พท.หัวชนฝาสกัด ก.ม.บิดเบี้ยวผ่านรัฐสภา จัดทีม ส.ส.อภิปรายค้านแหลกสูตรหาร 500 ห่วงหลงกลลงมติคว่ำวาระ 3 ตีตกไปจะเกิดสุญญากาศการเมือง ตกหลุมพราง “บิ๊กตู่” ยุบสภาฯรักษาการยาว ล้มโต๊ะเลี้ยวกลับไปใช้บัตรใบเดียว โฆษก พท.ผวาเจอตีความปม 8 ปีพิลึกพิลั่นเปิดทาง “ลุงตู่” ไปต่อ “นพดล” ฉะหาร 500 หักหลักนิติรัฐขัด รธน.มาตรา 91 แจ่มแจ้ง “สมชัย” แขวะสภาฯล่มซ้ำอีก “บิ๊กป้อม” ไม่ควรเป็น หน.พปชร. “วันชัย” จ่อลาประชุมไม่เอาด้วย รู้ทั้งรู้ขัด รธน.ชัดแต่แรก ชี้ถึงผ่านวาระ 3 ก็ไปตกในชั้นศาล รธน. “นิโรธ” ปัดวุ่นไม่มียุทธการล่มสภาฯ ยัน “ประวิตร” สั่ง ส.ส.เข้าประชุม “พีระพันธุ์” แฉบิ๊กรัฐบาลเปลี่ยนข้างยิงประตูตัวเองเป็นจอมบงการสั่งล่มสภาฯขัด ม.114 “จุรินทร์” เปิดตัวเลือดใหม่ 30 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ใต้ “เฉลิมชัย” ลั่นทวงคืนปักษ์ใต้บ้านเรา ย้ำเดิมพันได้ต่ำกว่า 52 ส.ส. เลิกเล่นการเมืองจากกรณี 2 พรรคใหญ่ถูกมองจับมือเล่นเกมป่วนล่มการประชุมรัฐสภา เพื่อตัดตอนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กำหนดสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหารด้วย 500 ขณะที่พรรคเพื่อไทยยืนยันจุดยืนไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการลงมติ พร้อมจัดทีม ส.ส.อภิปรายคัดค้านร่างกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญให้ถึงที่สุด พท.จัด ส.ส.อภิปรายค้านหาร 500เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ส.ค. ที่พรรคเพื่อไทย น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงจุดยืนพรรคเพื่อไทยในการประชุมร่วมรัฐสภา วันที่ 15 ส.ค.65 เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ว่า พรรคเพื่อไทยเห็นตรงกันในการประชุมวันที่ 15 ส.ค. ส.ส.เพื่อไทยจะไม่เข้าร่วมเป็นองค์ประชุม เพราะมองว่ากฎกติกาที่มีความยุติธรรมจะนำมาซึ่งประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ การไม่ร่วมสังฆกรรมการประชุมวันดังกล่าว เป็นช่องทางตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ให้ทำได้อย่างถูกต้อง ที่ผ่านมา ส.ส.เพื่อไทยอยู่ในที่ประชุม แต่ไม่แสดงตนเพราะเป็นวิธีตามรัฐธรรมนูญที่ทำได้ หากวันที่ 15 ส.ค. แม้พรรคเพื่อไทยจะไม่ลงชื่อเข้าประชุม แต่สภาฯ ยังเดินหน้าเปิดประชุมได้ จะมี ส.ส.เพื่อไทยบางคนเป็นตัวแทนเข้าร่วมประชุมดำเนินการอภิปรายเพื่อคัดค้านต่อต้านสูตรการหาร 500 อย่างถึงที่สุด แต่หลังจบการอภิปรายแล้ว จะไม่ร่วมเป็นองค์ประชุมในการลงมติ ยืนยันไม่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้โดดงาน แต่สิ่งที่ทำคือการหยุดกฎหมายบิดเบี้ยวที่พยายามให้ผ่านสภา หวังว่าพรรคที่ไม่ร่วมแสดงตนสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังยึดมั่นในหลักการเดิมอยู่ ไม่เปลี่ยนไปหาร 500ห่วงล้มโต๊ะเลี้ยวกลับใช้บัตรใบเดียวน.ส.ธีรรัตน์กล่าวว่า หากร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ผ่านความเห็นชอบวาระ 2 จากที่ประชุมรัฐสภา ทราบว่ามีหลายพรรคที่ไม่เห็นด้วยกับสูตรหาร 500 จะลงมติไม่เห็นชอบวาระ 3 ทำให้กฎหมายตกไป จะเกิดสุญญากาศการเมืองทันที ไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง หากยุบสภา รัฐบาลจะรักษาการยาว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ในสิ่งที่หวัง เพราะไม่มีกฎหมายเลือกตั้ง จะย้อนกลับไปสู่ทางแย่สุดคือ การแก้ไขให้มีบัตรเลือกตั้งใบเดียวอีกครั้ง เป็นการล้มโต๊ะ ผู้รักษาการมีอำนาจเต็มทำอะไรได้ทุกอย่าง เหมือนที่เนติบริกรรัฐบาลบอกสามารถโยกย้ายข้าราชการ ใช้งบประมาณได้เต็มที่ เป็นช่วงเวลาทองกอบโกยผลประโยชน์ สมาชิกรัฐสภาสามารถหยุดยั้งกฎหมายบิดเบี้ยวได้ โดยไม่สังฆกรรมการผ่านกฎหมายมิชอบ แม้หลายภาคส่วนบอก หากร่างกฎหมายลูกผ่านวาระ 3 ยังมีช่องทางองค์กรอิสระอีก แต่องค์กรอิสระอยู่ภายใต้การกำกับของใคร ประชาชนมีคำตอบอยู่ในความรู้สึกอยู่แล้ว ไม่สามารถหวังพึ่งพา เหตุการณ์ข้างหน้าได้ผวาเจอตีความพิลึกยื้อ “ลุงตู่” อยู่ต่อน.ส.ธีรรัตน์กล่าวถึงฝ่ายค้านจะยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวาระดำรงตำแหน่งนายกฯ 8 ปี วันที่ 17 ส.