ไลฟ์สไตล์
100 year

“วิษณุ” พลิ้วแค่ให้หยุดชั่วคราว ไม่ได้ปิดเหมืองทอง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
30 ส.ค. 2563 04:05 น.
SHARE

“วิษณุ” พลิ้ว “ประยุทธ์” ใช้ ม.44 สั่งหยุดชั่วคราว ไม่ใช่ปิดเหมืองทองอัครา “เจ๊หน่อย” ลั่นบาทเดียวก็ไม่ควรเสียให้ความผิดพลาดของเผด็จการ ย้อนเกล็ด “บิ๊กตู่” ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีสิทธิใช้ภาษี ต้องควักเงินจ่ายเอง พท.จ่อหั่นทิ้งงบฯหมกเม็ดสู้คดี กระทุ้งพูดโชว์หล่อไว้จะรับผิดชอบอย่างไร “โจ้” เชื่อ 31 ส.ค.จบไม่ลงซื้อเรือดำน้ำ มั่นใจวาระ 2-3 เสียงค้านพลิกโหวตชนะ 6 พรรคร่วมฝ่ายค้านเคลียร์ใจจับมือลุยต่อ ก้าวไกลเดินหน้ายื่นแก้ รธน.รายมาตรา “คำนูณ” เทียบร่างรื้อ รธน. 2 ขั้ว ร่างรัฐบาลยื้อยาวเร็วสุด 16 เดือนหรืออาจถึง 20 เดือน และต้องทำประชามติ ส่วนร่าง พท.ปลดเงื่อนไขทิ้งหลังถก ส.ส.ร.นัดแรกยกร่างให้แล้วเสร็จใน 120 วัน ตร.สน.สำราญราษฎร์จ่อแจ้งข้อหา “แอมมี่” สาดสีทำให้เสียทรัพย์ จับตา “บิ๊กแดง” ติดแฮชแท็ก “จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา” ตอบโต้ม็อบเยาวชน

จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่า รัฐบาลหมกเม็ดตั้งงบประมาณเอาไว้สู้คดีบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของบริษัท เหมืองทองอัครา รีซอร์สเซส จำกัด ที่ฟ้องรัฐบาลไทย หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทอง โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ชี้แจงว่าไม่ได้ใช้มาตรา 44 สั่งปิด แต่เป็นการให้หยุดดำเนินการเหมืองชั่วคราวจนกว่าจะมี พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่

ข่าวแนะนำ

“วิษณุ” พลิ้ว ม.44 ให้เหมืองหยุดไม่ได้ปิด

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองออกมาเรียกร้องว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ควรเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายการต่อสู้คดีกับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบริษัท เหมืองทอง อัครา รีซอร์สเซส จำกัด กรณีใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองทองจนเกิดความเสียหายว่า เราไม่ได้ใช้มาตรา 44 สั่งปิดเหมือง แต่เป็นการให้หยุดดำเนินการเหมืองไปก่อนเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมี พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ แล้วให้เข้ามาขออนุญาตดำเนินการอีกครั้ง เนื่องจากมีหลายปัญหาเกิดขึ้น เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อมที่ประชาชนได้รับผลกระทบร้องเรียนกันมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ รวมถึงการบุกรุกพื้นที่บางส่วน จึงให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบทั้งกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอุตสาหกรรม

โต้กำลังสู้คดีเหมืองยังไม่มีใครแพ้ชนะ

นายวิษณุกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต อยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อมาได้รับรายงานว่า ป.ป.ช.ของประเทศออสเตรเลียก็ตรวจสอบพบการทุจริตในประเทศเขาด้วย อยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่ระหว่างการให้หยุดดำเนินการบริษัทดังกล่าวมีการเลิกจ้างคนและปิดเหมืองของเขาเอง เมื่อ พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ออกมาเขาก็ไม่ได้เข้ามาขออนุญาตดำเนินการ แต่กลับนำประเด็นนี้ไปฟ้องร้องต่อศาลต่างประเทศ เหมือนคดีวอลเตอร์บาว ที่ฟ้องร้องในศาลต่างประเทศต้องไปจ้างทนายสู้คดีกันไป ที่มีการลือกันว่ารัฐบาลแพ้แล้วต้องจ่ายค่าเสียหายแล้วนั้น ตอนนี้ยังไม่มีใครแพ้ใครชนะทั้งสิ้น เมื่อถามว่าค่าจ้างทนายถ้าประเทศ ไทยชนะ เราสามารถเรียกร้องให้บริษัทคิงส์เกต รับผิดชอบได้หรือไม่ ก็แล้วแต่อนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศจะให้หรือไม่

“เจ๊หน่อย” ลั่นต้องไม่เสียภาษีให้เผด็จการ

วันเดียวกัน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก กรณีมีการจัดเตรียมงบประมาณสู้คดีข้อพิพาทเหมืองทองอัคราว่า “บาทเดียวของภาษีประชาชน ก็ไม่ควรต้องเสียให้กับความผิดพลาดที่เผด็จการก่อไว้เพื่อไทยเสนอแปรญัตติตัดงบค่าใช้จ่ายเรื่องข้อพิพาทเหมืองทองอัครา ภาษีประชาชนต้องไม่เสียไปกับ ความลุอำนาจของเผด็จการ 1 ม.ค.60 ปิดเหมืองทองอัคราด้วยอำนาจเผด็จการ โดยคำสั่งหัวหน้าคสช. ฉบับที่ 72/2559 วันที่ 18 ก.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าหัวหน้า คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ

