ไวรัสโควิด–19 มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หอบ เหนื่อยหรือมีอาการของโรคปอดอักเสบในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีอาการระบบทางเดินหายใจล้มเหลวและอาจถึงขั้นเสียชีวิตนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.63 ประกาศกระทรวงสาธารณสุขตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ ได้ระบุอาการของโรคติดต่อที่มีความรุนแรงสูง สามารถแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้อย่างรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตรายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนับจากนั้น รมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ออกประกาศกระทรวงตามมาอีกหลายฉบับหลังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ได้แพร่อย่างรวดเร็ว กว้างขวางไปหลายประเทศทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้การระบาดดังกล่าว เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทยอยคลอดมติ ครม.เป็นชุดมาตรการเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับตามสถานการณ์และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้มีมาตรการแยกสังเกตอาการ มาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับกิจกรรมรวมกันของคนหมู่มาก มาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับระบบขนส่งสาธารณะภายในประเทศ มาตรการป้องกันควบคุมโรคกรณีเกิดระบาดในสถานศึกษามาตรการป้องกันควบคุมโรคกรณีเกิดการระบาดในเรือนจำและทัณฑสถาน มาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับค่ายทหาร มาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา มาตรการป้องกันควบคุมโรคสำหรับสถานประกอบการที่ทำงานพร้อมแผนบูรณาการความร่วมมือพหุภาคี เพื่อความปลอดภัยลดผลกระทบจากโรค ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอุบัติใหม่แห่งชาติมีเป้าหมาย 1.ลดโอกาสการแพร่เชื้อเข้าสู่ประเทศไทยและชะลอการระบาด 2.คนไทยปลอดภัยจากเชื้อไวรัสโควิด-19 และ 3.ลดผลกระทบทางสุขภาพ เศรษฐกิจ สังคมและเพิ่มความมั่นคงของประเทศโดยเฉพาะเป้าหมายที่ 2.การทำให้คนไทยปลอดภัยจากโรคนี้ ได้ออกมาตรการทั้งการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล จัดคลินิกโรคทางเดินหายใจโรงพยาบาล โดยแยกบริการการตรวจรักษากลุ่มเสี่ยงสูงไปยังสถานที่หรือวันเฉพาะ ที่ไม่ตรงกับผู้ป่วยทั่วไปดำเนินการตามมาตรฐานการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาลอย่างเคร่งครัด บุคลากรทีี่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจต้องหยุดงานทันทีและตรวจหาสาเหตุของอาการป่วย รวมถึงประมาณการอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อส่วนบุคคลภายในจังหวัดให้เพียงพอ โดยจัดสินค้าคงคลังขั้นต่ำไว้ไม่น้อยกว่า 3 เดือนขณะเดียวกันยังใช้มาตรการเตรียมการเพื่อรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก อาทิ...จัดหอผู้ป่วยรวมและหอผู้ป่วยหนักเฉพาะโรคโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยอาการรุนแรงจัดโรงพยาบาลเฉพาะสำหรับผู้ป่วยอาการปานกลาง เช่น ปอดอักเสบ แต่ไม่รุนแรง โดยอาจกำหนดเป็นอาคารเฉพาะ หรือโรงพยาบาลเฉพาะ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ป่วย และควรเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอื่นๆออกไปที่อื่น“กระทรวงสาธารณสุขของไทยมีความพร้อมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก”นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข เปิดใจให้สัมภาษณ์ โดยทิ้งการเมืองไว้ข้างหลังก่อน เพราะเป็นเรื่องรอง และอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภาฯพร้อมชี้ให้เห็นภารกิจหลักทำให้พี่น้องคนไทยมีสุขภาพที่ดีแม้ไวรัสร้ายไม่ระบาด ก็มีภารกิจสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค เพื่อให้ประชาชน สุขภาพแข็งแรงโดยอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ประจำหมู่บ้าน 1 ล้านคน กระจายทั่วทุกหัวระแหงของประเทศ เป็นกำลังสำคัญทำให้คุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทยแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ และสถาบันจัดอันดับชั้นนำด้านสาธารณสุขมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ มีชื่อเสียงในด้านการแพทย์ ได้จัดระบบสาธารณสุขของไทยอยู่อันดับที่ 6 ของโลกเป็นสิ่งที่พิสูจน์ถึงความพร้อมครอบคลุมอย่างทั่วถึงของระบบสาธารณสุขไทยในจังหวะที่ไวรัสโควิด-19 ระบาด 2 เดือนครึ่ง นอกจากภารกิจปกติต้องทำแล้ว ยังต้องให้ความสำคัญในการป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมโรคอุบัติใหม่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเราทำได้เป็นอย่างดี โดยกรมควบคุมโรคผ่านประสบการณ์การป้องกัน เฝ้าระวังและควบคุมโรคติดต่อมาอย่างยาวนานขอให้ความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนว่า พื้นฐานระบบการควบคุมโรคติดต่อของประเทศไทย ไม่เป็นรองประเทศใดในโลกนี้ ทั้งบุคลากรมีความเชี่ยวชาญ มีความรู้ ความสามารถ ปฏิบัติภารกิจควบคุมโรคได้เป็นอย่างดีวันนี้สิ่งที่มันยากไม่ใช่การควบคุมโรค แต่ในยุคโซเชียลมีเดีย มีการเสพข้อมูลโรคระบาดมาจากแหล่งอื่น ข้อมูลเท็จบ้าง จริงบ้าง ทำให้เกิดความยากลำบากต่อบุคลากรสาธารณสุขแทนที่เอาเวลาอันมีค่าไปปฏิบัติภารกิจเฝ้าระวังและควบคุมโรคให้ประชาชนทั้งประเทศต้องคอยนั่งตอบคำถาม ข้อสงสัย ที่ผู้คนมากมายมีความกังวลใจ ที่เกิดเป็นความตระหนักจนกลายเป็นกระแสวิตกกังวล กลายเป็นความไม่มั่นใจและกลายเป็นอคติเรามานั่งเหนื่อยกับเสียงลือเสียงเล่าอ้างในทางลบ ทั้งที่บุคลากรสาธารณสุขปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสี่ยง ต้องการกำลังใจมากกว่าเสียงก่นด่า ในที่สุดเกิดการปะทะกันผ่านโซเชียลมีเดีย กลายเป็นความเกลียดชังซึ่งกันและกันขอยืนยันกระทรวงสาธารณสุขเดินถูกทาง บุคลากรสาธารณสุขไม่เคยย่อท้อ ไม่เสียกำลังใจ ผลของการทำงานอย่างหนักหน่วง จนทำให้ประเทศไทยกล้าประกาศมีผู้ติดเชื้อรายแรกของโลกนอกประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นคนจีนที่เดินทางมาประเทศไทยหลังจากนั้นได้วางยุทธศาสตร์ มาตรการต่างๆ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออันตรายทำให้ควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี เราควบคุมโรคระบาดได้นะครับจนมีการตั้งคำถามว่าปิดบังตัวเลขผู้ติดเชื้อหรือเปล่า ปรุงแต่งตัวเลขหรือไม่ ทำไมรับมือกับโรคนี้ได้ดีกว่าประเทศที่เจริญกว่า ประเทศที่มีวินัย หรือเป็นประเทศมหาอำนาจมากกว่าเรา ทำไมมีประชาชนติดเชื้อจำนวนมากขอให้เลิกพูดได้แล้วว่ารัฐบาลปกปิดให้ข้อมูลไม่ตรง กระทรวงสาธารณสุขไม่มีนโยบายให้ปกปิดข้อมูลขณะนี้พยายามปรับการรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อที่พบ จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อและนำมารักษาแล้วหายขอให้เชื่อมั่นเราสามารถสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนได้เตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์โรคระบาดรุนแรงขึ้นอีกระดับอย่างไรบ้าง รวมถึงมาตรการการปิดประเทศ นายอนุทิน บอกว่า ไวรัสโควิด-19 อาศัยคนเป็นพาหะ คนอยู่กับที่มากเท่าไหร่เชื้อร้ายก็ไม่กระจายมาตรการต่างๆ ที่ออกมาจึงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ แต่การปิดประเทศเป็นเรื่องสำคัญมากวันใดถึงเวลาต้องปิดประเทศก็ต้องทำ วันนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงจุดนั้นหลักการควบคุมโรคติดต่อนอกจากหาแหล่งที่มาของโรค คือความพร้อมให้การรักษาพยาบาลโรคนี้ไม่เกินความสามารถของบรรดาเหล่าแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุขมั่นใจในบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขทุกคน มั่นใจระบบสาธารณสุขของประเทศไทยไม่เคยไปก้าวก่ายในเรื่องเทคนิค วิชาการ การแพทย์ การรักษาพยาบาลโดยมีหลักการปฏิบัติใช้มาตรการเกินหนึ่งขั้นในสถานการณ์ปกติเช่น สถานการณ์ระดับสองก็ใช้มาตรการระดับสาม เข้าสู่ระดับสามก็ใช้มาตรการระดับสามบวกๆปัจจัยที่สำคัญสุดคือความร่วมมือของคนในชาติถึงควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้อยู่หมัด.ทีมการเมือง