ค.ว่า คณะทำงานกฎหมายฝ่ายค้านร่วมกันร่างคำร้องอยู่ระหว่างตรวจสอบคำร้องให้ชัดเจนครบถ้วนก่อนลงชื่อร่วมกัน ตีความกฎหมายชัดเจน เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญไม่สามารถยืดเวลามากไปกว่า 8 ปีได้ แต่ พล.อ.ประยุทธ์พยายามดิ้นอยู่ในตำแหน่งต่อ ขอให้ประชาชนช่วยจับตามอง อาจได้เห็นความพิลึกพิลั่นตีความหรืออาจดีใจที่ประเทศไทยยังมีความยุติธรรม เมื่อถามว่าหาก พล.อ.ประยุทธ์หลุดจากตำแหน่งนายกฯ แต่อาจมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นตัวสำรองมาทำหน้าที่ต่อ น.ส.ธีรรัตน์ตอบว่า ตามรัฐธรรมนูญถ้า พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งจะมีแคนดิเดตในบัญชีรายชื่อนายกฯ แต่ พล.อ.ประวิตรไม่ได้เป็นหนึ่งในนั้น ไม่อยู่ในสมการนี้ ส่วนการตอบโต้วิวาทะระหว่าง ส.ส.ภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์เรื่องการหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ พรรคกำลังวางแผนลงพื้นที่ภาคใต้เช่นกัน รัฐบาลทะเลาะ กันเองในพื้นที่ ประชาชนอยากมีความหวังที่ดีมากกว่า ที่เป็นอยู่ พรรคเพื่อไทยจะทำให้ดีที่สุดในพื้นที่นี้ “นพดล” ชี้สูตร 500 ประสานงานิติรัฐนายนพดล ปัทมะ อดีตรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ถกเถียงสูตรหาร 500 หรือ 100 พรรคใดจะได้ประโยชน์ ทั้งที่แก่นหรือหัวใจคือความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของร่างกฎหมายเลือกตั้งสูตรหาร 500 หลักการสำคัญคือรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด กฎหมายอื่นจะขัดหรือแย้งมิได้ แต่สูตรหาร 500 ขัด รัฐธรรมนูญมาตรา 91 ที่รัฐสภาเพิ่งแก้ไขไปไม่นานชัดเจนแจ่มแจ้งดังแสงตะวัน ไม่ต้องสงสัย ไม่มีช่องให้ตีความ เอาประเด็นนี้ประเด็นเดียวพรรค พท.สนับสนุนสูตรหาร 500 ไม่ได้แล้ว ไม่ต้องดูว่าใครได้ใครเสีย ต้องติดตามวันที่ 15 ส.ค.ผลจะเป็นอย่างไร แต่เส้นทาง พท.ชัดเจน ไม่สนับสนุนการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งสูตร 500 เพราะขัดรัฐธรรมนูญ ประสานงากับหลักนิติรัฐ บั่นทอนเสถียรภาพการเมือง ถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ พท.ขอเดินทิศที่ถูกต้อง“สมชัย” ชี้ล่มอีก “พี่ป้อม” ไม่ควรเป็น หน.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กล่าวว่าต้องจับตาจะดำเนินการประชุมได้หรือไม่ หรือจะล่มเหมือนทุกครั้ง หรือหากได้ลงมติวาระ 3 จะเป็นเช่นไร พรรค พท.ยืนยันไม่แสดงตนเป็นองค์ประชุม ขณะที่พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์จะร่วมประชุมเต็มที่ เหลือพรรค พปชร.จะมีจุดยืนอย่างไร ฟังการสัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรค พปชร.ให้ลูกพรรคมาร่วมประชุม แต่เมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ ส.ส.พปชร.ไม่ร่วมประชุม อ้างไปร่วมงานกำนันผู้ใหญ่บ้าน ไม่ใช่ เพราะเงื่อนไขกฎหมาย วันที่ 15 ส.ค. จึงไม่มีสาเหตุไม่เข้าประชุมอีก หาก ส.ส.พปชร.เข้าประชุมองค์ประชุมต้องครบ เดินหน้าได้ แต่หากยังมีปัญหาอีกแสดงว่าคำพูด พล.อ.ประวิตรไม่มีความหมาย ไม่สมควรเป็นหัวหน้าพรรคต่อไป สูตรหาร 100 หรือ 500 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญทั้ง 2 แบบ ไม่เป็นปัญหาในชั้น กกต. แต่ในศาลรัฐธรรมนูญอาจมีประเด็นชี้ได้ว่าทั้ง 2 กรณีขัดรัฐธรรมนูญ เพราะมีถ้อยคำของ ส.ส.พึงมีบัญญัติไว้“วันชัย” มั่นใจเปิดประชุมไม่ได้นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.กล่าวว่า ส่วนตัวอาจจะลาการประชุม เพราะไม่ต้องการมีส่วนร่วมพิจารณากฎหมายที่รู้ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญ ดูแนวโน้มแล้ว การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวอาจล่มตั้งแต่เปิดประชุมเพราะมีจำนวน ส.ส.และ ส.ว.ไม่ครบองค์ประชุมจะเปิดประชุมได้ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา คงรอถึงช่วง 10.00 น. ถ้าองค์ประชุมยังไม่ครบต้องปิดประชุม หรือหากเปิดประชุมได้ จะไปซ้ำรอยเหตุการณ์วันที่ 10 ส.