ไลฟ์สไตล์
100 year

กมธ.แฉซุกงบ 111 ล้าน ทัวร์ลงลุงตู่ สู้คดีค่าโง่เหมือง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
29 ส.ค. 2563 05:23 น.
SHARE

กมธ.งบฯ 64 ร้อนแรงไม่เลิก “วิโรจน์” แฉอีกตั้งงบสู้คดีค่าโง่เหมืองทองอัครา 111 ล. รวม 3 ปีถลุงไปแล้ว 389 ล. จวก “ประยุทธ์” ไหนบอกจะรับผิดชอบเอง “วิษณุ” หน้าตาเฉยบอก เรื่องปกติ ป.ป.ช.ลุยขุดสินบน “คิงส์เกต” ยันสู้เต็มที่ “เรืองไกร” โวย กมธ.งบฯไม่รอบคอบ พท.ลั่น “บิ๊กตู่” ต้องควักเงินตัวเองสู้คดี ก้าวไกลชี้ซื้อเรือดำน้ำอาจเป็นฟางเส้นสุดท้าย 15 เยาวชนปลดแอกรับทราบข้อหา “แอมมี่ บอตทอมบลูส์” ห้าวสาดสีใส่ ตร. รมว.ศธ.จับเข่าคุยเด็ก ภาคี นร.รับพอใจในภาพรวม กลุ่มเยาวชนยังไม่แผ่ว พิษณุโลก-ศรีสะเกษ ลุยต้านเผด็จการต่อ ศาลนครศรีฯสั่งจำคุก “เทพไท-มาโนช” คนละ 2 ปีไม่รออาญา โกงเลือกตั้งนายก อบจ.ฯ พร้อมตัดสิทธิ์การเมือง 10 ปี “เทพไท” ขอสู้ตามกระบวนการ “พิชัย” ลุยตัดรากถอนโคนต่อ “อรุณ” โดดหนีปัดตั้ง “เสี่ยโป้” นั่งกุนซือ กมธ.

ประเด็นอื้อฉาวเกิดขึ้นในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 เป็นระยะ ล่าสุดนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ออกมาเปิดเผยว่ามีการตั้งงบประมาณสู้คดีบริษัท คิงส์เกตฯ ในปี 2564 ไว้กว่า 111 ล้านบาท รวม 3 ปีใช้ไป 389 ล้านบาทแล้ว

ข่าวแนะนำ

“วิโรจน์” แฉตั้งงบสู้คดีค่าโง่อัครา

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคก้าวไกล โพสต์ลงทวิตเตอร์ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เคยประกาศว่าจะรับผิดชอบต่อ การใช้มาตรา 44 ที่สั่งปิดเหมืองทองอัคราเองแล้วมาใช้ภาษีของประชาชนในการระงับข้อพิพาททำไม เมื่อปี 2562 ใช้งบประมาณไป 60 ล้านบาท ปี 2563 ใช้ไป 218 ล้านบาท และปี 2564 ตั้งงบประมาณอีก 111 ล้านบาท รวม 3 ปี 389 ล้านบาทเข้าไปแล้ว และไม่รู้ว่าจะต้องเสียอีกเท่าไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ประเทศออสเตรเลีย บริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำชาตรี จ.พิจิตร ฟ้องร้องรัฐบาลไทย หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองแร่ทองคำ จนทำให้ไทยเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

แฉซุกงบไว้ที่ ก.อุตฯมาตั้งแต่ปี 62

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ทราบมาว่ามีการตั้งงบประมาณลักษณะนี้ตั้งแต่ปี 2562 และ 2563 แต่ไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าเพื่อการไกล่เกลี่ยคดี เหมือนเป็นการซุกเอาไว้หรือไม่ แต่จากการค้นข้อมูลพบว่ามีรายงานของสำนักงบ ประมาณถึงงบประมาณดังกล่าว ส่วนในปีงบประมาณ 2564 มีระบุมาชัดเจนในส่วนงบประมาณประจำปีของกระทรวงอุตสาหกรรม จะแปรญัตติเพื่อขอตัด งบประมาณในส่วนนี้อย่างแน่นอน ไม่สามารถยอมให้ใช้งบประมาณในส่วนนี้ได้ แต่ขอไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมก่อน