พท.หั่นทิ้งซัด “ตู่” ไม่ใช่ จนท.รัฐควักเงินเอง

“เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถนำเงินของรัฐที่เก็บจากภาษีอากรของประชาชนมาจ่ายได้ ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศชัดเจน จะรับผิดชอบคดีปิดเมืองทองอัคราด้วยตัวเอง อย่าพูดเอาหล่ออย่างเดียว หลอกลวงประชาชนไปวันๆ ค่าสู้คดี รัฐจ่ายไปให้แล้ว 389 ล้าน ค่าเสียหายที่จะต้องจ่ายตามมา หากแพ้คดีอีกเกือบ 40,000 ล้าน ประกาศจะรับผิดชอบเอง ช่วยควักเงินจ่ายเองด้วย โดยกรรมาธิการงบประมาณของพรรคเพื่อไทย จะเสนอตัดงบประมาณส่วนนี้ออกทั้งหมด บาทเดียวของคนไทยก็ไม่ขอจ่ายเป็นค่าโง่ให้เผด็จการ” คุณหญิงสุดารัตน์ระบุ

“วรวัจน์”รอวัดใจ กมธ.เสียงข้างมาก

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล คณะกรรมาธิการ (กมธ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายส่วนนี้เป็นการจ้างเอกชนมาว่าคดี ต้องดูว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากส่วนราชการหรือไม่ แต่ประเด็นเกิดจากการที่พล.อ.ประยุทธ์รับปากจะรับผิดชอบ ต้องถามว่าเป็นคำพูดที่รับผิดชอบต่อสังคมหรือไม่ ปกติแล้วคำประกาศเช่นนี้เป็นเหมือนสัญญาประชาคม ถ้าคนพูดถือเป็นสัญญาประชาคมต้องรับผิดชอบ นักการเมืองเขาถือกัน แต่ไม่ทราบ พล.อ.ประยุทธ์จะถือหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ กมธ.อย่างเดียว หาก พล.อ.ประยุทธ์จะรับผิดชอบบอกไม่ให้ตั้งงบฯส่วนนี้ได้ ที่สุดแล้วงบฯส่วนนี้จะเป็นอย่างไรเมื่อกระแสแบบนี้ต้องดู กมธ.เสียงข้างมากจะคิดอย่างไร

“บิ๊กตู่” พูดไว้จะรับผิดชอบอย่างไร

นายอุดมเดช รัตนเสถียร กมธ.งบฯปี 2564 กล่าวว่า เมื่อเกิดเรื่องจนฟ้องร้องคดี หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบตั้งงบฯไปต่อสู้ แต่การไปยกเลิกสัมปทานนั้นเกิดจากการใช้อำนาจมาตรา44 ของ พล.อ.ประยุทธ์ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช.ขณะนั้นและเป็นคนพูดเองว่าจะรับผิดชอบเอง กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับเรื่องร้องเรียนและพิจารณาหาทางแก้ไขมาตลอด รัฐบาลปกติหากมีเหตุผลสมควรให้ปิดเขาคงสั่งปิดมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงต้องตั้งคำถามว่าการใช้ดุลพินิจตามมาตรา 44 ถูกต้องรอบคอบหรือยัง คนที่บอกว่าจะรับผิดชอบนั้นจะรับผิดชอบอย่างไร จะรับผิดชอบเฉพาะค่าเสียหายหลังคดีเสร็จสิ้น หรือจะรับผิดชอบตั้งแต่ค่าใช้จ่ายต่อสู้คดีจากการใช้มาตรา 44 ที่นายวิษณุระบุว่ามาตรา 44 ไม่ใช่สั่งปิดเหมืองแค่ให้หยุดชั่วคราว ต้องย้อนไปดูว่าการปิดถาวรเกิดขึ้นจากอะไร เมื่อมีความเสียหายแล้วต้องไปถามคนที่ยืนสง่าผ่าเผย บอกว่าจะรับผิดชอบเองต่อหน้าสาธารณชนว่าเขาจะรับผิดชอบอย่างไร

“ยุทธพงศ์” เชื่อ 31 ส.ค.ซื้อเรือดำน้ำไม่จบ

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานอนุกรรมาธิการ ครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในกมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2564 กล่าวถึงการนัดประชุมเพื่อพิจารณางบฯจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ วงเงิน 2.25 หมื่นล้านบาท วันที่ 31 ส.ค.ว่า เรื่องนี้ควรจบไปแล้ว ตามระเบียบวาระเดิมเวลาการพิจารณาของ กมธ.งบฯชุดใหญ่หมดแล้วตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค.ในขั้นตอนให้อนุ กมธ.ทั้ง 8 คณะ รายงานยอดปรับลดงบฯปี 2564 แต่มีความพยายามยื้อจนปิดประชุม จะเชิญกองทัพเรือเข้าชี้แจงวันที่ 28 ส.ค. แล้วเลื่อนเป็นวันที่ 31 ส.ค.ขณะนี้ประธานสภาฯนัดประชุมร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2564 วาระ 2-3 วันที่ 16-18 ก.ย.ตามปฏิทินเดิมวันที่ 28 ส.ค.ฝ่ายเลขานุการต้องร่างรายงานของ กมธ.เพื่อเตรียมจัดพิมพ์แล้ว จากนั้นวันที่ 2 ก.ย. ต้องพิจารณาข้อสังเกต กมธ.แล้ว และวันที่ 3 ก.ย.ต้องตรวจรายงาน กมธ. ก่อนที่วันที่ 4 ก.ย.จะแก้ไขรายงานครั้งสุดท้าย แต่ถึงวันนี้ กมธ.ยังไม่รู้ยอดเลยว่าจะปรับลดงบฯลงเท่าไร รายงานยังไม่ได้จัดพิมพ์ การพิมพ์รายงาน กมธ.ต้องใช้เวลา และถึงมือ ส.ส.อย่างน้อย 7 วันเพื่ออ่านและศึกษาก่อนเข้าสภาฯวาระ 2-3 แบบนี้จะทันหรือไม่ มั่นใจว่าการประชุมวันที่ 31 ส.ค. กมธ.งบฯยังไม่สามารถปิด บัญชีได้ทั้งหมด รัฐบาลจะใช้เทคนิคตามรัฐธรรมนูญ ไม่ให้สภาฯพิจารณาให้เสร็จภายใน 105 วัน คือภายในวันที่ 28 ก.ย.เพื่อประกาศใช้ร่างที่รัฐบาลเสนอเข้าสภาฯวาระแรก