ค. คือองค์ประชุมครบ แต่ตอนโหวตลงคะแนนองค์ประชุมไม่เพียงพอ เรียกว่าไม่ล่มปากอ่าวก็ล่มกลางอ่าว ไปไม่ถึงสุดทางแน่ โอกาสจะกลับมาใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 500 เป็นศูนย์ไปแล้ว ไม่สามารถพลิกกลับมาได้อีก ตอนแรกที่พลิกกลับไปใช้สูตรหาร 500 เพราะเป็นช่วงสถานการณ์ไม่ปกติ แต่ตอนนี้เมื่อทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ต้องย้อนกลับมาที่สูตรหาร 100 ยึดตามร่างแรกที่เสนอมา การใช้วิธีให้พิจารณากฎหมายสำคัญไม่เสร็จใน 180 วัน เพื่อกลับไปใช้สูตรหาร 100 ถือเป็นวิธีที่เร็ว ชัวร์และถูกรัฐธรรมนูญ หากจะไป หวังพึ่งการตีความขององค์กรอิสระมีความไม่แน่นอนพะวงเข้าทางตันสุญญากาศ ลต.นายวันชัยกล่าวอีกว่า กรณีที่สามารถโหวตลงมติวาระ 3 ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ได้ ถ้าโหวตไม่ผ่านกฎหมายตกไป ไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งกระบวนการ ถ้าโหวตผ่านก็ไปตกในชั้นศาลรัฐธรรมนูญแน่ เพราะรู้อยู่ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดๆ ในที่สุดต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก 2 แนวทางนี้นำไปสู่สุญญากาศกฎหมายเลือกตั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งระหว่างนั้นจะเข้าทางใครหรือไม่ ใครได้เปรียบใครคิดเอาเอง ถึงตอนนั้นจะรู้สึกการคำนวณ ส.ส. เอา 500 หารผิดรัฐธรรมนูญจะแจ้งซึ่งหน้ากลางวันแสกๆ เดินไปล้มหัวฟาดพื้นแน่นอน จึงไม่เดินไปด้วย ฝืนกฎหมายฝืนจริยธรรม รู้ทั้งรู้ยังขืนทำไปได้ สมัยเรียนกฎหมาย มีคำพิพากษาฎีกา คนร่วมประชุมวางแผนปล้นทรัพย์ แม้ไม่ได้ร่วมปล้นด้วยถือว่ามีความผิดเป็นตัวการร่วม น่าจะมีนัยแบบเดียวกัน เป็นจริยธรรมทางความรู้สึกและทางกฎหมายที่ต้องปฏิเสธการทำสิ่งไม่ถูกต้อง จึงไม่ร่วมสังฆกรรมจากความรู้สึกแท้ๆว่าถูกคือถูก ผิดคือผิด เดินตามแนวทางที่ตัดสินใจไปให้สุด เคารพตนเอง เคารพกฎหมาย คือจริยธรรมในการทำหน้าที่ จึงยืนอยู่ที่พวกหาร 100 มาตั้งแต่ต้นจนจบ“นิโรธ” ปัดไม่มียุทธการล่มสภานายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพปชร. ในฐานะประธานวิปรัฐบาล เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. สั่งการไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 ก.ค.วันคล้ายวันเกิดให้ลูกพรรคเข้าร่วมประชุมรัฐสภาวันที่ 15 ส.ค. ยังไม่ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ยืนยันจะไม่มีเหตุการณ์ ส.ส.โดดสภาหรือยุทธการล่มสภาแน่นอน จะพิจารณาทันตามกรอบ เหลือไม่เพียงกี่มาตรา ทั้งนี้ไม่มีดีลลับกับพรรค พท.หนุนสูตรหาร 100 เพราะพรรค พท.เป็นฝ่ายค้าน เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลจะไปดีลอะไรไม่ได้ จะหนุนสูตรหาร 100 หรือ 500 แล้วแต่ ส.ส.บางคนชอบ 100 บางคนชอบ 500 แล้วแต่เจตจำนง ไม่เคยตรงกันทุกพรรค พปชร.ไม่ซีเรียสจะ 100 หรือ500อัด “สมชัย” อย่ามาก้าวก่ายพรรคอื่นนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.ในฐานะเลขานุการวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย พาดพิงหากวันที่ 15 ส.ค. ส.ส.พปชร.ไม่เข้าร่วมประชุมร่วมรัฐสภาแล้วสภาล่มอีก แสดงว่าคำพูด พล.อ.ประวิตรไม่มีความหมาย ไม่สมควรเป็นหัวหน้าพรรคอีกว่าทุกคนรู้ว่ามีประชุมร่วมรัฐสภา ฉะนั้นต้องมาทำหน้าที่แน่นอน พปชร.ให้เอกสิทธิ์ ส.ส.ทุกคนทำหน้าที่ นายสมชัยอย่าพยายามดึงชื่อ พล.อ.ประวิตรมาเกี่ยวข้อง ไม่ควรมายุ่งก้าวก่ายการทำงานพรรค พปชร.ไม่ควรจะนำเรื่องดังกล่าวมาเล่นเกมทางการเมือง แต่ละท่านหากใครมีภารกิจหรือป่วยลาการประชุมได้ตามข้อบังคับ นายสมชัยควรเอาเวลาวิจารณ์คนอื่นไปสนใจพรรคตัวเองมากกว่าเตรียมการในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ใช่หน้าที่ใครจะมาตัดสินแทนสมาชิกพรรค พปชร. การพิจารณากฎหมายลูกเลือกตั้งถือเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.แต่ละคน พล.อ.ประวิตรไม่เคยสั่งการใดๆ ข่าวลือต่างๆล้วนมาจากกลุ่มการเมืองที่ไม่หวังดี ต้องการดิสเครดิตทางการเมือง “องอาจ” จี้คนทำสภาล่มตอบสังคมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคและประธาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่าเมื่อสภาล่มประชาชนย่อมรู้สึกไม่พอใจการทำหน้าที่ของ ส.ส. ส.