ไลฟ์สไตล์
100 year

"รุ้ง-ไผ่-ไมค์" ชวดประกันตัว ส่งนอนเรือนจำ แจ้งเพิ่มข้อหา ม.112

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
9 มี.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

ไมค์-ไผ่-รุ้ง ชวดประกันถูกนำตัวเข้าเรือนจำ หลังอัยการสั่งฟ้องในคดีร่วมกับ พวกแกนนำราษฎรรวม 18 คน คดีชุมนุม “19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร” ใน 10 ข้อหา ยกเว้น 3 แกนนำหลักที่โดน ม.112พ่วงอีกคดี ส่วนโตโต้แกนนำการ์ดวีโว่ ที่ถูกคุมตัวอยู่ที่ ตชด.ภาค 1 ตำรวจคอนเฟอเรนซ์ฝากขัง ศาลไม่ให้ประกัน ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง ไม่เกรงกลัว ก.ม. ส่วนที่เหลืออีก 14 คน ศาลให้ประกันคนละ 4.5 หมื่นบาท

กรณีอรินทราช 26 บุกจับนายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ แกนนำการ์ดวีโว่ กับพวกที่ห้างเมเจอร์รัชโยธิน หลังสืบทราบตั้งใจมาป่วนกลุ่ม REDEM ที่กำลังเคลื่อนขบวนไปศาลอาญา เมื่อเย็นวันที่ 6 มี.ค. พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.ระบุถึงการจับกุมครั้งนี้ว่าเป็นความผิดซึ่งหน้าไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ แต่หลัง

ข่าวแนะนำ

จากการจับกุม กลุ่มวีโว่ได้สกัดรถควบคุมผู้ต้องหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บและชิงตัวผู้ต้องหาไป ขณะที่ขบวนรถบัส ตชด.ภาค 1 โดนมือดีใช้ปืนยิงใส่ขบวนรถ หลังเสร็จภารกิจที่ศาลอาญา รถเสียหาย 3 คัน แจ้งความ สน.พหลโยธิน ก่อนที่นายนรเศรษฐ นาหนองตูม ทนายความศูนย์สิทธิเพื่อมนุษยชน พาผู้ที่ถูกชิงตัวไป 27 คน กลับมาลงบันทึกประจำวันที่ สน.พหลโยธินในช่วงดึกวันเดียวกัน ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดินและนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ปิดกิจกรรมเดินทะลุฟ้า หลังเดินจาก จ.นครราชสีมาถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เตรียมรายงานตัวตามนัดอัยการฟังคำสั่งคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ในวันที่ 8 มี.ค.ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

วางกำลังเข้ม ออส.–ศาลอาญา

มีรายงานว่าตั้งแต่เวลา 07.00 น. วันที่ 8 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังตำรวจ อคฝ.เพื่อรองรับสถานการณ์ที่แกนนำราษฎร 18 คนจะเข้ารายงานตัวที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อส่งฟ้องต่อศาลอาญา วางกำลังไว้ที่บริเวณสำนักงานอัยการสูงสุดประมาณ 200 นาย ที่ศาลอาญาอีก 200 นาย วางกำลังตั้งแต่อาคารศาลอุทธรณ์ โดยเฉพาะทางเชื่อมต่อระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุดและศาลอาญา ปิดกั้นรั้วให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องห้ามผ่านเด็ดขาดและให้สื่อมวลชนที่รับอนุญาตเท่านั้นบันทึกภาพ