มั่นใจเสียงค้านพลิกชนะโหวตวาระ 2-3

นายยุทธพงศ์กล่าวอีกว่า รัฐบาลจะใช้เทคนิคตามรัฐธรรมนูญ ไม่ให้สภาฯพิจารณาให้เสร็จภายใน 105 วัน คือภายในวันที่ 28 ก.ย.เพื่อประกาศใช้ร่างที่รัฐบาลเสนอเข้าสภาฯวาระแรก ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่าได้เตรียมแผนสำรองเรื่องเรือดำน้ำไว้แล้ว เหตุที่การพิจารณางบฯช้าเพราะเรือดำน้ำ 2 ลำนี้พรรคร่วมรัฐบาลพยายามจะล็อบบี้ให้ได้ แต่ที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์มีมติเอกฉันท์ไม่เอาเรือดำน้ำ มีผลต่อการโหวต แม้ในที่ประชุม กมธ.ฯคณะใหญ่ หากลบเสียงพรรคประชาธิปัตย์ออกไป 7 จาก 48 จะเหลือ 41 เสียง ฝ่ายค้านที่มีอยู่ 24 เสียง แม้จะได้เสียงจากพรรคประชาธิปัตย์มาเพิ่มอีก 7 เสียงรวมเป็น 31 เสียงยังสู้ไม่ได้ แต่ในสภาฯใหญ่ถ้าดันเรื่องนี้ต่อไป รัฐบาลแพ้ เมื่อลบเสียง ส.ส.ประชาธิปัตย์ 52 คนจากเสียง ส.ส.รัฐบาล 276 เสียง จะเหลือเพียงแค่ 224 เสียง ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านจะต่อสู้ ไม่เอาเรือดำน้ำเพื่อเอาเงินไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาวิกฤติโควิด

รบ.ยื่น “ชวน” ส่งร่างแก้ รธน. 1 ก.ย.

อีกเรื่อง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า พรรคร่วมรัฐบาลจะยื่นญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 1 ก.ย. คาดว่าจะนำไปรวมร่างพิจารณาไปพร้อมกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ยื่นมาก่อนหน้านี้ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 1 ในวันที่ 23-24 ก.ย.นี้ โดยมีการแบ่งเวลาให้ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ฝ่ายละ 8 ชั่วโมงในการอภิปราย ให้แต่ละฝ่ายไปบริหารจัดการแบ่งเวลากันเอง ทั้งนี้สาระสำคัญร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลคือการเสนอแก้มาตรา 256 นำไปสู่การตั้ง ส.ส.ร.200 คน มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่แตะต้องหมวด 1 และ 2 ส่วนที่มาของ ส.ส.ร.จะมี 200 คน มาจากการเลือกตั้งจากประชาชน 150 คน ส่วนอีก 50 คน มาจาก สมาชิกรัฐสภาคัดเลือก 20 คน ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยคัดเลือกนักวิชาการสายต่างๆ 20คน และนักเรียน นิสิต นักศึกษาเลือกตัวแทนมาอีก10คน กำหนดยกร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จใน 240วัน

“เทพไท” ดัน 3 ต้นแบบ รธน.ร่นเวลา

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงระยะเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ว่า จากไทม์ไลน์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงได้รัฐธรรมนูญใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลใช้เวลา 15 เดือน ของพรรคร่วมฝ่ายค้านใช้เวลา 1 ปี เห็นว่าต้องทำโดยรวดเร็ว ตอบสนองต่อกระแสการเรียกร้องการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาด้วย ยิ่งแก้ไขได้เร็วมากเท่าไหร่จะเป็นผลดีต่อสถานการณ์การเมืองมากเท่านั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ แม้ว่าจะมีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) แต่ไม่ควรจะใช้เวลามากเกินไป ไม่จำเป็นต้องนับหนึ่งใหม่ ส.ส.ร.เลือกหยิบเอารัฐธรรมนูญในอดีตฉบับที่ดีที่สุดมาเป็นต้นแบบและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงปัจจุบันให้มากที่สุด มี 3 ฉบับที่น่าสนใจคือรัฐธรรมนูญ ปี 2517 ปี 2540 และปี 2550 ถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย

ยกฉบับปี 17 ดักคอควรร่างไม่เกิน 1 ปี

“รัฐธรรมนูญ ปี 2540 ประชาชนมีส่วนร่วม ร่างโดย ส.ส.ร.ยึดโยงกับประชาชน จุดเด่นถ่วงดุลการตรวจสอบ มีองค์กรอิสระ แต่มีจุดอ่อนหลายประเด็น ฉบับปี 2550 แก้ข้อบกพร่องของฉบับปี 2540 ได้เกือบทั้งหมด มีการทำประชามติ แต่มีที่มาจาก คมช. ส่วนตัวหนุนให้ ส.ส.ร.หยิบรัฐธรรมนูญ ปี 2517 มาเป็นต้นแบบ เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รูปแบบเหมือนรัฐธรรมนูญอังกฤษ มีเฉพาะ ส.ส.ระบบเขตไม่มีระบบบัญชีรายชื่อ ฝ่ายบริหารหรือรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.เท่านั้น ถ้าจะนำรูปแบบระบอบประชาธิปไตยระบบรัฐสภา ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาเป็นแบบอย่าง ต้องนำมาใช้ทั้งหมด ไม่ควรเป็นรัฐธรรมนูญแบบลูกผสมแบบปัจจุบัน ไม่ว่าจะหยิบยกฉบับใดมาเป็นต้นแบบ ต้องจัดทำขึ้นอย่างรวดเร็ว ยึดโยงประชาชน เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนแท้จริง และใช้เวลาจัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์ภายในไม่เกินหนึ่งปีเท่านั้น” นายเทพไทกล่าว