ว. และองค์กรรัฐสภาโดยรวมที่เลือกมาแต่ไม่ทำหน้าที่ ส.ส.และ ส.ว.ควรช่วยกันปรับปรุงแก้ไขไม่ให้สภาล่มตลอดเวลา ผู้ไม่อยู่เป็นองค์ประชุมในสภาจนทำให้สภาล่ม ต้องตอบคำถามสังคมให้ได้ว่าไม่อยู่เพราะอะไร ที่กล่าวว่าเป็นเพราะเผด็จการรัฐสภากับเผด็จการทหารจับมือกัน ทำให้กฎหมายลูกออกมาให้บางพรรคได้เปรียบและนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันในอนาคต ต้องรับฟังติดตามต่อไปถึงความเป็นไปได้ ไม่ว่าพรรคใดต้องการให้กฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.ออกมาให้ได้เปรียบแค่ไหน ไม่ควรทำให้สภาล่ม ควรเดินหน้าประชุมตามกระบวนการเพื่อผลดีต่อภาพลักษณ์สภาและประโยชน์โดยรวมต่อสังคมมากกว่าเปิดตัว 30 เลือดใหม่ ปชป.เมื่อเวลา 13.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป.และคณะไปเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. 30 เลือดใหม่ภาคใต้ ที่สำนักงานของนายเดชอิศม์ ขาวทอง รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ที่ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ภายใต้ธีมงาน “รวมพลัง 30 เลือดใหม่ ทวงปักษ์ใต้คืน” มีแกนนำพรรค อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรค โดยนายจุรินทร์ประกาศแนะนำดังนี้ จ.ชุมพร เขต 1 นายมีศักดิ์ ภักดีคง อดีตอธิบดีกรมประมง จ.กระบี่ เขต 2 นายธนวัช ภูเก้าล้วน นักธุรกิจ จ.ภูเก็ต เขต 1 นายกวี ตันสุคตานนท์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลภูเก็ต ภูเก็ต เขต 2 นายชัยยศ ปัญญาไวย ประธานสภา ทนายความจ.ภูเก็ต 2 สมัย ภูเก็ต เขต 3 น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต จ.ตรัง เขต 1 นพ.ตุลกานต์ มักคุ้น นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ รพ.ตรัง จ.นครศรีธรรมราช เขต 1 ราชิต สุดพุ่ม อดีต ผวจ.ปัตตานี นครศรีธรรมราช เขต 2 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ นครศรีธรรมราช เขต 7 นางอวยพรศรี เชาวลิต ประธานสภา อบจ.นครศรีธรรมราช เขต อ.ท่าศาลาดึงอดีต ขรก. ผู้บริหารท้องถิ่นมาครบจ.สงขลา เขต 1 นายสรรเพชญ บุญญามณี ผู้ช่วยดำเนินงานนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา สงขลา เขต 2 นายนิพัฒน์ อุดมอักษร เลขานุการ นายก อบจ.สงขลา และรองประธานสมาคมไทย จีนจังหวัดสงขลา สงขลา เขต 3 นายสมยศ พลายด้วง คณะทำงานนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มท. สงขลา เขต 9 นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้ช่วย ส.ส.นายเดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส. เขต 5 สงขลา จ.สตูล เขต 1 นายซอบรี หมัดหมัน ปลัดอำเภอเมืองสตูล สตูล เขต 2 นายเกตุชาติ เกษา อดีตกำนัน ต.ละงู อ.ละงู ปัตตานี เขต 1 นายสนิท นาแว อดีตนายก อบต.ราตาปันนัง จ.ปัตตานี เขต 2 นายมนตรี ดอเลาะ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลมะกรูด จ.ปัตตานี ปัตตานี เขต 3 นายยูนัยดี วาบา ผอ.รร.ดรุณศาสน์วิทยา อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ยะลา เขต 1 นายประสิทธิ์ชัย พงษ์สุวรรณศิริ น้องชายนายประเสริฐพงศ์ พงษ์สุวรรณศิริ อดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ นายเมธี อรุณ นราธิวาส เขต 1 นักร้องนำวงลาบานูน ยังมีอดีต ส.ส.ปชป.เปิดตัวเป็นผู้สมัครคือนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว จ.สงขลา เขต 4 นายศิริโชค โสภา สงขลา เขต 7 นางสุพัชรี ธรรมเพชร พัทลุง เขต 1 นายณรงค์ ดูดิง ยะลา เขต 1 น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล กระบี่ เขต 3ไม่ต่อปากต่อ แขวะใครไม่ใช่ทางนายจุรินทร์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.พังงาของพรรคภูมิใจไทยว่าไม่มีอะไรจะชี้แจง และไม่อยากไปยุ่งกับเรื่องนั้น พรรค ปชป.เน้นทำงานการเมืองสร้างสรรค์ จะนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัคร นโยบายหรือทิศทางการทำงานหลังเลือกตั้ง เรายึดมั่นและเดินทางไปตามแนวทางนี้ “การจะไปเที่ยวแขวะคนนั้นคนนี้ ไปทะเลาะคนนั้นคนนี้ไม่ใช่แนวทางที่เราจะเดิน ส่วนใครจะไปพื้นที่ไหน ไม่ไปเกี่ยง ทุกพรรคมีสิทธิที่จะไปหาเสียง ที่ จ.