แกนนำราษฎรรายงานตัวตามนัด

กระทั่งเวลา 09.40 น. วันที่ 8 มี.ค. ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร เดินทางมาตามนัดอัยการฟังคำสั่งคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เดินขบวนนำผู้ชุมนุมตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้า MRT ลาดพร้าว จนถึงหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก เพื่อเข้ารายงานตัวฟังคำสั่งคดีว่าจะมีการส่งฟ้องต่อศาลหรือไม่ ขณะที่สำนักงานอัยการสูงสุดได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจวางกำลังรักษาความปลอดภัย ให้เดินทางเข้าเพียงประตูเดียว พร้อมตั้งจุดคัดกรองให้ผู้ที่เข้าสำนักงานยื่นบัตรประชาชนลงทะเบียน ส่วนผู้ชุมนุมที่ไม่ต้องการเข้ามาแต่งกายในชุดมีภาพล้อเลียนนักการเมืองกับถือธงแดงมีข้อความเผ็ดร้อนดุเดือด ได้รวมตัวกันอยู่ที่หน้าประตูรั้วสำนักงานอัยการสูงสุด ฟังปราศรัยจากเครื่องขยายเสียง

ไมค์ลั่นให้สู้ต่อไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น

นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยองกล่าวสั้นๆกับผู้ชุมนุมว่า เป็นเพียงคนที่เพาะต้นกล้าประชาธิปไตย จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ร่วมรดน้ำให้ต้นกล้าแข็งแรงมั่นคง ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ชวนผู้ชุมนุมที่เดินทางมาให้กำลังใจ นั่งสงบนิ่งกลางแดด 15 นาที พร้อมกล่าวว่า ขอให้ทุกคนลองหลับตานึกถึงวันแรกที่เราตัดสินใจก้าวเดิน ทำสิ่งที่มันเหนื่อย เดินจากโคราช 247.5 กม. ระหว่างทางเดิน พวกเราเหนื่อย บ้างท้อแท้ มีคนมาร่วมเดินกับเรา แต่ก็มีคนที่ต้องอยู่ในเรือนจำ ทำให้พวกเราต้องออกมา จากนี้ไม่ว่าพวกเราจะอยู่ข้างในหรือข้างนอก กระบวนการต่อสู้ได้เกิดขึ้นแล้ว ขอให้พวกเราสงบนิ่ง การต่อสู้ครั้งนี้เป็นของพวกเราทุกคนที่เป็นมนุษย์ มีหลายคนที่ต้องถูกโดดเดี่ยว เรามองดูผู้คนต่างๆ ไม่ใช่แค่ไผ่หรือไมค์ มีอีกหลายคนที่ต้องเดือดร้อน อยากให้ทุกคนสู้ต่อ ไม่ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น เราจะสู้กันต่อไป

รุ้งเตรียมใจเข้าคุกก็ไม่ห่วง

ในเวลาใกล้เคียงกัน น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล เดินทางมาถึงให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้หวังอย่างเต็มเปี่ยมว่าศาลจะให้ความยุติธรรม แม้วันนี้จะส่งฟ้อง สุดท้ายจะอยู่ระหว่างพิจารณาคดี หมายความว่าเรายังเป็นผู้บริสุทธิ์ จะทำเหมือนเราเป็นผู้มีความผิดไม่ได้ แต่ว่าศาลจะให้ความยุติธรรมกับเราได้หรือให้สิทธิในการประกันตัวเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ คาดหวังว่าผู้ที่เข้าไปก่อนหน้านี้จะได้รับการประกันตัวเช่นกัน ทั้งนี้ เตรียมใจมาอย่างถึงที่สุดเรื่องผลประกัน พูดมาตลอดว่าการมาลงสนามนี้ สุดท้ายถึงจะต้องเข้าคุก หรือว่ากี่คน สุดท้ายแล้วคนที่อยู่ข้างนอกก็ยังต่อสู้กันอยู่ ไม่จำเป็นว่าต้องมีเราเขาถึงจะสู้กันได้ เพราะฉะนั้นไม่ห่วงเลย

คุยแกนนำรุ่นใหม่แล้ว

น.ส.ปนัสยากล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ได้พูดคุยกับแกนนำรุ่นใหม่ ต่อจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาในการดูแลและร่วมต่อสู้ไปกับทุกคน เมื่อถามถึงกรณีแกนนำก่อนหน้านี้ไม่ได้รับการประกันตัว ประเมินสถานการณ์อย่างไร น.ส.ปนัสยากล่าวว่า พ่อแม่เราค่อนข้างเข้มแข็ง และเตรียมใจมาพอสมควรตั้งแต่เข้าคุกไปครั้งแรก สำหรับคนใกล้ตัวหากตนเองต้องเข้าคุกก็ฝากฝังทุกอย่างไว้หมดแล้ว

