ฝ่ายค้านยิงสลุตถล่ม “บิ๊กตู่” ออกทีวีแก้ผ้าเอาหน้ารอด คนไม่อยากฟัง เตรียมระดมสมองหามาตรการช่วยรัฐบาลใช้ฝ่าวิกฤติ “สมคิด” ขยี้จัดหาวัคซีนผิดพลาดตั้งแต่ต้น “สงคราม” แนะทางรอดประเทศตัดปัญหาที่ต้นตอให้ “ประยุทธ์” ลาออก “ธนาธร” จี้ไขก๊อกเปิดทางให้คนใหม่มาปราบโควิด-แก้ รธน.ให้เสร็จสรรพค่อยยุบสภา “เด็กเพื่อไทย” เย้ยไม่อยากจะเชื่อ “ลุง” ไร้วิสัยทัศน์อย่างรุนแรง “ชัยชนะ” กระทุ้งขอล็อกดาวน์ “เทพไท” ผิดหวังสัญญาลมๆแล้งๆ ขณะที่พลพรรค ปชป.ระส่ำผวา พปชร.ส่ง “ธรรมนัส” ลุยใต้ ก้าวไกลรู้ทันคำสั่งนายกฯ “ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน” ผัน 4.5 หมื่นล้านส่งสัญญาณยุบสภากลายเป็นเป้าโจมตีไม่ทันข้ามวันหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ออกทีวีแถลงการณ์ถึงสถานการณ์ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 เป็นครั้งที่ 2 โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านวิจารณ์ยับไร้วิสัยทัศน์ จี้ให้ลาออกเปิดทางให้นายกฯคนใหม่เข้ามาบริหารแทน พท.ซัด “บิ๊กตู่” แก้ผ้าเอาหน้ารอดเมื่อวันที่ 24 เม.ย.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์แถลงออกทีวีวันที่ 23 เม.ย.ประชาชนไม่ต้องการจะรู้ แต่สิ่งที่อยากรู้คือตัวเองจะได้ฉีดวัคซีนเมื่อไหร่ มีมาตรการอะไรเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดรอบนี้บ้าง ควรพูดให้ชัดเจนไม่ใช่พูดลอยๆว่ามีงบฯเพียงอย่างเดียว และที่บอกว่าเตียงเพียงพอนั้นเห็นภาพประชาชนรอเตียงกักตัวอยู่ที่บ้าน ทางที่ดีก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จะมาออกแถลงการณ์อะไร ควรไปศึกษาให้ดีก่อนว่า ประชาชนต้องการอะไรเพื่อให้การออกมาพูดตรงความต้องการของประชาชน ไม่ใช่แค่ออกมาพูดแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ วิกฤติเกิดจากการคาดการณ์สถานการณ์ผิดพลาด ส่งผลให้การบริหารจัดการโดยเฉพาะจัดหาวัคซีนล่าช้า ทั้งๆที่ประเทศต่างๆ กระจายฉีดจนมีภูมิคุ้มกันหมู่หลายประเทศแล้วระดมสมองเสนอ รบ.ใช้ฝ่าวิกฤตินายประเสริฐกล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาโควิดไม่ใช่เรื่องการเมือง เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายมาช่วยกัน ดังนั้น พรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมจะหารือกันในสัปดาห์หน้าเพื่อระดมมันสมองหาแนวทางคลี่คลายวิกฤติอีกทางหนึ่ง เมื่อได้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์แล้วจะเสนอไปยังรัฐบาลให้พิจารณาปรับใช้ ขอวันนี้รัฐบาลอย่ามองว่า ฝ่ายค้านจะค้านอย่างเดียว วันนี้ประเทศเจอวิกฤติ ทุกคนจึงต้องช่วยกันฝ่าวิกฤติ“สมคิด” ขยี้ซ้ำผิดพลาดตั้งแต่ต้นนายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการฟังแถลงการณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่น่าเชื่อว่า ประชาชนจะรวมกันออกมาตำหนิกันทั้งประเทศ ไม่ว่าคนเชียร์หรือคนชังถึงเวลาแล้วที่ต้องออกมาพูดความจริงกับประชาชน ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ปัจจุบันมีวัคซีนให้บริการประชาชนเพียง 2 ยี่ห้อคือ วัคซีนแอสตราเซเนกากับซิโนแวค นี่คือความอัปยศที่บ่งบอกถึงการบริหารงานที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น รู้ทั้งรู้ว่าการซื้อวัคซีนในห้วงเวลานี้ไม่ง่าย ต้องใช้เวลา ต้องจอง 4-5 เดือนถึงจะได้ รัฐบาลต้องพูดให้ชัดเจนไม่ควรมาบอกเพียงว่า ได้ยี่ห้อนั้นมายี่ห้อนี้มา แต่ละเดือนจะฉีดให้ประชาชนได้กี่โดส เพื่อสร้างความมั่นใจ เวลานี้ประชาชนไม่เชื่อมั่นตัวรัฐบาลแล้ว คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ไร้ความน่าเชื่อถือที่ว่าสิ้นปี 64 จะฉีดได้จำนวน 50 ล้านคน อย่าพูดเลื่อนลอย หากทำไม่ได้อันตรายจะตกกับประชาชนทั้งประเทศ บี้หยุดซื้ออาวุธทุ่มงบซื้อวัคซีนนายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะ กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ ที่ผู้ป่วยไม่สามารถเข้าถึงการบริการทางการแพทย์ยังรอเตียงใน รพ.ถ้ารัฐบาลไม่รีบแก้ไขจะมีคนติดเชื้อจำนวนมาก การให้ทุกเคสแอดมิตใน รพ.สนามและฮอสพิเทลถูกต้องแล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีอุปกรณ์ในการทำงาน ทั้งๆที่รัฐต้องทุ่มงบลงไปทางที่ดีที่สุดคือ การหยุดจัดซื้ออาวุธ นำงบมาซื้อวัคซีนพัฒนาระบบสาธารณสุข สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารประเทศของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง นอกจากนี้ยังสื่อสารกับประชาชนอย่างสับสนยิ่งพูดยิ่งไม่รู้เรื่อง เห็นชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ คือต้นตอของปัญหาอย่างแท้จริง ดังนั้นการลาออกของ พล.อ.ประยุทธ์ คือทางรอดของประเทศไทย “ธนาธร” จี้ “บิ๊กตู่” ไขก๊อกห้ามยุบสภาเมื่อช่วงดึกวันที่ 23 เม.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า เปิดห้องสนทนาทางแอปพลิเคชัน Club House ในหัวข้อ “สร้างพันธมิตร ประคองธุรกิจพ้นวิกฤติ” นายธนาธรกล่าวว่า การยุบสภาไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมกว่าจะได้รัฐบาลใหม่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน ในสภาวะวิกฤติจะไม่มีรัฐบาลไม่ได้ อีกทางเลือกหนึ่งที่เป็นไปได้และเหมาะสมมากกว่า คือ พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออก ให้นายกฯคนใหม่เข้ารับตำแหน่ง จัดการวิกฤติโควิดและแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะกินเวลา 2 ปีจึงยุบสภา และไม่เชื่อว่าจะสามารถจัดหาวัคซีน และส่งมอบได้ภายในไตรมาส 2-3 ของปีนี้ เพราะวัคซีนทั่วโลกปี 64 น่าถูกจับจองไปหมดแล้ว เรายังต้องอยู่กับสถานการณ์อย่างนี้ไปอีกประมาณ 1 ปีสอนมวยแจกเงินสดตรงถ้วนหน้านายธนาธรกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องเลิกมองประชาชนเป็นภาระ ต้องดูแลไม่ให้ประชาชนเป็นหนี้เป็นสินจนต้องฆ่าตัวตาย การแจกเงินต้องเป็นสิทธิถ้วนหน้าไม่ต้องพิสูจน์ความยากจน ที่กลายเป็นเครื่องมือซื้อคะแนนนิยม ถ้าเอาประชากร 