ฝ่ายค้านจับเข่าคุยทำงานร่วมกัน

นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน เปิดเผยว่าวันที่ 28 ส.ค.แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคได้หารือร่วมกัน เนื้อหาหลักพูดคุยเรื่องการทำงานในสภาฯเรื่องสำคัญที่เหลืออยู่ในสมัยประชุมนี้ ทั้งการอภิปรายโดยไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 ที่จะมีขึ้นวันที่ 9 ก.ย. พรรคร่วมฝ่ายค้านต้องทำงานร่วมกันจัดสรรเนื้อหาการอภิปรายให้ได้เนื้อหามากที่สุด การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2564 ที่จะมีขึ้นวันที่ 17-18 ก.ย. ทุกฝ่ายเห็นตรงกันน่าจะเป็นโอกาสอภิปรายได้หลายประเด็น เพื่อทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯออกมาดีที่สุด และจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวันที่ 23-24 ก.ย. นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหยิบยกปัญหาความเห็นแตกต่างของแต่ละพรรคขึ้นมาพูดคุย เป็นธรรมดาของพรรคการเมืองที่แต่ละพรรคจะมีความเห็นต่างกัน ต้องเดินหน้าทำสิ่งที่พรรคตัวเองเห็นว่าเป็นประโยชน์ ความเห็นที่แตกต่างกันไม่ได้มีใครบอกว่าใครผิดใครถูก แต่เราหาวิธีทำอย่างไรให้ความเห็นที่แตกต่างกันไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ภาพรวมต่างฝ่ายต่างเข้าใจกัน

ก้าวไกลลุยต่อยื่นแก้ รธน.รายมาตรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการหารือตัวแทนจากพรรคก้าวไกล ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคก้าวไกลที่ต้องการยื่นเป็นรายมาตราว่า ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่เพราะเกรงว่าการให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) อาจเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าหากร่างมาแล้วให้มาเสนอที่ประชุมอีกครั้งให้แต่ละพรรคได้พิจารณา ส่วนจะร่วมลงชื่อหรือไม่เป็นเอกสิทธิ์ เพราะประเด็นนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยมีมติยึดการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อให้มี ส.ส.ร.ไปแล้ว และพรรคเพื่อไทยมีมติชัดเจนที่จะยื่นแก้ไขเฉพาะประเด็นนี้

“คำนูณ” เทียบ 2 ร่าง 2 ขั้วต่างกันไกล

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิก ส.ว. โพสต์เฟซบุ๊กว่าทราบว่าพรรคร่วมรัฐบาลจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาวันที่ 1 ก.ย. เท่าที่รับฟังจากวิปรัฐบาล ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลมีจุดเหมือนกันกับของพรรคร่วมฝ่ายค้านคือการแก้ไขมาตรา 256 ให้ตั้ง ส.ส.ร.มายกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ แต่มีจุดต่างกันคือวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ในมาตรา 256 ที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้ใช้เสียง 3 ใน 5 ของรัฐสภาเป็นเกณฑ์ ไม่ต้องมีเงื่อนไขต้องได้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ทั้งในวาระ 1 และวาระ 3 แตกต่างกับร่างของพรรคเพื่อไทยที่ให้ใช้เสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภาเป็นเกณฑ์เหมือนรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ นอกจากนี้ร่างพรรคร่วมรัฐบาลให้คงเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นสำคัญ ต้องทำประชามติหลังจากผ่านมติเห็นชอบโดยรัฐสภา แตกต่างจากร่างพรรคเพื่อไทยที่ปลดเงื่อนไขการทำประชามติออกไปเลย ส่วนระยะเวลาการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร่างพรรคร่วมรัฐบาลกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันประชุม ส.ส.ร.ครั้งแรก ต่างกับร่างพรรคเพื่อไทยที่กำหนดไว้ 120 วัน

ร่างรัฐบาลรื้อกติกา 2 ปีถึงจะเสร็จ

นายคำนูณระบุว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลฉบับนี้ ต้องใช้งบฯแผ่นดินให้ กกต.และกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญประมาณ 7,000-10,000 ล้านบาท แล้วแต่ว่าจะต้องลงประชามติในขั้นสุดท้ายหรือไม่ แต่ถ้านับการยุบสภาเลือกตั้ง ส.ส.ใหม่เข้าไปด้วยเป็นประมาณ 14,000 ล้านบาท ส่วนโรดแม็ปไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากเป็นไปตามร่างของพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าไม่นับการยุบสภาเลือกตั้ง ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญใหม่ อย่างเร็วที่สุดใช้เวลา 16 เดือนอาจถึง 19-20 เดือน แยกเป็นระยะเวลากระบวนการแก้ไขมาตรา 256 รวมการจัดประชามติด้วย เร็วที่สุดไม่น่าจะต่ำกว่า 5 เดือน ต่อด้วยเวลาจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ร. 3 เดือน สุดท้ายคือเวลาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญใหม่ของ ส.ส.ร. อีก 8 เดือน แต่ถ้าต้องไปประชามติอีกบวกเข้าไปอีก 3 เดือน ถ้านับรวมเวลายุบสภาเลือก ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญใหม่ด้วย บวกเข้าไปอีก 3 เดือน สรุปรวมแล้วใช้เวลาสูงสุดเกือบ 2 ปีเต็ม

“วันชัย” ไม่ขัดข้องตัดอำนาจ ส.ว.

