เมื่อท่องกลอนเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา บท “คือดาวเดือนดินฟ้าจะอาเพศ อุบัติเหตุจะเกิดทั่วทุกทิศาน มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ เกิดนิมิตพิสดารทุกบ้านเมือง” จบ ผมก็จำได้ นิมิตพิสดารที่ว่า มาจากท่านผู้นำ ผู้มีอำนาจทั้งหลาย ไม่ตั้งอยู่ในธรรมนี่คือความเชื่อหนึ่งของคนไทย ส่วนความเชื่อแบบพราหมณ์ เรื่องร้ายๆทั้งหลาย เช่นเรื่องฝนแล้งในเมืองหนึ่งถึงเจ็ดปี เกิดเพราะฤาษีบำเพ็ญตบะนาน พระราชาต้องส่งพระธิดาสาวไปทำลายตบะใน “ฤาษีเจ็ดตน มรดกภูมิปัญญาจากบรรพชน” (วิริยะประกันภัย พิมพ์ พ.ศ.2565) ฤาษีดัดตนท่าที่ 6 แก้ส้นเท้า ก็มีเรื่องเล่าทำนองเดียวกันกรมหมื่นนุชิตชิโนรส (พระนามเต็ม สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส) ทรงนิพนธ์คำโคลง ประกอบภาพลายเส้น แสนงดงาม ทรงนิพนธ์ไว้ว่าเอนกายกรกดเท้า พักตร์เหิน หาวแฮ หายที่ส้นลมเดิน ขัดข้อง นามอิษีสุขวัฒน์เจริญ ญาณเกิด ไผ่ฤา โลกย์เรียกสีสุกห้อง ชื่อผู้เจริญญาณศรัณย์ ทองปาน อธิบายไขความให้เข้าใจง่ายขึ้นท่าเอนตัวกดเท้า หน้าแหงนขึ้นฟ้า ใช้แก้ให้ลมที่ส้นเท้าเดินสะดวก มาจากฤาษีอิษีสุขวัฒน์ ซึ่งจากญาณของท่าน ทำให้เกิดต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่เรียกกันว่าไผ่สีสุก ตามนามของฤาษีในหนังสือนารายณ์สิบปาง ฉบับโรงพิมพ์หลวงกล่าวไว้ในอวตารปางที่ 4 มหิงสาวตาร ว่ายังมีพระฤาษีตนหนึ่ง มีนามชื่อ ฤาษีสุขวัฒน์ บำเพ็ญพรตอยู่ ณ เขาพระสุเมรุ มีต้นไผ่ต้นหนึ่งสูงครอบหลังคาอาศรมฤาษีสุขวัฒน์จึงเอาไม้ไผ่ลำนั้น ขึ้นไปถวายพระอิศวรพระอิศวรจึงหักไผ่นั้นเป็นสองท่อน ทิ้งลงมาท่อนปลายนั้นจึงเกิดเป็นกระบี่ คือชามพูวราช (ท่อน) ต้นนั้นเกิดเป็นยักษ์ชื่อ อสุรเวรำ เป็นต้นโคตรต่างมารดาของทศกัณฐ์แลไม้ไผ่นั้น จึงได้ปรากฏอยู่ว่า ไม้ไผ่ฤาษีสุข จนตราบเท่าทุกวันนี้แต่เรื่อง ที่นาคะประทีป ค้นมาได้ และเล่าไว้ในหนังสือ สมญาภิธานรามเกียรติ์ แตกต่างออกไปเล็กน้อยระหว่างฤาษีสุขวัฒน์ บำเพ็ญพรตอยู่เชิงเขาไกรลาส เกิดไผ่ต้นหนึ่ง ยอดเขาสูงเสมอเขาไกรลาส ฤาษีจึงนำไปถวายพระอิศวร พระอิศวรให้เอาไปทำคันธนูแต่เมื่อทรงลองโก่งดู คันธนูกลับหักเป็นสองท่อน พระอิศวรจึงทรงโยนลงทิ้งพื้นครึ่งบนเกิดเป็นอสูรเวรัมภ์ ครึ่งล่างกลายเป็นพญาวานรนิลเกสร อันเป็นต้นวงศ์ของยักษ์และลิงที่จะรบราฆ่าฟันกันในเรื่องรามเกียรติ์ต่อมาเรื่องเล่าโบราณให้แง่คิดสอนใจผมหลายเรื่องเรื่องแรก อย่างที่ผมเกริ่นไว้ เรื่องฉิบหายวายป่วงในหลายบ้านเมือง ถ้าไม่ได้เกิดจากมีผู้ใหญ่ทำตัวเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง ก็เกิดจากเรื่องตรงข้าม บำเพ็ญตบะมากเกิน จนเทพผู้เป็นใหญ่ทนไม่ไหว ต้องให้พรตามที่ขอตำนานไผ่สีสุกไม่ว่า จะเป็นเรื่องต้นไผ่ ที่พระอิศวรหักทิ้ง หรือคันธนูที่หักกลาง ท่อนบนเกิดเป็นยักษ์ ท่อนล่างเกิดเป็นลิง กลายเป็นคู่สงครามในรามเกียรติ์ คนโบราณท่านอาบน้ำร้อนมาก่อน ท่านอยากสอนลูกหลานว่า คนเราเกิดมาไม่ว่าจะเกิดร่วมท้อง เป็นพี่เป็นน้อง ก็เหมือนไผ่ลำเดียวแต่คนละปล้อง แตกต่างกันได้นับประสาอะไร กับเรื่องสมมติสามพี่น้อง ไม่ว่าโลกนี้จะมีธรรมนัสหรือไม่ วันหนึ่งวันหน้า ก็ต้องมีเหตุปัจจัยให้พรากจากกันได้ ไปตามวิสัยโลก.กิเลน ประลองเชิง