ไวรัสมรณะโคโรนาลุกลามไปทั่ว คนจีนตายเกิน 100 แล้ว สถานการณ์โลกยังน่าห่วง ประเทศไทยก็เฝ้าระวังเต็มที่ แต่อย่าวิตกจริตจนแพนิคเหมือนนักการเมืองบางคนที่หยิบฉวยมาเล่นจนเปรอะรัฐบาลตกเป็นเหยื่อเฟกนิวส์ นักเลงคีย์บอร์ดมโนโซเชียล“ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ต้องออกโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ยืนยันไทยควบคุมสถานการณ์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์แต่ที่คุมไม่ได้หมดจดก็คือหมากเกมการเมืองภายในรัฐบาลเอง หลังจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ติดไฟแดงกะทันหัน ถูกเบรกหัวทิ่มจากสนิมเนื้อใน“นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แฉ ส.ส.กดบัตรแทนกัน “ฉลอง เทอดวีระพงศ์” ผู้แทนพัทลุงค่ายภูมิใจไทยที่โค่นเจ้าตัวในสนามเลือกตั้ง ไปปรากฏตัวลงพื้นที่ในงานวันเด็ก แต่กลับมีคะแนนโหวตลงมติกลายเป็นปัญหาลุกลามเรื่องถูกแทงไปยังศาลรัฐธรรมนูญงานนี้โดนนินทาว่าขยันเกินเหตุ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าแกนนำพรรคประชาธิปัตย์เองก็เออออ ห่อหมก เลขาธิการพรรคออกมาขานรับแต่ก็ไม่ได้ปรามอะไร แว่วว่าผู้มากบารมีสูงกว่านั้นกดปุ่มให้เดินเกมเล่นเอาเครียดไปตามๆกัน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกอาการหัวร้อน ทำไมต้องเอาเรื่องส่วนตัวมาขย่มรัฐบาลเรือเหล็กจนโคลงแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐก็ปวดหัวกับการทำตัวเป็นฝ่ายค้านในรัฐบาลของประชาธิปัตย์ตอกย้ำปัญหาเรื้อรังหนักอก ทำงานกันไม่เป็นทีมเวิร์กถ้าศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจเที่ยวนี้มีชื่อรัฐมนตรีจากค่ายประชาธิปัตย์ขึ้นเขียงถูกซักฟอกด้วย ไม่แน่อาจได้เห็นรายการถอนแค้นเอาคืน พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย สั่ง ส.ส.ไม่ยกมือโหวตให้แบบจงใจหันไปตรวจอาการ “ลุงตู่” แล้วก็น่าเห็นใจ ถึงขั้นอ้อนวอนให้ศาลรัฐธรรมนูญ-สภาฯ ช่วยผ่าทางตันเปิดทางออกให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อนำเม็ดเงินมาขับเคลื่อนประเทศฝ่าฟันวิกฤติช่วงนี้ใบหน้าบอกบุญไม่รับ สารพันปัญหาถาโถมรุมเร้าอย่างไรก็ตาม แผนสำรองรัฐบาลมีอยู่แล้ว ไม่มีการชัตดาวน์งบประมาณแน่นอน งบประจำของข้าราชการใช้ของปีเก่าไปพลางก่อน งบผูกพันยังคงเดินต่อไปได้ส่วนงบลงทุนใหม่ที่เป็นกลจักรสำคัญ เตรียมใช้วิธีออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงินรัฐบาลเตรียมทางหนีทีไล่ไว้หลายรูปแบบ ตามที่ “ศรีธนญชัยรอดช่อง” วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุไว้รวมถึงแนวทางของนายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่บอกให้รัฐบาลนำร่างที่ผ่านสภาฯแล้วกลับมาเสนอลงมติใหม่ตั้งแต่วาระที่ 1 เพื่อทำทุกอย่างให้ถูกต้อง หากขอความร่วมมือกันจะใช้เวลาไม่มาก และไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญ รัฐบาลทำได้เลยทันที เป็นทางออกที่อะลุ่มอล่วย ตามที่นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เคยไปหารือกับนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อสัปดาห์ก่อนขอความร่วมมือฝ่ายค้านพิจารณากันใหม่ด้วยความรวดเร็ว ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนแนวทางนี้ “สมพงษ์” ยินดีไม่มีปัญหา เพราะงบประมาณจำเป็นกับทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านด้วยเช่นกัน ขืนลีลาท่าเยอะจะถูกด่าเสียเอง ว่าเป็นไอ้เข้ขวางคลองส่วนทางออกอื่นๆถือว่าสุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณา 3 วาระรวด เหมือนทำกันแบบขอไปที ขาดความรอบคอบ ทั้งๆที่เป็นกฎหมายการเงินสำคัญระดับชาติการนำร่าง พ.ร.บ.งบฯที่เพิ่งผ่านการลงมติไปแบบมีตำหนิ กลับมาลงคะแนนใหม่ในวาระ 2-3 เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดนอกจากจะล่วงเลยกำหนดเวลา 105 วันแล้ว ยังเหมือนหยิบกฎหมายที่โมฆะไปแล้วมาปะผุ ไร้ความสง่างามปัญหาร่าง พ.ร.บ.งบฯติดไฟแดง เป็นเรื่องหนักอกหนักใจมากกว่า คิวอภิปรายไม่ไว้วางใจเสียอีก ตอนนี้ฝ่ายค้านยังมะงุมมะงาหรา เลื่อนแล้วเลื่อนอีกจนคนเริ่มเซ็งไม่ซักฟอกเสียทีถ้าผ่านวิกฤติเรื่องงบประมาณไปได้ รัฐบาลคงต้องกลับมาทบทวนไล่เบี้ยเช็กบิลกันชุดใหญ่อาจถือโอกาสปรับ ครม.หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ บุญคุณความแค้น สะสางกันให้เบ็ดเสร็จ.ทีมข่าวการเมือง