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในฐานะเลขานุการคณะ กมธ.วิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) กล่าวถึงจุดยืน ส.ว.ต่อญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเข้าสู่การประชุมรัฐสภาวันที่ 23-24 ก.ย.ว่า วิปวุฒิสภามีข้อสรุปให้รอดูร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก่อนนำรายละเอียดรวมถึงแนวทางปิดสวิตช์ ส.ว.ของแนวร่วมประชาชนปลดแอกมาหารือกันอีกครั้ง เพราะเป็นประเด็นเชื่อมโยงกัน แต่แนวโน้มเบื้องต้นจะยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะเห็นด้วยกับโมเดล ส.ส.ร. หรือไม่ แต่เห็นตรงกันอะไรเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้สงบเรียบร้อย ลดความขัดแย้งและทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน ส.ว.ไม่ขัดข้อง ส่วนตัวมองว่าปัญหาที่ต้องแก้ไข อาทิ อำนาจ ส.ว.ในการโหวตนายกฯ ถ้าเสียงส่วนใหญ่เห็นว่าต้องตัดก็ตัดเลย ไม่ขัดข้อง การตั้ง ส.ส.ร.ขณะนี้ทั้ง ส.ส.รัฐบาล ฝ่ายค้าน ภาคประชาชนต่างเห็นด้วย มี ส.ส.ร.ก็ดีจะมีตัวแทนประชาชนมาจัดทำรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน ตัดข้อครหาว่ารัฐธรรมนูญยึดโยงกับเผด็จการ ไม่ได้ยึดโยงประชาชน เท่าที่ฟังความเห็นเพื่อน ส.ว.ยังเห็นไปคนละทิศละทาง กลุ่มที่เห็นด้วยกับตนก็มี แต่ส่วนใหญ่ยังสงวนท่าที ไม่มีอะไรตกผลึกชัดเจน เชื่อว่าหลังวิปวุฒิสภาถกแถลงจนมีข้อสรุปแล้วว่า แนวทางใดจะที่ก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ส.ว.จะเห็นไปในแนวทางเดียวกัน

แจ้งข้อหาสาดสีใส่ ตร.ทำให้เสียทรัพย์

ส่วนกรณีนายไชยอมร หรือแอมมี่ แก้ววิบูลย์พันธุ์ ศิลปินนักร้องนำวงเดอะบอททอมบลูส์ พร้อมมวลชนไปให้กำลังใจ “ไผ่ ดาวดิน” พร้อมพวกรวม 15 คน ที่เข้าแสดงตัวกับตำรวจตามหมายเรียกคดีการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนนายไชยอมร จะสาดสีใส่ตำรวจจนเครื่องแบบเปื้อนเสียหายประมาณ 14 นาย ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ต่อมา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. มีรายงานว่าตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ กำลังรวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหรือไม่ จากการพิจารณาเบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐาน “ทำให้เสียทรัพย์” โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ รวมถึงหลักฐานจากภาพและคลิปวิดีโอที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ชัดเจนว่าเจ้าตัวเป็นคนสาดสีจริง และขณะที่ในเหตุชุลมุนนั้น มีผู้ชุมนุมพยายามถีบรั้วฝ่าแผงกั้นตำรวจด้วย เเม้จะไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสาดสีจนเปื้อนชุดเครื่องแบบ 14 นาย ถือเป็นความเสียหาย ทั้งนี้ ตำรวจผู้บังคับบัญชาและประชาชนได้รวบรวมเงินชดเชยมาให้เเล้ว ส่วนกรณี น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ หรืออั๋ว และ น.ส.เนตรนภา อํานาจส่งเสริม ผู้ต้องหาอีก 2 คน ตามหมายจับคดี มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ กรณีการชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค. ตำรวจยังไม่ได้รับประสานการติดต่อขอมอบตัว

“ศรีฯ” ซัดพฤติกรรมทำผิดหลายข้อหา

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า การกระทำของนายไชยอมร หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์ ถูกสังคมวิจารณ์อย่างกว้างขวาง กระทั่งในกลุ่มผู้สนับสนุนม็อบนักศึกษาเองต่างมองว่าไม่เหมาะสม และทำให้การเคลื่อนไหวของนักศึกษาด่างพร้อย ทำลายความชอบธรรมในการเคลื่อนไหว แต่มีนักประชาธิปไตยตกรุ่น นักประชาธิปไตยลูกจ้างบางราย พยายามกล่าวอ้างว่าเป็นงานศิลปะประเทศอื่นเขาก็ทำกัน เพื่อหวังแก้หน้าแก้ภาพลักษณ์ที่ถูกทำลายย่อยยับ เพราะการกระทำของพวกตน โดยเฉพาะภาพที่แพร่ในโซเชียลเต็มไปหมดคือ ภาพที่นักประชาธิปไตยดวลแอลกอฮอล์ทั้งเหล้า เบียร์ก่อนคืนปฏิบัติการ แม้ผู้ชุมนุมพยายามจะเรี่ยไรเงินมาให้เพื่อให้ตำรวจไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ทั้ง 13 นาย แต่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาหลายมาตรา

ละเมิดสิทธิผู้อื่นให้มันจบที่เรือนจำ

นายศรีสุวรรณกล่าวอีกว่า ความผิดดังกล่าว อาทิ มาตรา 138 ฐานขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทำให้ชุดตำรวจเสียหาย ผิดตาม มาตรา 358 ด้วยที่ว่า “ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ฯ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ยังไม่รวมข้อหาร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายฯ หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง อีกไม่นายแอมมี่กับ พวกที่หน้าระรื่นในวันนี้ ควรนอนรอรับหมายเรียกจาก สน.สำราญราษฎร์ ได้เลย แล้วอย่ามาโวยวายให้อายชาวบ้านเขาว่าถูกคุกคามสิทธิเสรีภาพ เพราะไปละเมิดสิทธิผู้อื่น เยี่ยงนี้มีทางเดียว คือให้มันจบที่เรือนจำเท่านั้น

“เสธ.แมว” ชี้สาดสี ปชต.ใหม่ไม่รุนแรง

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มเยาวชนปลดแอกฝ่าแนวแผงกั้นเหล็กของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ แล้วสาดสีใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำให้การชุมนุมในอนาคตรุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ว่า มองว่าจะไม่เกิดความรุนแรงกว่าเดิม เพราะการชุมนุมของคนกลุ่มนี้ยึดแนวสันติวิธีที่ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มีอาวุธหรือวาจายั่วยุ แต่การสาดสีเป็นรูปแบบประชาธิปไตยในประเทศที่เจริญแล้วเขากระทำ ผู้กระทำมองในมุมศิลปะว่าเขาถูกกล่าวร้ายป้ายสีจากเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดี จึงมาสะท้อนกลับแสดงออกด้วยการใช้สีสาดคืน เพราะการอธิบายด้วยวาจาอาจทำได้ยาก เป็นการตอบโต้ทางความคิด เมื่อดำเนินการแล้วรับผิดชอบระดมทุนมาซื้อชุดคืนให้เจ้าหน้าที่

