ปากบอกว่าจบ แต่ความจริงมันยังไม่จบทุกปากของคนในพลังประชารัฐ พูดเป็นเสียงเดียวกัน ความขัดแย้งภายในพรรคยุติแล้วสวนทางกับความเป็นจริงที่ยังมีแรงกระเพื่อมออกมาเป็นระยะๆจับอาการของเบอร์ 1 รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ภายหลังการเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาล มาเป็น “นิโรธ สุนทรเลขา”แม้จะวางใจได้ระดับหนึ่ง กับการเดินเกมควบคุมเสียง ส.ส.ฝั่งรัฐบาล แต่ไม่สามารถกลบรอยกังวลได้มิดจากคำพูดที่ว่า “คงไม่ใช่ประธานวิปรัฐบาลคนเดียว วิปทุกพรรคต้องร่วมมือกัน ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของความยากลำบาก โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่จำเป็นและสำคัญ เรื่องที่ต้องปฏิรูป มากกว่าเอามาเป็นความขัดแย้งกัน มันไม่เกิดประโยชน์อะไร ไม่มีใครได้ประโยชน์ อันไหนไม่ดีก็ทักท้วงมา”หรือ “อย่าลืมว่าตนควบคุมอะไรในสภาไม่ได้ ไม่ได้เป็นคนคุม ทั้งวิปฝ่ายรัฐบาล วิปฝ่ายค้านต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เรื่องไหนสำคัญ เรื่องไหนจำเป็นต้องออก อันไหนกฎหมายที่จะเพิ่มขีดความสามารถเศรษฐกิจและสังคม สิ่งแวดล้อม หรือการศึกษา รวมทั้งการปฏิรูป มันต้องออก ไม่ใช่ไม่ออกเพื่อให้รัฐบาลล้ม ผมว่าใจร้ายเกินไป ใจร้ายกับประเทศเกินไปผมว่านะ”เป็นเสียงโอดครวญ เพราะยังไม่มั่นใจว่าจะควบคุมเสียงในสภาได้เต็มร้อยก็ขนาด “นิโรธ” ยังถึงกับออกปากกับการทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลนัดแรก ในการประชุมร่วมรัฐสภา“ตื่นเต้นเล็กน้อย เหงื่อแตกบ้าง แต่ไม่กังวล”เป้าหลักที่ “บิ๊กตู่” พุ่งฉมวกเข้าใส่ ก็คือ “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แม่บ้านใหญ่พลังประชารัฐ หัวหน้ากองกำลังกบฏคนสำคัญจากสัญญาณทางลึกยืนยันว่า คู่นี้ “ผีไม่เผา เงาไม่เหยียบ”แรงแค้นยังปักอยู่กลางอกของทั้งคู่ กาวใจยี่ห้อ “บิ๊กบราเธอร์” ยังเอาไม่อยู่ท่ามกลางกระแสข่าว “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย และ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.เตรียมตบเท้าสมัครเข้าพรรคพลังประชารัฐเสริมทีม “พี่รอง–น้องเล็ก” ให้แกร่งขึ้น คานอำนาจกับ “พี่ใหญ่”แต่ก็มีเสียงกระซิบเล็ดลอดมาจากอีกฝั่ง ถ้ามันถึงที่สุดจริงๆ ก็คงเดินยุทธวิธี ไผ่แยกกอ“พี่รอง-น้องเล็ก” แตกตัวออกไปตั้งป้อมค่ายตัวเองโดยมี “ปลัดฉิ่ง-บิ๊กแป๊ะ” เป็นตัวขับเคลื่อนน่าสนใจ จังหวะตรงกันพอดีกับที่ สำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายราย หนึ่งในนั้นคือ บัญชีทรัพย์สินของ “ปลัดฉิ่ง”หลังครบวาระดำรงตำแหน่ง มีบัญชีทรัพย์สินรวม 37,514,883 บาท ไม่มีหนี้สินเป็นของตัวเอง 27,449,779 บาท และทรัพย์สินของนางปฤถา พรหมเลิศ คู่สมรส 10,065,103 บาทถ้าดูมูลค่าทรัพย์สินที่มีอยู่ กับบทบาทที่ถูก 2 ป.วางให้เป็นตัวขับเคลื่อนงานการเมืองจัดตั้งพรรคอะไหล่ สานฝัน “บิ๊กตู่” ให้ได้ไปต่ออีกสมัยทรัพย์สินที่มีอยู่แค่นี้คงไม่พอ ยกเว้นจะไปขุดเจอ “ไหทองคำ” ที่มีคนฝังเอาไว้เพื่อมาเป็นต้นทุนต่อท่ออำนาจให้ “2 ลุง”.“เพลิงสุริยะ”