สื่อทำเนียบฯ หยิกแกมหยอก ตั้งฉายารัฐบาล “VERY กู้” บันทึกผลงาน “บิ๊กตู่” แชมป์กู้เงินสูงสุดในประวัติศาสตร์ เปรียบนายกฯยืนซดสู้สารพันปัญหาถาโถม ให้ไปเลยฉายา “ตู่ไม่รู้ล้ม” ส่วนพี่ใหญ่แม้ย่างวัย 75 ปี แต่บารมียังเบ่งบาน คว้าสมญานาม “ป้อมไม่รู้โรย” “วิษณุ” รับบทหนัก “ไฮเตอร์ เซอร์วิส” มือฟอกขาวล้างคราบสกปรกให้รัฐบาล วาทะแห่งปี คำพูดนายกฯ ลั่น “ไม่ออก แล้วผมทำผิดอะไรหรือ” “อนุชา” สวนทุกรัฐบาลก็กู้เหมือนกัน “อานนท์” ลั่นปีหน้าปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ตั้งเป้าพาผู้ลี้ภัยการเมืองกลับบ้าน แนวร่วมคึกฝากความหวังช่วย “ทักษิณ-ปู” คัมแบ็กด้วยถึงคิวสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายาสะท้อนการทำงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยรัฐบาลได้รับฉายา “VERY กู้” ขณะที่นายกฯถูกเปรียบเปรยกับเหล้ายาดอง “โด่ไม่รู้ล้ม” ส่วนพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้ฉายา “ป้อมไม่รู้โรย” สื่อทำเนียบฯตั้งฉายารัฐบาล “VERY กู้” เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า จากการประชุมหารือร่วมกันของผู้สื่อข่าวประจำเนียบรัฐบาล ที่ทำงานใกล้ชิดนายกฯและคณะรัฐมนตรี มีความเห็นร่วมกันให้ตั้งฉายารัฐบาล หนึ่งในสามเสาหลักของระบบการปกครอง รวมถึงรัฐมนตรีและวาทะแห่งปี ประจำปี 2563 ตามประเพณีปฏิบัติที่ทำมานานในช่วงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของสื่อมวลชนต่อการทำงานของรัฐบาลโดยปราศจากอคติ โดยปี 2563 สื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลมีข้อสรุปฉายาพร้อมคำอธิบายถึงความหมาย ดังนี้ คือ ฉายารัฐบาล “VERY กู้” เปรียบเปรยการทำงานของรัฐบาล ต้องกอบกู้วิกฤติจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 กู้ชีวิตคนไทยให้อยู่รอด แม้ยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้แต่ยังดีกว่าหลายประเทศ แม้จะไม่ถึงขั้น very good ขณะเดียวกันผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาปากท้องคนไทยที่ต้องแบกรับภาระหนี้สินและภาวะตกงาน บางคนต้องจากโลกนี้ไปด้วยไม่อาจรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้เงินสูงที่สุดในประวัติศาสตร์มาบรรเทาปัญหานายกฯอึดถึกทนสมเป็น “ตู่ไม่รู้ล้ม”ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม “ตู่ไม่รู้ล้ม” เป็นการล้อคำ “โด่ไม่รู้ล้ม” ชื่อของยาดองชนิดหนึ่ง สรรพคุณคึกคัก กระปรี้กระเปร่า ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สะท้อนถึงการทำงานของนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ว่าจะประสบปัญหา อุปสรรคการเมือง หรือชุมนุมขับไล่ถาโถม ก็ยังยืนหยัดฝ่าฟันอยู่ในตำแหน่งได้ต่อไปสมญานามพี่ใหญ่ “ป้อมไม่รู้โรย” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ได้ฉายา “ป้อมไม่รู้โรย” ล้อจากคำว่า บานไม่รู้โรย ด้วยภาพลักษณ์ของพี่ใหญ่ 3 ป. ในวัย 75 ปี ยังคงทำหน้าที่รองนายกฯเคียงข้างน้องๆได้ แถมยังแผ่บารมีควบเก้าอี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล เหมือนกับดอกไม้แม้จะบานนานมากแล้ว แต่ก็ยังไม่รู้โรย ประกอบกับวลีติดปากที่มักจะตอบคำถามสื่อมวลชน แทบทุกครั้งว่า “ไม่รู้ๆ” อยู่เสมอ2 “วิษณุ—ไฮเตอร์ เซอร์วิส” มือฟอกขาว รบ.