ปิยบุตรโผล่ให้กำลังใจ

ไล่เลี่ยกัน นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เดินทางมาให้กำลังใจ 18 ผู้ต้องหา แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ที่เข้าฟังคำสั่งคดี โดยให้สัมภาษณ์ว่า ใน 18 คนนี้ หลายคนต่อสู้ร่วมขบวนการประชาธิปไตยมา อย่างนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ตั้งแต่ร่วมกันโหวตโนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ และนายณัทพัช อัคฮาด เป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบร์ท เคยทำงานกับเครือข่ายเยาวชนนนทบุรีของพรรคอนาคตใหม่ และอีกหลายคน วันนี้พรรคถูกยุบไปหลายคนก็มาเคลื่อนไหวเรื่องประชาธิปไตย

ชี้กลุ่มคนเหล่านี้หวังดีต่อชาติ

นายปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า อยากฝากถึงบุคคลผู้มีอำนาจกระบวนการยุติธรรมทั้งหมด หลักใหญ่ใจความที่ควรคำนึงถึงคือ กลุ่มคนเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร เป็นคนหวังดีต่อชาติบ้านเมือง อยากให้บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ใช้เสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้ การใช้กฎหมายตีความต่างๆ ควรคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพเป็นหลัก เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง นอกจากนั้นแล้ว ตามรัฐธรรมนูญสันนิษฐานไว้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ สิทธิในการได้รับการปล่อยชั่วคราวเป็นสิทธิพื้นฐาน การใช้ ป.อาญา ม.112 ห้ำหั่นกันแบบนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครเลย หากคิดว่าจะต้องจัดการเอากฎหมายปิดปาก เห็นว่าวิธีการนี้ปิดปากไม่ได้ ถ้าเห็นว่าพวกเขามองสถาบันไม่เหมือนคนรุ่นก่อน การเอาไปขังคุกไม่ช่วยอะไร ไม่มีทางเปลี่ยนวิธีคิดแน่นอน ยิ่งจับยิ่งบานปลาย

ธรรมศาสตร์จี้ให้ประกันตัว

วันเดียวกัน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ออกแถลงการณ์เรื่องขอให้คำนึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมของผู้ถูกจับกุม เนื้อหาโดยสรุประบุว่า ด้วยสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในปัจจุบันอันนำไปสู่การจับกุมและดำเนินคดีกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไป มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีความกังวลความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของผู้ถูกจับกุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควรมีโอกาสในการศึกษาเล่าเรียนและการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จึงออกแถลงการณ์เพื่อแสดงข้อความห่วงกังวลดังกล่าว ไปยังหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงความเป็นธรรม สิทธิและเสรีภาพ สวัสดิภาพของผู้ถูกจับกุม พิจารณาให้ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณาคดีตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งมีสิทธิในการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่ตามหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อันเป็นหนึ่งในหลักสิทธิมนุษยชนสากลและเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญของประเทศไทยให้การคุ้มครองและรับรองไว้ เพื่อให้ผู้ถูกจับกุม เป็นนักเรียน นิสิต และนักศึกษาสามารถกลับมาศึกษาเล่าเรียนเพื่ออนาคต

