ปลุกใจกันยกใหญ่ กลบอาการขวัญหนีดีฝ่อลูกพรรค ภาวะระส่ำระสาย ส.ส.พลังประชารัฐจากเอฟเฟกต์โพลสารพัดสำนักที่ไปทางเดียวกัน เรตติ้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม และคะแนนนิยม พรรคพลังประชารัฐดิ่งเหวตัวอย่างที่เห็นตำตา ผลสำรวจ “นิด้าโพล” เผยแต้ม “ลุงตู่” หล่นไปอยู่ที่ 4 ตามก้น “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นำโด่งเป็นอันดับ 1 ที่ประชาชนอยากให้เป็นนายกฯผู้นำรุ่นลุงถูกเด็กรุ่นหลานทิ้งไม่เห็นฝุ่น ตกเป็นรองหนักทั้งความนิยมส่วนตัวและความนิยมพรรคผลโพลเป็นใจช่วยพรรคเพื่อไทยแห่กระแสแลนด์สไลด์ แม้ยังไม่เปิดตัว “อุ๊งอิ๊ง” เป็นแคนดิเดตนายกฯ กระตุ้นความคึกคักลูกทีมนายใหญ่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ก่อนลงสนามศึกเลือกตั้งใหญ่ ภาวะเลือดไหลออกพลังประชารัฐตั้งเค้าทะมึน ต้องรีบห้ามเลือดจ้าละหวั่น บล็อกลูกทีมย้ายรังค่ายผู้นำก้นร้อน อยู่เฉยไม่ได้ ต้องเร่งแก้เกม วางโปรเจกต์ใหญ่ เดินสายโรดโชว์ 10 เวที 10 จังหวัด กระจายไปทุกภูมิภาค กู้แต้มกันตาตั้ง ให้ทันก่อนเสียงนกหวีดเลือกตั้งสมัยหน้าจะเริ่มขึ้นสถานะขาลงพลังประชารัฐ แม้แต่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ทำใจยอมรับ แต่ยังปากแข็ง ปั่นตัวเลขจะได้ ส.ส.สมัยหน้าไม่ต่ำกว่า 150 คนขายมุกเก่าซ้ำแล้วซ้ำอีก หวังให้ ส.ส.ที่คิดย้ายพรรคลังเล แต่ก็ไม่รู้ลูกทีมจะปักใจเชื่อแค่ไหน เพราะสภาพความเป็นจริงที่เห็นอยู่ตรงหน้า สวนทางกับสิ่งที่ “บิ๊กป้อม” โฆษณาชวนเชื่อส.ส.พลังประชารัฐหลายคนวางลู่ทางย้ายหาสังกัดใหม่ ถึงขั้นที่ พล.อ.ประวิตรต้องเช็กชื่อเรียงตัว ถามกันในที่ประชุมพรรคถึงความชัดเจนจะอยู่ร่วมรังกันต่อไปหรือไม่ผลโพลเขย่าค่ายใหญ่รัฐบาลเตลิดเปิดเปิง แม้แต่ “บิ๊กตู่” ก็ต้องช่วยกู้สถานการณ์นาทีคับขันอีกทาง สวมบทชีพจรลงเท้า เดินสายตรวจราชการถี่ๆ ล่าสุดลุยล้วงคองูเห่า จ.