ไม่กังวลเชื่อไม่มีปะทะ “ไทยภักดี”

พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ด้วยหลักคิดของเขาไม่ใช่เรื่องความรุนแรง เป็นการแสดงออกเชิงศิลปะนี่คือเจตนารมณ์สะท้อนสิ่งที่ถูกกระทำ แต่ถ้าเอาไม้ไปไล่ตีแบบนั้นถือเป็นความรุนแรง จึงไม่กังวลว่าการชุมนุมในอนาคตจะเกิดความรุนแรงและเจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจวิธีคิดของเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่าวัตถุประสงค์เพียงแค่อยากตอบโต้การถูกใส่ร้ายป้ายสี ถ้าเข้าใจตรงนี้จะไม่มีความรุนแรงต่อกัน เมื่อถามว่าตอนนี้มีกลุ่มไทยภักดีออกมาเคลื่อนไหวจัดชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งจะนำไปสู่การปะทะกันหรือไม่ พล.ท.ภราดรกล่าวว่า ไม่ นี่คือเสรีภาพสะท้อนมุมมองที่ต่างกัน และกลุ่มไทยภักดีก็ไม่ได้แสดงออกว่าจะใช้ความรุนแรง แต่เจ้าหน้าที่ต้องติดตามการชุมนุมว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ถ้าเป็นไปตามนั้น และจัดชุมนุมในพื้นที่ควบคุมได้ก็วางใจได้ระดับหนึ่ง

จับตา “บิ๊กแดง” ฮึ่มจะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นประธานพิธีเปิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารงานของสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ จากสวัสดิการภายในเป็นสวัสดิการเชิงธุรกิจ และมอบเงินบำรุงขวัญแก่ผู้ปฏิบัติงานที่สวนสนประดิพัทธ์มากกว่า 20 ปี และกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการสนามเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ล่าสุด เพจประชาสัมพันธ์ของ ทบ.ชื่อว่า “SMART soldier strong ARMY” เปิดเผย ว่า ผบ.ทบ.ได้พบปะพูดคุยกับทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนใต้ที่มาพักฟื้น พร้อมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ระบุว่า “ภาพเหล่านี้จะไม่มีวันลบไปจากใจและมือถือของ ผบ.ทบ.โดย ผบ.ทบ.เผยภาพสุดประทับใจ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้นำทหารที่เคยได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ณ จังหวัดชายแดนภาคใต้มาพักผ่อน แต่ละคนถูกยิงแขน ขา บางคนโดนระเบิด บางคนโดนยิงหลัง หน้าอก เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยและเขาเหล่านี้ยังคงรบต่อไป รบจนสุดใจ ขาดดิ้นเพื่อ ปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และประชาชน ไม่มีวันรู้จบ ทุกคนชู 2 นิ้ว สำหรับชีวิตที่สู้เพื่อประชาชนและปกป้องชาติ สถาบัน อันเป็นที่รักยิ่งของคนไทย ทุกคนมีแต่รอยยิ้ม แม้ตัวจะมีบาดแผล เห็นแล้วอยากกลับไปเป็นทหารหนุ่มๆ ร่วมรบกับเขาอีก “พร้อมติดแฮชแท็กว่า #จะไม่ยอมให้จบที่รุ่นเรา #เราไม่ทิ้งกัน โดยมีการตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการตอบโต้แฮชแท็กของผู้ชุมนุมว่า “#ให้มันจบที่รุ่นเรา”

ซูเปอร์โพลอ้าง ตปท.เติมเชื้อปั่นม็อบ

นายนพดล กรรณิกา ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่องหยุดคุกคาม ประชาชน สำรวจจากประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” 5,962 ตัวอย่างและ “เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม” 1,121 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 20-28 ส.ค. พบว่า “เสียงประชาชนในโลกโซเชียล” มีจำนวนผู้ใช้โซเชียลในประเทศไทยเคลื่อนไหวในวันม็อบ 16 ส.ค.รวม 148,034 ผู้ใช้งาน ถ้านำข้อมูลรวมจากต่างชาติเข้ามาวิเคราะห์ด้วยมีถึง 7,928,492 ผู้ใช้งาน ชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์บ้านเมืองสงบสุขได้มากกว่านี้มาก ถ้าไม่มีการสร้างปั่นกระแสจากต่างประเทศมาผสมโรง เพราะระดับกระแสเฉพาะคนในประเทศไทยถูกเติมเชื้อไฟจากต่างประเทศเข้ามาทำให้เกิด ภาพลวงตา ปลุกเร้าอารมณ์ให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนกำลังตกเป็นเครื่องมือ โดยฝ่ายหนึ่งใช้วิธีออนไลน์เชื่อมต่อลงพื้นที่จริง ทำให้เกิดภาพกระแสแรงในโซเชียล แต่ผลการศึกษาพบว่ามีการปลุกปั่นกระแสจากต่างประเทศเข้ามาผสมโรง โดยเฉพาะช่วงนี้จะหนาแน่นจากกลุ่มประเทศในอาเซียน และกลุ่มประเทศตะวันตก เสมือนเกิดสงครามโลก ประเทศไทยกำลังตกเป็นประเทศที่ถูกรุมถล่มให้ “เสาหลักของชาติสั่นคลอน” จึงจำเป็นต้องเตือนประชาชนทั่วประเทศ ถ้าทุกคนในชาติรู้เท่าทัน มีสติเกาะติดความเป็นจริงมากกว่าตามกระแสปั่นอารมณ์ จะทำให้เราจะไม่แพ้สงครามโลกโซเชียลครั้งนี้ จึงเสนอให้หยุดคุกคามประชาชน หยุดคุกคามผู้อื่นทุกรูปแบบ ใครผิดว่าไปตามผิด เพราะพบชัดเจนว่าอารมณ์ประชาชนมีส่วนถูกปลุกปั่นจากกลุ่มเคลื่อนไหวในต่างประเทศ ที่ไม่ต้องการให้ประเทศแข็งแกร่งไปมากกว่านี้