65 ล้านคน เป็นตัวตั้งลบด้วยคนที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ลบด้วยข้าราชการ ลบด้วยพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะเหลือประมาณ 40-50 ล้านคน ถ้าสามารถยิงเงินสดอัดเข้าบัญชีเลยจะเป็นประโยชน์กว่า ถ้าจำเป็นต้องอัดเงินแก้กฎหมายวินัยการคลังก็ต้องแก้ จะปล่อยให้ประชาชนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวจากโควิดที่พวกเขาไม่ได้ก่อขึ้นไม่ได้ มันไม่ควรมีคนที่จะต้อง suffer ถึงกับต้องฆ่าตัวตายกับเหตุการณ์แบบนี้ไม่อยากเชื่อ “ลุง” ไร้กึ๋นรุนแรงนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้า ประเมินการขยายตัวเศรษฐกิจหลังโควิดระบาดระลอก 3 อยู่ที่ 1.6% ศูนย์วิจัยกสิกรไทย 1.8% และศูนย์วิจัย Krungthai compass ธนาคารกรุงไทย 1.5% ตรงกับคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ที่บอกไว้จะไม่ถึง 2% และยิ่งทรุดต่ำกว่านี้หากควบคุมไม่ได้ นายกฯชี้แจงออกทีวีอย่างสับสนหมดความน่าเชื่อถือ ยอมรับเองว่าที่สั่งวัคซีนน้อยเพราะช่วงแรกระบาดไม่รุนแรง ขาดวิสัยทัศน์อย่างรุนแรง วัคซีนจำเป็นในการเปิดประเทศรับการท่องเที่ยวและธุรกิจ ยิ่งตอกย้ำว่าปัญหาการระบาดและวัคซีนมาจาก พล.อ.ประยุทธ์โดยตรง ไม่น่าเชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ฉุกคิดขาดความรู้ความเข้าใจถึงขนาดนี้ การแถลงล่าสุดไม่ได้มีสาระอะไร ทำให้ประชาชนมั่นใจเพิ่มขึ้นได้เลย อยากให้เปิดใจฟังข้อคิดเห็นจากหลายฝ่าย เช่น แนวคิดของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯแซะงดไปซัมมิตปิดปมสนิทพม่านายกฤษฎากล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่กล้าเดินทางไปประชุมอาเซียนที่กรุงจาการ์ตาแต่ส่งนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกฯ และ รมว. ต่างประเทศไปแทน แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อาจเกรงว่าประชาคมโลกจะเห็น พล.อ.ประยุทธ์ไม่ต่างจาก นายพล มิน อ่อง หล่าย เผด็จการทหารของประเทศเมียนมา ทั้งนี้ เพราะรัฐธรรมนูญของไทยมีส่วนคล้ายรัฐธรรมนูญเมียนมา โดยเฉพาะอาจอดที่จะไม่แสดงความสนิมสนมกับนายพลมิน อ่อง หล่าย ไม่ได้จะยิ่งตอกย้ำภาพพจน์ย่ำแย่ที่มาจากการปฏิวัติเหมือนกัน“ชัยชนะ” กระทุ้งนายกฯล็อกดาวน์นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส.นครศรีธรรมราช รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เสนอมาตรการถึงนายกฯ ให้ล็อกดาวน์ทุกพื้นที่แต่ไม่ยอมทำเพราะกังวลเรื่องภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจ ถึงวันนี้ตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่มีท่าทีจะลดลง ขอเสนอ 5 แนวทางให้นายกฯพิจารณาคือ 1.ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด 15 วัน ประกาศห้ามคนรวมกลุ่มตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ไม่ให้ออกจากเคหสถานห้าทุ่มถึงตีสี่ 2.ไทม์ไลน์กลุ่มที่เสี่ยงแต่ละจังหวัดต้องมีความชัดเจนตรวจสอบย้อนหลังไปยังบุคคลที่สัมผัสได้ 3.