ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ถอดบทเรียน “โคราชวิปโยค” ในห้วงการเมืองร้อน : สะท้านกองทัพ สะเทือนรัฐบาล

    ทีมข่าวการเมือง16 ก.พ. 2563 05:05 น.
    SHARE

    ช็อกความรู้สึกประชาชนคนไทยทั้งประเทศ

    กับปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิด และไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นในเมืองไทย เหตุร้าย “จ่าทหารคลั่ง” สังหารคู่กรณีและกราดยิงประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 29 ศพไม่รวมคนร้าย บาดเจ็บอีกกว่า 50 ราย

    กลายเป็นโศกนาฏกรรม “โคราชวิปโยค” เหตุเกิด ที่จังหวัดนครราชสีมา

    ประวัติศาสตร์ต้องบันทึก แต่ไม่น่าจดจำ

    แน่นอนไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุร้ายแรงสะเทือนขวัญ แบบที่ทั่วโลกต่างร่วมแสดงความเสียใจกับประเทศไทยที่ต้องสูญเสียชีวิตผู้คนและบาดเจ็บจำนวนมาก

    หากเทียบกับการก่อการร้ายในต่างประเทศ ถือว่ารุนแรงพอกัน

    แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว ทางเดียวคือต้องบริหารจัดการผลกระทบจากสถานการณ์ให้ดีที่สุด

    เป็นหน้าที่ของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องเป็นหลักในการดูแลช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ รวมถึงครอบครัว ตลอดจนธุรกิจห้างร้านที่ได้รับความเสียหายจำนวนมาก

    โดยเฉพาะการฟื้นฟูสภาพจิตใจที่ต้องใช้เวลาอีก พักใหญ่

    ไม่ใช่แค่ผู้อยู่ในเหตุการณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ขวัญผวารู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองและคนรอบข้าง

    ดังนั้น จึงต้องมีการถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ที่โคราช เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลป้องกัน รับมือสถานการณ์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ ที่สำคัญคือต้องไม่ให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ในสังคมไทยยุคโซเชียลมีเดียทรงอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของผู้คน

    อย่างน้อยต้องก่อผลเชิงบวก ให้สมค่ากับ 29 ชีวิต ผู้บริสุทธิ์ที่สูญเสียไป

    แต่ในแง่ของผลเชิงลบ “โคราชวิปโยค” ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนเต็มๆกับรัฐบาล ในห้วงการเมืองร้อน มรสุมสารพัดลูกกระหน่ำแบบไม่ทันได้หายใจหายคอ

    ล้อคำทำนายหมอดู จังหวะดาวมฤตยูชนดวงเมือง

    มีแต่เรื่องร้อนๆพุ่งเข้าใส่ไม่หยุด ในอาการแบบที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องใส่กำไลข้อมือปี่เซียะแก้ปีชง

    เสริมดวง เอาเคล็ด สร้างขวัญกำลังใจ

    เพราะขยับอะไรก็โดนด่า หนีไม่พ้นโดนกระแสถล่มโจมตี

    ขนาดนายกรัฐมนตรีตัดสินใจยกเลิกภารกิจที่กรุงเทพฯบินไปตรวจสถานการณ์ที่เกิดเหตุในห้วงนาทีไล่เลี่ยกับเจ้าหน้าที่ทำการวิสามัญคนร้าย ยังไม่วายต้องเคลียร์เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ว่าเป็นไปอย่างล่าช้า จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

    นายกฯไปตอนจบแล้วทำอะไรได้ นอกจากเกะกะเจ้าหน้าที่

    นั่นไม่เท่ากับจังหวะการทำ “มินิฮาร์ท” สัญลักษณ์มือเป็นรูปหัวใจชูไปรอบทิศทางก่อนขึ้นรถหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวสรุปเหตุการณ์ ทำให้โดนกระแสโซเชียลมีเดียโจมตีอย่างหนักว่า นายกฯไม่สมควรแสดงท่าที ดังกล่าว ในช่วงเวลาของความเศร้าสลด