พังงาเป็นพื้นที่หนึ่งที่เรามั่นใจว่าเมื่อถึงเวลาคนพังงายังให้การสนับสนุนพรรค ปชป. โดยเฉพาะจะเป็นการเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกที่หัวหน้าพรรค ปชป.เป็นคนพังงา” นายจุรินทร์กล่าวแยกพรรคร่วมฯ-คู่แข่งการเมืองเมื่อถามว่าการปะทะคารมกันระหว่าง 2 พรรคร่วมฯจะส่งผลกระทบหรือไม่ นายจุรินทร์ตอบว่า ต้องแยกการแข่งขันทางการเมืองกับการทำหน้าที่ในฐานะพรรคร่วมฯ ปชป.ไม่เคยมีปัญหาเลยในฐานะพรรคร่วมฯ มีหลักเกณฑ์จุดยืนแนวทางของเรา ปชป.นิ่งมากในการทำงานหน้าที่ในรัฐบาล 3 ปี จนขึ้นปีที่ 4 เมื่อเราอยู่ร่วมรัฐบาล เราทำงานกับรัฐบาลได้เป็นอย่างดี สร้างผลงานมากมาย ส่วนการแข่งขันทางการเมืองเมื่อใกล้เลือกตั้งเป็นธรรมดาที่ต้องแข่งกัน ต้องแข่งกับทุกพรรค แต่หากมีการพาดพิงที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดจำเป็นต้องชี้แจง “เสี่ยต่อ” ลั่นทวงคืนปักษ์ใต้บ้านเรานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป.กล่าวถึงความพร้อมผู้สมัคร ส.ส.ภาคใต้ว่า ยืนยันว่าครบมาเป็นปีพร้อมแล้ว เพียงแต่รอดูจังหวะเวลาเปิดตัวที่เหมาะสม เรากำลังทำเรื่องความมีเอกภาพความเป็นหนึ่งเดียวของ ปชป. ภาคใต้คือบ้านเรา วันนี้ ปชป.ต้องเอาบ้านหลังนี้กลับคืนมา เมื่อถามว่าหากโค้งสุดท้ายผู้สมัครของพรรคอาจถูกพรรคอื่นฉกตัวไป นายเฉลิมชัยตอบว่า ไม่กังวล สุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นคนตัดสินใจ การไปมาของคนในพรรคไม่ใช่เรื่องผิดปกติ ทุกสมัยเป็นอย่างนี้ ปชป.ก็มีคนมารอนิดนึงก่อน ที่ตั้งเป้าหมาย 40 เขตภาคใต้ วันนี้ภาคใต้มี 58 เขต สู้ทั้ง 58 เขต ได้กี่เขตไปว่ากันอีกที อยู่ที่พี่น้องประชาชน ตัวผู้สมัครกับผลงานพรรคที่เราทำมา 3 ปีกว่าจะเป็นตัวตัดสิน มั่นใจว่านี่คือบ้านของเราต้องรักษาแล้วต้องเอาคืนมาย้ำอีกได้ต่ำกว่า 52 ส.ส.เลิกการเมืองเมื่อถามถึงกระแสพรรค ปชป.ภาคใต้ว่าดีขึ้นจากการเลือกตั้งปี 62 หรือไม่ นายเฉลิมชัยกล่าวว่า เคยประกาศไปแล้วว่าถ้าได้ ส.ส. ต่ำกว่า 52 คนจะเลิกเล่นการเมืองทั้งชีวิต นี่คือคำมั่นสัญญา เชื่อว่าถ้าพรรค ปชป.มีเอกภาพ เราสู้ได้ทุกพรรค สู้นี่คือสู้เพื่อชนะใจพี่น้องประชาชน ไม่ใช่สู้แบบไประรานใคร“พีระพันธุ์” ฉะ 2 พรรคใหญ่เล่นเกมวันเดียวกัน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ ศาลรัฐธรรมนูญผู้ชี้ชะตาอนาคตประเทศ ว่า ตนและประชาชนเบื่อหน่ายที่สุดคือเกมการเมืองไร้สาระวาระ 8 ปีของนายกฯและสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ประชาชนจะเป็นจะตายกับภาวะการทำมาหากิน ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกรังแก แต่ไม่มีนักการเมืองในสภาคนไหนสนใจเสนอกฎหมาย ถกเถียงหาทางออกให้ประชาชนจะเป็นจะตายเหมือนวาระ 8 ปีของนายกฯและสูตร 100 สูตร 500 เลย ทั้งที่ประชาชนเคยให้ความหวังกับการเลือกตั้งปี 62 สุดท้ายพรรคหลัก พรรครองแปรสภาพเป็นนักกีฬามาเล่นเกม หัวหน้าทีมมีความสุขกับการสร้างความยิ่งใหญ่ให้ตัวเองและยกยอปอปั้นจากบรรดาคนรอบข้าง คิดว่าการเมืองมีเพียงแค่เงินกับอำนาจ เลวร้ายที่สุดคือการใช้บ้านเมืองเป็นสนามเล่นเกม ประชาชนรับเคราะห์ กำลังกินลึกเข้าไปในหัวใจ เชื่อว่าเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนจะร่วมกันสั่งสอนครั้งใหญ่ป้องนายกฯปม 8 ปีจบที่ศาล รธน.นายพีระพันธุ์ระบุว่า ส่วนวาระ 8 ปีนายกฯ เกิดจากรัฐธรรมนูญเขียนไม่ชัดเจน สุดท้ายต้องไปจบที่ศาลรัฐธรรมนูญ เกมวาระ 8 ปีนายกฯ ตามหลักเกณฑ์ในรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 วรรคสี่กำหนดเพียงนายกฯดำรงตำแหน่งรวมกันเกิน 8 ปีไม่ได้ ปัญหาคือผู้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดวันเริ่มต้นนับหนึ่งของ 8 ปีไว้ให้เริ่มนับหนึ่งเมื่อใด จึงเป็นเหยื่ออันโอชะนักเล่นเกมที่จะตีความมาตรานี้ให้เป็นไปอย่างที่ตนคิด เพื่อประโยชน์ของตนเอง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน จะครบ 8 ปีตอนไหน ใครจะมาเป็นนายกฯ ไม่มีประโยชน์อะไรกับบ้านเมืองและประชาชน หากการเมืองเต็มไปด้วยนักเล่นเกม หนังสือคู่มืออธิบายเหตุผลและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 60 อธิบายแต่ละมาตราไว้ พอถึงมาตรา 