ใกล้วงแตก

ข่าว

ใกล้วงแตก

ลิขิต จงสกุล

    2 พ.ค. 2564 05:01 น.

    บันทึก

    ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้รัฐนาวา “เรือแป๊ะ” เจอโควิด-19 รอบ 3 เข้าไปต้องบอกเต็มกลืนคือกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลำพังความรุนแรงของโรคระบาดก็หนักหนาอยู่แล้ว 2 รอบที่ผ่านมาถือว่า “สอบผ่าน” ก็ได้หน้าได้ตากันไป

    แต่รอบนี้กลายเป็นว่า “ความจริง” ได้ถูกตีแผ่ออกมาว่ามีปัญหาขัดแย้งไม่ได้มีเอกภาพอย่างที่สร้างภาพกันเอาไว้

    ทำให้การแก้ไขเกิดอุปสรรคไปกันคนละทิศละทางจนกินแหนงแคลงใจ จนต้องจัดระเบียบกันใหม่

    ครม.ได้มอบอำนาจให้นายกฯรับผิดชอบ ตัดสินใจ สั่งการแต่เพียงผู้เดียว หากมุ่งหวังเพื่อให้การแก้ไขเป็นไปด้วยดี

    ก็พอจะเข้าใจได้...

    แต่มันไม่ใช่แค่นั้น เพราะถึงขั้นต้อง “ยึดอำนาจ” ควบคุมแต่เพียงผู้เดียวก็เท่ากับมีฝ่ายถูกอีกฝ่ายต้องผิดพลาด

    เอากันให้ชัดๆก็คือ ระหว่าง “นายกฯ” กับ “รัฐมนตรี” ซึ่งต้องรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง

    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ยิ่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จัดระเบียบใหม่ไม่ตั้งให้เป็นกรรมการในชุดวัคซีน และอำนาจการสั่งการทั้งหมด

    ก็เท่ากับชี้เป้าว่าความผิดพลาดเกิดจากใคร ตรงไหน

    นั่นจึงทำให้เกิดแรงเหวี่ยงระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ระหว่างนายกฯ กับภูมิใจไทย ถึงกับฟาดงวงฟาดงาใส่กันแล้ว

    ภูมิใจไทยระบุว่าเป็นฝ่ายถูกกระทำ

    อีกด้านหนึ่งประชาธิปัตย์ก็มีปัญหาในเรื่องการแต่งตั้งรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ต่างๆ โดยนายกฯได้ให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ ไปคุมจังหวัดภาคใต้

    ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของประชาธิปัตย์

    ทำให้ประชาธิปัตย์ไม่พอใจโวยวายขึ้นมาจนต้องระงับคำสั่งดังกล่าวกลับไปใช้ของเดิมแม้จะคลี่คลายไปได้

    แต่ก็คงจะขุ่นใจกันไม่ต่างจากการเลือกตั้งซ่อมที่นครศรีธรรมราช

    ว่าไปแล้วรัฐบาลชุดนี้ที่ตั้งขึ้นมาได้ต้องผ่านอุปสรรคมาไม่น้อย แต่เป็น “3 ป.” ต้องการสืบอำนาจต่อไป

    จึงต้องหวานอมขมกลืนอยู่ไม่น้อย เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมีอำนาจต่อรองมากกว่าทำให้ได้รับผิดชอบกระทรวงสำคัญไปทั้งหมด

    ยังเรียกร้องให้ “ขึ้นป้าย” แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วน

    มิหนำซ้ำหลังจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญตกไป ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์และชาติไทยพัฒนา ยังรวมหัวกันผลักดันให้เริ่มต้นกันใหม่

    พลังประชารัฐต้องเสนอแก้ไขที่เน้นย้ำประเด็นที่ได้ประโยชน์เท่านั้น

    ไม่แตะ “วุฒิสภา” อันเป็นหัวใจสำคัญในเชิงอำนาจ!

    นั่นก็เท่ากับแสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่กินลึกยากที่จะลงเอยกันได้ง่ายๆ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องเป็นรัฐบาลร่วมกันไปก่อน

    จนกว่า “3 ป.” จะกุมสภาพการ เมืองได้และมั่นใจจะชนะการเลือกตั้ง

    ว่ากันถึงการบริหารราชการแผ่นดิน จากนี้ไปคงไม่เหมือนเดิมได้อีกแล้ว อยู่ที่ว่าฝ่ายไหนจะเพลี่ยงพล้ำไปก่อนเท่านั้น

    ยังไงเสียก็จัดการโควิด-19 ให้จบก่อนแล้วค่อยมาเปิดศึกใส่กัน!!!

    “ลิขิต จงสกุล”

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "อนุทิน"ลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง
    01:17

    "อนุทิน"ลดระดับโควิด-19 เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง

    ApplicationMy Thairath

    วันพฤหัสที่ 11 สิงหาคม 2565 เวลา 21:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์