    กระตุกกระแสดราม่า เสียงโห่ฮา เสียงด่ากระหึ่มเมือง

    เรื่องไม่เป็นเรื่องกลายเป็นเรื่อง ทำเอา “นายกฯลุงตู่” ต้องออกโรงเคลียร์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ยืนยันรู้สึกเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้เหมือน กับคนไทยทั้งประเทศ ตั้งใจที่จะให้กำลังใจทุกคน จนบางครั้งการแสดงออกอาจทำให้หลายคนเข้าใจผิด หรือรู้สึกไม่สบายใจ

    จากเรื่องเศร้าสลด ผู้นำต้องเคลียร์ดราม่า อารมณ์หมั่นไส้

    และในสถานการณ์ต่อเนื่องกันกับคิวของ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่เปิดแถลงกรณี “จ่าคลั่ง” ปล้นอาวุธไปก่อเหตุสังหารประชาชนและเจ้าหน้าที่ โดยได้ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ

    พร้อมกล่าวขอโทษและแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งในฐานะ ผบ.ทบ.

    แต่ไฮไลต์มันอยู่ตรงฉาก “หลั่งน้ำตา” จ่าฝูงกองทัพบกร่ำไห้สะอื้นระหว่างการแถลงข่าว โดยมีการออกตัวในเวลาต่อมาว่า เป็นคนอารมณ์อ่อนไหว สะท้อนอารมณ์เสียใจที่พลทหารเสียชีวิตในเหตุการณ์

    กลายเป็นดราม่า นัวเนียกับเสียงเรียกร้องให้ “บิ๊กแดง” ลาออก

    แสดงความรับผิดชอบกับความหละหลวม ปล่อยทหารปล้นอาวุธในค่ายออกมาสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์และเจ้าหน้าที่เสียชีวิตจำนวนมาก

    ที่แน่ๆจากแรงกดดันเฉพาะหน้า ทำให้ พล.อ.อภิรัชต์ต้องประกาศสังคายนาใหญ่

    ลุยล้างบางธุรกิจในค่ายทหาร

    โดยเฉพาะต้นเหตุที่มาของ “จ่าทหารคลั่ง” เพราะปม “เงินทอน” เงินกู้กรมสวัสดิการทหารบกสร้างบ้าน งานนี้ “บิ๊กแดง” ขู่ลั่นจะจัดการทุจริตโครงการบ้านสวัสดิการ การกู้เงิน การร่วมมือระหว่างหน่วยทหารกับพ่อค้า

    รับรองอีก 3 เดือนต่อจากนี้ ตั้งแต่ระดับนายพลถึงระดับพันเอกหลายคนไม่มีงานทำแน่

    แต่ที่ฮือฮาก็คือ “บิ๊กแดง” ประกาศขีดเส้นตายภายในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้ที่เกษียณแล้วยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร และย้ายจากกองทัพบกไปอยู่หน่วยงานใด ต้องย้ายออก

    คืนบ้านหลวง เพื่อเปิดโอกาสให้คนที่ไม่มีบ้านมาอยู่

    ซึ่งนั่นก็เหมือนเป็นการโยนทุ่นใส่คนกันเอง เพราะกระแสหันไปจับจ้องที่ พล.อ.ประยุทธ์ กับ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ 2 บิ๊กรัฐบาลในทันที

    ในฐานะอดีต ผบ.ทบ.ที่ยังมีบ้านพักอยู่ในค่ายทหาร

    เรื่องของเรื่องโดยสถานการณ์เชิงกระแส ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุวิปโยคโคราชทำให้ทหารถูกมองเป็น “ผู้ร้าย” ตอกย้ำอารมณ์เบื่อท็อปบูตที่ครองเกมอำนาจยาวนาน

    เข้าทางเหลี่ยมขั้วการเมืองฝ่ายต้านท็อปบูตที่ได้จังหวะเบิ้ลทันที

    ปรากฏการณ์อย่างที่ทีมงานพรรคเพื่อไทย ลูกข่าย “ทักษิณ” รุมขย่ม “บิ๊กตู่” แสดงท่าทีไม่เหมาะสมแทนที่จะยืนไว้อาลัยเหยื่อเหตุการณ์โคราชวิปโยค กลับทำมินิฮาร์ทผิดกาลเทศะ