158 กลับไม่ได้บอกว่านับหนึ่งจากไหนและเมื่อใด เลยไม่รู้ว่าเขียนขึ้นมาทำให้ยุ่งเล่นทำไม ส่วนที่เปิดบันทึกการประชุมสนทนาของผู้ร่างกับการนับวาระ 8 ปี แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากผู้ร่างว่าที่บันทึกไว้ไม่ใช่เจตนารมณ์ เป็นเพียงพูดกันเฉยๆ หลายคนถามว่าแล้วจะพูดกันไปทำไม ตนคงตอบไม่ได้ เพราะไม่ใช่ผู้ร่าง ที่แน่ๆยิ่งเพิ่มความสับสน ความงงให้กับสังคม และเป็นเหยื่ออันโอชะสำหรับนักเล่นเกมฝ่ายไม่เอานายกฯแฉผู้บงการสั่งล่มสภาขัด ม.114นายพีระพันธุ์ระบุอีกว่า ส่วนสูตร 100 สูตร 500 คำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อันสนุกสนานของนักเล่นเกมที่สถานะล่าสุดคิดกันว่าล้มการประชุมสภาได้ แล้วจะผ่านฉลุยตามที่วางหมากเกมไว้ ในวันที่ 15 ส.ค.มีการเรียกประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณากฎหมายลูกเรื่องนี้ให้เสร็จตามระยะเวลา 180 วันน่าจะล่มอีก เท่าที่ทราบมีคำสั่งเรียบร้อยให้บรรดา ส.ส.และ ส.ว.นักเล่นเกมในอาณัติไปลงชื่อแล้วให้กลับบ้านได้ ครอบงำการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. และ ส.ว.ในอาณัติ เป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตของ ส.ส.และ ส.ว.ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 และกระทำผิดจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอย่างร้ายแรง เมื่อผ่านขั้นนี้ไปได้ ที่สุดท้ายต้องตีความกันอีกว่าจะใช้ร่างไหนศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นผู้ชี้ชะตาอนาคตประเทศตัวจริงบิ๊ก รบ.เปลี่ยนข้างยิงประตูตัวเองนายพีระพันธุ์กล่าวว่า หัวหน้าทีมไม่สนใจ สั่งลูกทีมเล่นเกมทั้งหลายแล้วว่าให้ไปลงชื่อแล้วไม่ต้องลงสนาม รอให้กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลาตามกติกา ทั้งที่กติกา 180 วันวางเอาไว้ให้เร่งทำกฎหมายที่เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองให้เสร็จเร็วๆ แต่นักเล่นเกมกลับนำมาใช้เป็นเครื่องมือวางหมากเกม เรื่องวุ่นๆ จึงเกิดขึ้นเพราะนักเล่นเกมเกิดเปลี่ยนข้างมายิงประตูตัวเอง สาเหตุเกิดเพราะอะไรต้องไปถามหัวหน้าทีมผู้คอยสั่งการแบบนี้ เรียกว่า ABUSE OF POWER ใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ถูกต้อง น่าจะแก้ไข ป.อาญา 149 เดิมเอาผิดกับผู้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ส.ส.กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดไม่ว่าชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ในการเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด ขยายเอาผิดบรรดานักเล่นเกมโดยเฉพาะจอมบงการที่ใช้อำนาจไปในทางไม่ถูกต้อง การสั่ง การรับคำสั่ง การบงการทั้งทางตรงและทางอ้อมให้ ส.ส.เหล่านั้นกระทำการที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมและบ้านเมืองกก.สัญจรโคราชส่องปัญหาคูเมืองที่ Art Gallery and Exhibition ริมคูเมือง สวนภูมิรักษ์ 1 ข้างวัดพายัพ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมคณะ ลงพื้นที่จัดกิจกรรม “ก้าวไกล Next อีสาน” มีนายฉัตร สุภัทรวณิชย์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นครราชสีมา พรรคก้าวไกล พร้อมสมาชิกคนรุ่นใหม่ต้อนรับ พาสำรวจสวนสาธารณะรอบคูเมืองโคราชดูปัญหาบริหารจัดการลานกิจกรรมเยาวชน ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยนายจองชัย โงสันเทียะ นำชาวบ้าน ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย, ต.ทับรั้ง ต.สระพระ อ.พระทองคำ กว่า 20 คน ยื่นหนังสือร้องเรียนให้ช่วยแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินของรัฐบาลทำให้กองทุนหมู่บ้านล่มสลาย กรรมการกองทุนหมู่บ้านกว่า 200 คน ถูกดำเนินคดี นายรังสิมันต์รับจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาฯ หาทางแก้ปัญหาลั่นขอปักธงสีส้มให้ได้หลายเขตนายรังสิมันต์กล่าวอีกว่า มาลงพื้นที่นครราชสีมาดูปัญหาหลัก 3 เรื่องคือ โคราชเป็นเมืองขนาดใหญ่ ประชาชนจำนวนมาก แต่พื้นที่สาธารณะมีน้อยมีศักยภาพจะเติบโตได้มากกว่านี้หลายเท่า กิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโคราชยังไม่ชัดเจน ต้องไม่ใช่แค่ประตูทางผ่านสู่ภาคอีสาน และ 3 พรรคก้าวไกลจัดแพลตฟอร์ม “ก้าวไกล NEXT” ให้ประชาชนทุกภาคส่วนเสนอความคิดเห็นว่าต้องการให้พรรคก้าวไกลเป็นแบบไหนให้เกิดความรู้สึกว่าทุกคนเป็นเจ้าของไม่ใช่แกนนำพรรคหรือใครคนใดคนหนึ่ง สัปดาห์หน้าจะไป จ.