านไม่เข้าใจสิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างพรรค การเมืองที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้ระวังซ้ำรอยพรรคทหารล่มสลายเมื่อถามว่า หาก 3 ป.ไม่เดินตามข้อเสนอแนะภายในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ พรรคพลังประชารัฐมีโอกาสซ้ำรอยประวัติศาสตร์พรรคสามัคคีธรรม นายวีระกรตอบว่า ในฐานะที่อยู่ในวงการเมืองมา 40 ปีและเป็นตระกูลนักการเมือง หากยังเฉื่อยอย่างนี้ ก็จะได้ข่าวกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ออกจากพรรค สุดท้ายคงเหลืออยู่เฉพาะ ส.ส.ภาคใต้ที่ยังมีกระแส พล.อ.ประยุทธ์อยู่ ดังนั้นถึงเวลาที่พรรคพลังประชารัฐต้องปรับกระแสใหม่ ขอกราบวิงวอนนายกฯอีกครั้ง สิ่งที่เสนอไปท่านคงจะมองในแง่ดี ไม่มองว่าเป็นการทำลาย แต่เป็นข้อเสนอที่ต้องทำ ไม่เช่นนั้นพรรคพลังประชารัฐจะค่อยๆล่มลงไปเรื่อยๆ ขอย้ำว่าถ้ายังไม่ยอมปรับ นิ่งอยู่กับที่ ขอให้มองพรรคสหประชาไทย พรรคสามัคคีธรรมล่มเพราะทหารเล่นการเมืองไม่เป็น เมื่อเรียนรู้อดีตก็ต้องฟัง ส.ส.อย่างตน ไม่มีพิษมีภัย ดังนั้น 2 ลุงต้องรีบปรับโดยใช้บทเรียนในอดีต“นิโรธ” โยนเป็นเรื่องผู้ใหญ่คุยกันนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรค พปชร. ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องแคนดิเดตนายกฯของพรรคเป็นเรื่องของผู้ใหญ่คุยกัน ไม่ขอแสดงความเห็น ส่วนนโยบาย 3 พันธกิจเป็นนโยบายที่ดี คนชนบทได้ประโยชน์เยอะมาก แก้ปัญหาชีวิตในช่วงที่มีวิกฤติทั้งจากโควิด และผลกระทบจากสงคราม ต้องบอกว่าคนที่นิยมพรรค พปชร. อยู่ในชนบทเยอะมาก แม้แต่ในเมืองยังได้รับประโยชน์จากนโยบายพรรค เพียงแต่เราไม่เคยประชาสัมพันธ์ตัวเอง และหัวหน้าพรรคไม่เคยไปลดเกรดพรรค การเมืองหรือบูลลี่นโยบายพรรคอื่น ไม่ไปแตะต้อง มีแต่พรรคอื่นมาลดเกรดนโยบาย พปชร. ต้องการทำลายให้ประชาชนสับสนและหลงเชื่อเร่งควานหามือ ศก.-ค้านรื้อ ม.112เมื่อถามว่า นโยบายพรรคอาจดี แต่ประชาชนจับจ้องที่ผู้นำเศรษฐกิจของพรรค ยังไม่ชัดเจน นายนิโรธกล่าวว่า เมื่อเปิดประเทศหลังวิกฤติโควิด รัฐบาล ประชาชน และพรรคการเมือง ต่างคาดหวังต้องการนักเศรษฐกิจและความมั่นคง 2 ด้านนี้เป็นหลัก ผู้ใหญ่ ในพรรคกำลังดำเนินการเรื่องนี้แต่ยังไม่เปิดตัว ส่วนพรรคอื่นยังมีแต่เรื่องขายฝัน สำหรับพรรคสร้างอนาคตไทย ที่ชูนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรค สอท. เป็นแคนดิเดตนายกฯ ตนเคารพนายสมคิด ในฐานะผู้ใหญ่ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ติดตรงที่บุคลิกอาจยังไม่ติดดินในการเข้าถึงประชาชน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับประชาชนพิจารณา ส่วนที่พรรคก้าวไกล ชูแก้ไข รัฐธรรมนูญและแก้ไขมาตรา 112 แล้วแต่มุมมองเราก็รู้ว่าเขามีแนวทางเรื่องนี้อยู่แล้ว ถ้าทำได้ก็ทำไป แต่จะทำได้หรือเปล่า พวกเขาต้องพยายามทำเรื่องนี้ เพื่อบ่มเพาะคนไว้ ต้องพยายามหาเสียงเพื่อให้ได้ เสียงกลับมา ไปคิดกันเองว่าเหมาะสมหรือไม่ ยังมี