ฝ่ายค้านยืนกราน ไม่แก้ไขญัตติ ขอซักฟอก 6 วัน

ข่าว

ฝ่ายค้านยืนกราน ไม่แก้ไขญัตติ ขอซักฟอก 6 วัน

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

29 ม.ค. 2564 05:10 น.

ประธานวิปรัฐบาลเสียงแข็งต้องแก้ญัตติซักฟอก ขีดเส้นให้จ้อ 4 วัน ฝ่ายค้านเมินเกมตีรวน “สมพงษ์” หัวชนฝาญัตติถูกต้องทุกกระบวนความ ไม่แก้แม้แต่คำเดียว “วันนอร์” ย้ำไม่ผิด ก.ม.-ข้อบังคับหรือละเมิดสถาบันฯ บี้ “ชวน” บรรจุใน 7 วัน “ประเสริฐ” ลั่นเปิดเวทีถล่มขั้นต่ำ 6 วัน “จิรายุ” โวอาจมีคนลาออกกลางสภาฯ ขู่ลากไส้แฉทุจริต รมต.บัญชี 2 พปชร.-ปชป.ขบเหลี่ยมเลือกตั้งซ่อมนครศรีธรรมราชเขต 3 “บิ๊กป้อม” ตีมึนส่งคนชน “นิพนธ์” ยกหลักการพรรคร่วมฯต้องให้เกียรติกัน “เทพไท” เข็นน้องชายลงรักษาพื้นที่

จากกรณี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ กดดันให้พรรคฝ่ายค้านต้องแก้ไขญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่มีเนื้อหาบางส่วนโยงถึงสถาบัน แต่ล่าสุดที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านยืนกรานไม่แก้ไขแม้แต่คำเดียว

วิป รบ.เสียงแข็งต้องแก้ญัตติซักฟอก

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 ม.ค. ที่รัฐสภา นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการเสนอแก้ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านที่เนื้อหาบางส่วนโยงถึงสถาบันว่า นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร นัดหารือผู้นำฝ่ายค้าน วิปฝ่ายค้านและวิปรัฐบาล มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรร่วมประชุมด้วย ยืนยันจะเสนอให้แก้ญัตติ ขึ้นอยู่กับผู้ยื่นญัตติจะพิจารณา แต่จะทำให้การอภิปรายยากลำบากหากไม่แก้ไข ส.ส.หลายคนกังวลว่าสมควรหรือไม่ที่เขียนญัตติลักษณะนั้นทั้งที่ข้อบังคับการประชุมและรัฐธรรมนูญระบุว่าการจะกล่าวถึงสถาบันเป็นเรื่องไม่บังควร ส่วนพรรคก้าวไกลมองว่าไม่ขัดข้อบังคับไม่ได้ผูกพันทุกองค์กร พรรคร่วมรัฐบาลยืนยันว่าสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง

ขีดเส้นอภิปราย 4 วันห้ามเพิ่มอีก

นายวิรัชกล่าวอีกว่า ส่วนกรอบเวลาอภิปรายเบื้องต้นจะให้เวลา 4 วันพอดี ขอเพิ่มมากกว่านี้คง ไม่ได้ รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายทุกคนยืนยันได้เตรียมข้อมูลตามข้อกล่าวหา การจะมีองครักษ์ก็ต้องทำ แต่ทำในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 จะไปจัดการประชุมสัมมนาเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ อาจเป็นลักษณะแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อปกป้องดูแลและตรวจสอบเอกสารของรัฐมนตรีแต่ละคนถ้ามี

“ชวน” เห็นควรให้ปรับบางถ้อยคำ

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันระหว่างวิปรัฐบาลกับวิปฝ่ายค้านนำโดยนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายพิจารณ์ เชาวพัฒน์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ร่วมหารือ เพื่อหารือถึงญัตติการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีของฝ่ายค้านที่มีเนื้อหาบางส่วนเกี่ยวโยงถึงสถาบัน โดยนายชวนแจ้งว่า นายศุภชัยในฐานะรองประธานสภาฯที่รับผิดชอบการตรวจสอบญัตติได้พิจารณาและนำเสนอมาแล้วมีบางถ้อยคำที่ฝ่ายค้านน่าจะทบทวนได้

“สุทิน” อ้อมแอ้มรอหารือก่อน

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานวิปฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า อาจปรับข้อความในญัตติยื่นอภิปรายเล็กน้อยให้ราบรื่นในการประชุม แต่ไม่ถึงกับตัดเรื่องสถาบันออกไปทั้งหมด แต่ปรับบางส่วนเท่าที่จำเป็น ต้องรอหารือกันในที่ประชุมฝ่ายค้านก่อน