ถามทำไมไม่ใช้กฎหมายปกติ

นายวิโรจน์กล่าวอีกว่า ไม่ได้คัดค้านเรื่องการปิดเหมืองทองอัครา แต่อยากถามว่าทำไมนายกฯไม่ใช้ช่องทางกฎหมายปกติ เช่น กฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่สามารถระบุได้หรือไม่ว่าเหมืองทองนั้นส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมและสร้างมลพิษ แต่ทำไม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในตอนนั้นกลับใช้มาตรา 44 สั่งปิด เพราะเป็นการเหลิงและลุแก่อำนาจหรือไม่ แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ยังประกาศว่าจะรับผิดชอบเอง แล้วทำไมถึงกลับมาใช้งบประมาณหลวงในการไกล่เกลี่ยคดี หากบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้นบริษัทต่างชาติต้องฟ้องที่ตัว พล.อ.ประยุทธ์ และท่านต้องรับผิดชอบด้วยตัวเองหรือไม่ แต่วันนี้มีการตั้งงบไปแล้ว 389 ล้านบาท หากแพ้ต้องจ่ายค่าเสียหายอีกเท่าไร รัฐบาลต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ และคดีนี้จะจบเมื่อไร จะตั้งงบไปแบบนี้เรื่อยๆเราคงยอมไม่ได้

“วิษณุ” ชี้ตั้งงบสู้คดีเรื่องปกติ

ต่อมาเวลา 14.40 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า ไม่ทราบรายละเอียดการตั้งงบประมาณสู้คดีบริษัท คิงส์เกตฯ แต่ทุกสมัยเมื่อรัฐบาลมีกรณีพิพาทในอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ หรือถูกฟ้องในศาลต่างประเทศ จำเป็นต้องจ้างทนายความโดยมีอัยการคอยประกบ ส่วนจะถูกหรือแพงอยู่ที่กระทรวงที่รับผิดชอบ เมื่อถามว่าตั้งงบฯไว้ถึง 111 ล้านบาท นายวิษณุตอบว่า ก็มีเสนอมา อย่างคดีวอเตอร์บราวน์ เกี่ยวกับสัญญาก่อสร้างดอนเมืองโทลล์เวย์ ก็ใช้ งบประมาณกว่าพันล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมสามารถตั้งงบประมาณส่วนนี้ได้ ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่เช่นนั้นจะนำเงินที่ไหนไปสู้คดี ส่วนความคืบหน้าเรื่องบริษัทคิงส์เกตฯ ให้ไปถามที่กระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อถามว่าเป็นเพราะการใช้อำนาจมาตรา 44 หรือไม่จึงต้องมาเสียงบฯในส่วนนี้ นายวิษณุตอบว่า อย่าเพิ่งพูดถึงตรงนั้น ให้รู้แพ้รู้ชนะก่อน แล้วว่ากันอีกที การที่รัฐใช้อำนาจไปเพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ประชาชน เมื่อได้ทางนึงก็เสียทางนึงเป็นธรรมดา

ป.ป.ช.ลุยขุดสินบนคิงส์เกต

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งอนุกรรมการไต่สวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับผลประโยชน์ เพื่อให้กลุ่มบริษัทคิงส์เกตฯ ของประเทศออสเตรเลีย ได้รับประโยชน์ในการสำรวจและทำเหมืองแร่ในพื้นที่ จ.สระบุรี เพชรบูรณ์ พิจิตร และพิษณุโลก โดยมิชอบว่า คดีนี้มีความซับซ้อนแยบยล เป็นคดีระหว่างประเทศ จึงมีการแยกประเด็นไต่สวนเป็น 2 กรณี คือ กรณีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ และกรณีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยกรณีติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐนั้นมีข้อมูลจากอีเมลพบว่ามีเส้นทางการเงินเข้ามาจริง มีการพักเงินที่ฮ่องกง และสิงคโปร์ จึงนำเข้ามาไต่สวนในสำนวน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการยืนยันข้อมูลอย่างเป็นทางการ

ยันสู้เต็มที่ไม่ยอมให้เสียค่าโง่

น.ส.สุภากล่าวต่อว่า ป.ป.ช.ดำเนินการสืบหาเส้นทางการเงินดังกล่าวกับบัญชีอีเมลปลายทาง ที่ผ่านมา ป.ป.ช. เดินทางไปต่างประเทศเพื่อขอข้อมูลดังกล่าว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ แต่ ป.ป.ช.กำลังพยายามเต็มที่เพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่มีชื่อปรากฏในอีเมลฉบับนี้ แต่ต้องมีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการจากต่างประเทศก่อน ตอนนี้ ป.ป.ช.รอข้อมูลอย่างเดียว เราสู้เต็มที่ การเรียกค่าเสียหาย 6-7 พันล้านบาทกับประเทศ โดยมีการทุจริตเชิงนโยบายนั้นไม่เป็นธรรม