แกนนำ นศ.ชู 3 นิ้วย้ำโละ รธน.ปี 60

เมื่อเวลา 17.00 น. ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) นำโดยนายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดงานเสวนาวิชาการ “ผ่าทางตันรัฐธรรมนูญไทย : ไม่แก้ไข เขียนใหม่เท่านั้น” เชิญแกนนำนักศึกษาคนสำคัญสถาบันต่างๆเข้าร่วม อาทิ นายทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี นิสิตรัฐศาสตร์ จุฬาฯ แกนนำกลุ่มประชาชนปลดแอก น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล นักศึกษาคณะสังคมวิทยา มธ. แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม โดยต่างยืนยันหลักการร่วมกันผลักดันให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 จากนั้นทั้งหมดชู 3 นิ้วพร้อมผู้เข้าร่วมรับฟังตอกย้ำแสดงจุดยืน

ขีดเส้น 6 เดือนถึง 1 ปีต้องแก้กติกาจบ

นายทัตเทพกล่าวว่า เราไม่อาจไว้ใจให้เลือกตั้ง ส.ส.ร.ภายใต้รัฐบาลนี้ อาจใช้อำนาจแทรกแซงให้ส.ส.ร.เป็นกลไกใหม่การสืบทอดอำนาจ รัฐบาลจึงไม่ควรอยู่ต่อไป ต้องยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ แม้กระบวนการทางรัฐสภาจะดำเนินอยู่ แต่ดูแล้วน่าจะใช้เวลาอีกอย่างน้อย 2 ปีนานไป ยิ่งเตะถ่วงซื้อเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อให้ประชาชนอ่อนแรง จึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน 2 ประเด็น อาทิ นำระบบเลือกตั้งแบบเดิมกลับมาไม่ใช่เขตเดียวเบอร์เดียว แก้ไขคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงรับสมัครเลือกตั้งเหลือแค่ 18 ปีบริบูรณ์ ต้องให้ ส.ว.ที่แต่งตั้งโดยเผด็จการออกไปทั้งชุด จากนั้นยุบสภาจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วันแล้ว จึงสร้างบรรยากาศให้เกิดการเลือกตั้ง ส.ส.ร.มาแก้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ให้เสร็จในเวลาไม่เกิน 6 เดือนถึง 1 ปี ขอฝากสารไปยังรัฐสภา การได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จำเป็นต้องใช้กระบวนการสภาก็จริง แต่ครั้งนี้ประชาชนจะเป็นคนนำและต้องทำตามพวกเราว่าจะแก้มาตราไหน ขอให้สมาชิกรัฐสภากล้าหาญและเปิดทางให้ประชาชนกำหนดเอง เพื่อแก้ไขปัญหาที่มีอยู่ของประเทศในอนาคต

“เสรีพิศุทธ์” ปลุกผูกโบขาวทุกพื้นที่

ที่ จ.ชลุบรี เมื่อเวลา 18.00 น. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธานพิธีเปิดศูนย์ประสานงานครอบครัวเสรีรวมไทย จ.ชลบุรี เลขที่ 103/88 ถนนพระยาสัจจา หมู่ 2 ต.เสม็ด อ.เมืองชลบุรี จากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่าได้ตั้งพรรคการเมืองเพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาและสร้างความสามัคคีให้คนในชาติ การจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ส่วนใหญ่ต้องกินค่าคอมมิชชัน การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เครื่องบิน รถถัง เรือดำน้ำมีทั้งนั้นแล้ว แต่จะเอาหรือไม่เอาเท่านั้น อยากให้มีการรณรงค์ผูกโบสีขาวทุกพื้นที่ทั้งผูกรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อรณรงค์ต้านการซื้อเรือดำน้ำ

“คึก” ยันยังเป็น ส.ส.รอศาล รธน.ชี้ขาด

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาข้อถกเถียงทางกฎหมายหลังตนถูกศาลนครศรีธรรมราชพิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา และถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ในคดีอาญาฐานร่วมทำผิดในการทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 กรณีจัดเลี้ยงอาหารจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด เข้าใจว่ายังไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองทันที ยังทำหน้าที่ ส.ส.ต่อไปได้ รัฐธรรมนูญบัญญัติคุณสมบัติ ห้ามผู้ถูกตัดสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. แต่กรณีตนถูกตัดสิทธิระหว่างเป็น ส.ส. รัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุไว้ในคุณสมบัติการพ้นตำแหน่ง ส.ส. ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนคุณสมบัติไม่ชัดเจน

แนะ กกต.ส่งตีความก่อนจัด ลต.ซ่อม

นายเทพไทกล่าวต่อว่า “นอกจากนี้ ความเห็นนักกฎหมายนักวิชาการยังเห็นไม่ตรงกัน อาทิ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯฝ่ายกฎหมาย ระบุยังไม่พ้นจาก ส.ส. เพราะยังไม่ถูกคุมขังหรือจำคุก ส่วนนายเจษฎ์ โทณวณิก อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) นายคมสัน โพธิ์คง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช กลับเห็นต่างกันไป ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควรเป็นผู้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตีความให้ชัดเจน และ กกต.ไม่ควรจะด่วนสรุปตัดสินเองว่าตนพ้น ส.ส. หาก กกต.ด่วนวินิจฉัยและจัดการเลือกตั้งซ่อม โดยไม่รอศาลรัฐธรรมนูญ อาจเกิดความเสียหายตามมาภายหลังต้องรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นตามมา” นายเทพไทกล่าว