นายพิจารณ์ เชาวพัฒน์วงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ประเด็นอยู่ที่เนื้อหาการอภิปรายมากกว่า เชื่อว่านายกฯจะชี้แจงได้ พยายามอภิปรายมีการประท้วงหรือพาดพิงให้น้อยที่สุด

ฝ่ายค้านยันไม่แก้แม้แต่คำเดียว

ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ห้องผู้นำฝ่ายค้าน นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน หารือกับตัวแทนฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคเพื่อหารือถึงการปรับปรุงญัตติการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลที่มีปัญหาเนื้อหาโยงไปถึงสถาบัน นายสมพงษ์กล่าวว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านหารือกันแล้ว มีมติว่าญัตติที่เสนอไปครบถ้วนเรียบร้อย ไม่มีสิ่งใดต้องแก้ไข ทราบว่าหลังที่ประชุมวิปสองฝ่ายช่วงบ่าย มี ส.ส.บางคนให้ข่าวว่า ตนจะไปทบทวนแก้ไขญัตติดังกล่าว แต่มติของพรรคร่วมฝ่ายค้านคือญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ยื่นไปเมื่อวันที่ 25 ม.ค.ถูกต้องทุกกระบวนความ ดังนั้นจะไม่มีการแก้ไขแม้แต่คำใดคำหนึ่ง มั่นใจว่า ส.ส.ทุกคน เข้าใจการพูดเกี่ยวกับสถาบัน ทุกคนระวังอยู่แล้ว อีกทั้งประธานที่ประชุมคอยดูแลกำกับอยู่ คิดว่าคงไม่มีปัญหา

ไม่ผิด รธน.–ข้อบังคับบี้ “ชวน” รีบบรรจุ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การระบุว่าญัตตินี้จะละเมิดสถาบัน เป็นหน้าที่ของประธานที่ประชุมจะพิจารณา ถ้าพูดผิดข้อบังคับ ประธานก็ให้ผู้อภิปรายถอนคำพูดได้ ฝ่ายค้านคุยกันแล้วยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดผิดทั้งกฎหมายและข้อบังคับการประชุม หรือล่วงละเมิดสถาบัน เมื่อญัตติไม่ผิดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เป็นหน้าที่ประธานสภาฯ ต้องบรรจุญัตติภายใน 7 วัน แล้วแจ้งให้รัฐบาลทราบต่อไป

ขอเวลาถล่มอย่างน้อย 6 วัน

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรอบเวลาการอภิปราย ฝ่ายค้านยังยืนยันว่าต้องอภิปรายอย่างน้อย 5 วันบวกวันลงมติอีก 1 วัน เป็น 6 วันขั้นต่ำ ฝ่ายรัฐบาลยืนยันจะให้อภิปรายแค่ 4 วันคงไม่พอ และยังไม่ได้เป็นข้อตกลงกัน

“บิ๊กป๊อก” พร้อมแจงรถไฟฟ้าสีเขียว

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีรายชื่อเป็นรัฐมนตรีถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในระบอบประชาธิปไตย สภาฯมีหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง หากสงสัยการปฏิบัติหน้าที่เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ ฝ่ายบริหารมีหน้าที่ตอบเป็นเรื่องปกติ ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวภาพรวมไม่ใช่อำนาจหน้าที่ตน แต่ถ้าถามมาพร้อมชี้แจงให้ประชาชนทราบ เพื่อความเข้าใจ คนตัดสินใจคือคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่เมื่อมีการทักท้วง กทม.ต้องตอบและทำข้อมูลกลับไปยัง ครม. แต่เมื่อมีการหยิบยกเข้าสู่สภาฯ กทม.มาตอบไม่ได้ ตนในฐานะรัฐมนตรีจะตอบแทน ไม่ได้เป็นฝ่ายที่ขัดแย้งกับใคร แต่จะทำหน้าที่ชี้แจงให้เข้าใจ

“จิรายุ” โวอาจมีลาออกกลางสภาฯ

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อ-ไทย กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าเห็นได้ชัดว่า ส.ส.ซีกรัฐบาลยืนปากกล้าขาสั่น เบี่ยงประเด็นเรื่องญัตติ เชื่อว่าคราวนี้ประชาชนจะได้เห็นต่อมสามัญสำนึกของความเป็นคน อาจมีรัฐมนตรีประกาศลาออกกลางสภาฯ หรือไม่อาจจะได้เห็นฉายาใหม่ของรัฐมนตรีว่า “กระดาษทรายเรียกพี่” นอกจากนี้ประชาชนจะได้เห็นว่าประเทศไทยมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร หลังจบการอภิปรายจะพิสูจน์ว่าต่อมความดีของ ส.ส.พรรครัฐบาล ยังจะมีใครยอมโหวตให้ผ่านหลังอภิปรายหรือไม่