“เรืองไกร” โวย กมธ.ดูไม่รอบคอบ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ อนุกรรมาธิการแผนงานบูรณาการ 1 คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 (กมธ.งบประมาณฯ) กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตเรื่องการตั้งงบประมาณจำนวน 111 ล้านบาท ของกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยกับบริษัทคิงส์เกตฯ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ใช้อำนาจหัวหน้า คสช.สั่งปิดเหมืองทองดังกล่าว และประกาศจะรับผิดชอบเพียงคนเดียวนั้น ทราบว่างบฯดังกล่าวผ่านความเห็นชอบจาก กมธ.งบประมาณฯไปแล้ว แต่ไม่มี กมธ.คนใดท้วงติง หรือกล้าตัดค่าใช้จ่ายรายการนี้ เป็นการเอางบประมาณแผ่นดินไปใช้จ่ายในเรื่องที่ พล.อ.ประยุทธ์ก่อขึ้นมา เหตุใดดูกันไม่ละเอียด มัวแต่ไปดูเรื่องงบซื้ออาวุธเรือดำน้ำ แต่ไม่ซักกันถึงความเสียหายในงบฯส่วนนี้ ที่ไม่รู้ว่าต้องเสียงบประมาณตามมาอีกมหาศาลแค่ไหน หากรัฐบาลแพ้คดี

ลั่น “บิ๊กตู่” ต้องควักเงินตัวเองสู้คดี

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย โฆษก กมธ.งบประมาณฯ กล่าวว่า ขณะนี้ค่าใช้จ่ายการสู้คดีกับบริษัทคิงส์เกตฯ วงเงิน 111 ล้านบาท ยังไม่ผ่านเข้าสู่ กมธ.ชุดใหญ่ หากนำเรื่องเข้ามาในที่ประชุม กมธ. ต้องมีการสอบถามอย่างละเอียด เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศไว้ชัดเจนว่า จะขอรับผิดชอบเพียงผู้เดียว ดังนั้นต่อมาเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องรับผิดชอบค่าสู้คดีเอง เพราะตำแหน่งหัวหน้า คสช.ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ จึงไม่สามารถนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ได้ เรื่องนี้ถึงแม้จะผ่านในชั้น กมธ.ไปได้ แต่พรรคเพื่อไทยจะโต้แย้งเรื่องนี้อย่างหนักในการพิจารณาในวาระ 2-3

ชี้ซื้อเรือดำน้ำฟางเส้นสุดท้าย

ที่รัฐสภา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม. โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวถึงความพยายามจัดซื้อเรือดำน้ำ 2 ลำ ของกองทัพเรือว่า เรื่องนี้อาจเป็นฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาลที่ประชาชนจะตัดสินใจว่าเขาเห็นหัวประชาชนหรือไม่ ที่ผ่านมาการตัดสินใจต่างๆมักสวนกระแส วันนี้มีคนตกงานมากมาย แต่การช่วยเหลือประชาชนรวมทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน หากรัฐบาลยังดื้อดึงในสิ่งที่อยากทำเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องทหาร นี่อาจเป็นการเติมเชื้อไฟความไม่พอใจให้กับประชาชน เพราะที่ผ่านมาน้องๆ นักศึกษาออกมาต่อสู้เพื่ออนาคตของพวกเขาในหลายประเด็น การจัดซื้อเรือดำน้ำด้วยวงเงินมหาศาลครั้งนี้ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดกระแสจากประชาชน รวมทั้งทุกพรรคการเมืองทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างเห็นพ้องว่าไม่เหมาะอย่างยิ่ง ไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปตามที่ประชาชนทั่วไปสงสัยเรื่องเปอร์เซ็นต์หรือไม่ จึงทำให้รัฐบาลไม่ฟังเสียงประชาชน หรือพวกเดียวกันเลย

ปชป.จี้ใช้งบฯต้องดูลำดับสำคัญ

นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ประชุมพรรคเชิญกมธ.งบประมาณฯในสัดส่วนของพรรคทั้งหมดมาซักถามรายละเอียด และความจำเป็นในการจัดซื้อ เพื่อเปรียบเทียบความเหมาะสมกับสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจของไทยในขณะนี้ ธุรกิจหลายภาคส่วนต้องปิดกิจการ ประชาชนตกงานจำนวนมาก รัฐบาลเกิดปัญหาวิกฤติเงินคงคลัง ต้องขอความเห็นชอบจากสภาเพื่อกู้เงินจำนวนมหาศาล และขณะนี้ยังไม่มีการเซ็นสัญญาใดๆที่เป็นการผูกมัดอันอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายรัฐบาลไทยในกรณีที่จำเป็นต้องยกเลิก พรรคจึงมีมติไม่เห็นชอบในการจัดซื้อเรือดำน้ำ และตนเห็นด้วยกับมติของพรรค รัฐบาลควรต้องลำดับความสำคัญก่อน-หลัง และควรเห็นแก่วิกฤติชาติก่อน เช่น ควรพิจารณาแก้ไขเรื่องความขัดแย้งกรณีเหมืองทองอัครา ที่เกิดจากการผิดสัญญาที่รัฐบาลใช้อำนาจตามมาตรา 44 ด้วยคำสั่ง คสช.

