ผลอยู่ที่ฝ่ามือ...
แม้จะผ่านความไว้วางใจไปได้สำหรับ 6 รัฐมนตรีที่ถูก ฝ่ายค้านเปิดซักฟอก แต่คะแนนที่จะได้นั้นก็มีความหมาย
มากน้อยแค่ไหน ต่างกันอย่างไร ใครยกมือให้ไม่ยกให้
เป็นหลักประกันอย่างหนึ่งที่มีต่อการดำรงอยู่ในตำแหน่งรัฐมนตรีต่อไป ตรงข้ามหากได้คะแนนต่ำกว่าคนอื่นๆก็สุ่มเสี่ยงพอสมควร
หมายถึงโอกาสที่จะถูกแซะเก้าอี้ ทั้งจากในรัฐบาลเองและฝ่ายค้านถล่มซ้ำ
แม้แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในฐานะผู้นำรัฐบาลก็ต้องอยู่ในวังวนนี้อย่างยากจะปฏิเสธ
นั่นแหละที่เชื่อกันว่า น่าจะหวั่นไหวมากกว่าฝ่ายค้านเสียอีก
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งตอนแรกคิดว่าฝ่ายค้านจะกาชื่อทิ้ง แต่สุดท้ายก็ติดโผมาด้วย
แต่ในฐานะ “ผู้จัดการรัฐบาล” ตัวจริงเสียงจริงน่าจะ ผ่อนคลายมากกว่า เพราะสามารถคุมสภาพ ส.ส.พลังประชารัฐได้ค่อนข้างมั่นคงในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคที่แสดงตัวตนให้ปรากฏอยู่เสมอมาตลอด
“ลูกน้องผมทุกคน...”
การเตรียมการรับมือฝ่ายค้านของพลังประชารัฐที่พัทยา เพื่อวางแผนและซักซ้อมความเข้าใจทั้งเรื่องข้อมูล กำหนดคนที่จะตอบโต้ในสภาและยังมีทีมงานนอกสภาเสริมอีกด้วย
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา นายวิษณุ เครืองาม ต่างก็พร้อมที่จะร่วมงานด้วย
อย่างน้อยก็เพื่อสร้างความมั่นใจซึ่งกันและกัน
แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันจะไม่ไปร่วมด้วยเท่ากับว่ามีความมั่นใจสูงว่า จะสามารถตอบชี้แจงฝ่ายค้านได้อย่างสบายๆ
นั่นก็หมายความว่ามีทีมงานพิเศษเพื่อชงข้อมูลให้พร้อมด้วยประเด็นต่างๆที่คาดว่าฝ่ายค้านจะเปิดฉากโจมตี
ว่าไปแล้วแม้ว่าฝ่ายค้านอย่างอนาคตใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไร ทว่า ส.ส.โดยรวมของพรรคยังสามารถอภิปรายได้ในฐานะฝ่ายค้าน
...
เท่ากับว่ายังครบเครื่องอยู่เหมือนเดิม
เช่นกันพรรคเพื่อไทยที่แม้ว่าสถานการณ์ภายในยังอยู่ในภาวะความขัดแย้งกันเอง แต่เมื่อเปิดศึกกับ “ศัตรูร่วม” ก็ต้องสามัคคีกันไปก่อนเรื่องอื่นค่อยว่ากัน
เอาเข้าจริงแล้วผมว่าปัญหาในรัฐบาลนั่นแหละ...ที่สร้างแรงกระเพื่อมภายในเพราะในจำนวน 6 รัฐมนตรีนั้นไม่มี รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่มีพรรคภูมิใจไทยเท่ากับว่ามุ่งเล่นงานคนของพลังประชารัฐ
ทีมงานเก่าจากรัฐบาล คสช.ล้วนๆ
อาการในพลังประชารัฐนั้นน่าห่วงที่สุด เพราะนอกจากจะมีการจัดเลี้ยงเฉพาะกลุ่มหลายรอบที่มองกันว่าไม่ใช่เรื่องปกติแน่
ด้านหนึ่งก็เพื่อสำแดงพลังเพื่อให้ผู้มีอำนาจพอใจ แต่อีกด้านหนึ่งก็เพื่อหวังว่าหลังศึกซักฟอกจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปได้ไม่ถูกปลดจากตำแหน่ง
อีกทั้งยังมีบางคนที่ต้องการผลักดันให้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรี
พูดง่ายๆว่าในความเคลื่อนไหวต่างๆที่เกิดขึ้นนั้นมีทั้งด้านสามัคคีและด้านเลื่อยขาเก้าอี้กันไปในตัว
ความทะเยอทะยานทางการเมืองนั้น ไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว?
“สายล่อฟ้า”