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ฉายา “ไฮเตอร์ เซอร์วิส” เป็นการยกคุณสมบัติเด่นของนายวิษณุ ที่สามารถหาทางออก ปัญหาหนักอกของคน ในรัฐบาล โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายได้อย่าง เชี่ยวชาญ และมักถูกวิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือของรัฐบาล เปรียบได้กับผลิตภัณฑ์ซักฟอกขาวยี่ห้อดัง ที่สามารถล้างคราบสกปรกให้ขาวสะอาดหมดจดได้ แต่อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหาย ขาดความสวยงาม คล้ายกับ ชื่อเสียงของรัฐบาลที่สึกกร่อนตามไปด้วยสื่อเรียก “จุรินทร์” เช้าสายบ่ายเคลมนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกและ รมว.พาณิชย์ ได้ฉายา “เช้าสายบ่ายเคลม” ไปครอง สะท้อน การทำงานที่เห็นได้บ่อยครั้งว่า มักไม่ตรงต่อเวลา เข้าร่วมประชุมสายสม่ำเสมอ ส่วนในแง่การทำงานมักนิ่งเงียบ เมื่อมีประเด็นที่ส่งผลลบต่อตนเองและ พรรคประชาธิปัตย์ แต่หากเป็นเรื่องที่เป็นผลดีต่อคะแนนนิยมจะรีบเคลมผลงานดังกล่าวทันที “เสี่ยหนู” ปากไวพิษคล้าย “ทินเนอร์”ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ได้ฉายา “ทินเนอร์” ด้วยชื่อ “อนุทิน” ไปพ้องกับสารระเหยที่มีทั้งคุณและโทษ ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท หากสูดดมเข้าไปมาก อาจทำลายระบบประสาท กระทบกระเทือนความรู้สึกนึกคิด คล้ายพฤติกรรมการใช้คำพูดที่ขาดความยั้งคิด ส่งผลลบต่อตัวเองและรัฐบาล โดยเฉพาะการให้สัมภาษณ์ จนเป็นประเด็นลดความน่าเชื่อถือของตนเอง เช่น โควิด...กระจอก ไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับประเทศ หรือตอบโต้กับบุคลากรทางการแพทย์ จนเกิดกระแสต่อต้านหลายครั้งน้องเนวิน “ศักดิ์สบายสายเขียว”ด้านนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ฉายา “ศักดิ์สบายสายเขียว” ลือลั่นมากกับปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว และอีกหลายโครงการ ที่ขัดแย้งกับหลายหน่วยงาน แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนเกื้อกูลอย่างดีจากนายกฯ โดยระยะหลังเรียกได้ว่า “ขึ้นหม้อ” ตามติดนายกฯใกล้ชิด ส่วนการทำงานในพรรคภูมิใจไทย ก็อยู่อย่างไร้ความกังวล เพราะมีพี่ชายที่ชื่อเนวิน ชิดชอบ คอยดูแลปัดเป่าทุกข์ภัยต่างๆให้หยัน “บี” ล้มเหลวเป็น รมต. “พัง PORN”นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คือ “พัง PORN” สะท้อนการทำงานที่ล้มเหลว ในฐานะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงานด้านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักที่ถูกนำมาใช้โจมตีรัฐบาลอย่างหนัก แม้จะเปิดศูนย์ anti-fake news แต่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และล่าสุดเกิดดราม่า หลังสั่งปิดการเข้าถึงเว็บไซต์ปลุกใจเสือป่าชื่อดัง จนเกิดกระแสต่อต้านลุกลามบานปลาย เด็กฮือขับไล่ “ตั้น” รับไป “หวีดดับ”นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ได้ฉายา “หวีดดับ” ด้วยภาพลักษณ์แกนนำ กปปส. ยังคงเป็นภาพจำ เช่นเดียวกับนกหวีดที่ถูกยกมาใช้เป็นสัญลักษณ์เปรียบเปรย ได้กำกับดูแลงานกระทรวงเกรดเอ แต่กลับไม่มีผลงานโดดเด่นปรากฏให้เห็น มีเพียงข่าวกระแสต่อต้านรายวัน หนักหน่วงที่สุดคือ ถูกกลุ่มนักเรียน นักศึกษารวมตัวกันขับไล่“สันติ” วืดคุมคลังช้ำใจฉายา “ค้างคลัง”นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ได้ฉายา “ค้างคลัง” ยังคงไปไม่ถึงดวงดาว โดยเฉพาะตำแหน่ง รมว.