ภูเก็ต โคราชมี ส.ส.ถึง 16 เขตและคล้ายกับ กทม. สถิติคะแนนเลือกตั้งทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น พรรคอนาคตใหม่และก้าวไกลมีฐานเสียงอยู่อันดับต้นๆมาตลอด แสดงให้เห็นว่าโคราชต้องการความเปลี่ยนแปลง รอบหน้าเป็นไปได้ว่าจะชนะการเลือกตั้งถล่มทลาย โดยเฉพาะเขต 1 โคราช ส.ส.เดิมเป็นพรรค พปชร.ที่กระแสความนิยมแย่ลงต่อเนื่อง เรามีโอกาสตั้งเป้าต้องปักธงสีส้มให้ได้ อาจชนะเลือกตั้งถล่มทลายไม่ใช่แค่ 1 เขต แต่มีแนวโน้มว่าจะได้หลายเขตด้วยคนไม่เชื่อมีดีลลับ พปชร.-พท.วันเดียวกัน “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจความเห็นประชาชน เรื่อง “ข้อตกลงทางการเมืองพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย?” สำรวจเมื่อวันที่ 10-11 ส.ค.65 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทุกภูมิภาค 1,312 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับข้อตกลงทางการเมืองระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย เปลี่ยนสูตรคำนวณ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อจากหาร 500 เป็นหาร 100 พบว่าร้อยละ 40.32 ระบุไม่เชื่อเลย ร้อยละ 21.80 ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 17.91 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 9.38 เชื่อมาก และร้อยละ 10.59 ไม่ทราบ/ ไม่ตอบ/ไม่สนใจ เมื่อถามถึงความเชื่อต่อข้อตกลงทางการเมืองของ 2 พรรคดังกล่าวที่จะสนับสนุน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นนายกฯต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 59.76 ไม่เชื่อเลย ร้อยละ 17.45 ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 13.87 ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 7.47 เชื่อมาก และร้อยละ 1.45 ไม่ทราบ/ ไม่ตอบ/ไม่สนใจชี้ “ลุงตู่” ขี้โมโห “อุ๊งอิ๊ง” ไร้ประสบการณ์ด้านสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจ เรื่องจุดแข็ง จุดอ่อน คนจะเป็นนายกฯจากทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 2,025 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 9-13 ส.ค.พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ มีจุดแข็ง ดังนี้ จงรักภักดี ร้อยละ 45.1 อดทนแบกภาระวิกฤติประเทศ ร้อยละ 34.8 มีผลงานเปิดประเทศ ฟื้นสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ ร้อยละ 34 เป็นต้น จุดอ่อนไม่คุมอารมณ์ โมโหง่าย ร้อยละ 55 อยู่นานมา 8 ปี ร้อยละ 51.5 และไม่เก่งเรื่องแก้ปัญหาปากท้อง ร้อยละ 48.4 เทียบกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แกนนำพรรคเพื่อไทย มีจุดแข็ง จงรักภักดี ร้อยละ 20.1 เป็นคนรุ่นใหม่ ร้อยละ 43.7 เป็นบุตรสาวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 46.3 ขณะที่จุดอ่อน ขาดประสบการณ์การเมือง ร้อยละ 42.8 ยังไม่มีผลงาน ร้อยละ 40 และน่าห่วงการตัดสินใจในภาวะกดดันทางการเมือง ร้อยละ 32 ที่น่าสนใจคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรค พปชร. จุดแข็ง จงรักภักดี ร้อยละ 29.3 มีเครือข่ายกว้างขวางทุกวงการจัดการอิทธิพลได้ ร้อยละ 39.2 มีผลงานแก้ค้ามนุษย์ แจกที่ทำกิน จัดการน้ำ แก้ภัยแล้ง ร้อยละ 30.9 เป็นต้น จุดอ่อนอายุมาก ร้อยละ 62.7 ไม่มีเวลาลงพื้นที่ ร้อยละ 36 และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ร้อยละ 34.9 “หนู” เด่นสู้โควิด “อู๊ดด้า” แก้ศึกในไม่ได้ขณะที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล จุดแข็งจงรักภักดี ร้อยละ 16.1 เป็นคนรุ่นใหม่ ร้อยละ 41.4 พูดจาเก่ง ร้อยละ 36.1 จุดอ่อนยังไม่มีผลงาน ร้อยละ 35.9 ขาดบารมีทางการเมือง ร้อยละ 36.4 และยังมีช่องว่างเข้าไม่ถึงชาวบ้าน ร้อยละ 35.8 ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุขและหัวหน้าพรรค ภท. จุดแข็งจงรักภักดี ร้อยละ 41.3 แก้วิกฤติโควิดต่างชาติยกย่อง ดูแลผู้ป่วยดีขึ้น ร้อยละ 45.9 ทำธุรกิจสำเร็จมั่นคง ร้อยละ 40.7 จุดอ่อนยังขาดคนช่วยงานที่เข้าถึงพื้นที่ ร้อยละ 49.8 ไม่โปรโมตตัวเอง ร้อยละ 37.2 พูดไม่เก่ง ร้อยละ 30.8 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จงรักภักดี ร้อยละ 34.7 มีประสบการณ์การเมือง ร้อยละ 43.9 และนายชวน หลีกภัย สนับสนุน ร้อยละ 41.4 ขณะที่จุดอ่อน แก้ขัดแย้งในพรรคไม่ได้ คนเก่งลาออก ร้อยละ 56.8 ไม่โดดเด่น ร้อยละ 35.4 และไม่เห็นผลงาน ร้อยละ 30.9พปชร.