อัยการสั่งฟ้องทั้งหมด 18 คน

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่ศาลอาญา ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการยื่นฟ้องคดีชุมนุม 19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎรสำนวนที่สอง กรณี 18 แกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร ร่วมกันชุมนุมเมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.63 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง มีการปักหมุดคณะราษฎร 2563 ด้วยนั้น พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องจำเลย 18 คน เรียงตามลำดับประกอบด้วย 1.น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล 2.นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง 3.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน 4.นายอรรถพล หรือครูใหญ่ บัวพัฒน์ 5.นายณวรรษ หรือแอม เลี้ยงวัฒนา 6.นายชินวัตร หรือไบร์ท จันทร์กระจ่าง 7.นายธนชัย หรือหอย เอื้อฤาชา 8.นายชูเกียรติ หรือจัสติน แสงวงค์ 9.น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก 10.นายธานี สะสม 11.นายณัฐชนน ไพโรจน์ 12.นายภัทรพงศ์ น้อยผาง 13.นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ 14.นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ 15.นายสิทธิ์ทัศน์ จินดา–รัตน์ 16.นายณัทพัช อัคฮาด 17.นายธนพ อัมพะวัต 18.นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง

เพิ่ม 112 รุ้ง–ไมค์–ไผ่

อัยการได้ยื่นฟ้องพวกจำเลยทั้ง 18 คน ในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตาม ป.อาญา ม.116, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ ป.อาญา ม.215, ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะฯ, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, กีดขวางทางสาธารณะฯ, ร่วมกันกีดขวางการจราจรฯ, ตั้งวางวัตถุบนถนนอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายฯ, ทำลายโบราณสถานฯ, ทำให้เสียทรัพย์ฯ และร่วมกันโฆษณาเครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ โดยในส่วนของ น.ส.ปนัสยา, นายภาณุพงศ์ และนายจตุภัทร์ เพิ่มความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ ป.อาญา ม.112 ด้วย รวมทั้งหมด 11 ข้อหา

ทั้งหมดปฏิเสธขอต่อสู้คดี

ศาลพิจารณาแล้วรับคำฟ้องไว้ในสารบบเป็นคดีหมายเลขดำ อ539/2564 จากนั้นศาลสอบคำให้การพวกจำเลยทั้งหมด รวมทั้งนายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 13 ขณะนี้ถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อรักษาอาการป่วยโรคตา อยู่ระหว่างฝากขังคดีเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ศาลได้สอบคำให้การผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยจำเลยทั้งหมดแถลงให้การปฏิเสธ ขอต่อสู้คดี ศาลนัดพร้อมเพื่อตรวจหลักฐานทั้งสองฝ่ายต่อไปในวันที่ 15 มี.ค. นี้ เวลา 9.00 น.

3 แกนนำชวดประกันคนอื่นรอด

ต่อมาทนายความได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้งหมด ศาลพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว น.ส.ปนัสยา, นายภาณุพงศ์ และนายจตุภัทร์ จำเลยที่ 1-3 พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ทั้งมีเหตุอันควรให้เชื่อได้ว่า หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยที่ 1-3 จะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันกับที่ถูกฟ้อง หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก ไม่สมควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง ส่วนจำเลยที่ 4-18 ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวตีราคาประกันคนละ 35,000 บาท ทั้งนี้ ในเวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายภาณุพงศ์และนายจตุภัทร์ จำเลยที่ 2-3 ขึ้นรถตู้ไปคุมขังไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วน น.ส.ปนัสยา จำเลยที่ 1 ถูกนำไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง

แม่ส่งลูกเข้าเรือนจำมวลชนร่ำไห้

กระทั่งเวลา 15.40 น. หลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว แม่พริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของไผ่ พร้อมด้วยแม่ยุพิน แม่ของไมค์ และ น.ส.เมธาวี หรือเมย์ สิทธิจิรวัฒนกุล พี่สาวรุ้ง ไปยืนรอส่งตัวอยู่ที่ด้านข้างศาล เมื่อรถเคลื่อนผ่านญาติของทั้งสามคนได้ชูสามนิ้วเชิงสัญลักษณ์ และโบกมือร่ำไห้ ในขณะที่บรรดากลุ่มผู้ชุมนุมที่มารอให้กำลังใจ บ้างร้องไห้เสียใจกับคำสั่งศาล บ้างต่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆนานา ก่อนยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 16.00 น.