ปชป.หนุนระบบสภาคู่ไม่โละ ส.ว.

อีกเรื่อง นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยังคงยืนยันเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 เกี่ยวกับบทบาทอำนาจ ส.ว.ในการโหวตเลือกนายกฯ เท่านั้น ไม่มีแนวคิดล้มล้างการมีวุฒิสภา พรรคขอยืนยันในอุดมการณ์สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยในรูปแบบสภาคู่ คือสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ส่วน ส.ว.จะมีบทบาทอำนาจมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับที่มาของ ส.ว.เป็นสำคัญ หากมาจากการแต่งตั้ง ก็ควรมีหน้าที่เพียงการกลั่นกรองกฎหมาย หรือควบคุมการบริหารของรัฐบาลในลักษณะเป็นสภาพี่เลี้ยงเท่านั้น แต่ถ้ามาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีที่มายึดโยงกับประชาชน ต้องมีบทบาทสำคัญมากกว่าที่มาจากการแต่งตั้ง แต่ ส.ว.ชุดปัจจุบันมาจากการแต่งตั้งของ คสช. แต่มีอำนาจโหวตนายกฯได้ ถือเป็นการสืบทอดอำนาจชัดเจน ผิดหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องแก้ไข

จวก ส.ว.เป็นจระเข้ขวางคลอง

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย รองประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยไม่เคยคิดขัดขวางการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ของพรรคก้าวไกล ไม่มีความขัดแย้งกันแต่อย่างใด และไม่แปลกใจที่ ส.ว.จะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง เพราะหวงอำนาจ อยากเตือนว่าส.ว.ต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง ต้องปรับตัว ส.ว.ลากตั้งส่วนใหญ่อยู่มานานเกิน 10 ปี โดยไม่ยอมถอยออกมา ขออย่าเห็นแก่ตัว สังคมเปลี่ยนแล้ว ส.ว.หลายคนเสวยสุขมานานแล้ว หากอยากเป็นอีกต้องยอมรับกติกาและดีจริง เชื่อว่าประชาชนจะเลือกกลับมา

เยาวชนปลดแอกรับทราบข้อหา

ที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อเวลา 10.00 น. นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน พร้อมกลุ่มผู้มีรายชื่อที่ถูกออกหมายเรียกรวม 15 คน กรณีการชุมนุมเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เข้าพบ พ.ต.อ.อิทธิพล พงษ์ธร ผกก.สน.สำราญราษฎร์ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดฐาน ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ความผิดตาม พ.ร.บ. จราจร พ.ร.บ.ความสะอาด พ.ร.บ.ควบคุมโรค โดยมีเจ้าหน้าที่จากองค์กรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ส.ส.พรรคก้าวไกล นักวิชาการ มาร่วมสังเกตการณ์ พร้อมกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 100 คน มาให้กำลังใจ รวมตัวถือป้ายต่อต้านเผด็จการ เดินเท้าตั้งแต่แยกคอกวัว ผ่านเสาชิงช้า จนมาถึง สน.สำราญราษฎร์

“แอมมี่ บอตทอมบลูส์” สาดสี ตร.

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังพร้อมตั้งแผงเหล็กเป็นแนวกั้นล้อมรอบบริเวณทางเข้าออกอย่างเข้มงวด แต่กลุ่มผู้ชุมนุมก็สามารถฝ่าแนวแผงกั้นเหล็กทั้ง 2 ชั้นสำเร็จ ขณะที่นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบลูส์ ศิลปินนักร้องวัยรุ่น ถือถังสีพลาสติกสีน้ำเงินสาดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังอยู่อีกชั้นก่อนถึงใต้ถุนโรงพัก จนตำรวจเปื้อนสีไปทั้งตัว ทำให้เกิดความวุ่นวาย ผู้ชุมนุมพากั้นยื้อแย่งแผงเหล็กจนเข้ามาถึงใต้ถุนโรงพัก ก่อนที่ผู้ชุมนุมจะทยอยขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงตัวตามหมายเรียก

งัดข้อกฎหมายจ่อเอาผิด

พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 ที่มาสังเกตการณ์การสอบปากคำ กล่าวว่า ตอนนี้มีผู้ชุมนุมทั้งหมด 15 คน มารับทราบข้อกล่าวหา คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานจากนั้นจะปล่อยตัวไปชั่วคราว กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนมากขอไปให้การในชั้นศาล โดยตำรวจจะเร่งดำเนินการตามกฎหมายให้เร็วที่สุด และจะนัดส่งสำนวนให้อัยการวันที่ 16 ก.ย. ส่วนกรณีการฝ่าแนวกั้นตำรวจเมื่อช่วงเช้า ทางพนักงานสอบสวนกำลังรวบรวมพยานหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุกระทำผิดในด้านใด ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับแกนนำชุมนุมที่ตกเป็นผู้ต้องหาอีก 2 รายนั้น ตำรวจยังไม่ได้รับการติดต่อขอมอบตัว หากได้รับการประสานมา จะดำเนินการตามขั้นตอนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