    โจมตีพฤติการณ์ไร้ภาวะผู้นำโดยสิ้นเชิง

    และจังหวะได้ทีขี่แพะไล่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ชิงตั้งกระทู้สดบี้ถามนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ถึงความล่าช้าในการระงับเหตุ และเหตุผลที่ไม่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์

    ซัดหากกองทัพบกระงับเหตุได้ตั้งแต่ในค่ายสุรธรรมพิทักษ์ ความสูญเสียจะไม่มากเช่นนี้

    ขณะที่ท่าทีของทีมอนาคตใหม่ก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน

    ตามเหลี่ยมแบบที่ “ไพร่ห้าพันล้าน” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าค่ายสีส้ม ได้ทีนัดระดมพลร่วมแสดงออกถึงความหวังของประชาชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในกองทัพ ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์

    จัดอีเวนต์ “จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ” ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา

    ในมุมที่สื่อบางสำนักพาดหัว “ธนาธร” โหนเหตุกราดยิงโคราช

    เพราะโดยจังหวะก้ำกึ่งพอดี ยุทธการฉวยเหตุ “จ่าทหารคลั่ง” ปลุกกระแสต้านอำนาจกองทัพของหัวหน้าค่ายสีส้ม มันก็โยงไปถึงการยื้อสู้คดียุบพรรคอนาคตใหม่

    ดีเดย์ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ชะตาวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้

    มันจึงเป็นอะไรที่สอดรับกันโดยเงื่อนไขสถานการณ์ “ธนาธร” ต้องพยายามทุบทำลายความชอบธรรมอำนาจทหาร ที่เจ้าตัวเชื่อโดยปักใจว่าเป็นต้นเหตุพรรคอนาคตใหม่สะดุดบนเส้นทางประชาธิปไตย

    อนาคตใหม่ เพื่อไทย ชิงเหลี่ยมลูกเข้าทางปืน

    และแน่นอน โดยปม “โคราชวิปโยค” ต้องลากยาวไปถึงศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

    ในสถานการณ์ที่เดาทางพรรคเพื่อไทย ทีมอนาคตใหม่ และพรรคร่วมฝ่ายค้าน ต้อง “จัดหนัก” ขึงพืด “พี่น้อง 3 ป.” พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร รวมถึง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย

    ได้เวลาทวงบัญชีแค้นแบบทบต้นทบดอก

    ตามรูปการณ์อย่างที่โยนหินนำร่องกันไว้ จะขุดผี ย้อนอดีตไปชำแหละยุค คสช.ที่นำโดย “ประยุทธ์–ป้อม–ป๊อก” ทำรัฐประหารโค่นกระดานรัฐบาลอดีตนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”

    ไล่นักการเมืองอาชีพนั่งข้างสนาม ดองเค็มยาว 5-6 ปี

    แถมยังออกแบบรัฐธรรมนูญสกัดทีม “ทักษิณ” เอื้อท็อปบูตลากยาวอำนาจเปลี่ยนผ่าน

    งานนี้ยังไงก็ต้องล็อกเป้าจับตาย “3 ป.” กับ “1 ด.-บิ๊กแดง”

    ในจังหวะสถานการณ์ที่ “นายกฯลุงตู่” กำลังเมากระแสเบื่อทหาร ในอาการที่กองทัพยุค “บิ๊กแดง” กุมบังเหียนเป็นกำแพงแน่นๆให้รัฐบาลก็โดนแรงกระแทกชิ่งจนจ่าฝูง ทบ.ออกลูกเป๋

    “วิปโยคโคราช” เขย่าเกมอำนาจ

    สะท้านกองทัพ สะเทือนรัฐบาล.

    ทีมการเมือง

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    วิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองกราดยิงโคราชโคราชวิปโยคประยุทธ์ จันทร์โอชาอภิรัชต์ คงสมพงษ์พรรคฝ่ายค้าน

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2563 เวลา 05:16 น.