แม้จะผ่านไปนานพอสมควร แต่ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นระยะ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในปี 2565 ที่กำลังขยายผลจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เกิดปรากฏการณ์ กสทช. ขอความร่วมมือ และข่มขู่ปิดปากสื่อ สร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนเลขาธิการพรรคก้าวไกลคงจะหมายถึง การที่ กสทช. “ขอความร่วมมือ” จากสื่อไม่ให้เสนอข่าวบางเรื่อง หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อาจใช้เป็นข้ออ้างทางกฎหมาย ทำลายฝ่ายตรงข้ามและปิดปากนักวิชาการกสทช. ย่อมาจาก “คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ” ถือกำเนิดขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ 2540 ที่ให้จัดตั้งองค์กรรัฐที่เป็นอิสระ เป็นผู้จัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับดูแลสื่อวิทยุกระจายเสียงโทรทัศน์และโทรคมนาคม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชนยิ่งกว่านั้น รัฐธรรมนูญ 2540 ยังบัญญัติด้วยว่าพนักงานหรือลูกจ้างของกิจการวิทยุหรือทีวีมีเสรีภาพในการเสนอข่าว และแสดงความคิดเห็น และห้ามสั่งปิดสื่อ ต้องถือว่าเป็น “การปลดแอก” วิทยุและโทรทัศน์ให้เป็นอิสระเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านั้น วิทยุและโทรทัศน์เป็นของรัฐ เป็นกระบอกเสียงรัฐบาลก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ 2540 มีสื่อที่เป็นของเอกชนเพียงสื่อเดียว นั่นก็คือ หนังสือพิมพ์ที่ค่อนข้างจะมีเสรีภาพในการเสนอข่าวและความคิดเห็น แต่หนังสือพิมพ์ก็ถูกสั่งปิดบ่อยครั้ง ในช่วงรัฐบาลเผด็จการ ที่มาจากรัฐประหาร แต่รัฐธรรมนูญ 2540 ทำให้หนังสือพิมพ์มีเสรีภาพมากขึ้น และห้ามสั่งปิดเช่นเดียวกับทีวี ที่ กสทช. กำกับดูแลแม้รัฐธรรมนูญ 2540 ที่ถูกขนานนามเป็น “ฉบับประชาชน” หรือ “ฉบับปฏิรูปการเมือง” จะถูกคณะรัฐประหารฉีกทิ้งแล้วก็ตาม แต่รัฐธรรมนูญ 2550 และ 2560 ก็ยังสืบทอดบทบัญญัติเรื่องเสรีภาพสื่อเรื่อยมา จึงน่าประหลาดใจที่มีรายงานข่าวว่า กสทช. ขอความร่วมมือเสนอข่าวและความเห็นรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระต้องมีมาตรการป้องกัน การกระทำที่ขัดขวางเสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร พูดง่ายๆก็คือ กสทช. ต้องปกป้องเสรีภาพวิทยุและทีวี ไม่มีหน้าที่จะไปลิดรอนเสรีภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประชาธิปไตย การปิดปากสื่อเท่ากับการปิดหูปิดตาของประชาชนให้อยู่ในความมืด.