ไลฟ์สไตล์
100 year

วิเคราะห์การเมือง : ฉากระทึกถึงจุดชี้ชะตา “ธนาธร-พานทองแท้”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
10 พ.ย. 2562 05:04 น.
SHARE

สังคมยึดหลักการ ฝ่าการเมืองร้อน

ยกเครดิตให้รัฐบาล ถือเป็นหน้าตาของคนไทย ทั้งประเทศ

ข่าวแนะนำ

กับมหกรรมประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียนซัมมิต) ครั้งที่ 35 ผ่านพ้นไปแบบสวยงาม ท่ามกลางความสำเร็จทั้งในแง่ของความเป็นเจ้าภาพที่ได้รับเสียงชื่นชมจากแขกบ้านแขกเมือง

ลืมเรื่องฉาว ฉากม็อบล้มอาเซียนซัมมิตที่พัทยาไปสนิท

รวมถึงเนื้องานที่สามารถผลักดันความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) เพื่อนำไปสู่การลงนามร่วมในการประชุมอาเซียนที่ประเทศเวียดนามเป็นเจ้าภาพในช่วงต้นปีหน้า

จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย รวมทั้งสหรัฐอเมริกา ชาติมหาอำนาจต่างไม่ยอมพลาดตกเวที

บ่งบอกความโดดเด่นของประเทศไทยในภาวะต้องประคองดุลอำนาจโลก

สถานการณ์แบบที่นักวิเคราะห์จากสถาบันสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฟันธง ไทยคือผู้ได้รับประโยชน์ลำดับต้นๆ ของโลก จากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน

หมากกระดานนี้ รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดย “มือดีล” ระดับอินเตอร์อย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เดินแต้มได้ตามยุทธศาสตร์

เป็น “มด” ที่ “ราชสีห์” ต้องคบเป็นมิตร แชร์ประโยชน์ร่วมกัน

จากเวทีโลก ตัดฉากกลับมาที่เวทีการเมืองภายใน ตามจังหวะเปิดสภาสมัยสามัญทั่วไป และมีการนัด ประชุมสภาผู้แทนฯครั้งแรกในวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ตามฟอร์มร้อนแรง พวกร้อนวิชาโชว์ “ปล่อยของ” กันแต่หัววัน

โดย “ตัวเรียกแขก” คนสำคัญ อย่างนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรหารือขอเปลี่ยนเพลงชาติไทย

เรียกเสียงวิจารณ์อื้ออึง ส่วนใหญ่หนักไปทางด่ามากกว่าชม

อารมณ์สีสันของ “ส.ส.ปัดเศษทศนิยม” ออกแนวขำๆมากกว่าจะเป็นการเป็นงาน

ช็อตสำคัญมันอยู่ตรงญัตติร้อนๆที่ถูกเข็นมาจ่อตั้งแต่ก่อนปิดสภาสมัยที่แล้ว นั่นคือการเดินหน้าตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รื้อกติกาฉบับ “ซือแป๋มีชัย ฤชุพันธุ์”

สถานการณ์ร้อนแรงแซงหน้าญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล

โฟกัสสื่อกระแสหลักจับจ้องไปที่เกมรื้อรัฐธรรมนูญที่มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องรายวัน

โดยเฉพาะเหลี่ยมเขี้ยวของโคตรเซียนยี่ห้อประชาธิปัตย์ที่ชิงเดินหมาก “ตีกิน” จากไพ่แต้มสำคัญ ตามสถานะพรรคตัวแปร โยนชื่อ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

จองแท่นประธานคณะกรรมาธิการฯ รื้อกติกาฉบับ “ซือแป๋มีชัย”

ท่ามกลางเสียงขานรับจากหลายฝ่าย แม้แต่ฟากฝั่งพรรคเพื่อไทย ขุมข่าย “นายใหญ่” ดูไบ ก็ชูจั๊กกระแร้เชียร์ พร้อมเปิดทางคู่รักคู่แค้นอย่าง “อภิสิทธิ์” นั่งหัวโต๊ะประธานคณะกรรมาธิการฯ

ขอแค่นำไปสู่เป้าหมาย ทำลาย “ยันต์กันทักษิณ”

สงวนจุดต่าง แสวงจุดร่วม เพื่อไทยกับประชาธิปัตย์ประสานเสียงโทนเดียวกัน

แต่กลายเป็นแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ ที่แตะเบรกชื่อ “อภิสิทธิ์” แทบหัวทิ่ม

โดยปฏิบัติการหักเหลี่ยมพรรคร่วมรัฐบาล พปชร.ไม่ปล่อยให้ประชาธิปัตย์ขี่คอซ้ำต่อเนื่องจากที่เสียเก้าอี้ประธานสภาให้นายชวน หลีกภัย ไปแบบเสียฟอร์มพรรคแกนนำ

