หนังสือชื่อ “ปรักปรำศาสตร์” ภาพปกเป็นรูปคนหัวแพะถูกมัดมือแขวน เนื้อหาในหลายเรื่องเป็นเรื่องแพะรับบาป ในประวัติศาสตร์ (ชาร์ลี แคมป์เบลล์ เขียน อลิสา สันตสมบัติ แปล มติชนพิมพ์ พ.ศ.2558)เรื่องที่สองในชุด “เกริ่นนำ” กรณีของเกาะอีสเตอร์ห่างจาก ชายฝั่งประเทศชิลีไปกว่าสองพันไมล์เกาะอีสเตอร์ถูกทิ้งไว้เป็นร้อยๆปี โดยปราศจากการรบกวนจากโลกภายนอก พื้นที่บนเกาะแบ่งเป็น 12 เขต แผ่ขยายออกมาจากศูนย์กลาง เผ่าต่างๆครอบครองดินแดนแต่ละส่วนคนหลายเผ่าตั้งศีรษะหินขนาดยักษ์ (เรียกกันว่าโมอาย) บนฐาน (อาฮู) หันหน้าเข้าหาเกาะ เพื่อแสดงความเคารพทวยเทพ และบรรพบุรุษ เวลาผ่านไปรูปปั้นก็มีขนาดใหญ่ขึ้น แสดงการแข่งขัน เผ่าหนึ่งจะเอาชนะอีกเผ่ารูปหินสลักมีน้ำหนัก 10 ตันโดยเฉลี่ย ที่เหมืองแห่งหนึ่ง มีศีรษะที่ยังสลักไม่เสร็จ น้ำหนัก 270 กิโลกรัม ที่แอ่งแห่งหนึ่ง มีหินแกะสลักถูกทิ้งไว้ 397 ชิ้น หลายชิ้นใหญ่โตเกินเคลื่อนย้ายทำไมก้อนหินใหญ่เหล่านี้ จึงถูกทิ้งไว้ระเกะระกะ ระเนนระนาดคำตอบ...การต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในสภาพแวดล้อมอันโหดร้าย มีคำอธิบาย เกาะนี้เคยมีต้นไม้หนาแน่นและทุกวันนี้ไม่มีต้นไม้เลยแม้แต่ต้นเดียวนับแต่ชาวเกาะมาเยือนที่นี่ ราวปีคริสต์ศักราช 900 พวกเขา ก็ค่อยๆผลาญต้นไม้ ต้นปาล์มอีสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งมันเคยปกคลุมทั่วทั้งเกาะ ถูกใช้มุงหลังคา สร้างบ้าน ต่อแพ ขุดเรือแคนูใช้เป็นฟืนสำหรับหุงต้ม และทำเชิงตะกอนเผาศพ และสุดท้ายใช้ขนย้ายและตั้งรูปปั้นยักษ์ปีแล้วปีเล่าชาวเกาะตัดต้นไม้หลายพันต้น เคลื่อนย้ายก้อนหินเป็นล้านๆก้อนสร้างแนวกันลม ทำสวนในที่ต่ำ ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามอย่างสิ้นหวัง เพื่อช่วยให้พืชบางชนิดเติบโตแต่การตัดไม้ทำลายป่านำไปสู่การกัดเซาะดิน นำไปสู่ปัญหาของพืชผล สัตว์บางสายพันธุ์หายไป เมื่อแหล่งที่อยู่อาศัยน้อยลง นกที่มีแหล่งอาศัยทางบกถูกล่า สัตว์น้ำเปลือกแข็งถูกจับมากเกินไปในขณะที่การตัดไม้ก็ยังดำเนินต่อ ระหว่างปี 1400 ถึง 1600 ต้นไม้ต้นสุดท้ายก็ถูกโค่นนับแต่วันนั้น ชาวเกาะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้ไม้ทุกซีกเมื่อไม่มีเชื้อเพลิงพอ ก็เลิกเผาศพหันมาทำมัมมี่ ไม่มีไม้ใช้ทำเรือแคนู ก็ออกหาปลาไม่ได้ และที่สำคัญ ไม่มีเรืออพยพหนีจากเกาะความอดอยาก จำนวนประชากรลดลงๆจนเหลือ 10% ชาวเกาะเลิกสร้างและตั้งหินยักษ์หันมาต่อสู้กันและเชื่อว่า ถึงขั้นกินเนื้อกันเองนี่คือตัวอย่างหายนะของการพังทลายทั้งระบบนิเวศ ในภาวะโดดเดี่ยวสมบูรณ์ โดยไม่มีคนนอกให้กล่าวโทษ ไม่มีชาวยิว ไม่มีคอมมิวนิสต์ ไม่มีคาทอลิกเป็นแพะรับบาปบทสรุป ผู้นำชาวเกาะไม่สามารถถ่ายเทความโกรธไปจากตนเองได้ การกล่าวโทษจึงถูกผลักผ่านผู้นำและนักบวชไปยังเหล่าทวยเทพก้อนหินยักษ์จึงถูกผลักไสให้ล้มกลิ้งระเกะระกะ ก็เมื่อลงแรงลงทุนบูชาแล้วช่วยอะไรไม่ได้ เทพที่เคยบูชาก็ต้องรับชะตากรรมไปสถานเดียว.กิเลน ประลองเชิง