กฎหมายที่มีปัญหาอีกเยอะแยะที่ควรคิดแก้ไข ส่วนมาตรา 112 เหมือนกฎหมายหมิ่นประมาททั่วไป แต่จะไปก้าวล่วงเรื่องพวกนี้ทำเพื่ออะไร แม้แต่ประชาชนทั่วไปยังมีกฎหมายหมิ่นประมาท ไปหาเรื่องอื่นทำดีกว่า ทำไมไม่ทำเรื่องอื่นที่สร้างสรรค์ “ลุงป้อม” ให้ฟังเดี่ยว 13 เพื่อบันเทิงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงกรณี “โน้ส” อุดม แต้พานิช ทอล์กโชว์เดี่ยว 13 วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมว่า “ผมติดตามดูคุณโน้ส มาตลอด ชื่นชมในความสามารถ ส่วนเรื่องการวิจารณ์รัฐบาลเขาก็พูดมาทุกการแสดงเดี่ยว ในความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่าเขาพูดเพื่อความบันเทิง คนดูมีวิจารณญาณ ในการฟังอยู่แล้ว ไม่ควรนำมาเป็นเรื่องราวไหญ่โตอะไร”ปชป.ไม่เอาด้วยแก้มาตรา 112นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีบางพรรคประกาศนโยบาย แก้ไขมาตรา 112 ว่า พรรค ปชป.ชัดเจนว่าไม่มีนโยบายที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 112 พรรคยึดมั่นในระบบการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื้อหาสาระสำคัญของมาตรานี้ ไม่ได้ไปสร้างความเสียหายความไม่เป็นธรรมให้กับใคร ต้องมองที่การกระทำของบุคคลมากกว่าตัวบทกฎหมาย หากกระทำ ผิดให้ว่าไปตามกฎหมาย เป็นการกระทำความผิด ส่วนตัวไม่ใช่กฎหมายมีปัญหา ความคิดและการกระทำ ของคนต่างหากที่มีปัญหา เมื่อก้าวล่วงจาบจ้วงสถาบัน พระมหากษัตริย์ ผิดถูกต้องว่ากันตามกฎหมายและข้อเท็จจริงซัดขัดใจคนคิดไม่ดีต่อบ้านเมือง“ชัดเจนว่ามาตรา 112 ไม่ได้ขัดหรือแย้งต่อหลักนิติธรรมหรือรัฐธรรมนูญ แต่อาจจะขัดใจผู้ที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมือง พรรคการเมืองใดยื่นแก้ไขขอให้กลับไปอ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญให้ดี ที่ได้เคยวินิจฉัยอธิบายความสำคัญของมาตรา 112 ไม่ได้เป็นปัญหาตามที่มีผู้บิดเบือน การเสนอแก้มาตรา 112 ต่อสภาฯที่อ้างว่าเพื่อให้นักโทษทางความคิดได้รับการนิรโทษกรรมปล่อยตัว และไม่ให้ เกิดนักโทษทางความคิดเพิ่มขึ้นอีก และเพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของไทย เป็นการบิดเบือนทั้งสิ้น ทำไมไม่พูดถึงการกระทำของคนทำผิด ไม่ต่างจากแนวความคิดในการนิรโทษกรรมให้คนทำผิดเช่นที่ผ่านมา ความคิดและการกระทำที่ดี ไม่ควรกลัวกฎหมายเช่นกัน หากคิดไม่ดีนำไปสู่การ กระทำที่ผิดกฎหมาย ต้องกล้าหาญยอมรับผล อย่า ขี้ขลาดตาขาว หลักการความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เรื่องนี้ไม่สลับซับซ้อน พรรคการเมือง นักการเมืองมืออาชีพจะรู้หลักการพื้นฐานนี้ดี พรรคไหนจะประกาศ นโยบายเป็นเรื่องของพรรคนั้นๆ และต้องรับผิดชอบ ที่สำคัญนโยบายต่างๆต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญเช่นกัน” นายราเมศกล่าว“โรม” ชูโมเดล ก.ก.นิรโทษกรรมนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรค ก้าวไกลเปิดนโยบายการนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 57 เป็นต้นมา หมายรวมถึงการนิรโทษกรรมคดี 112 ด้วยหรือไม่ว่า ต้องบอกว่าทุกคดีมีเจตนารมณ์เพื่อใช้กลั่นแกล้งทางการเมือง ไม่ใช่แค่คดีมาตรา 112 พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และมาตรา 116 แต่คือคดีที่ถูกใช้เพื่อความมุ่งหมายทางการเมือง คือขอบข่ายที่จะได้รับพิจารณานิรโทษกรรม รวมถึงเราเปิดช่องให้คดีก่อนหน้าปี 2557 สำหรับคนที่ยังรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ยื่นเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการเพื่อให้เกิดการนิรโทษกรรม เมื่อถามว่าคณะกรรมการชุดนี้ ชื่อคณะกรรมการนิรโทษกรรม ที่พรรคก้าวไกล จะเสนอตั้งขึ้นใช่หรือไม่ หรือยังเป็นเพียงแค่ตุ๊กตายังไม่ได้ตั้งชื่อหรือกำหนดรูปแบบ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยังเป็นเพียงตุ๊กตาอยู่ แต่ว่ากรรมการชุดนี้ จะมีภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมยันไม่ล้างบาปให้เจ้าหน้าที่รัฐเมื่อถามอีกว่า รูปแบบคณะกรรมการจะมีสัดส่วนจากกองทัพ ทหาร ตำรวจ นักการเมืองร่วมด้วยหรือไม่ จะสุดซอยเหมือนฉบับของพรรคเพื่อไทยเคยทำหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า อาจยังไม่ลงรายละเอียดขนาดนั้น เราให้ความสำคัญที่ภาคประชาชน ไม่นิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติตามคำสั่ง การนิรโทษกรรมจะเน้นไปที่ประชาชน เมื่อถามว่า การนิรโทษกรรมจะหมายรวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าและนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ที่ถูกร้องคดีมาตรา 112 อยู่ด้วยหรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่าที่คิดเอาไว้ในกลไกนี้คือคณะกรรมการในการนิรโทษกรรม จะทำได้คือ 1.คณะกรรมการเป็นผู้ริเริ่ม แต่เมื่อริเริ่มไปแล้ว ผู้ได้รับการนิรโทษกรรมต้องยินยอมด้วย บางกรณีผู้ได้รับเขาอาจรู้สึกว่าไม่อยากได้รับและแสดงเจตจำนงว่าไม่เอา การนิรโทษกรรมที่คณะกรรมการลงความเห็นว่าควรนิรโทษกรรม เปิดช่องเพื่อไม่ให้เกิดการโจมตีในแง่ลบว่าเป็นการนิรโทษกรรมเพื่อพวกตนเองหรือไม่ ช่องนี้จะเปิดไว้เพื่อไม่ให้ใครเอาประเด็นพวกนี้มาทำลายการนิรโทษกรรม เขาเหล่านั้นอาจประกาศว่าเขาไม่เข้าร่วมการนิรโทษกรรมปัด ก.ก.ไม่ใช่ศัตรูกองทัพ-สถาบันฯเมื่อถามว่า นโยบายก้าวไกลจะรื้อโครงสร้างครั้งใหญ่ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ยุบ กอ.รมน. และส่วนต่างๆ ของกองทัพและมาตรา 112 ไม่ได้เพื่อเป็นศัตรูกับกองทัพและสถาบันฯ ใช่หรือไม่ นายรังสิมันต์ตอบว่า ถ้าดูดีๆไม่มีส่วนไหนทำให้สถาบันฯหรือกองทัพถูกด้อยค่าเลย มาตรา 112 นำมาใช้แบบนี้ ส่งผลเสียต่อสถาบันฯด้วยซ้ำ หรือกองทัพเอง อาจไม่เคยมีใครกล้าแตะ ทรัพยากรกองทัพจำนวนมาก ไม่เกิดการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งที่ดิน การเกณฑ์ทหาร สังคมสมัยนี้ควรยกเลิกได้แล้ว การปฏิรูปครั้งนี้จะทำให้ประเทศจะได้รับอานิสงส์ผลดีไปด้วย จะได้กองทัพที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการปกป้องสถาบันฯจากความขัดแย้งทางการเมือง ไม่ส่งผลเสียต่อทั้ง 2 สถาบัน อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางว่า ข้อเสนอของเราส่งผลดีจริงๆกับทุกฝ่าย และเรายินดีเปิดรับในการแลกเปลี่ยน แต่ว่าอย่าโจมตีสร้างความรู้สึกว่า ข้อเสนอเราเป็นการล้มล้าง โดยไม่มีการพูดคุยกันอย่างมีเหตุผล“พิจารณ์” ลุยโละสภา กห.