“ไผ่” อ้างไม่ได้สู้ ตร.แต่สู้กับระบบ

ด้านนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน กล่าวภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวว่า พวกตนทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยจะให้การเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง ตำรวจนัดส่งสำนวนให้อัยการศาลแขวงดุสิตวันที่ 16 ก.ย. เชื่อว่าตำรวจดีๆยังมีอีกเยอะ ถ้าตำรวจแสดงจุดยืนเคียงข้างประชาชนก็จะปกป้อง หากคุณอยู่เคียงข้างผู้มีอำนาจเราก็อยู่คนละข้างกัน ที่ผ่านมาพวกเราพยายามสุภาพเรียบร้อยมาตลอด แต่ก็มีราคาที่ต้องจ่าย ต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่มีผู้สาดสีใส่ตำรวจ หลังจากนี้พวกเราจะระดมเงินซื้อชุดเครื่องแบบให้ใหม่ ยืนยันว่าเราไม่ได้สู้กับตำรวจแต่เราสู้กับระบบ เพราะพวกคุณเป็นตัวแทนผู้มีอำนาจ หากการทำตามคำสั่งนายแล้วมันขัดกับความสำนึก ทุกคนล้วนมีราคาต้องจ่าย หากพวกท่านปลดแอกตัวเองจากระบบนี้ได้ ก็ไม่ต้องไปฟังคำสั่งใครอีก

เผยรายชื่อผู้ถูกออกหมายเรียก

สำหรับรายชื่อผู้ที่ถูกหมายเรียกทั้ง 15 ราย ประกอบด้วย 1.น.ส.ลัลนา สุริโย 2.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนาแอม 3.นายกานต์นิธิ ลิ้มเจริญ 4.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน 5.น.ส.จิรฐิตา ธรรมรักษ์ 6.นายณัฐพงษ์ ภูแก้ว 7.น.ส.สิรินทร์ มุ่งเจริญ หรือ เฟลอ 8.นายธนชัย เอื้อชา 9.น.ส.พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ 10.นายยามารุดดิน ทรงศิริ หรือดิน 11.นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ หรือ เอฟ 12.นายปรัชญา สุรกําจรโรจน์ หรือ อาร์ท ตัวแทนกลุ่ม Rap Against Dictatorship 13.นายทักษกร มุสิกรักษ์ 14.นายกฤษณะ ไก่แก้ว 15.นายจักรธร ดาวแย้ม

รมว.ศธ.จับเข่าคุยเด็กนักเรียน

ที่กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย เข้าพบนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว. ศึกษาธิการ ขอทราบความคืบหน้าการออกมาตรการป้องกันการคุกคามนักเรียนจากการแสดงความคิดเห็น ใช้เวลาพูดคุยราว 1 ชั่วโมงครึ่ง โดยตัวแทนนักเรียนได้ส่งข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนจากนักเรียนทั่วประเทศ ที่นักเรียนมีปัญหาถูกคุกคามจากการแสดงความคิดเห็น จากเดิม 109 แห่ง เพิ่มเป็น 170 แห่ง เช่น ถูกตี ถูกตัดเกรด ถูกต่อว่าด้วยคำพูด นายณัฏฐพลกล่าวภายหลังการหารือว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง จากข้อมูลที่ภาคีนักเรียนส่งให้เบื้องต้น 109 โรง พบว่ามีการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นจริง หลายแห่งหาทางออกโดยการพูดคุยทำความเข้าใจด้วยสันติวิธี ถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม ต้องยอมรับว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของนักเรียนเป็นเรื่องใหม่ของสังคมไทย ซึ่งครู นักเรียน ผู้บริหาร และผู้ปกครอง ต้องใช้เวลาสร้างความคุ้นเคย และรับมือกับเรื่องนี้ คิดว่าหลายแห่งเริ่มเข้าใจ ขณะที่อีกหลายแห่งต้องใช้เวลา ยืนยันว่าโรงเรียนยังเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย นักเรียนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกเรื่อง ส่วนกรณีที่กลุ่มนักเรียน 25 โรงเรียนนัดหมายจะมาชุมนุมที่ ศธ. ในวันที่ 5 ก.ย. พร้อมต้อนรับและจะลงมารับฟังข้อเสนอด้วยตนเอง จะใช้โอกาสชี้แจงถึงสิ่งที่ได้แก้ไขปัญหาการศึกษาไป

