คั่นจังหวะแย่งซีนการเมืองที่กำลังคุกรุ่นประเด็นดัง “ปริญญ์ พานิชภักดิ์” ประกาศลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และทุกตำแหน่งในพรรค พร้อมยืนกรานความบริสุทธิ์ ไม่มีพฤติกรรมลวนลามนักศึกษาสาวตามที่ถูกกล่าวหาประชาธิปัตย์รีบสับสวิตช์ทันที รักษาภาพลักษณ์พรรค ป้องกันไม่ให้ลามกระทบถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่นายปริญญ์นั่งควบเป็น ผอ.เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อีกเก้าอี้พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรกพรรคเก่าแก่ จากเดิมปัญหาในบ้านก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ทั้งภาวะเลือดไหลออก คนในพรรคเปิดศึกสาวไส้กัน ล่าสุดยังตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องด่างพร้อยของคนในพรรคสะเทือนความน่าเชื่อถือของพรรคในยามที่ต้นทุนร่อยหรออยู่แล้ว ติดลบหนักขึ้นไปอีกกองทัพเมืองกรุงประชาธิปัตย์ระส่ำ ต้องลุ้นหนักจะโดนหางเลขสั่นคลอนฐานเสียงพรรคในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มากน้อยเพียงใดอีกกรณีที่นั่งไม่ติดพอกันคือ ผลกระทบจากเหตุการณ์ “ปารีณาเอฟเฟกต์” นักการเมืองร่วม 50-60 รายของฝั่งรัฐบาลและฝ่ายค้าน ที่อยู่ในลิสต์ถูกตรวจสอบกรณีถือครองที่ดินรัฐ ทั้ง ส.ป.ก.4-01 และ ภ.บ.ท.5 ไม่ถูกต้องนักร้องขาประจำกดดัน ป.ป.ช.ยึดบรรทัดฐานพิจารณาคดีผิดจริยธรรมร้ายแรงให้เป็นมาตรฐานเดียวกับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐปมความผิดจริยธรรมร้ายแรงที่เป็นบรรทัดฐานใหม่ ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโหนกระแสเลยเถิด ลากนักการเมืองเผชิญวิบากกรรม เสี่ยงเกมโอเว่อร์ถูกประหารชีวิต หมดอนาคตการเมืองอีกลอตใหญ่สารตั้งต้นกรณี “ปารีณา” ส่อสะเทือนไปถึงหลายพรรค ต้องปรับทัพตัวผู้สมัครวุ่นวาย หาก ส.ส.ในสังกัดถูกลงดาบตัดสิทธิการลงสมัครเลือกตั้งอุณหภูมิการเมืองกลับมาไต่ระดับความร้อนแรง แข่งกับเปลวแดดเดือน เม.ย.โดยเฉพาะสถานการณ์ค่ายพลังประชารัฐที่ระอุหนัก ปมติดป้ายสวัสดีปีใหม่ไทย รูป “บิ๊กป้อม” พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ตามถนนหนทาง ถูกตั้งคำถามวัดพลังความยิ่งใหญ่พี่น้อง 2 ป. โยงไปถึงการทาบรัศมีเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแข่งกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในการเลือกตั้งเที่ยวหน้า“พี่ใหญ่” คิดโค่น “น้องเล็ก” ถูกพูดกันอย่างอึกทึก ขยายความกันใหญ่โตเข้าจังหวะยุให้รำ ตำให้รั่วของ “ลุงโทนี่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสี้ยมเป็นศึกเกาเหลา ได้ทีปั่นให้พี่น้องหวาดระแวงแตกคอกันหนักขึ้นแต่นั่นก็เป็นผลพวงมาจากสนิมเนื้อในระหว่าง “บิ๊กป้อม-บิ๊กตู่” ที่มีปัญหาระหองระแหงเป็นทุนเดิม พอมีประเด็นมาสะกิด แม้เป็นเรื่องหยุมหยิม ก็ชวนให้คิดไปต่างๆนานาได้ผ่านเทศกาลสงกรานต์มาหลายรอบ “พี่ใหญ่” ไม่เคยขึ้นป้ายโปรโมตตัวเอง แต่ดันมาติดเอาช่วงปลายเทอมรัฐบาล ในห้วงสัมพันธภาพ 2 ป. สามวันดีสี่วันไข้ยิ่งก่อนหน้านี้ “บิ๊กป้อม” ก็เพิ่งตีกัน “บิ๊กตู่” ไม่ให้แชร์ส่วนแบ่งอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ ส่ง 2 อดีตนายทหารคนสนิทไปนั่งเป็นกรรมการบริหารพรรค กระชับพื้นที่ในพรรคให้แน่นหนาขึ้นไปอีกเหมือนมีลับลมคมใน เพราะกรรมการบริหารพรรคล้วนสายตรงของพี่ใหญ่ น้องเล็กต้องมีเอะใจ ชวนสงสัยเป็นธรรมดารับประกันไม่ได้ “บิ๊กป้อม” แอบคิดการใหญ่จริงหรือไม่อย่างที่คนสนิทนายกฯ “เสี่ยตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ต้องไขก๊อกจากพรรคพลังประชารัฐ ไปสแตนด์บายสร้างพรรคใหม่ “รวมไทยสร้างชาติ” เป็นทางออกฉุกเฉินให้ “บิ๊กตู่” มีทางเดินไปต่อ หากหมดประโยชน์จากพรรคเดิม หรือถูกหักหลังในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลุดเก้าอี้ผู้นำเช่นเดียวกับ “บิ๊กป้อม” ก็ขยายเส้นทางอำนาจไปผูกอนาคตไว้ในพรรคเศรษฐกิจไทยที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ลูกน้องคนสนิทไปตั้งไข่ไว้ กันเหนียวอีกทางมีแนวโน้มสูงที่พรรคน้องใหม่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร เป็นแคนดิเดตนายกฯในโควตาพรรคเศรษฐกิจไทยสองพี่น้องต่างสร้างรังใหม่ตัวเองเตรียมไว้ล่วงหน้า รองรับเหตุฉุกเฉิน หากมีใครหลุดวงโคจรจากค่ายปัจจุบันอารมณ์ต่างฝ่ายต่างระแวง เชื่อใจไม่เต็มร้อยแล้ว อะไรๆก็เกิดขึ้นได้หลังจากนี้“แตกรัง” รอไว้แล้ว แต่จะ “แตกคอ” ตามมาหรือไม่ ต้องรอดูกันต่อไป.ทีมข่าวการเมือง