ให้ท้องถิ่นเตรียมสถานที่กักตัวในแต่ละพื้นที่ 4.เร่งตรวจชื่อบุคคลที่สุ่มเสี่ยงทุกระดับ 5.ผลักดันเงินเยียวยาให้ออกมาเร็วขึ้น “นิพิฏฐ์” แนะถึงเวลาต้องบังคับนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า การระบาดรอบแรก เราใช้มาตรการทางกฎหมายบังคับคนยอมปฏิบัติ ตำรวจจับคนออกจากบ้านที่ไม่สวมหน้ากากขึ้นศาล ขนส่งสินค้าเกษตรผ่านจังหวัดไม่ได้ ผู้ว่าฯไม่ยอมให้ทหารเดินทางข้ามจังหวัดกลับไปเยี่ยมแม่ป่วยนอนติดเตียง เดี๋ยวนี้ดูเหมือนผู้ว่าฯสงวนเนื้อสงวนตัวกันไปหมดแปลกมาก วันนี้ระบาดหนักมีผู้ป่วย 2,839 คน เสียชีวิต 8 คน ตัวเลขผู้ป่วยสูงขึ้นทุกวัน แบบนี้กลายเป็นว่า 1.ป่วยมากตายมาก 2.ระบบสาธารณสุขของประเทศล่มสลาย 3.ระบบเศรษฐกิจพัง วันนี้เลยมาตรการขอความร่วมมือไปแล้วต้องบังคับแล้ว“เทพไท” ผิดหวังสัญญาลมๆแล้งๆนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่า รู้สึกผิดหวังเล็กๆกับการแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ สิ่งที่ประชาชนต้องการคำตอบมากที่สุดเวลานี้คือ 1.ติดเชื้อแล้วสามารถโทร.สายด่วนมีคนรับสายให้คำปรึกษาหรือไม่ 2.สามารถเข้ารักษาพยาบาลใน รพ.ได้ทันหรือไม่ 3.ยังมีระบบเส้นสายเรื่องเตียงรถพยาบาลรับไปส่ง รพ.หรือไม่ 4.ประชาชนทั่วไปต้องการทราบแผนฉีดวัคซีนที่แน่นอน ไม่ใช่คำตอบแบบเหมารวมจะฉีดทั้งหมดภายในปีนี้ 5.รัฐบาลมีสต๊อกยาฟาวิพิราเวียร์เพียงพอหรือไม่ อยากให้สร้างหลักประกันให้ประชาชนมากกว่าคำมั่นสัญญาแบบลมๆแล้งๆ หวังผลทางจิตวิทยา ปชป.ผวา ครม.ส่ง “ธรรมนัส” ลุยใต้อีกเรื่องกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีรับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ดูแลพื้นที่ จ.สงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในไลน์กลุ่ม “อดีต ส.ส.และ ส.ส.ประชาธิปัตย์” มีสมาชิก 160 คน วิพากษ์วิจารณ์ถึงกรณีนางกาญจนี วัลยะเสวี แม่ยกพรรคประชาธิปัตย์ ที่โพสต์ เฟซบุ๊กข้องใจในกรณีดังกล่าว ตั้งคำถามว่าจะยอมให้เขาทำลายพรรคอย่างนั้นหรือ โดยนายอันวาร์ สาและ ส.ส. ปัตตานี แสดงความเห็นว่า ที่ผ่านมาพรรคตกต่ำมากตนเสนอให้รีบแก้ไขด่วน นอกจากไม่ฟังแล้วยังตำหนิ ตนไม่โทษคนนอกที่จะมายึดพื้นที่ ปชป. ต้องโทษคนในที่ไม่กล้าลุกขึ้นมาช่วยกันปกป้องพรรค จะทำเอกสารถึงพรรคและแถลงข่าวเตือนว่า พรรคการเมืองและประเทศชาติกำลังเผชิญกับภัยคุกคามการเมืองที่ใกล้ตัวเข้ามาแล้ว ขณะที่มีเพียงนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช คนเดียว แสดงความเห็นสั้นๆว่า รู้สึกเศร้าใจ“อันวาร์” บี้ “จุรินทร์” ฮึดสู้ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายอันวาร์ยังได้แชร์จดหมายเปิดผนึกของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตลอดชีพคนหนึ่ง ที่โพสต์หัวข้อ “พปชร.หวังยึดพื้นที่ ปชป. (ภาคใต้)” ว่า กรณี ร.อ.ธรรมนัส เปลี่ยนมาดูแล จ.สงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต เป็นคำสั่งในลักษณะหวังผลทางการเมืองหรือไม่ ต้องการเจาะยึดพื้นที่ฐานเสียงของพรรค จึงสนับสนุนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ใช้ความกล้าหาญทางการเมือง แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาไม่ควรเกรงใจใคร ไม่ควรเกรงกลัวหรือสยบต่ออำนาจที่ไม่ชอบธรรมใดๆ ปรากฏว่าสมาชิกเข้าไปอ่านกันทุกคนแต่กลับไม่มีใครกล้าแสดงความเห็น วิเคราะห์กันว่าที่ไม่มีใครแสดงความเห็นแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกยอมๆกันไปกลัวไม่ได้ร่วมรัฐบาล กลุ่ม 2 ไม่อยากยุ่งกับผู้บริหารพรรคชุดนี้เพราะพูดไปก็ไม่มีประโยชน์กก.รู้ทันผัน 4.5 หมื่นล้านก่อนยุบสภานายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า คำสั่งนายกฯมอบหมายให้ รมต.รับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยฯงบ 4.5 หมื่นล้าน เชื่อว่าเป็นสัญญาณของการเตรียมยุบสภาเลือกตั้งใหม่ในอนาคตอันใกล้ เมื่อผ่านร่างงบฯปี 65 เสร็จช่วงปลายเดือน ก.ย. นอกจากนี้งบฯ4.5 หมื่นล้านยังมีเงื่อนไขว่าต้องใช้จ่ายภายใน 6 เดือน คาดว่าอาจเป็นการเร่งใช้ก่อนยุบสภา เพราะขณะนี้รัฐบาลล้มเหลวจัดการกับโควิดอย่างชัดเจน รัฐบาลอยู่ลำบากคงต้องเตรียมการไว้แล้วว่าต้องยุบสภาเลือกตั้งใหม่“อดุลย์” นำม็อบออนไลน์ไล่เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมไทยไม่ทน สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี ซอยรามอินทรา 40 กลุ่มสามัคคีประชาชนเปิดปราศรัยขับไล่รัฐบาลแบบออนไลน์ โดยได้ตั้งโพเดียมไว้บนเวทีให้ผู้ปราศรัย สลับกันขึ้นพูด ถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆทางโซเชียลมีเดีย ด้านล่างมีเพียงโต๊ะเปล่า อนุญาตให้เฉพาะสื่อมวลชนเข้ารับฟัง โดยจะชุมนุมทุกเสาร์-อาทิตย์ 13.00-17.30 น. นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 กล่าวเปิดชุมนุมว่า ฟัง พล.อ.ประยุทธ์แถลงแล้วหมดอาลัย ตายอยากสิ้นหวัง ไม่ขอยอมรับ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯอีกต่อไป ก่อนตายจะได้เห็น พล.อ.ประยุทธ์และพวกออกไป ขอให้ทุกคนช่วยกันเปล่งเสียงไล่ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาล ไม่ควรอยู่ต่อแม้แต่วันเดียวหรือเพียงนาทีเดียว จากนั้นแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัย โจมตีกันอย่างเผ็ดร้อน“จตุพร” ฟันธง รบ.เดินเกมยุบสภานายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า ขอไล่ พล.อ.ประยุทธ์ก่อนโควิดเพราะเป็นต้นเหตุปัญหาทุกอย่างจะตีลังกาออกหรือยุบสภาก็ได้ ท้าได้เลยคิดกลับมาอีกไม่มีวันเพราะประชาชนเข็ดขยาด ในสถานการณ์อึมครึมอย่างนี้ คอการเมืองก็รู้ว่ารัฐบาลไปไม่รอด กำลังคิดเดินเกม สภาที่จะเปิดวันที่ 22 พ.ค.นี้อาจจะไม่ทันได้เปิดต้องยุบสภาก่อน และอาจปรับ ครม.ทีมเศรษฐกิจเอาอดีตนายธนาคารตระกูลที่เคยเป็นเจ้าของหลักที่ดูดีในสังคมมาทำหน้าที่เสมือนหนึ่งคือทีมเศรษฐกิจของอนาคต ทั้งยิ่งจะใช้กลไกรัฐเพื่อประโยชน์แห่งการเลือกตั้งด้วย