ภาคีนักเรียนรับพอใจในภาพรวม

นายนฤเบศน์ รักษ์วิจิตร โฆษกประจำภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาพรวมรู้สึกพอใจ เพราะ รมว.ศึกษาธิการมาร่วมพูดคุยและรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้น หลายเรื่องนายณัฏฐพลรับปากจะลงไปแก้ไขปัญหาให้ อาทิ นักเรียนถูกตัดทุน และไล่ออก เพราะไปแสดงออกทางการเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการพูดคุยกับนักเรียน นายณัฏฐพลได้เล่าถึงประสบการณ์การเป็นแกนนำในการชุมนุมร่วมกับภรรยา ที่ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้น เคยถูกดำเนินคดี

มอ.นัดชุมนุมใหญ่ 30 ส.ค.นี้

ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (มอ.) บริเวณใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ ตัวแทนนักศึกษากลุ่มนักกฎหมายอาสา law Long Beach ร่วมกันตั้งโต๊ะล่ารายชื่อเพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีนักศึกษามาลงชื่อค่อนข้างบางตา นายวิศรุต เหล็มหมาด แกนนำ กล่าวว่า ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อมาตั้งแต่ต้นเดือน มีผู้ที่มาลงชื่อแล้วประมาณ 800 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาในมหาวิทยาลัย และนักเรียนโรงเรียนอื่นใน อ.หาดใหญ่ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าสังเกตการณ์ และถ่ายรูปทุกวัน แต่ไม่กังวลว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ยืนยันจะตั้งโต๊ะล่ารายชื่อจนถึงวันที่ 30 ส.ค. และจะมีการชุมนมใหญ่กันที่ลาน Bizz mall ของมหาวิทยาลัยฯ

“เฉลิมปลดแอก” ฉะเผด็จการ

ที่บริเวณสวนกลางเมืองพิษณุโลก เขตเทศบาลนครพิษณุโลก มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมจากโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี และนิสิตจากมหาวิทยาลัยนเรศวร กว่า 400 คน มารวมตัวทำกิจกรรม “เฉลิมปลดแอก” โดยทางแกนนำได้ขอความร่วมมือการตรวจคัดกรอง ให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมสวมใส่แมสก์ พร้อมบริการใช้เทปสีขาวติดชื่อนามสกุลที่หน้าอกเสื้อ และแจกโบสีขาวให้ทุกคน โดยมีตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบมาดูแลความสงบเรียบร้อย จากนั้นแกนนำสลับกันขึ้นปราศรัยโจมตีรัฐบาลเผด็จการ ประเด็นการจัดซื้อเรือดำน้ำ รวมถึงแสดงความคิดเห็นด้านการ ขับเคลื่อนการศึกษา และสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของนักเรียน ที่มีการกดดันมากเกินไป เป็นต้น

“สตรีสิริเกศ” ไม่ยอมเป็นทาส

ที่โดมสตรีสิริเกศ โรงเรียนสตรีสิริเกศ อ.เมืองศรีสะเกษ กลุ่มนักเรียนโรงเรียนสตรีสิริเกศ จัดกิจกรรม “ร.ร.สองฝั่งย่านรถไฟ ศก.จะไม่ยอมเป็นทาสคุณหรอกค่ะ” มีนักเรียนทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลาย กว่า 100 คน ร่วมกิจกรรม มีการใช้เครื่องขยายเสียงปราศรัย แต่กลุ่มนักเรียนผู้จัดกิจกรรม ไม่ยอมให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่นักเรียนเข้าร่วมอย่างเด็ดขาด ไม่เว้นแม้กระทั่งอาจารย์ในโรงเรียน ขณะที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งสื่อมวลชนที่มาสังเกตการณ์ได้แต่อยู่ด้านนอกรั้วโรงเรียน

สั่งจำคุก “เทพไท–มาโนช” คนละ 2 ปี

วันเดียวกันที่ห้องพิจารณาที่ 1 ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ศาลอ่านคำพิพากษาที่นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ. นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาฐานทุจริตการเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น โดยฝ่ายโจทก์ และจำเลย พร้อมทนายความ และคนใกล้ชิด รวมทั้งนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมฟังคำตัดสิน ศาลใช้เวลาอ่านคำพิพากษาประมาณ 30 นาที สรุปว่าศาลพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยแล้ว เชื่อว่าจำเลยกระทำความผิดจริงตามฟ้อง พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้ตัดสิทธิ์ทางการเมืองคนละ 10 ปี จากนั้นตำรวจศาลใส่กุญแจมือจำเลยทั้งสอง นำไปห้องควบคุมผู้ต้องขังด้านล่างของศาล เพื่อรอการประกันตัว ต่อมาเวลา 15.00 น. ศาลอนุญาตให้ประกันตัวทั้งคู่ โดยวางหลักทรัพย์คนละ 3 แสนบาท “เทพไท”