เรียกร้องปล่อย 7 แกนนำ

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่เกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มราษฎรที่นำโดย น.ส.วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือตี้ พะเยา นำมวลชนจำนวนหนึ่ง มาจัดกิจกรรมปราศรัย หลังศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวแกนนำกลุ่มราษฎร ทั้งชุดเดิม 4 คน คือ นายอานนท์ นำภา นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นายปฏิวัติ สาหร่ายแย้ม และชุดใหม่ของวันนี้คือ นายจตุภัทร บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง และรุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ ทั้งหมด โดยกลุ่มราษฎรได้กระจายมวลชนแบ่งเป็น 2 ชุด โดยชุดแรกจะปราศรัยอยู่กับที่ฝั่งเกาะพญาไท ส่วนอีกชุดจะถือโทรโข่ง เดินปราศรัยไปรอบพื้นที่ของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และบนสกายวอล์ก บรรยากาศการชุมนุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการปราศรัยที่เน้นถึงข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎร โดยเฉพาะประเด็นการเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ ไม่มีความวุ่นวายใดๆเกิดขึ้น และไม่พบเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้ามาตรึงกำลังในพื้นที่ โดยจะมีการจัดกิจกรรมไปจนถึงเวลา 21.00 น.

คอนเฟอเรนซ์ฝากขังโตโต้

วันเดียวกัน ที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ยื่นคำร้องฝากขังผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ นายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ อายุ 31 ปี กับพวกรวม 15 คน เป็นแกนนำกลุ่ม Wevo รวมกลุ่มที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน พฤติการณ์คำร้องสรุปได้ว่า เมื่อวันที่ 6 มี.ค.64 เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพฤติการณ์การกระทำความผิดของกลุ่ม wevo มีนายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นหนึ่งในแกนนำ ตามรายงานสืบสวนของตำรวจสันติบาลได้ข่าวในเชิงลึกในวันที่ 6 มี.ค.มีการนัดหมายรวมกลุ่มกันที่อาคารจอดรถห้างสรรพสินค้าเมเจอร์ รัชโยธิน เพื่อวางแผนนำอาวุธเช่น หนังสติ๊ก ลูกเหล็ก ระเบิดควัน และวัตถุอื่นที่ใช้เป็นอาวุธได้ มาก่อเหตุสร้างความวุ่นวาย ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมเพื่อสร้างสถานการณ์ ในการชุมนุมที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มบุคคลเข้าแทรกซึมรวมอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมใช้หนังสติ๊กพร้อมลูกแก้วและนอตเป็นอาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งยังใช้ระเบิดควันขว้างใส่เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง

บรรยายฟ้องเชื่อว่านัดกันมาป่วน

ต่อมาเวลา 18.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจพบเห็นบุคคลรวมกลุ่มกันประมาณ 50 คน ที่อาคารจอดรถ ห้างสรรพสินค้าเมเจอร์รัชโยธิน มีบางคนเป็นสมาชิกในกลุ่ม Wevo เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพิจารณาแล้วเห็นว่าการรวมกลุ่มกันนั้นมีลักษณะว่าเป็นการชุมนุมมั่วสุมกันอันเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและเป็นกลุ่มสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งมารวมกลุ่มมั่วสุม อาจจะก่อเหตุสร้างความวุ่นวายและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสร้างสถานการณ์ ได้เข้าไปแสดงตัวขอตรวจค้น พบสัมภาระเป็นสิ่งของทั่วไป และยังพบวัตถุซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ อาทิ เสื้อเกราะ พร้อมแผ่นเหล็กกันกระสุน, วัตถุซึ่งอาจใช้เป็นอาวุธและวัตถุซึ่งอาจใช้ก่อความวุ่นวายในการชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองหลายรายการ

กลุ่มการ์ดขวางชิงตัวผู้ต้องหา

เมื่อประกอบกับข้อมูลที่ได้สืบทราบมาก่อนหน้านี้ น่าเชื่อว่านายปิยรัฐ ผู้ต้องหาที่ 1 นายภัทรกัณฑ์ รุ่งอุทัย ผู้ต้องหาที่ 2 นายมงคล ศรีสงค์ ผู้ต้องหาที่ 3 และนายเกียรติศักดิ์ แสนนามวงษ์ ผู้ต้องหาที่ 4 มีพฤติกรรมร่วมกันกระทำความผิดกับกลุ่มวัยรุ่น เจ้าหน้าที่ได้จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายปิยรัฐ กับพวกทั้ง 4 คน แต่ระหว่างควบคุมตัวแกนนำเดินทางด้วยรถยนต์ไปคุมตัวที่ บก.ตชด.ภ.1 ได้มีกลุ่มการ์ด wevO ซึ่งรออยู่ได้เข้าขัดขวางการขนย้ายผู้ต้องหา ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่รถสำหรับบรรทุกผู้ต้องหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ต้องหาบางส่วนได้รับการช่วยจากกลุ่มการ์ด wevo ติดตามทำร้ายเจ้าหน้าที่จนบาดเจ็บ เปิดประตูรถให้ผู้ถูกจับหลบหนีไปได้

สุดท้ายไล่จับโตโต้กลับมาได้

จนกระทั่ง 19.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ประกอบด้วย นายปิยรัฐ ต้องหาที่ 1 นายภัทรกัณฑ์ ผู้ต้องหาที่ 2 นายมงคล ศรีสงค์ ผู้ต้องหาที่ 3 นายเกียรติศักดิ์ ผู้ต้องหาที่ 4 นายบารมี เลิศวิทยาประสิทธิ์ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ 5 นายธีรวีร์ ปรีดีย์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาที่ 6 นายกรินทร์ ศรีนาคร อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาที่ 7 นายวราวุฒิ จันทร์ประมูล อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาที่ 8 นายณัฐพงศ์ คำจันทร์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 9 นายวชิรวิทย์ บุญมา อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ 10 นายอมร เอกรัมย์ อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาที่ 11 นายศุภพล แต้มมณี อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 12 นายภากร สอนศรี อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาที่ 13 นายธนภัทร ธรรมโชติ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาที่ 14 นายธนวัฒน์ บุษราคัม อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาที่ 15 (นายณัฐ ทองบัวศิริไล อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาที่ 11 ตามบันทึกการจับกุมได้รับการปล่อยตัวในชั้นพนักงานสอบสวน)

ฝากขังผัดแรก 8–19 มี.ค.

พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาฐานร่วมกันฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548, ร่วมกันกระทำการหรือดำเนินการใดๆอาจก่อสภาวะที่ไม่ถูกสุขลักษณะอาจเป็นเหตุให้โรคติดต่ออันตรายหรือโรคแพร่ระบาดออกไปและฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ, เป็นสมาชิกคณะบุคคลเพื่อปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่, สมคบกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปเพื่อจะกระทำความผิดฐานร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองหรือจะต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีหรือใช้อาวุธหรือโดยร่วมการกระ ทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป และทำให้เสียทรัพย์ ทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนยังต้องพยานอีก 30 ปาก ขอฝากขังระหว่าง 8-19 มี.ค.

คัดค้านปล่อยตัวชั่วคราว

ท้ายคำร้อง พนักงานสอบสวนระบุว่า หากผู้ต้องหาที่ 1-15 ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว พนักงานสอบสวนขอคัดค้าน เนื่องจากหากปล่อยตัวไปแล้วเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี อีกทั้งกลุ่มผู้ต้องหานี้ยังมีพฤติการณ์กระทำความผิดก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ต้องหาที่ 1 มีพฤติการณ์เป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น อยู่ระหว่างการถูกดำเนินคดีในความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ในท้องที่อื่นๆอีกหลายคดีเช่นท้องที่ สน.สำราญราษฎร์, สน.นางเลิ้ง, สน.พญาไท, สน.ยานนาวา และ สน.ชนะสงคราม หากศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาทั้ง 15 ราย ขอศาลได้โปรดกำหนดเงื่อนไขกลุ่มผู้ต้องหาโดยห้ามเข้าร่วมการชุมนุมหรือการกระทำใดๆด้วยประการทั้งปวงอันเป็นการยุยงหรือสนับสนุนให้มีการชุมนุมไม่ว่ากรณีใดๆ หรือห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลก่อน ศาลได้สอบถามผู้ต้องหาและไต่สวนพยานหลักฐานผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์แล้วไม่คัดค้าน อนุญาตตามคำร้อง