ขู่ลากไส้แฉทุจริต รมต.บัญชี 2

“ฝากไปยังรัฐมนตรีที่ไม่มีชื่อถูกอภิปราย อย่าเพิ่งลอยตัว นึกว่ารอดแล้วทำเป็นชิลๆ โดยเฉพาะอักษรย่อ จ อ ส พ และ ด อย่านึกว่ารอดเขียงครั้งนี้แล้วจะโล่งสบาย ยังมีรัฐมนตรีอีกนับสิบมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต เอื้อพวกพ้อง บางรายเขียนโครงการทำโครงการหวังเงินทอนสถานเดียว บัญชี 2 นี้จะถูกดำเนินการหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะติดตามผลในชั้นกรรมาธิการและการตั้งกระทู้กลางสภาฯ ที่จะมัดด้วยพยานหลักฐานชนิดดิ้นไม่หลุดแน่นอน จะนำไปสู่ขั้นตอนร้องคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ บางคนคิดว่ามีลูกพี่เป็นรองนายกฯ ตัวเองเป็นรัฐมนตรีชงกันเองกินกันเอง ที่สำคัญมันที่สุดคือพรรคพวกในพรรครัฐบาลทั้งนั้นที่ช่วยส่งข้อมูลมาเพิ่มให้ฝ่ายค้าน” นายจิรายุกล่าว

“บิ๊กป้อม” ชน ปชป. ส่งชิง ส.ส.แทน “เทพไท”

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาลพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการเลือกตั้ง ซ่อม ส.ส. เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช หลังศาลรัฐธรรมนูญ ตัดสินให้นายเทพไท เสนพงศ์ พ้น ส.ส. ถูกตัดสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี เนื่องจากทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จะหลีกทางให้พรรคประชาธิปัตย์ตามมารยาททางการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่า ตนจะส่งแต่ต้องดูก่อนว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคว่าอย่างไร นัดประชุมเมื่อไหร่ยังไม่รู้ เมื่อถามว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ขอให้ไม่ส่งผู้สมัครจะดำเนินการหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่รู้ ขอประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคก่อน จะเป็นคนเดิมหรือไม่ก็ไม่รู้ พร้อมย้อนผู้สื่อข่าวกลับว่า ถามอย่างนี้แล้วจะให้เราตอบอย่างไร ให้ตอบว่าไม่รู้หรือก็ตนยังไม่รู้จริงๆ และไม่มีคนในใจ

ปัดสั่ง ส.ส.กทม.เฮหนุน “บิ๊กแป๊ะ”

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงกระแสข่าวเรียกส.ส.กทม.ไปหารือส่วนตัวเป็นรายบุคคลเพื่อให้สนับสนุน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ว่า “โฆษกพรรคพลังประชารัฐได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่จริงไง แล้วจะมาถามทำไมอีก ไม่จริงหรอก ขอให้รอประชุมกรรมการบริหารพรรคก่อนว่าจะทำอย่างไร”

ปชป.จิกพรรคร่วมฯต้องให้เกียรติกัน

นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวถึงกรณีนายสัณห์พจน์ สุขศรีเมือง รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กลุ่มด้ามขวานพรรคพลังประชารัฐระบุว่าจะส่งผู้สมัครลงแข่งขันเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง เป็นพื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ขอย้ำถึงหลักการและข้อตกลงร่วมกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลว่าหากพื้นที่เขตเลือกตั้งไหนเป็นพื้นที่เดิมของพรรคนั้น อีกพรรคหนึ่งจะไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแข่ง เพราะถือเป็นมารยาททางการเมืองที่เรายึดปฏิบัติทำกันมาตลอด

“คึก” ส่ง “พงศ์สินธุ์” รักษาพื้นที่

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราชพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคกำหนดวันลงคะแนนไพรมารีโหวต วันที่ 2 ก.พ.ได้บุคคลที่สมาชิกพรรคส่วนใหญ่เห็นชอบแล้วจะเสนอต่อคณะกรรมการสรรหาเพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการบริหารพรรคต่อไป ในฐานะเจ้าของพื้นที่จะขอใช้สิทธิ เสนอน้องชายคือนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม เคยเป็นรองนายกเทศมนตรีนครศรีธรรมราช ทำงานการเมืองในพื้นที่กับตนมาร่วม 20 ปี สานต่องานได้อย่างดี