คลัง ที่เปลี่ยนตัวว่าการไปถึง 2 ครั้ง แต่สุดท้ายยังเป็นคนนอกสายตา ถูกรั้งให้อยู่ได้แค่ตำแหน่ง รมช.คลังเท่านั้น ทั้งที่ทุ่มเทให้กับพรรคอย่างมาก อีกทั้งยังออกตัวแรง แสดงออกชัดเจน ว่า “พร้อมมาก” ที่จะทำหน้าที่นี้ก็ตาม“นฤมล” แชมป์ไตรกีฬาเข้าวินชิง รมต.นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน หรืออดีตโฆษกบิ๊กอาย ได้รับฉายา “แชมป์ไตรกีฬา” ไตรกีฬา ประกอบด้วย กีฬา 3 ชนิด คือ วิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน สะท้อนภาพลักษณ์ครบถ้วนชัดเจน ในบุคลิกที่สื่อมวลชนประจักษ์ ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรีและเหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ ที่มีทั้งการวิ่งเต้น การเข้าหาผู้ใหญ่ และการปลุกปั่นกระแส แม้จะถูกกล่าวหาว่าลืมบุญคุณผู้ชักนำเข้าสู่การเมือง แต่ก็ไม่สนใจเสียงวิจารณ์ เดินหน้าจนสามารถคว้าตำแหน่งที่ต้องการได้สำเร็จ ทั้งที่เป็นนักการเมือง และ ส.ส.สมัยแรกเท่านั้นวาทะปี 64 “ไม่ออก แล้วผมทำผิดอะไรหรือ”ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับวาทะแห่งปี คือ “ไม่ออก...แล้วผมทำผิดอะไรหรือ” เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ตอบข้อซักถามสื่อมวลชน พร้อมกับบรรดาคณะรัฐมนตรีที่ยืนเรียงหน้าประกาศความเหนียวแน่น เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล หลังกลุ่มผู้ชุมนุม ยื่นข้อเสนอให้นายกรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง“อนุสรณ์” จี้ รบ.ปรับตัวดีกว่าโกรธสื่อนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงฉายารัฐบาล “VERYกู้” ว่า ภาพสะท้อนสื่อมวลชนคือคำอธิบายของประชาชนที่แท้จริง แม่นยำเชื่อถือได้มากกว่าโพลอวยรัฐบาล ฉายาเหมาะสมทุกฉายา ถ้าทำงานดีฉายาคงไม่ออกมาแย่ขนาดนี้ “VERY กู้”ความจริงไม่ใช่เพิ่งมากู้จากโควิด แต่รัฐบาลกู้มาตั้งแต่ต้น 7 ปีกู้ไป 20 ล้านล้าน ต้องใช้เวลา 90 ปี ถึงจะใช้หนี้หมด ฉายารัฐบาลไม่มีตรงไหนบวกมีแต่ติดลบเข้าเนื้อ ดูรวมๆแล้วถือว่าสาหัสมากถ้ารัฐบาลไม่ท้อไม่เขินเลยแสดงว่ามีภูมิต้านทานสูงผิดปกติ หลายฉายาเห็นถึงเครดิตที่ตกต่ำลงชัดเจน เช่น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ แต่ก่อนเคยได้รับเกียรติเป็น “เนติบริกร” ต่อมาเป็น “ศรีธนญชัยลอดช่อง” จนมาถึง “ไฮเตอร์เซอร์วิส” ไม่เหลือเกียรติภูมิอะไรให้ภาคภูมิใจแล้ว ดังนั้นแทนที่รัฐบาลจะโกรธคนตั้งฉายา แต่ควรวางใจเป็นกลางแล้วหันกลับมาประเมินการทำงานของตัวเองและเร่งปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะไม่เหลือหน้าที่ให้ได้ทำบี้จริงใจให้เพิ่มวันประชุมแก้ รธน.น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า พรรคเพื่อไทยฝากถึงรัฐบาลและ ส.ส.