ประเดิมวันแรก ในการประชุมสภาพิจารณา ญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่ลุ้นกันอยู่ว่าสภาจะบ้าจี้ส่งให้ ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความว่า ญัตติการอภิปรายขัดกับข้อบังคับเพราะเกี่ยวโยงกับสถาบัน ตามที่ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เตรียมยื่นเรื่องให้ตีความ หลังจากที่ยื่นเรื่องการ แก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการขัดกับรัฐธรรมนูญไปแล้วถึงกระนั้น ประธานวิปรัฐบาล วิรัช รัตนเศรษฐ รวมทั้งไพบูลย์ ก็ยังพูดจาประสานเสียงว่า ถ้าฝ่ายค้านพาดพิงถึงสถาบันเมื่อไหร่ จะมีการประท้วงและดำเนินการทุกอย่างเพื่อไม่ให้มีการอภิปรายอย่างเด็ดขาด เรื่องราวในสภาจะดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน ต้องลุ้นเอาวินาทีต่อวินาทีแต่ปรากฏการณ์ที่เกิดก่อนการอภิปราย ก็เห็นจะเป็นเรื่องข่าวลือที่ว่า บรรดาพรรคการเมือง ที่มีเสียง ส.ส. 1-4 เสียง เมื่อรวมกันแล้ว มีเสียงอยู่ประมาณ 20 กว่าเสียง ได้ยื่นเงื่อนไขต่อรัฐบาลว่า จะไม่รับมติของพรรคร่วมรัฐบาลในการลงคะแนนอภิปรายครั้งนี้ ขอรอดูคำตอบของ รมต.ที่จะถูกอภิปรายก่อนและตามมาด้วยข่าวว่า รมช.มือเคลียร์ ได้ส่ง เสธ.เพื่อนรัก ไปคุยกับพรรคการเมืองพรรคเล็กพรรคน้อยเหล่านี้ เคลียร์ให้จบ โดยเฉพาะคะแนนของ สาม ป.และ รมช.มือเคลียร์ ต้องให้ออกมาดูดีหน่อยไม่บ๊วยในขณะเดียวกันก็มีข่าวเรื่องของการ ฟรีโหวต สำหรับ รมต.บางคน เช่น รมว.ศึกษาธิการ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ หรือ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม รวมทั้งกระแสข่าวการปรับ ครม.หลังศึกอภิปรายเที่ยวนี้ด้วยส่วนจะมีอะไรมากไปกว่านั้นหรือไม่ เป็นอีกเรื่องทีนี้ก็มาถึงช็อตสำคัญ การที่ ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ พรรคก้าวไกล จะอภิปรายเรื่องของ วัคซีนต้านโควิด-19 ที่มาที่ไป การจัดซื้อ การผลิต การนำเข้า และเรื่องของ การใช้ ม.112 ที่เกรงว่าจะมีการพาดพิงกระทบกระทั่งถึงสถาบันเบื้องสูงในที่ประชุม 100 ส.ส.วิปรัฐบาลติวเข้ม ก่อนเปิดศึกซักฟอก พูดถึงกันมากที่สุด ไม่ได้กลัวว่ารัฐบาลจะเพลี่ยงพล้ำ หรือเสียเปรียบ แต่กลัวว่าจะไปจุดชนวนการเมืองนอกสภาให้ร้อนจนถึงขีดสุดเพราะฉะนั้น ความร้อนแรงในสภาจะเกิดคู่ขนานไปกับการเมืองนอกสภา ที่ยังไม่ยอมปล่อยตัว แกนนำคณะราษฎร ในที่สุดก็จะกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวจนได้นอกจากนี้ ฝ่ายค้านยังเชื่อมั่นใน ใบเสร็จ ที่เป็นหลักฐานกระชากหน้ากากของ รมต. ที่ถูกอภิปราย ถึงขั้นเอาผิดทางอาญาและร้องถอดถอนต่อ ป.ป.ช.ได้สำเร็จจะโหมโรงความดุเดือดเลือดพล่านเอาไว้น่าสนใจแค่ไหน แต่ในที่สุดแล้ว การอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาก็ไม่ต่างจากกิจกรรมทางการเมืองอยู่ดี ตราบใดที่ยังมีรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มี ส.ว. 250 เสียง มีกองทัพ รัฐบาลชุดนี้ยาวไป.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th