ณ แนวรบในสงครามเชื้อโรค สถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงรายงานเมื่อวันที่ 13 พ.ค.จาก ศบค. พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ ยอดทะลักไปถึง 4,887 ราย ผู้เสียชีวิตอีกกว่า 32 ราย โดยเฉพาะตัวเลขใน กทม.-ปริมณฑลยังทรงๆในระดับสูง รวมทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 2-3 พันรายน่าห่วงเป็นอย่างยิ่งการ์ดยังต้องตั้ง ล็อกต้องเข้ม พร้อมความหวังที่วาระแห่งชาติ “วัคซีน” ทางรอดเดียวประเทศไทยแล้วก็เข้าสู่โหมดพลิกมาจัดระบบระเบียบกันใหม่ จากที่ต้องลงทะเบียนผ่านแอปฯ “หมอพร้อม” ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข โดย “หมอหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ต้องเพิ่มโปรแกรมฉีดแบบปูพรม ตั้งแต่บรรดากลุ่มเสี่ยง ไปจนกระทั่งไฟเขียวให้แต่ละจังหวัดบริการจัดการบริการวอล์กอินกันได้ทั่วไทยหลังปล่อยให้สารพัดหมอ ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญประโคมข่าว “ผลข้างเคียง” จนชาวบ้าน “แหยงหมู่” ยอดผู้ลงทะเบียนจองฉีดหลุดเป้า กับปริมาณวัคซีนลอตใหญ่ที่กำลังทยอยเข้ามาในเดือน มิ.ย.นี้ปัญหาการบริหารจัดการ “ซิงเกิล คอมมานด์” อำนาจเต็มอยู่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แม่ทัพใหญ่สู้โควิด เริ่มจัดทัพแบ่งทีมเป็นระบบแต่อีกเรื่องที่ยังแก้ไม่ตก “การสื่อสาร” แจ้งบอกประชาชน ที่ผู้นำคงต้องเร่งรวมศูนย์ “ข้อมูลโควิด-19 แห่งชาติ” จุดหลักอยู่ที่ ศบค. ระดมแพทย์ใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญที่ปรึกษาเต็มศูนย์ มาทำหน้าที่ปลุกความเชื่อมั่น ให้ข้อมูลที่ถูกต้องบริหารจัดการข้อมูลโควิด-วัคซีนอย่างเป็นทางการ ไม่ปล่อยผู้คนสับสนข้อมูลเท็จ-เฟกนิวส์เกลื่อนโซเชียลกับสถานการณ์ที่ยังประคองบนคานทรงตัว “บิ๊กตู่” ยังมีด่านโหดรออีกมาก นอกจากสถานการณ์เฉพาะหน้าต้องเคลียร์รายวัน ถึงคิวเปิดสภาฯปลายเดือนนี้ เจอแน่ๆแรงกระแทกมาเป็นระลอก ฝ่ายค้านจัดคิวจองกฐินกันไว้แล้ว พุ่งเป้าปมความล้มเหลวในการบริหารสถานการณ์ แก้วิกฤติโควิดจ่อยื่นซักฟอก จับขึ้นเขียงซ้ำหลายระลอก ทั้งอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติและดาบพิฆาตบนเขียงใหญ่ อภิปรายไม่ไว้วางใจผู้นำกับแผนอำนาจ ที่ประเมินกัน ลากยาวไปจนกว่าสถานการณ์จะกระเตื้อง วัคซีนมา กระจายการฉีดทั่วถึง โควิดซา ยังต้องเร่งอัดฉีดเยียวยา ประคองคิวผลกระทบเศรษฐกิจ ปากท้องชาวบ้านตามหมุดหมาย โอกาสล้างกระดาน ยุบสภาปลายปี โดยต้องซาวเช็กรอบสุดท้ายที่เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แผนยึดฐานอำนาจย่านเสาชิงช้า ส่อสะดุด หลังเกิดเหตุเคลียร์ ไม่ลง ศึกพี่–น้อง สีกากี ทั้ง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ประกาศตัวมาแต่ต้นปี “เอาแน่” พร้อมแบ็กอัปนุนหลัง “โอวีคอนเนกชัน”แต่ล่าสุด “บิ๊กวิน” พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.เจ้าของค่าย อ.ขวัญเมือง ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมและหน้าลุง ติดป้ายโชว์ผลงาน ในคิวสู้โควิดคึกคักและก่อนหน้านี้ ลงพื้นที่ถี่ยิบ ลุยทุกเครือข่าย กระทั่งบรรดาโปรโมเตอร์มวยชื่อดัง รวมตัวรวมเสียงหนุนสวนกระแสเคลียร์กันแล้ว “บิ๊กแป๊ะ” จัดโควตารองผู้ว่าฯ กทม.ให้ลูกชาย “บิ๊กวิน” เรียบร้อยวันนี้ “น้องเลิฟ–น้องรัก” ของ “ลุงๆ” ผู้มีอำนาจ ชัดจะเปิดศึกใหญ่ฟัดใหญ่ หนำซ้ำเคลียร์พรรคร่วมรัฐบาล ประชาธิปัตย์หลีกทางก็ยังยาก ขณะที่ทัพพลังประชารัฐ ส.ส.เมืองหลวงก็แยกกันเป็น 2–3 ก๊กกลุ่มใหญ่ กปปส.ดีล ส.ก.–ส.ข. จากประชาธิปัตย์–เพื่อไทยมาร่วมทัพได้ แต่วันนี้ กปปส.อ่อนพลัง หลังบิ๊กเนมติดชนัก ยังรวมตัวไม่ติด มีโอกาสแตกรัง ส่วนกลุ่ม “ดาวฤกษ์” ก็ไปอีกทาง และผู้แทนฯ กทม.ประเภทตัวจี๊ดยังเอาแน่เอานอนไม่ได้ปล่อยฟรีสไตล์ บิ๊กชนบิ๊กกันเอง โอกาสลูกไหลเข้าทางคู่แข่งอย่าง “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” มีสูงเพราะแม้ “อดีตรัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” จะประกาศตัวลงอิสระ แต่แว่วข่าวแบ็กอัปยังปึ้ก เครือข่ายพรรคเพื่อไทย ยังหนุนเนื่องโดยมี 3 บิ๊ก “พ.พาน” มาบัญชาการแทน “เจ๊เจ้าแม่ กทม.” ระดมไพร่พล ส.ก.–ส.ข. จัดทัพกันไว้แล้วปล่อยให้ “ศึกสีกากี” บานปลาย ตัดแต้มกันเอง มีโอกาสเกมพลิก เครือข่ายนายใหญ่ ได้ลุ้นกรีธาทัพ แย่งยึดฐานเมืองกรุงได้ก็ต้องยุ่งกันอีกชาวคณะ “ลุงๆ” ต้องจับเข่าคุยเนิ่นๆ ก่อนปวดหน่วงยาว. ปฏิบัติการไทยรัฐ ฝ่าวิกฤติโควิด-19ทีมข่าวการเมือง