รัฐบาลว่า ฝ่ายค้านจริงใจในการแก้รัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น ได้ร่วมเสนอให้แก้ไขมาตรา 256 มาโดยตลอด วันนี้แม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญช้าออกไปบ้าง แต่หากจัดการและคัดกรองได้ เมื่อเปิดประชุมอยากให้รัฐบาลร่นระยะเวลาลงและเพิ่มวันประชุมให้มากขึ้น วันนี้สื่อตั้งฉายาสภาปรสิต สะท้อนให้เห็นว่าสภาไม่ได้เป็นที่พึ่งหวังให้ประชาชน ดังนั้น การแก้ไขปัญหาให้ประเทศและประชาชนเพื่อให้รัฐสภากลับมาเป็นที่พึ่งหวังให้ประชาชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ “บิ๊กตู่” ขับเคลื่อน SME พยุง ศก.ไม่ให้ล้มเมื่อเวลา 14.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า ได้หารืองบประมาณต่างๆ แผนระยะสั้น ระยะยาวขับเคลื่อนส่งเสริมวิสาหกิจให้เกิดประสิทธิภาพ จำเป็นต้องเร่งดำเนินการช่วงปี 2564-2565 ที่จะมีงบฯทยอยออกมา พยุงเศรษฐกิจประเทศไม่ให้ล้ม แข็งแรงวิ่งต่อไปได้ขอบคุณตั้งฉายาให้ รอดู ปชช.ตั้งฉายาสื่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อมวลชนทำเนียบ ตั้งฉายารัฐบาลประจำปีว่า ขอขอบคุณสื่อต่างๆในฉายาที่ตั้งมา ท่านก็สนุกสนานกันไป ทราบว่าประชาชนเขากำลังจะตั้งฉายาสื่อกันอยู่ รอฟังแล้วกัน อยากรู้เหมือนกันว่าประชาชนเขาจะตั้งอย่างไรกัน อันนี้คือการรับฟังสองทาง ตนไม่ว่าใครอยู่แล้วบ่นเบาๆพูด “นะจ๊ะ” ก็มีปัญหาผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ขอบคุณนะจ๊ะ พูดนะจ๊ะก็มีปัญหา เออก็ดีเหมือนกัน” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที “อนุชา” ย้อนทุก รบ.กู้เหมือนกันหมดนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงฉายารัฐบาล “very กู้” ว่า สื่อคงไม่ได้ว่าอะไรรัฐบาลมาก เพราะเมื่อกู้มาแล้วอยากให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด อาจเป็นความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ด้วยซ้ำไป ยังไม่ได้คุยกับรัฐมนตรีคนอื่น อาจพูดคุยกันในวันประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพียงแค่รัฐบาลทำงานให้ประจักษ์และเป็นมรรคเป็นผลให้ประชาชน ทุกรัฐบาลก็มีการใช้เงินกู้เหมือนกันในช่วงวิกฤติ ต้องกู้เป็นธรรมดา ไม่ได้บั่นทอนกำลังใจรัฐบาล สื่อมวลชนอยากให้กำลังใจรัฐบาลด้วยซ้ำไป“ศักดิ์สยาม” ขอบใจยังไม่ลืมกันนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการที่สื่อมวลชน ประจำทำเนียบรัฐบาล ตั้งฉายา “ศักดิ์สบายสายเขียว”ว่า เบื้องต้นต้องขอบใจที่สื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญมีฉายาให้ และไม่ลืมกัน และยืนยันว่าเมื่อมีภารกิจในการทำงานที่กระทรวงคมนาคมก็มุ่งมั่นยึดถือการทำงานเป็นหลัก“ชวน” ติงสื่อฉายาวุฒิสภาแรงไปที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงฉายาประธานสภาฯและฉายาสภาผู้แทนราษฎรว่า ไม่ขอวิจารณ์อะไร แต่ครูสมัยนี้ไม่ให้ถือไม้เรียว เดี๋ยวจะถูกผู้ปกครองเล่นงาน ยืนยันช่วงหลังสมาชิกรัฐสภาร่วมมือเป็นอย่างดีลดเวลาพูดลงและพูดทั่วถึงกัน ส่วนฉายาวุฒิสภาแรงไป ไม่เหมาะที่ใช้คำว่า “ปรสิต”กับสถาบันแบบนี้ จะเหมาทั้งหมดไม่ได้ เพราะ ส.ว.เป็นคนทำงานมาตามระบบ ต้องเห็นใจอกเขาอกเรา รวมทั้งฉายาประธานวุฒิสภาแรงเกินไปเช่นกัน ไม่ได้ปกป้องแต่ต้องให้ความเป็นธรรมนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เพราะทำงานตามขอบเขต การจะวิพากษ์วิจารณ์หรือตั้งสรรพนามเป็นลบมากๆ คนมีมารยาทอาจไม่โต้เถียงหรือยอมรับ แต่อกเขาอกเราต้องเห็นใจ วิจารณ์การทำงานได้ อย่าไปตั้งสรรพนามเป็นลบมากเกินไป“พรเพชร” ไม่ติดใจ “หัวตอฯ–สภาปรสิต”นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา กล่าวถึงฉายาของประธานวุฒิสภาและฉายาวุฒิสภาที่สื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งให้ปี 2563 ว่า ไม่ติดใจและไม่ใช่เรื่องต้องมาแก้ตัว ถือเป็นกระจกสะท้อนการทำงาน ไม่ควรไปวิพากษ์วิจารณ์อะไร ฉายาวุฒิสภาต้องรอติดตามว่าสมาชิกจะมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง เมื่อถามว่า การตั้งฉายาให้ประธานวุฒิสภาและวุฒิสภา จะทำให้การทำงานของวุฒิสภาในอนาคเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร นายพรเพชรตอบว่า ตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกัน แต่ยอมรับว่าเมื่อเห็นฉายาแล้วตั้งใจจะแถลงข่าว ถึงผลงานการทำงานที่ผ่านมา แต่ตอนนี้ยกเลิกไปก่อน รอฟังข้อเสนอแนะจากสมาชิกนายกฯเห็นดีด้วย “ตู่” จ่อยุบ นปช.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เตรียมยุติบทบาท นปช.ว่า ตนไปเกี่ยวอะไรกับเขา ถ้าทำได้จริงก็ดีอยู่ไม่ใช่หรือ หรือว่าสื่อไม่ชอบ เขาทำความดีให้เขาทำไป ถ้าทำไม่ดีค่อยมาบอกตน หากเขาทำความดีแล้วสำเร็จก็ดีไป เพราะคนที่ได้ไม่ใช่ตน แต่เป็นประเทศชาติเป็นผู้ได้ ความสงบสุขของบ้านเมือง ปัญหาประเทศไทย ไม่ใช่โควิดอย่างเดียว มันมีเยอะแยะ เราต้องช่วยแก้ปัญหาวันนี้ ด้วยความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน และให้เวลาดำเนินการ ไม่อยากให้ทำให้เกิดความแตกแยกกันต่อไป พอได้แล้วไม่ว่าเวทีใดก็ตาม อย่าเอารัฐบาลไปเป็นคู่ขัดแย้งกับใคร เพราะมีเรื่องต้องคิดต้องทำอีกเยอะแยะทุกวัน ไม่ได้ทำเพื่อใคร ทำเพื่อพวกเราทั้งนั้น รวมถึงเพื่อตัวตนเองด้วย เป็นประชาชนคนหนึ่ง ไม่ใช่เป็นนายกฯแล้วไม่เป็นประชาชนคนไทย ทุกคนเป็นเหมือนกันหมด มีหน้าที่ก็ทำกันให้ดีแล้วกัน“จตุพร” โอดถูกหลอกลุยฟ้องผู้กล่าวหานายจตุพร พรหมพันธุ์ เฟซบุ๊กไลฟ์ peace talk ถึงเหตุผลที่จะยุบ นปช.ว่า ถ้าองค์กรยังอยู่ยิ่งจะเป็นปัญหาการเมือง ไม่เป็นประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวอันใด จึงไม่ควรแบกความหวังลมๆแล้งๆไว้อีกต่อไป ความจริงแล้วควรยุติลงหลังเหตุการณ์ ปี 53 แต่เพราะความตื่นตัวของคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยอยู่ในช่วงต่ำสุด ต้องอยู่เพื่อทวงความยุติธรรมให้คนตาย หลังเลือกตั้งปี 54 ได้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต้องปกป้องประชาธิปไตยอีก กระทั่งนำไปสู่รักแท้ในคืนหลอกลวง กรณี พ.ร.บ.สุดซอย การวางแผนให้ตนถูกตัดสิทธิ์ในวันที่ 18 พ.ค.55 และวันที่ 19 พ.ค.นัดชุมนุมครบรอบ 2 ปีเพื่อต้องการให้กระทำการบางอย่าง หลอกลวงชนิดรุนแรงที่สุด จึงสมควรต้องยุติบทบาท นปช. สถานการณ์วันนี้เป็นภารกิจของคนหนุ่มสาวที่ต้องนำพาประเทศ การยุบ นปช.ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปอยู่กับเผด็จการ ได้นัดทีมทนายความเพื่อดำเนินคดีทั้งแพ่งและอาญากับคนเก่งทั้งหลายที่กล่าวหาว่าไปอยู่กับเผด็จการ คนอย่างตนฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ไม่หวั่นไหวในการฟ้องถึงจะเป็นร้อยคนหรือพันคนก็ตาม“ก่อแก้ว” ค้านแนะเพื่อนไม่ไหวให้พักนายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.