ขอสู้ตามกระบวนการ

ต่อมานายเทพไท เสนพงศ์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “ขอบคุณผู้ให้กำลังใจ 1.ผมเคารพในคำพิพากษาของศาล 2.ขอยืนยันในความบริสุทธิ์ มั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดแต่อย่างใด 3.จะขอต่อสู้ตามกระบวน การยุติธรรม พร้อมจะยื่นต่อสู้คดีในชั้นศาลอุทธรณ์ต่อไป 4.จะมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ ส.ส.นครศรีธรรมราช รับใช้พี่น้องอย่างเข้มแข็งเหมือนเดิม 5.ขอยืนหยัดในอุดมการณ์พรรคประชาธิปัตย์ และอุดมการณ์ประชาธิปไตย จะต่อสู้ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง 6.ยังมีภารกิจต้องติดตามผลักดันให้สำเร็จตามที่ได้เริ่มต้นไว้ ผมยังมีกำลังใจเต็มร้อย จะไม่ย่อท้อในการทำหน้าที่รับใช้ประชาชน และประเทศชาติต่อไป”

“พิชัย” ลุยตัดรากถอนโคนต่อ

นายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ทราบว่าคดีเดียวกันนี้อัยการสูงสุดเพิ่งมีคำสั่งฟ้องจำเลยทั้งสอง และส่งเรื่องกลับมาที่อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช ทางอัยการจังหวัดต้องเรียกตัวนายเทพไท และนายมาโนช มาส่งฟ้องศาลอีกครั้ง และต้องเข้าสู่กระบวนการตามปกติ คือต้องมีการประกันตัวในชั้นศาลอีกครั้ง ก่อนที่ศาลจะพิจารณาว่าเป็นคดีเดียวกัน เป็นการฟ้องซ้ำซ้อน ก็จะสั่งให้จำหน่ายคดีต่อไป ส่วนตนจะเดินหน้าร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งให้นายเทพไท พ้นจากสภาพ ส.ส. เพราะถือเป็นผู้ขาดคุณสมบัติแล้วหลังมีคำพิพากษาในวันนี้

กกต.นัดถกเลือกตั้งซ่อมแทน “เทพไท”

ต่อมาช่วงค่ำผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 31 ส.ค. เวลา 13.00 น. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เรียกประชุมกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ เพื่อหารือเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 3 แทนนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถูกคำพิพากษาศาลนครศรีธรรมราช พิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี กรณีทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช พร้อมน้องชาย

“อรุณ”ปัดตั้ง “เสี่ยโป้” นั่งกุนซือ

อีกเรื่อง ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี ส.ส.สงขลา พรรคพลังประชารัฐ ประธานคณะทำงานแก้ปัญหาศึกษาการพนัน และบ่อนการพนันออนไลน์ ใน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ที่ประชุมคณะทำงานเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ไม่ได้มีมติแต่งตั้งนายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล และนายอภิรักษ์ ชัยอานนท์ หรือ “เสี่ยโป้” เป็นที่ปรึกษาเพราะคณะทำงานมีที่ปรึกษาเรียบร้อยแล้ว นายสันธนะและ “เสี่ยโป้” มาให้คำปรึกษาแนะนำเรื่องปราบบ่อนและพนันออนไลน์ “เสี่ยโป้” ให้ข้อมูลว่า ปราบยาก เว็บไซต์อยู่ต่างประเทศตั้งขึ้นถูกกฎหมายไม่สามารถไปบล็อกได้ บัญชีที่โอนเงินไปเล่นรับจ้างเปิดบัญชีไม่ใช่ตัวการ สิ่งเหล่านี้ต้องนำไปหาวิธีแก้ไข จากนี้จะแค่โทรศัพท์ไปหา “เสี่ยโป้” เพื่อขอข้อมูลเท่านั้นไม่ตั้งเป็นที่ปรึกษาแน่นอน

“สิระ” โบ้ยสื่อสารคลาดเคลื่อน

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ประธาน กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า กรณีแต่งตั้งนายสันธนะกับ “เสี่ยโป้” เป็นที่ปรึกษา เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร ยืนยันจะไม่มีการตั้งแน่นอน “เสี่ยโป้” เองปฏิเสธไปแล้วว่า ไม่รับ ไม่ขอยุ่งการเมือง แต่ด้วยความเป็นคนมีโจทก์เยอะ ทำให้เรื่องนี้ถูกนำมาโหนกระแสก็เลยเกิดปัญหาขึ้น ทำให้ กมธ.โดนหางเลขไป