เดาทางไม่ยาก งานนี้ “พลังประชารัฐ” ไม่เอาด้วยกับชื่อ “เดอะมาร์ค” ที่แสดงฤทธิ์เดช ป่วนสกัด “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเบิ้ลเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

ถึงขั้นไขก๊อกลาออกจาก ส.ส. “ประชด” หักหน้ากันเลย

ตามรูปเกมถ้าปล่อยให้ “อภิสิทธิ์” นั่งหัวโต๊ะ มันเท่ากับประทับความชอบธรรมให้คนต้าน “บิ๊กตู่”

แต่เรื่องของเรื่อง ตามเงื่อนไขตัวเลขในโควตาคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประกอบกับแนวโน้มฝ่ายค้านสนับสนุนบวกกับเสียงของประชาธิปัตย์

โอกาส “อภิสิทธิ์” ก็ยังดูมีแนวโน้มสูงกว่าคนอื่น

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ว่ากันตามเงื่อนไขสถานการณ์ โดยกระบวนการของคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ มันก็ยังไม่ได้สำคัญยิ่งยวด ถึงขั้นส่งผลได้เสียอะไรมากมาย

แค่ “คลำหากุญแจ” ปลดล็อกประตูเท่านั้น

ใครนั่งประธานคณะกรรมาธิการฯ ก็ไม่ได้มีอาญาสิทธิ์ชี้นิ้วสั่งซ้ายหันขวาหันแต่อย่างใด

ช็อตสำคัญมันอยู่ที่กระบวนการหลังจากนั้น เมื่อปลดล็อกกุญแจแล้วถึงจะนำไปสู่ขั้นตอนลงรายละเอียด จะรื้อ ทุบทิ้ง ก่อใหม่ ตรงไหนอย่างไร นั่นแหละถึงจะเป็นจังหวะเดิมพัน

ซึ่งมันก็อย่างที่ผู้เก๋าเกมระดับ “ปรมาจารย์ชวน” ออกมาทักนิ่มๆ “อย่าหักด้ามพร้าด้วยเข่า”

ถ้าตั้งธง ล้ม ลุย โละ สะท้อนอาการกระเหี้ยนกระหือรือชัดเจน เผลอๆเจอแรงต้านจากพลังเงียบ ฝ่ายที่ไม่ต้องการให้รื้อรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านการลงประชามติ

เกมนี้ยังต้องว่ากันอีกยาว อาจต้องลากไปปลายเดือนพฤศจิกายน

ที่แน่ๆโดยกระบวนการอยู่ในระบบ การรื้อรัฐธรรมนูญยังขีดวงเล่นตามเกมในสภา

แต่ที่ต้องจับตา ฝ่ายความมั่นคงจ้องกันไม่กะพริบ ตามเงื่อนไขสถานการณ์คดีร้อน ดีเดย์วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิพากษากรณี “เสี่ยเอก” นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถือหุ้นวี–ลัค มีเดีย ขัดรัฐธรรมนูญ ขาดคุณสมบัติการลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.

ล้อกับแฮชแท็ก #“อยู่ ไม่ เป็น” มุกการตลาดปั่นกระแสในเครือข่ายโซเชียลมีเดีย

ในอารมณ์แบบที่ พล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ แพลมๆแคมเปญฮอต เพื่อแสดงจุดยืนค่ายสีส้ม ไม่สยบยอมต่อความไม่ถูกต้อง การถูก บังคับให้เชื่อฟังผู้มีอำนาจ

ต่อเนื่องกับอาการอย่างที่ “ช่อ” น.ส.พรรณิการ์ วาณิช โฆษกพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความเข้มๆแรงๆ อนาคตใหม่ไม่ถนัดเอาตัวรอด ไม่เชี่ยวชาญหมากล้อมเก็บแต้มการเมือง รู้แต่ว่าเราสร้างพรรคเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้คนไทยเท่าเทียมกัน พาประเทศไทยเท่าทันโลก ยุติรัฐประหารซ้ำซาก

“ถ้าไม่ทำทั้งหมดนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีอนาคตใหม่ #อยู่ไม่เป็น”