-ยึดที่ทหารนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นโยบายการปฏิรูปกองทัพ มี 5 ด้านที่ต้องเร่งทำ ได้แก่ 1.การทำให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพด้วยการออกกฎหมายใหม่ ไม่ให้นายพลที่ออกจากราชการแล้วห้ามเป็นรัฐมนตรีภายใน 7 ปี การยกเลิกระบบสภากลาโหม แก้ไขมาตรา 23 ของ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม ยกเลิกคณะกรรมการ 7 คน ที่เป็นสภากลาโหม ประกอบด้วย รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ที่มีอำนาจพิจารณาแต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล 2.ยุบ กอ.รมน. ยกเลิกบังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หากไม่ยุบต้องเปลี่ยนโครงสร้างใหม่ ไม่ให้ผูกขาดอำนาจที่กองทัพ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจากหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ หรือตำรวจ มามีส่วนร่วมทำงานทางความคิดร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ใช้หลักคิดแบบทหารอย่างเดียว ส่วนทหารไปดูแลการรบ รักษาพื้นที่ชายแดน 3.ลดขนาดกำลังพล และยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หากมีอำนาจจะเสนออีก 4.การเพิ่มสวัสดิการให้นายทหารชั้นผู้น้อยและลดสิทธิพิเศษนายพล 5.การคืนที่ดินราชพัสดุของกองทัพให้ประชาชนและรัฐบาลกอ.รมน.รัฐซ้อนรัฐต้องยุบทิ้งนายพิจารณ์กล่าวอีกว่า การแก้กฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ 5 ด้าน มีอาทิ แก้ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงกลาโหม ตั้งแต่พ.ศ. 2503 อำนาจสภากลาโหมมี 6 เรื่องที่ให้อำนาจไว้สูงกว่าอำนาจ รมว.กลาโหมเสียอีก จึงควรยกเลิกสภากลาโหม หรือให้มีหน้าที่แค่ให้คำเสนอแนะ ส่วนข้อเสนอยุบ กอ.รมน. เพราะ กอ.รมน.ไม่ได้มีบทบาทเฉพาะพื้นที่ชายแดนใต้ แต่ดูแลทั่วประเทศ เช่น กอ.รมน.จังหวัดมีผู้ว่าฯเป็น ผอ.รมน.จังหวัด แต่เอาจริงแล้วก็ไปอยู่ใต้กองทัพอยู่ดี มีแม่ทัพภาคเป็น ผอ.รมน.ภาค กลายเป็นการสร้างรัฐซ้อนรัฐ อำนาจกระทรวงกลาโหมอยู่เหนือกระทรวงอื่นในการดูแลเรื่องความมั่นคงของประเทศเป็น รบ.ชงเลิกเกณฑ์ทหารเข้าสภาฯทันทีนายพิจารณ์กล่าวอีกว่า ทุกอย่างต้องพยายามทำความเข้าใจ สิ่งที่เราเสนอไม่ใช่เฉพาะนโยบายปฏิรูปกองทัพ แต่ทุกนโยบายคิดมาแล้วว่าเราทำได้ จึงนำเสนอโดยเฉพาะการยกเลิกการเกณฑ์ทหาร หากพรรคได้เป็นรัฐบาลจะเสนอเรื่องนี้เข้าสภาฯทันที นโยบายทุกตัวเสนอเป็นกฎหมายเข้าสภาฯได้ทันที ต้องมีกระบวนการทำงานร่วมกันกับฝ่ายราชการว่าจะประกาศบังคับใช้ได้ภายในกี่วันหลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษา ทั้งหมดนี้อยู่ที่เจตจำนงของนักการเมือง หากเรายืนยันว่าเราจะทำก็ทำได้ง่ายกว่าการขึ้นค่าแรงด้วยซ้ำ อีก 2 สัปดาห์ก้าวไกลจะเปิดตัวนโยบายสวัสดิการไทยก้าวหน้า ต่อด้วยนโยบายด้านการศึกษาและนโยบายด้านอื่นๆ จบครบ 9 นโยบาย จากนั้นเดือน ม.