“สุชาติ” ลั่นยุคนี้ต้องดังเปรี้ยง

ที่กระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวในการมอบนโยบายและแนวทางปฏิบัติราชการให้ผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงานว่า กระทรวงแรงงาน มีหน้าที่ในการดูแลแรงงานกว่า 38 ล้านคน มีภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ พัฒนาทักษะฝีมือ ส่งเสริมการมีงานทำสวัสดิการและการคุ้มครอง และการสร้างหลักประกันทางสังคม ยุคตนทำแล้วต้องเปรี้ยงต้องดัง แต่คนเดียวทำไม่ได้ ทุกขาต้องเดินไปพร้อมกัน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน จะช่วยดูการพัฒนาฝีมือแรงงาน และจะร่วมกันสร้างมิติใหม่ให้นายกฯสบายใจ ทุกคนทำในสิ่งถูกต้องชัดเจน และต้องทำงานเชิงรุก

“นฤมล” หลบฉากไม่แย่งซีนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีกระแสข่าวแย่งซีนกัน เดิมทีนายสุชาติกับนางนฤมลจะร่วมมอบนโยบายกับข้าราชการด้วยกัน โดยนายสุชาติจะมอบนโยบายภาพรวม จากนั้นนางนฤมลจะมอบนโยบายด้านการพัฒนาฝีมือแรงงาน การส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวะอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และแถลงข่าว แต่ปรากฏว่า นางนฤมลไม่ได้อยู่ร่วมมอบนโยบายเพียงแต่พูดทักทายข้าราชการว่า จะสนับสนุนการทำงานของ รมว.แรงงาน และอยู่ฟังนายสุชาติมอบนโยบายประมาณ 20 นาที ก่อนขอตัวออกจากห้องประชุมไปภารกิจที่ จ.ขอนแก่น

เตือนอย่ากลืนน้ำลายคืนเงินชรา

น.สพ.บูรณ์ อารยพล แกนนำกลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทาน กล่าวถึงการเรียกร้องให้ประกันสังคมคืนเงินสมทบชราภาพให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ว่า คนมีหนี้สินมาก ตกงานมาก เป็นโรคซึมเศร้า อยากได้เงินก้อนมาลงทุนเลี้ยงครอบครัว จะไปกู้แบงก์ก็ติดเครดิตบูโร ขอให้นำเงินสมทบชราภาพออกมาให้เบิกใช้ก่อน 30-50% ไม่ต้องรอจนถึงอายุ 55 ปี ตอนแรกมีความหวังในตัวนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะเข้าใจปัญหา บอกจะนัดไปพูดคุยแต่ก็เงียบอีก ทั้งที่ก่อนจะมาเป็น รมว.แรงงาน เคยพูดไว้ว่า สามารถทำได้ อย่ากลืนน้ำลายตัวเอง

“จับกัง 1” อ้อมแอ้ม สปส.ปล่อยกู้ยาก

ด้านนายสุชาติกล่าวว่า แนวทางที่กลุ่มขอคืนไม่ได้ขอทานเรียกร้องนั้น การให้กู้กองทุนประกันสังคม (สปส.) ไม่สามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง สปส.อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ประกันสังคมไม่สามารถปล่อยกู้หรือเอาไปค้ำประกันให้ได้ และได้ประชุมกับธนาคารออมสิน หารือแนวทางการปล่อยกู้เยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เป็นเรื่องยาก ธนาคารมีข้อบังคับของแบงก์ชาติถ้าปล่อยกลัวหนี้เสียจึงยังไม่มีความคืบหน้า

“บิ๊กแดง” เปิดโรงแรมสวนสนโฉมใหม่

ที่สถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ในฐานะประธานกรรมการสวัสดิการกองทัพบก เป็นประธานเปิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารงานของสถานพักฟื้นและพักผ่อนกองทัพบก สวนสนประดิพัทธ์ จากสวัสดิการภายในเป็นสวัสดิการในเชิงธุรกิจ จากที่ได้จัดทำบันทึกข้อตกลงโครงการ การจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจ ร่วมกับกรมธนารักษ์ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.63 โดยมอบหมายให้คณะบุคคลบริหารกิจการภายใต้กำกับดูแลของคณะกรรมการสวัสดิการกองทัพบก และเงื่อนไขที่กำหนด โดย พล.อ.อภิรัชต์กล่าวว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หลังได้ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง ปรับปรุงตัวโรงแรมและพัฒนาบุคลากร ทุกอย่างถูกต้องโปร่งใส ทำให้กำลังพลได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าเดิม เมื่อครบ 1 ปี จะนำเงินส่งกรมธนารักษ์ตามระเบียบ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวหน้า1ประยุทธ์ จันทร์โอชาวิโรจน์ ลักขณาอดิศรงบประมาณวิษณุ เครืองามเรืองไกร ลีกิจวัฒนะข่าววันนี้

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 05:46 น.