ไลฟ์สไตล์
100 year

หมายเหตุประเทศไทย : ข้อมูล-ศูนย์กลางของจักรวาลไอที

ลม เปลี่ยนทิศ4 ม.ค. 2563 05:02 น.
SHARE

วันเสาร์สบายๆ เสาร์แรกของปีนี้ไปคุยกันเรื่อง “เทคโนโลยีปี 2020” กันเลยนะครับ ปีนี้จะเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากกระแส Disruptive Technology ซึ่งจะพลิกโฉมสิ่งแวดล้อมรอบตัวเราไปสู่โลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม “ข้อมูล (Data) จะกลายเป็นศูนย์กลางของ “จักรวาลไอที” (IT Universe) ในการสร้างแพลตฟอร์มใหม่ที่หลากหลาย สามารถเจาะลึกทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ล่วงหน้า

ในอนาคต มนุษย์ อาจตกอยู่ในความควบคุมของ ปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence ที่สามารถ เรียนรู้ด้วยตัวเองผ่านข้อมูลมากมายในยุค IoT ก็ได้ น่ากลัวนะครับ

ข่าวแนะนำ

บริษัท NTT ยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีการสื่อสารของญี่ปุ่น ได้เปิดเผยถึงแนวโน้มเทคโนโลยีโลกในปี 2020 ผ่านรายการ Future Disrupted : 2020 Technology Trends ในเว็บไซต์ของบริษัทว่า เทคโนโลยีโลกในปี 2020 จะประกอบด้วย 6 แนวโน้มสำคัญคือ 1.Disruptive Technologies เทคโนโลยีที่ทำลายเทคโนโลยีด้วยกัน 2.Intelligent Business ธุรกิจอัจฉริยะ 3.Intelligent Workplace สถานที่ทำงานอัจฉริยะ 4.Intelligent Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ 5.Intelligent Cybersecurity ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ 6.Technology Services บริการทางด้านเทคโนโลยี

เห็นไหมครับ ไม่ต้องรอโลกอนาคตหรือโลกหน้า วันนี้ ค.ศ.2020 พ.ศ.2563 Digital Transformation ก็กำลังจะเปลี่ยนโลกใบนี้ให้กลายเป็นอัจฉริยะในทุกด้าน แต่ใช่ว่าทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จ ถ้าหาก ผู้บริหารระดับสูงในองค์กร ไม่เข้าใจในเทคโนโลยีใหม่ไม่วางยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลง ย่อมประสบความล้มเหลวแน่นอน

เทคโนโลยี Disruptive ข้อมูล (Data) จะเป็น “ศูนย์กลาง” ของ จักรวาลไอที (IT Universe) การเปลี่ยนแปลงองค์กรไปสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) ทุกอย่างจะอยู่ที่ข้อมูล จะเก็บข้อมูลอย่างไร จะจัดการข้อมูลอย่างไร แพลตฟอร์มที่จะบริหารจัดการข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลในอนาคต จะเก็บมาจากส่วนที่เล็กมากจากอุปกรณ์ loT (Internet of Things) และ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม

Ettienne Reinecke ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีเอ็นทีที เปิดเผยว่า Disruptive Technologies จะเป็นกระแสหลักในปี 2020 เป็นการผสมผสานระหว่าง ข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และ Internet of Things เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเมืองอัจฉริยะและสังคมเข้าด้วยกัน รวมทั้ง การสร้างสภาพแวดล้อมสถานที่ทำงาน ธุรกิจยุคใหม่ที่เชื่อมโยงถึงกัน โดยมี ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ AI ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง วิเคราะห์ด้วยตัวเอง เพื่อป้องกันการโจมตี

Reinecke กล่าวว่า ปี 2020 เมืองและสังคมต่างๆทั่วโลกจะเริ่มเดินตามรอยการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของ ลาสเวกัส เมืองการพนันกลางทะเลทรายในรัฐเนวาดาของสหรัฐฯ ซึ่งได้กลายเป็น เมืองต้นแบบของเมืองอัจฉริยะ ที่มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างภูมิภาค สร้างการรับรู้สถานการณ์ต่างๆผ่านเทคโนโลยีในรูปแบบวิดีโอและเสียง ด้วยการใช้เทคโนโลยี IoT บนโครงสร้างพื้นฐานที่มีความปลอดภัย ลาสเวกัส ได้พัฒนาเมืองกลางทะเลทรายให้มี สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยต่อการอยู่อาศัย เพื่อไปสู่เป้าหมายของการมีชีวิตที่ยืนยาว โดยผสมผสานเทคโนโลยีที่หลากหลายเข้าด้วย

เอ็นทีที ยังได้คาดการณ์ เทคโนโลยีใหม่ในอนาคตที่จะมีบทบาท ดังนี้ 1.Digital Twinning เทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองเสมือน เพื่อสร้างแบบจำลองที่แม่นยำและรวดเร็ว 2.Building trust through digital interactions การสร้างความไว้วางใจผ่านระบบการโต้ตอบดิจิทัล เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น 3.Phygital Space พื้นที่ผสมผสานระหว่าง โลกดิจิทัล (Digital) กับ โลกกายภาพ (Physical) เช่น ห้องประชุม สำนักงาน ร้านค้า 4.Smart Building อาคารอัจฉริยะที่ใช้ IoT เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีความสะดวกสบายมากขึ้น 5.Data Wallets กระเป๋าข้อมูลส่วนบุคคล

เป็น ปีแห่งการ Disruptive จริงๆผมก็เก็บมาเล่าสู่กันฟังครับ เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลม เปลี่ยนทิศเทคโนโลยีปี 2020ปัญญาประดิษฐ์จักรวาลไอทีข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09:14 น.