ส.ส.คาใจผู้ใหญ่วางเฉยจนบานปลาย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคประชาธิปัตย์ว่า หลังนายเทพไทถูกศาลนครศรีธรรมราชตัดสินพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาและตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ฐานร่วมทำผิดทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 มีเพื่อน ส.ส.และอดีต ส.ส.ในพรรควิพากษ์วิจารณ์กรณีนี้ว่า เป็น ส.ส.พรรคเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน น่าจะพูดคุยเจรจากันได้ แต่กลับเอาเป็นเอาตาย เล่นกันถึงโทษประหารชีวิตทางการเมือง ทำให้ ส.ส.รุ่นใหม่ของพรรคต่างมึนงงกับความเป็นสถาบันของพรรคเก่าแก่กว่า 70 ปี ส.ส.บางส่วนมองว่ายิ่งพรรคหดเป็นพรรคขนาดกลางมีเสียง ส.ส. 52 เสียงน้อยอยู่แล้วต้องลดลงไปอีก ขณะที่อดีต ส.ส.กทม.บางส่วนพูดคุยกันในกลุ่มว่าเหตุใดผู้ใหญ่ในพรรคจึงไม่ประสานให้ประนีประนอม แต่วางเฉยจนบานปลาย ทำให้ภาพลักษณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ตกต่ำอยู่แล้วยิ่งดิ่งติดลบกว่าเดิม ทั้งที่ส่วนใหญ่รู้เรื่องปมขัดแย้งนี้ยังนิ่งเฉยจนเสียหาย ทำลายขวัญกำลังใจของคนในพรรค ทั้งนี้บางคนมองว่านายเทพไทอาจโดนกาปูนแดงจากผู้มีอำนาจ เพราะเคยท้วงติงและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลตรงไปตรงมา ถึงขั้นผู้ใหญ่ในพรรคแกนนำรัฐบาลส่งสัญญาณมาให้ผู้บริหารพรรคเรียกนายเทพไทไปคุยให้ลดความเคลื่อนไหวมาแล้ว

ยอมรับ “เทพไท” ส่อพ้นสภาพ ส.ส.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากนี้ ส.ส.และอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ยังคุยประเด็นปัญหาว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายเทพไทถือว่าขาดคุณสมบัติลงไปด้วยหรือไม่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) บัญญัติว่า สมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดลง เมื่อมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 (4) ที่กำหนดว่าบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็น ส.ส. คือผู้ที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 (2) ที่ระบุว่าเป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ดังนั้นแม้คดีของนายเทพไทยังไม่ถึงที่สุด แต่เมื่อถูกศาลสั่งเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ส่อว่าเข้าข่ายและถือว่าพ้นสมาชิกภาพ ส.ส. โดยเพื่อน ส.ส. หลายคนต่างบ่นว่าเสียดายคนรับผิดชอบหน้าที่อภิปรายท้วงติงประเด็นต่างๆในสภาฯ อาทิ นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี รวมถึงนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคและ ส.ส.บัญชีรายชื่อถึงกับเอ่ยปากว่าน่าเสียดายที่ต้องขาดบุคลากรพรรคที่มีความสามารถ และเป็นหนึ่งในคนที่เคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ชัดเจนมาตลอด

คาดส่งศาล รธน.พร้อมเตรียม ลต.ซ่อม

มีรายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า คงจะส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นต่อไป คู่ขนานกับการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขตเลือกตั้งที่ 3 จ.นครศรีธรรมราช โดยนายเทพไท หากถูกตัดสิทธิ 10 ปี และต้องพ้นสภาพจากการเป็น ส.ส.อาจจะผลักดันบุคคลในทีมให้ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน เพราะลงพื้นที่ในเขต 3 ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เน้นการเดินตลาดเช้า และสภากาแฟในชุมชน

กกต.เล็งชง พ.ร.ฎ. ลต.เขต 3 เมืองคอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีการถกเถียง ว่าการที่นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำคุก 2 ปี เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีจากคดีอาญาร่วมกระทำทุจริตเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อปี 2557 จะมีผลให้นายเทพไท ต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส.หรือไม่ มีรายงานว่าในการประชุม กกต.วันที่ 31 ส.ค.สำนักงานฯจะเสนอคำพิพากษาคดีนี้ของศาลนครศรีธรรมราชพร้อมความเห็นของสำนักงานฯให้ได้พิจารณา มีรายงานว่าสำนักงานฯเห็นว่าแม้คำพิพากษาเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งนายเทพไท 10 ปีจะยังไม่ถึงที่สุด เป็นเพียงคำพิพากษาของศาลชั้นต้น ไม่ใช่คำพิพากษาศาลฎีกา แต่เป็นผลให้สมาชิกภาพ ส.ส.ของนายเทพไทสิ้นสุดลงเพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) และมาตรา 96 (2) กำหนดไว้ชัดเจนเป็นลักษณะต้องห้ามว่าบุคคลที่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่ ห้ามไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ห้ามลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ลักษณะดังกล่าวเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลง เบื้องต้นได้ประสานอย่างไม่เป็นทางการไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เตรียมเสนอตราพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากต้องมีการจัดเลือกตั้งภายใน 45
วันนับแต่ตำแหน่งว่างลง

ขณะเดียวกันหลังสำนักงานฯได้รับคำพิพากษาแล้วจะจัดทำบันทึกข้อมูลผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไว้ตามระยะเวลาที่ศาลสั่งเพื่อประโยชน์ในการใช้ตรวจสอบสิทธิสมัครเลือกตั้งทุกระดับ และดำเนินการลบชื่อผู้นั้นจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วย

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1เหมืองแร่เหมืองทองอัคราแก้รัฐธรรมนูญประชาชนปลดแอกนักศึกษาประท้วงชุมนุมประชาธิปไตย​

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 14:55 น.