ให้ประกันยกเว้นโตโต้

มีรายงานว่า สำหรับนายปิยรัฐ หรือโตโต้ ผู้ต้องหาที่ 1 และผู้ต้องอื่นรวม 15 คน ญาติได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดรวม 6.3 แสนบาท และตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัย 1 คน ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ศาลพิเคราะห์แล้วไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนายปิยรัฐหรือโตโต้ โดยเห็นว่า ผู้ต้องหาที่ 1 มีพฤติการณ์คุกคาม ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ประกอบกับผู้ต้องหาที่ 1 ถูกดำเนินคดีในคดีอื่นลักษณะเดียวกันกับที่ถูกกล่าวหาอีกหลายคดี หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ต้องหาที่ 1 จะไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันที่ถูกกล่าวหา หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นอีก ไม่สมควรปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง ส่วนผู้ต้องหาอื่นอีก 14 คน ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยตีราคาประกันคนละ 4.5 หมื่นบาท

คุมตัวโตโต้เข้าเรือนจำพิเศษ

เวลา 18.15 น. ที่หน้า บก.ตชด.ภ.1 เจ้าหน้าที่นำตัวนายปิยรัฐ หรือโตโต้ จงเทพ หัวหน้าการ์ดวีโว่ ที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหานำไปควบคุมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ขณะที่ประชาชนที่ถูกควบคุมตัวมาอีก 14 คน และศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวนั้น ได้มีรถควบคุมผู้ต้องหาของ สน.สุทธิสาร และ สน.ประชาชื่น เข้าไปรับเพื่อพาทั้งหมดไปปล่อยตัว สน.พหลโยธิน ต่อไป

บิ๊กปั๊ดเยี่ยมตำรวจบาดเจ็บ

วันเดียวกัน พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกตร. เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร.เข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจข้าราชการตำรวจที่บาดเจ็บจากการดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมทางการเมือง ด้านหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อค่ำวันที่ 6 มี.ค.64 จำนวน 7 นาย พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ 6 นายคือ ร.ต.อ.ทวีป พูลบัว รอง สว.กก.2 บก. ส.ส.บช.น. ร.ต.อ.ประยูร โคลนกระโทก รอง สวป.สน.ท่าเรือ ร.ต.อ.กฤตวัฒน์ ขุนอินทร์ รอง สว.กก.1 บก.สส.บช.น. ร.ต.อ.กฤตพร แสงสุระ รอง สว.งานสายตรวจ 2 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ร.ต.ต.อัศวิน มะลัยสิทธิ์ รอง สว.กก.1 บก.สส.บช.น. ส.ต.อ.นพรัตน์ วงค์ไชย ผบ.หมู่งานสายตรวจ 3 กก.สายตรวจ บก.สปพ. จากการเปิดเผยของแพทย์พบว่าส่วนใหญ่บาดเจ็บจากการถูกทำร้ายด้วยของแข็ง ผบ.ตร.ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการดูเรื่องสวัสดิการตามสิทธิ์ข้าราชการตำรวจต่อไป

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไมค์ ภาณุพงศ์รุ้ง ปนัสยาไผ่ จตุภัทร์ม.112ฝากขังชุมนุมชุมนุม 19 กันยายน 2563ข่าวหน้า1

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 14 เมษายน 2564 เวลา 23:39 น.