พรรคกล้าชิมลางดัน “สราวุฒิ” ร่วมวง

วันเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า เปิดตัวนายสราวุฒิ สุวรรณรัตน์ ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จ.นครศรีธรรมราช ระบุเป็นโชคและเป็นเกียรติที่ได้แนะนำตัวผู้สมัครคนแรกของพรรค ตั้งใจทำให้ชาวนครศรีธรรมราชอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี นายสราวุฒิ นักธุรกิจรุ่นใหม่มีบทบาทสำคัญส่งออกเครื่องถมเครื่องเงินของนครศรีธรรมราชสู่ตลาดต่างประเทศ ลงพื้นที่ฝังตัวมาตั้งแต่เดือน ส.ค.63 ช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากอุทกภัยในพื้นที่ ยืนยันว่าพรรคกล้ามีโอกาสลงพื้นที่ได้เข้มข้นกว่าหลายพรรค พร้อมสู้ทุกพรรคทุกเวที

“วิฑูรย์” ทิ้ง ปชป.โอดไม่เห็นหัว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีต ส.ส.อุบลราชธานี อดีตรองหัวหน้าพรรคภาคอีสานและอดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยื่นใบลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เขียนความในใจส่งเข้าในไลน์เพื่อน ส.ส.พรรค มีใจความว่า ตัดสินใจลาออกด้วยเหตุผล 1.เลือกตั้งครั้งล่าสุดยังเป็นรองหัวหน้าพรรค ควรได้ลงบัญชีรายชื่อลำดับต้นๆ แต่พรรคให้อยู่ลำดับที่ 40 ไม่มีทางได้เป็น ส.ส. 2.ไม่มีที่ยืน ไม่มีตำแหน่งอะไรที่พรรคมอบให้ 3.หัวหน้าพรรคและเลขาฯเฉลิมชัย เคยตกลงจะให้เป็นที่ปรึกษารัฐมนตรี สุดท้ายไม่ได้เป็น เคยรับปากจะให้นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี หลานชาย เป็นประธาน กมธ.เกษตร สุดท้ายใช้มติโหวต ไม่ได้ช่วยอะไร 5.ถือว่าพรรคไม่ให้ความสำคัญกับ ส.ส.อีสาน 6.นายวุฒิพงษ์และตนจะไปอยู่พรรคใดเชื่อว่าประชาชนคนอุบลฯยังจะให้โอกาส 7.ยังจะเป็นนักการเมืองต่อไปไปสังกัดพรรคอื่นที่เขาให้เกียรติและให้โอกาสทำงานการเมืองต่อไป

“จุรินทร์ ” รีบโทร.สกัด “วุฒิพงษ์” ไขก๊อก

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เสียดายอยากให้นายวิฑูรย์เปลี่ยนใจ แต่ต้องเคารพการตัดสินใจ ส่วนนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ส.ส.อุบลราชธานี ที่มีกระแสข่าวจะถูกดึงลาออกไปด้วย เบื้องต้นได้โทรศัพท์คุยกันแล้ว บอกว่าส่วนตัวไม่ได้มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น ก่อนนายวิฑูรย์จะยื่นใบลาออก ไม่ได้พูดคุยด้วยเป็นการส่วนตัว

ป.ป.ช.ชี้พิษสินบนฉุดอันดับโปร่งใสไทย

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ ประกาศคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (ซีพีไอ) ปี 2020 จำนวน 180 ประเทศ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.พบว่าเดนมาร์กและนิวซีแลนด์ยังครองอันดับ 1 ขณะที่ไทยได้ 36 คะแนน เท่ากับปี 2019 อยู่ที่ 104 ของโลก เป็นอันดับ 5 ในอาเซียนเท่ากับเวียดนาม โดยเฉพาะแหล่งข้อมูลที่ไทยได้คะแนนลดลงคือเรื่องติดสินบนและทุจริตจากผู้บริหารระดับสูง พบว่าได้ 41 คะแนนลดจากปี 62 ที่ได้ 45 คะแนน เพราะเห็นว่ายังมีปัญหาการให้และรับสินบน การคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ลักลอบเปิดบ่อนและลักลอบเข้าประเทศของแรงงาน อีกทั้งการลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตไม่มีประสิทธิภาพ แม้จะลงโทษแต่เป็นเพียงระดับล่าง ทั้งนี้ อันดับ 104 ของไทยถือว่า หล่นจากปี 2019 จากที่ 101 แต่ได้ 36 เท่าเดิม

กมธ.เคาะเลือกตั้ง 200 ส.ส.ร.