ค.ปีหน้าจะมีแคมเปญใหญ่เปิดตัวนโยบายใหญ่ในภาพใหญ่ของนโยบายทั้งหมด ทั้งนี้พรรคไม่ได้ตั้งใจออกนโยบายเป็นศัตรูกับกองทัพและสถาบันฯ เราหวังผลประโยชน์ของชาติในระยะยาว เปรียบกับการทำความสะอาดบ้าน การสร้างบ้านให้แข็งแรง มีฝุ่น มีขยะตามมุมบ้าน มีขยะซ่อนไว้ใต้พรม ต้องเก็บกวาดให้สะอาดก่อน ถ้าจะทาสีกำแพงบ้านใหม่ต้องลอกสีเก่า ไล่ความชื้นออกก่อน ถ้าทาสีใหม่ทันทีสุดท้ายความชื้นจะทำให้สีใหม่ลอกร่อน ถ้าเราแก้ไขปัญหาการเมืองได้ดี ปัญหาอื่นจะแก้ได้ยั่งยืนขึ้น “ชลน่าน” หวัง ก.ม.ลูกผ่านศาล รธน.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ระบุหากกฎหมายลูกไม่ผ่านในชั้นศาลรัฐธรรมนูญอาจต้องออกเป็น พ.ร.ก. หรือให้ กกต.ออกระเบียบจัดการเลือกตั้ง ว่า เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่ากฎหมายลูกทั้ง 2 ฉบับ ไม่มีบทบัญญัติใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามคำชี้แจงของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่หากศาลฯวินิจฉัยให้กฎหมายลูกตก ต้องแบ่งออกเป็น 2 ช่วง หากสภาฯอยู่จนครบวาระ ระยะเวลาที่เหลือราว 6 เดือน ถ้าเร่งนำกฎหมายลูกเข้าสู่รัฐสภาแล้วปรับแก้ให้สอดคล้องกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยน่าจะทันการเลือกตั้ง แต่หากมียุบสภาฯช่วงนี้แล้วทำกฎหมายลูกไม่ทัน การออกเป็นระเบียบกกต.ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ กกต.ไม่มีกฎหมายรองรับการออกระเบียบเช่นนี้ กฎหมายว่าด้วย กกต.ให้ กกต.ออกระเบียบในหน้าที่และอำนาจของ กกต. แต่การเลือกตั้งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดต้องออกเป็นกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งเท่านั้น และหากไปออกเป็น พ.ร.ก.จากฝ่ายบริหาร มีข้อกำกัดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีศักดิ์ต่างจาก พ.ร.บ.ทั่วไป แต่ พ.ร.ก.ใช้แทน พ.ร.บ.กรณีมีเหตุเร่งด่วนเท่านั้น อีกทั้งการออก พ.ร.บ.ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาฯ เมื่อยุบสภาฯแล้วจึงไม่สามารถออกเป็น พ.ร.ก.ได้ทางตันใช้ ม.5 แต่ขอกติกาเป็นธรรม“มีนักวิชาการบางคนเสนอว่าถ้าถึงทางตันจริง อาจไปใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 5 ที่ระบุเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้กระทําการนั้นหรือวินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ การหาทางออกให้ประเทศด้วยวิธีนั้นเป็นทางเลือกหนึ่ง เพียงแต่ขอให้กติกาที่ออกมาต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นพ.