ทีมสีส้มเล่นเกมถนัด ปลุกระดมเครือข่ายในโซเชียลมีเดีย

ลุ้นเดิมพันพลิกคว่ำพลิกหงาย คำตอบสุดท้าย ถ้าผลคดีหุ้นวี–ลัคฯ ออกมา “ขัดรัฐธรรมนูญ” ก็เท่ากับย้อนไปถึงต้นทาง “ธนาธร” ไม่มีสิทธิลงสมัครผู้แทนฯ ไม่ได้เป็น ส.ส.มาตั้งแต่แรก และโดยเอฟเฟกต์อาจลามไปถึงปมการรู้ตัวว่าขาดคุณสมบัติแล้วยังลงสมัคร ส.ส. ส่อลามถึงโทษ “แบน” ทางการเมือง

อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่องไปถึงอีกหลายคดีของ “เสี่ยเอก” ที่จ่ออยู่ในสารบบ

เค้าลาง “ธนาธร” เสี่ยงจบเส้นทางในสภา และนั่นจะสั่นสะเทือนไปถึงชะตาของพรรคอนาคตใหม่

พรรคสีส้ม มาไวเคลมไว ส่อกลายเป็นซากปรักหักพัง

โดยรูปเกมไม่มีทางอื่น นอกจากปั่นกระแสกองเชียร์ ปลุกมวลชนกดดัน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

และในจังหวะสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ให้หลังจากคิวของ “เสี่ยเอก” นับไปอีก 5 วันก็จะถึงคิวของ “เสี่ยโอ๊ค” นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร จะต้องขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯนัดฟังคำพิพากษาคดีฟันหัวคิวการทุจริตปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย

สถานการณ์กดดันวัดใจ ถ้าหวยออกมา “ผิด” ในศาลชั้นต้น นายพานทองแท้จะมีระยะเวลาสั้นๆ ในการลุ้นคำตัดสินชั้นศาล อุทธรณ์ที่เร็วกว่าศาลทั่วไป

จาก “เสี่ยเอก” ถึง “เสี่ยโอ๊ค” อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง

คดีดังของ “ไพร่หมื่นล้าน” กับ “หัวแก้วหัวแหวนนายใหญ่” ที่ส่งแรงสั่นสะเทือนวงการเมือง ไทย ในมุมของ “หัวเชื้อไฟ” ที่พร้อมนำไปสู่การก่อชนวนเกมมวลชน ปลุกม็อบสู้

กงกรรมกงเกวียนประเทศไทย วนไม่พ้นวิกฤติวงจรอุบาทว์

แต่อย่างไรก็ดี เท่าที่หยั่งกระแสได้ นอกจากเกมของโคตรเซียนการตลาด มุกถนัดของทีม “กุมารดิจิทัล” ที่ปั่นกระแสในโซเชียลมีเดีย ชิงพื้นที่สื่อกระแสหลัก

นาทีนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ “อิน” ตามกระแสซักเท่าไหร่

ประกอบกับปรากฏการณ์ความพ่ายแพ้ของพรรคอนาคตใหม่ในสนามเลือกตั้งซ่อม ส.ส.นครปฐม เขต 5 สะท้อนว่า กระแสของพรรคสีส้มไม่ร้อนแรงเหมือนเลือกตั้งใหญ่

ถึงจุดที่สังคมเริ่มรับรู้ หรือรับไม่ได้ ผวา “ความใหม่” จนน่ากลัว

เหนืออื่นใด สังคมไทยพัฒนาไปสู่จุดของการยึด “หลักการ” มากกว่าอารมณ์ความชอบความเกลียดชัง

เมื่อสถานการณ์ยังอยู่ในโหมดสภา เดินหน้าไปได้ในระบบ

อีกทั้งรัฐบาลนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ก็นำทีมบริหารแบบไม่ได้หยุดพัก แก้ไขสถานการณ์ความเดือดร้อนของชาวบ้าน มีเนื้องานออกมาเป็นรูปธรรมสัมผัสได้

ทั้งมุมของความสำเร็จในเวทีนานาชาติ การประคองเศรษฐกิจปากท้อง มาตรการชิมช้อปใช้ บัตรสวัสดิการประชารัฐ การเดินหน้าจ่ายเงินส่วนต่างโครงการประกันราคาข้าว ยางพารา สินค้าทางการเกษตร ฯลฯ

เงินถูกส่งตรงถึงมือชาวบ้าน ปากท้องยังพออยู่พอกินได้

แลกกับเกมเสี่ยงเพื่อผลประโยชน์ของใครก็ไม่รู้ ลากบ้านเมืองเดิมพันไม่ทราบชะตากรรม

อดีตเตือนใจ ประชาชนมีประสบการณ์ ยากต่อการถูกชี้นำ

ม็อบจุดยังไงก็ไม่ติด.

"ทีมการเมือง"

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจพานทองแท้ ชินวัตรวิเคราะห์การเมืองทีมการเมืองอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะข่าวการเมืองข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม 2564 เวลา 18:19 น.