เรตติ้งดิ่งวูบ ภท.พุ่งขยับผู้สื่อข่าวรายงานว่า เปรียบเทียบผลสำรวจครั้งที่ 1 กับ ครั้งที่ 2 เรื่องพรรคการเมืองที่ประชาชนตั้งใจจะเลือกถ้าวันนี้เป็นวันเลือกตั้ง พบการเปลี่ยนแปลง 5 อันดับแรกของพรรคในใจประชาชน อันดับแรก พรรคเพื่อไทยครั้งแรกได้ร้อยละ 26.9 ครั้งที่สองลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ร้อยละ 25.1 อันดับที่สอง พรรคภูมิใจไทยเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 14.2 ในครั้งแรกมาอยู่ที่ร้อยละ 20.0 ในครั้งที่สอง อันดับสาม พรรคพลังประชารัฐได้ร้อยละ 22.3 ในครั้งแรก แต่ตกลงมาอยู่ที่ร้อยละ 15.0 ในครั้งที่สอง อันดับสี่ พรรคประชาธิปัตย์ได้ร้อยละ 6.8 ในครั้งแรกมาอยู่ที่ร้อยละ 10.8 ในครั้งที่สอง และอันดับห้า พรรคก้าวไกลได้ร้อยละ 6.9 ในครั้งแรกและเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 8.8 ในครั้งที่สอง“อานนท์” ส่งซิกปลุกม็อบจ่อลงถนนวันเดียวกัน นายอานนท์ นำภา ทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำคนสำคัญม็อบราษฎร โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวใจความว่า “ในบริบทที่รัฐสภาเต็มไปด้วยกล้วย และคนแจกกล้วย เต็มไปด้วย ส.ว.ที่ล้าหลัง และยังมีองค์กรอิสระที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย การเลือกตั้งจึงไม่ได้เป็นเครื่องมือเดียวที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างโดดๆ มันต้องอาศัยพลังนอกสภาอีกมหาศาล ถ้าในสภายังไม่นิ่งข้างต้น และองค์กรในรัฐธรรมนูญยังเป็นปฏิปักษ์กับประชาธิปไตย การเมืองบนท้องถนนจึงสำคัญและจำเป็นต้องสร้างและพัฒนาไปควบคู่กับการเมืองในสภา วันนี้เราจึงควรเตรียมตัวสำหรับการเมืองบนท้องถนนให้พร้อม เพื่อที่วันหนึ่ง ถ้าการเมืองในสภาถูกพวกองค์กรปฏิปักษ์ประชา ธิปไตยทำร้ายหรือทำลายลง การเมืองบนท้องถนนจะเป็นคำตอบทันทีคนสารพัดสีรวมตัวไล่ “ประยุทธ์”เมื่อเวลา 16.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว คณะหลอมรวมประชาชน นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.และนายนิติธร ล้ำเหลือ อดีตทนายกลุ่มพันธมิตร นัดหมายมวลชนทุกสีเข้าร่วมชุมนุมขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาให้พ้นจากตำแหน่งในหัวข้อ “8 ปีประยุทธ์ต้องไป คนไทยลุกขึ้นสู้” บรรยากาศคึกคักมีอดีตแกนนำม็อบเหลืองแดงและแนวร่วมทุกสีส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยเข้าร่วม อาทิ นายสมบูรณ์ ทองบุราณ อดีต ส.ว. นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ โฆษก นปช. นายไทกร พลสุวรรณ สลับขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีรัฐบาลอย่างดุเดือด24 ส.ค. “ลุงตู่” ยังอยู่นัดชุมนุมใหญ่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พิธีกรเวทีนายอมร อมรรัตนานนท์และนายพิชิต ไชยมงคล อดีตแกนนำพันธมิตร 2 พิธีกรเวทีร่วมเชิญชวนมวลชนสร้างสัญลักษณ์ขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แบบใหม่ ให้เป็นแบบเดียวกันทั้งมวลชนเหลืองแดงใช้ขวดน้ำเคาะคล้ายการชุมนุมสมัยพฤษภาทมิฬปี 53 แต่ใส่ถั่วเขียวลงในขวดให้มีเสียงดัง ก่อนนำมาแจกมวลชนคนละขวดให้ซักซ้อมเขย่าเป็นจังหวะสลับตะโกนคำว่า “ประยุทธ์ออกไปๆ” และเรียกร้องให้ประชาชนจับตาวันที่ 24 ส.ค.หาก พล.อ.ประยุทธ์ ยังอยู่ในตำแหน่ง จะมีการชุมนุมใหญ่บนถนนเพื่อขับไล่ ด้านนายศักดิ์ระพี พรหมชาติหรือพราหมณ์ ศักดิ์ระพีประกาศเชิญชวนให้มวลชนร่วมกันจุดประทัด วางดอกไม้จันทน์ฉลองชัย หาก พล.อ.ประยุทธ์พ้นตำแหน่งในวันที่ 24 ส.ค.