เชียงใหม่ ถิ่นคนแดนไกลรุกเหยียบจมูกเมืองหลวงภาคเหนือคนเสื้อแดง ฝ่าเสียงม็อบขับไล่ ขอแชร์แต้มกันทุกทางปลุกใจคนไทยให้ร่วมฝ่าวิกฤติ เปรียบประเทศไทยเป็นรถยนต์คันใหญ่ขับเคลื่อนคน 70 ล้านคนไปข้างหน้า จะเป็นจะตายก็ต้องช่วยกันเข็นแต่ไม่รู้จะได้กระแสตอบรับ ทำคะแนนกระเตื้องได้แค่ไหน ตามหน้าฉากที่การลงพื้นที่ของ “บิ๊กตู่” ทุกครั้ง ประชาชนไม่ได้โฟกัส มุ่งไปที่เนื้องาน กลับไปใจจดใจจ่ออยู่ที่ทะเบียนรถนายกฯ ตระเวนไปกี่จังหวัดก็เหมือนตีรถเปล่า เหนื่อยฟรี สภาพรัฐบาลร่อแร่ เป็นไฟต์บังคับให้ “พี่ใหญ่–น้องเล็ก” ต้องกลับมาสมัครสมานสามัคคี ลืมความบาดหมางชั่วคราว ร่วมทวงความเชื่อมั่นจากประชาชนกลับคืนมาอย่างที่เห็นปัญหาอีนุงตุงนังล้อมกรอบเต็มไปหมด โดยเฉพาะปมปากท้องที่ยังแก้กันไม่ตก สินค้าอุปโภค บริโภค อาทิ ข้าว ซอสปรุงรส น้ำปลา สบู่ เหล้าเบียร์ น้ำอัดลม ทยอยขึ้นราคา ตามราคาน้ำมัน ก๊าซหุงต้มไปติดๆแม้แต่ “มาม่า” ก็ตื๊อขอปรับขึ้นราคาไม่เลิก เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหวของแพงทั้งแผ่นดิน ฉุดตัวเลขเงินเฟ้อ หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนพุ่งกระฉูด ความทุกข์ชาวบ้านพานกระทบเสถียรภาพทางการเมืองง่อนแง่นตามไปด้วยในสถานะที่ “บิ๊กตู่” เอง ก็เหมือนขาลอย เพราะไม่มี ส.ส.เป็นฐานเสียงของตัวเองในมือ กลายเป็นจุดอ่อนให้ถูกกลุ่มก๊วนการเมืองต่างๆกดดันเรียกร้องผลประโยชน์ให้เป็นไปตามที่ต้องการยิ่งศึกซักฟอกงวดเข้ามาเมื่อไร เกมต่อรองก็คุกรุ่นหนักขึ้น ปฏิบัติการ “เอากล้วยมาล่อ เอาเก้าอี้มาแจก” มีให้เห็นกันเกลื่อน แลกการคอนโทรลเสียงให้ได้ตามที่ต้องการสภาพในพลังประชารัฐเองก็เละเต็มที ไม่ใช่แค่เกมก่อหวอดชิงอำนาจในพรรค ระหว่าง “พี่ใหญ่–น้องเล็ก” ที่ปะทุเป็นระยะๆแต่ขาใหญ่ก๊กต่างๆก็หวดกันแรง แย่งชามข้าวกันอุตลุดคนในพรรคเปิดศึกทุบกันเองมันมือ ทีมบ้านใหญ่ “ชลบุรี” มีแนวโน้มโบกมือลาแน่ ไม่ลงเรือลำเดียวกันอีก หรือกลุ่มสามมิตรก็ยังอุบไต๋ ไม่การันตีอนาคตการเมืองจะอยู่ร่วมค่ายพลังประชารัฐต่อไปหรือไม่สังเวียนเลือกตั้งสมัยหน้า พลังประชารัฐไม่มีตัวท็อปฐานเสียงแน่นอยู่ฟูลทีมเหมือนเดิมแน่ แผลฉกรรจ์เต็มร่าง ปั๊มชีพจรหนักแค่ไหนก็ฟื้นลำบาก เพราะสาหัสเกินเยียวยาหมดเวลาโปรโมชัน ทีมขาใหญ่รวมกันเฉพาะกิจ เชิด “บิ๊กตู่” ขึ้นเป็นใหญ่ เพื่อเกาะเกี่ยวผลประโยชน์จุดขายกลายเป็นจุดตาย ขืนโดยสารรถคันเดียวกันต่อไป ก็ลงเหวอย่างเดียว!!!ทีมข่าวการเมือง