จะยุบ นปช.ว่า นปช.ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวของแกนนำคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นสมบัติของประชาชนผู้รักประชาธิปไตยทั่วประเทศ ตั้งมาเป็นองค์กรต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ยังไม่บรรลุเป้าหมาย การต่อสู้ของ นปช.เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล แล้วจะมาชวนยุบทิ้ง งงว่าทำไมถึงต้องเลือกหนทางนี้ ขอแนะนำว่าควรนัดประชุมแกนนำ นปช.หารือแนวทางการเมืองที่ควรจะขับเคลื่อนร่วมกันในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ถ้ารู้สึกเหนื่อย แบกต่อไม่ไหวก็หยุด ไม่ต้องฝืน ปล่อยให้แกนนำคนอื่นทำหน้าที่ต่อไปหรือเชิญชวนคนรุ่นใหม่ๆที่มีไฟมาสานงานขับเคลื่อน นปช.ให้บรรลุเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ต่อไป ยังเชื่อมั่นว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ ยืนหยัดอยู่ฝ่ายประชาธิปไตย ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน อย่างที่หลายคนกังขาหรือกล่าวหาโจมตี “อานนท์” ลั่นพาผู้ลี้ภัยการเมืองกลับบ้านวันเดียวกัน นายอานนท์ นำภา ทนายความและแกนนำคณะราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “อานนท์ นำภา” ว่า “ปีหน้าจะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลง ตั้งเป้าไว้ เราจะพาเพื่อนผู้ลี้ภัยทางการเมืองกลับบ้าน มาฉลองปีใหม่ 2565 ด้วยกันที่ราชดำเนิน”แฟนคลับฝากนำ “ทักษิณ–ปู” คัมแบ็กผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายอานนท์โพสต์ข้อความดังกล่าว ได้มีแฟนเพจเข้ามาแสดงความเห็นสนับสนุนจำนวนมาก บางรายระบุว่า “ฝากพานายกฯปูกับนายกฯทักษิณกลับมาด้วยนะคะ คุณคือความหวัง” “ศรีฯ” ยื่นสอบ “ธนาธร” แจ้งเท็จเรือยอชต์ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบอดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปกปิดบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่ จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้เรือยอชต์ “Silvretta” เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ที่ท่าเรือปอแกรนด์ มารีน่า จ.ภูเก็ต มีชื่อนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เป็น 1 ใน 4 เจ้าของร่วม นายศรีสุวรรณกล่าวว่า แม้ในบัญชีทรัพย์สินที่นายธนาธรยื่นต่อ ป.ป.ช.เมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง ส.ส. ระบุว่ามีเรือยอชต์ แต่มีข้อผิดสังเกตที่ช่องทะเบียนและจังหวัด ไม่ระบุอะไรไว้ แค่ระบุวันที่ซื้อมาและแจ้งราคา 10 ล้านบาท ไม่ปรากฏรายละเอียดอื่น เมื่อพิจารณาเอกสารการจดทะเบียนเรือพบว่านายธนาธร มีสัดส่วนการเป็นเจ้าของ 20% คือ 2 ล้านบาท แต่ทำไมแจ้งมูลค่าเรือจำนวนเต็ม เข้าข่ายปกปิดหรือไม่ และยังมีรายงานว่าเรือนี้จดทะเบียนที่หมู่เกาะคุก เขตปกครองตนเองของประเทศนิวซีแลนด์ ดินแดนเขตปลอดภาษี และเป็นเกาะโด่งดังเรื่องการฟอกเงิน เป็นที่สงสัยว่าเพื่อหลบเลี่ยงภาษีหรือไม่ มีเหตุผลใด