พรุ่งนี้เป็นวันลงคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ.ทั่วประเทศ ผมอยากให้มีคนออกไปใช้สิทธิกันเยอะๆ ว่ากันโดยหลักการถือเป็นการมีส่วนร่วมทางการเมือง ยิ่งไปใช้สิทธิมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสะท้อนคำตอบได้ชัดเจนมากเท่านั้น แถมกฎหมายกำหนดให้การไปลงคะแนนเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของปวงชนชาวไทย ใครไม่ไปจะถูกตัดสิทธิทางการเมืองบางอย่าง ที่สำคัญการเลือกตั้งนายก อบจ.ทำให้ได้ผู้บริหารมาจัดการบริการสาธารณะให้แก่คนในท้องถิ่นได้ตรงตามความต้องการที่สุดคุณฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. ระบุว่า “การเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 46 ล้านคน เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เลือกตั้งครั้งแรก 1.2 ล้านคน” ผมเชื่อว่าถ้าคนรุ่นใหม่ออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ จะส่งผลให้สภาพการเมืองท้องถิ่นในหลายพื้นที่เปลี่ยนแปลง และอาจส่งผลถึงบรรยากาศการเมืองระดับประเทศด้วยคืนสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง ภาษาการเมืองเรียกว่า คืนหมาหอน ในอดีตผู้สมัครเลือกตั้งจะขนเงินไปแจกชาวบ้าน ใครมีอิทธิพลและอำนาจรัฐก็ได้เปรียบ ซื้อเสียงสบาย แต่สมัยนี้สภาพบ้านเมืองเจริญขึ้น มัวรอแจกแค่คืนหมาหอนไม่ได้แล้ว เลยต้องแจกเงินล่วงหน้า พื้นที่สำคัญที่คู่แข่งเกทับกัน หรือต้องการย้ำเป้าไม่ให้พลาด บางบ้านก็ได้รับแจก 2-3 รอบเรื่องซื้อเสียงมีทั่วประเทศ มีทุกพื้นที่ ชาวบ้านรู้หมด อวดกันด้วยซ้ำว่าใครได้รับแจกมากกว่ากัน มีแต่ กกต.เท่านั้นที่ไม่รู้ หรือไม่ก็เฉไฉว่าไม่มีหลักฐาน นักการเมืองเลยไม่ค่อยกลัวองค์กรอิสระ เพราะรู้วิธีจัดการให้ตัวเองรอดคดี แม้กระทั่งเรื่องทุจริตที่ผู้บริหารท้องถิ่นบางคนถูกร้องเรียนตั้งแต่ตอนเกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 54 จนป่านนี้ ป.ป.ช.ยังทำคดีไม่เสร็จ ดองเรื่องไว้ 9 ปีแล้วยังไม่ชี้มูลอบจ.เป็นการปกครองท้องถิ่นที่ใหญ่ที่สุด แต่ก็มีความใกล้ชิดกับประชาชนอย่างมาก ยุคนี้นักการเมืองหลายคนใช้โซเชียลมีเดียสื่อสารโดยตรงกับชาวบ้าน ถือเป็นเรื่องดีทำให้ติดตามตรวจสอบพฤติกรรมและผลงานได้ตลอด ใครเก่ง ขยันทำงาน เอาใจใส่เสมอต้นเสมอปลาย ตามดูได้หมดทะเบียนบ้านผมอยู่กรุงเทพฯ ไม่ได้มีส่วนร่วมเลือกตั้ง อบจ.ครั้งนี้ แต่ในฐานะที่ไปทำธุระที่ จ.ปทุมธานี อยู่เป็นประจำ ผมรู้สึกเสียดายที่ ปทุมธานีน่าจะพัฒนาเป็นระบบระเบียบได้มากกว่านี้ อยู่ติดกรุงเทพฯเหมือนกันแต่ทำไมสู้นนทบุรีกับอยุธยาไม่ได้ อบจ.ปทุมธานีมีงบประมาณปีละ 1,700 ล้านบาท มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศ แต่กลับได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองน่าอยู่อันดับที่ 62 น่าอายไหมล่ะครับถ้าผมเป็นชาวปทุมธานี ผมจะเลือกผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ รู้วิธีรับมือกับความเจริญที่ทะลักมาจากกรุงเทพฯ รถติดมโหฬาร ควันพิษ ผู้คนแออัดมากขึ้น จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ถนนไม่ใช่สักแต่สร้าง ต้องวางแผนเป็นระบบ จะมีใครคิดสร้าง รถไฟโมโนเรล มาช่วยแก้จราจรหรือไม่ จะมีใครคิดทำ สวนสาธารณะ ไว้สำหรับพักผ่อนออกกำลังกายเป็น ปอดของคนปทุมธานี หรือไม่ แถมข้อดีคนเล่นกีฬาก็ห่างไกลยาเสพติดปทุมธานีมีแม่น้ำเจ้าพระยาผ่ากลาง และมีคลองทั่วเมือง แต่พ่วงมาด้วยปัญหาหมักหมม ผักตบชวา เศษสวะ ขยะมูลฝอย ลอยเกลื่อน ถ้าแก้ปัญหานี้ได้พร้อมกับพัฒนาสองฝั่งแม่น้ำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว รับรองบูมไม่แพ้ที่อื่น แลนด์มาร์กสำคัญตั้งแต่สะพานวัดโบสถ์สามโคกไปถึงสะพานนวลฉวี ตกแต่งให้สวยงาม ดึงคนมาล่องเรือเที่ยว วัดเก่าแก่ศักดิ์สิทธิ์มีหลายวัด มาสัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณีของชุมชนมอญ แถมตลาดน้ำอีกหลายแห่ง แทนที่จะเอางบจังหวัดพาชาวบ้านหัวคะแนนไปเที่ยวที่อื่น สู้เอามาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้คนจังหวัดอื่นมาเที่ยวดีกว่า เงินสะพัดแน่นอนอีกปัญหาหนึ่งที่คนนอกไม่ค่อยรู้ ปทุมธานีเป็น 1 ใน 5 พื้นที่เสี่ยงโรคพิษสุนัขบ้า โดยเฉพาะแถวธัญบุรี ลำลูกกา ลาดสวาย คูคต หมาแมวจรจัดเกลื่อนเมือง จะว่าไปปัญหานี้จัดการไม่ยาก เพียงแต่ผู้มีอำนาจหน้าที่ไม่ใส่ใจดูแล ปทุมธานีมีของดีอยู่ในตัว ถ้าได้ผู้บริหารที่คิดเป็นทำจริง จะเปลี่ยนเป็นเมืองน่าอยู่ทันทีพรุ่งนี้ออกไปเลือกคนดีคนเก่งกันนะครับ ถึงรับเงินใครมาแล้วไม่ต้องกาให้เขาก็ได้ เงินนิดหน่อยเทียบไม่ได้เลยกับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนซื้อเสียงชนะยังไงก็ต้องถอนทุนคืน ทำโครงการอะไรล้วนมีเงินทอน สุดท้ายชาวบ้านรับกรรม ได้บริการสาธารณะห่วยๆครับ.ลมกรด