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา นายดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ส.ว.ในฐานะโฆษกกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กล่าวว่า ที่ประชุมลงมติร่างมาตรา 256 การได้มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เห็นควรให้มี ส.ส.ร. 200 คนจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนทั่วประเทศ ใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ละจังหวัดจะมีสัดส่วน ส.ส.ร.แตกต่างกันตามจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มติดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อยุติ กมธ.ชุดนี้จะอภิปรายให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 4 ก.พ. จากนั้นเป็นขั้นตอนการแปรญัตติ จะเชิญผู้แปรญัตติ 109 คน มาชี้แจงวันที่ 5 ก.พ. เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของกมธ. ท้ายสุดต้องรอที่ประชุมรัฐสภาวันที่ 24-25 ก.พ.

“คารม-ขวัญเลิศ” ชิ่งไม่เซ็นแก้ ม.112

นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีประกาศสวนมติพรรคเรื่องการแก้ไขกฎหมายมาตรา 112 ว่า พูดแล้วไม่คืนคำ มีความคิดเห็นแตกต่างต้องแสดงออก ไม่ใช่อีแอบ คาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 3 คน ที่จะไม่ขอลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ตามมติพรรค ได้ตรึกตรองคิดถี่ถ้วนดีแล้ว ส่วนข่าวลือว่าตนมีท่าทีจะย้ายไปพรรคอื่น ขอยืนยันว่า ขณะนี้อยู่พรรคก้าวไกลยังคงทำหน้าที่เต็มที่ เรื่องอนาคตปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต

นายขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กว่าขออภัยประชาชน ขออนุญาตไม่ลงชื่อแก้ไขมาตรา 112 ตามมติพรรค ยอมรับผลการลงโทษและการคาดโทษจากทางพรรค น้อมรับคำวิจารณ์จากประชาชนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ทุกท่าน ไม่สามารถลงชื่อญัตตินี้เป็นมติพรรคได้ เพราะขัดหลักการส่วนตัว

อัยการสั่งฟ้อง 3 แนวร่วม นร.เลว

ที่สำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว สำนักงานอัยการสูงสุด พนักงานอัยการสำนักงานคดีเยาวชนและครอบครัว 3 นัดฟังคำสั่งในคดีที่คดีพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี นำสำนวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องเยาวชน 3 คน กลุ่มนักเรียนเลว ฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการชุมนุม 15 ต.ค.63 แยก ราชประสงค์ โดยมีความเห็นสั่งฟ้องเยาวชนทั้ง 3 คน ตามสำนวนของพนักงานสอบสวนเป็นคดีหมายเลขดำ ยชอ 34/2564 นัดสอบคำให้การวันที่ 19 เม.ย.หลังยื่นฟ้องจำเลยทั้ง 3 ยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีหลักประกัน หากผิดสัญญาประกันปรับ 5 พันบาท

ศาลเลื่อนตัดสินคดี 4 กบฏ กปปส.

ที่ศาลอาญา ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาล อุทธรณ์คดีกบฏ กปปส.สำนวนแรก “ชุด 4 ส”คดีหมายเลขดำ อ.1191/2557 อ.1298/2557 อ.1328/2557 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม นายสกลธี ภัททิยกุล นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ และนายเสรี วงศ์มณฑา เป็นจำเลย ฐานร่วมกันเป็นกบฏและข้อหาอื่นๆกรณีร่วมกันชุมนุมขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปี 2556-57 ที่ก่อนหน้าศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อ 25 ก.ค.62 ให้ยกฟ้อง มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส.มาให้กำลังใจ ศาลสั่งเลื่อนนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เนื่องจากคำพิพากษายังไม่แล้วเสร็จ นัดอ่านคำพิพากษาใหม่วันที่ 6 พ.ค.64

อ่านเพิ่มเติม...

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    นับแล้ว 25% ผลคะแนน ส.ก. พรรคเพื่อไทยนำ แต่พรรคก้าวไกลจี้ตามมาติดๆ
    00:42

    นับแล้ว 25% ผลคะแนน ส.ก. พรรคเพื่อไทยนำ แต่พรรคก้าวไกลจี้ตามมาติดๆ

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม 2565 เวลา 20:52 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์