ชลน่านกล่าวชุดนโยบายเน้นแก้ปากท้องก่อนนายสุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคก้าวไกล เปิดนโยบายดันแก้กฎหมายอาญามาตรา 112 เห็นด้วยหรือไม่ว่าเรื่องนี้เป็นจุดยืนของแต่ละพรรค ไม่ขอก้าวล่วงวิพากษ์วิจารณ์ อยู่ที่ประชาชนจะพิจารณาแล้วตัดสินใจ เข้าใจว่าแต่ละพรรคศึกษามาดีแล้วถึงประกาศเป็นนโยบายออกไป สำหรับพรรค พท.เราทำนโยบายทุกด้าน แต่ให้ความสำคัญกับเรื่องเร่งด่วนที่สุดคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้องประชาชน และความมั่นคงทางการเงินการคลังของประเทศ รวมทั้งการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยไม่ติดมติพรรคเปิดสมัยวิสามัญได้เมื่อถามถึงความคืบหน้าการเดินสายพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลและ ส.ว.ให้ลงชื่อสนับสนุนการเปิดสภาสมัยวิสามัญ ถอดบทเรียนและป้องกันเหตุซ้ำรอยกรณีเหตุการณ์สังหารหมู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จ.หนองบัวลำภู นายสุทินกล่าวว่า เท่าที่ประสานเป็นรายบุคคลส่วนใหญ่เห็นด้วย ได้รับการตอบรับในทางที่ดีแต่อาจติดปัญหามติพรรคของแต่ละพรรคหรือไม่ต้องดูกันต่อไป ซึ่งหากเปิดได้ตามญัตติของเราขอเปิดด่วนที่สุดประมาณวันที่ 24-25 ต.ค. หากเปิดได้จะใช้เวลาอย่างคุ้มค่าเพื่อประชาชนแคนดิเดตนายกฯเปิดใกล้ ลต.ที่สุดผู้สื่อข่าวถามถึงการพูดคุยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย นายสุทินกล่าวว่า คุยกันไปเรื่อยๆ แต่เราคงไม่เปิดไว้ก่อนเปิดไว้นานไม่ดี คิดว่าใกล้เวลาที่สุด แต่พอๆรู้กันอยู่เราต้องดูสถานการณ์แต่พร้อมเคาะทุกเมื่อ เมื่อถามว่าหากเป็นชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน นักธุรกิจคนอีสานจะให้การตอบรับแค่ไหน นายสุทินกล่าวว่า คนอีสานเขาเอาพรรคเพื่อไทย ดูเรื่องความเชื่อถือของพรรค และคงดูเรื่องนโยบายมากกว่า เมื่อถามว่า แต่ยังยืนยันว่าจะส่งครบทั้ง 3 ชื่อใช่หรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าจะ 3 ชื่อหรือไม่ แต่ที่แน่ๆมากกว่า 1“กรณ์” ขึ้นหัวหน้านำ ชพก.ลุย ลต.เมื่อเวลา 10.00 น. ที่โรงแรมแคนทารี่ อ.เมืองนครราชสีมา มีการประชุมใหญ่สามัญสมาชิกพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) เพื่อเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคแทนตำแหน่งที่ว่าง และเตรียมการเลือกตั้ง มีแกนนำและกรรมการบริหารพรรค นำโดยนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตหัวหน้าพรรคกล้า นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ร่วมประชุม นายเทวัญได้ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรคในที่ประชุม เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคสิ้นสภาพ ก่อนที่ประชุมมีมติตั้งนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นเลขาธิการพรรค นายวัชรพลและนายอรรถวิชช์ เป็นรองหัวหน้าพรรค นายกอร์ปศักดิ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค นายสุวัจน์ เป็นประธานพรรค รวมกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 30 คนปลุกคนไทยตัดสินใจกล้าเปลี่ยนต่อมานายกรณ์กล่าวในที่ประชุมว่า “คนไทยต้องรวย เศรษฐกิจต้องดี” ชาติจะพัฒนาได้ต้องกล้าเปลี่ยน ปัจจุบันภาคการเมืองกลับไม่ได้สนใจปัญหาเศรษฐกิจอย่างจริงจัง ความทุกข์ยากของประชาชนกลับกลายเป็นเรื่องท้ายๆที่นักการเมืองสนใจ ถึงเวลาที่เราต้องกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงกล้าคิดในเรื่องที่คนอื่นไม่เคยคิด ต้องสร้างงานใหม่ๆนับล้านตำแหน่ง ไม่ว่าจะ Creative Economy สร้างคนไทยเป็นเซลส์แมนขายของออนไลน์ไปทั่วโลก ปรับฐานภาษีใหม่ให้คนชนชั้นกลางจ่ายภาษีน้อยลงเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า กล้าชนกับบริษัทยักษ์ใหญ่ รื้อโครงสร้างพลังงานให้คนไทยใช้พลังงานที่ถูกลง กล้าตั้งบริษัทผลิตภัณฑ์การเกษตรแต่ละชนิด เช่น บริษัทข้าวหอมให้มืออาชีพช่วยสร้างตลาด ชาวนาชาวไร่ทุกคนมีหุ้นในบริษัทที่สามารถเข้าตลาดหุ้นได้ในอนาคต และกล้าให้รัฐมาอยู่ในโทรศัพท์มือถือ ด้วยเทคโนโลยีหรือ Gov Tech ให้เข้าถึงง่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ประเทศคล่องตัวมุ่งไปข้างหน้าได้ไวขึ้นเชื่อว่าคนไทยมีโอกาสที่ดีกว่านี้ได้ เป็นมนุษย์ทองคำเหมือนสมัยตนกลับเมืองไทยมาตั้งบริษัทใหม่ๆ แค่ต้องมีความกล้าที่จะเริ่มและลงมือทำ คนไทยรวยได้ ชาติพัฒนาได้ต้องกล้า “อาทิตย์สีดำ” รวมตัวตะเพิด “ลุงตู่”เวลา 11.00 น. ที่ร้านตั้งฮกกี่ ถนนโชคชัย 4 ซอย 60 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก. ลายจุด นำแนวร่วมต่อต้านประชาธิปไตยจากปลายกระบอกปืน แต่งชุดเสื้อสีดำ รวมตัวชุมนุมแบบแฟลชม็อบ “วันอาทิตย์สีดำ” ประท้วงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ตีความ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯยังไม่ครบ 8 ปี เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศลาออกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 3 โดยนัดแต่งดำกินข้าวกลางวัน แสดงพลังขับไล่กันแน่นร้าน เนื่องจากนายสมบัติแจกคูปองอาหารฟรี 1 ชามให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนที่สามารถท่องข้อความ “ประยุทธ์อีไม่ใช่ผู้ดี อีขี่รถถังฝังหัววัยเด็ก ประยุทธ์อีชอบพูดเท็จ บะหมี่กวางตุ้งอย่ากินเผ็ดพริกป่นครึ่งช้อนพอ” มีนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกลมาร่วมกิจกรรมด้วยชี้กินก๋วยเตี๋ยวไล่ไม่ขัด ก.ม.ชุมนุมนายสมบัติกล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้เป็นกิจกรรมแสดงออกทางการเมืองผ่านวิถีชีวิตประจำวัน ไม่ต้องออกมาชุมนุมสาธารณะที่ประชาชนผู้รักประ ชาธิปไตย และผู้ที่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกจากนายกฯสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา การชวนเพื่อนๆ มากินก๋วยเตี๋ยวไม่น่าเข้าข่ายการชุมนุมในที่สาธารณะ ไม่จำเป็นต้องแจ้งขออนุญาตจัดการชุมนุม ส่วนเรื่อง “โค้ด” กินฟรี บะหมี่กวางตุ้ง ตั้งฮกกี่ นั้น ยืนยันว่าฟรีจริงไม่ใช่อำกันเล่นๆ ใครท่องได้กินฟรีบะหมี่ 1 ชาม แต่ตอนท่องห้ามก้มอ่านแค่นั้นเองท่องผิดให้ไปต่อแถวท่องใหม่