ข่าว
100 year

234 ฝ่ายค้านงดออกเสียง ลากงบวาระแรกผ่านฉลุย

ไทยรัฐฉบับพิมพ์20 ต.ค. 2562 05:30 น.
SHARE

คะแนนโหวตเห็นด้วย 251 พท.โวยเครื่องกดบัตรรวน ตู่ปัดชิมช้อปใช้เอื้อเจ้าสัว

ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ผ่านฉลุยวาระแรก คะแนนเห็นด้วย 251 เสียง ฝ่ายค้านแท็กทีมงดออกเสียง 234 คะแนน ไม่ลงคะแนน 1 คน “กิตติ์ธัญญา วาจาดี” ส.ส.อุบลฯ เพื่อไทยโวยลั่นเครื่องกดบัตรสภาฯรวนโหวตงดออกเสียงเด้งไปเพิ่มแต้มฝั่งเห็นด้วย เด็กพท.หวดส่งท้าย “ประยุทธ์” พาประเทศไทยดิ่งเหวถอยหลัง 30 ปี เย้ยยึดอำนาจไปไม่ได้ให้สิ่งดีๆกับประชาชน โอ๋กระทรวงกลาโหม ตัดเหี้ยน ก.เกษตร-ศึกษาฯ ไม่เหลียวแลเกษตรกร-เด็กเยาวชน “ชนก” จวกมีแต่นโยบายแจก ไม่สร้างโอกาส ผู้นำดูถูกคนไทยโง่และขี้เกียจ “บิ๊กป๊อก” ป้อง “บิ๊กตู่” ไม่เคยเหยียดประชาชน “สุทิน” ขู่คนสมาชิกแหกมติชวดลง ส.ส.ครั้งหน้า จองกฐินเปิดเขียงซักฟอกรัฐบาล “ลุงตู่” ก่อนสิ้นปี โทษฐานฝ่าฝืนกฎหมาย หมกเม็ดเงินนอกงบประมาณขัดวินัยการคลัง นายกฯปัดรัฐบาลกลั่นแกล้งขูดรีดภาษีคนจน แจงวุ่น “ชิม ช้อป ใช้” ไม่ได้เอื้อเจ้าสัวกลุ่มทุน “บิ๊กป้อม” ขำๆ “บิ๊กแดง” เป็นนายกฯได้ก็ดี

ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ผ่านวาระแรกไปแล้ว โดยสมาชิกพรรคฝ่ายค้านฝากข้อท้วงติงให้รัฐบาลนำข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ โดยเฉพาะการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงกลาโหมมากเกินความจำเป็น แต่กลับไปตัดงบฯสำคัญเพื่อดูแลเกษตรกรและการศึกษาพัฒนาคนในชาติ

พท.สับ “บิ๊กตู่” คืนสุขพาไทยถอยหลัง 30 ปี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ในวันที่สามเป็นวันสุดท้าย โดยมีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายคนแรกว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม อภิปรายเมื่อช่วงดึกวันที่ 18 ต.ค. ว่าเป็นคนอาบน้ำร้อนมาก่อน การเกิดก่อนเกิดหลังไม่เกี่ยวกัน แต่อยู่ที่ว่าจะรับฟัง ส.ส.และเรียนรู้ปรับตัวได้หรือไม่ เป็นการสะท้อนเสียงของประชาชน แต่หากปิดหูต่อต้านหรือไม่รับฟังแล้วจะทราบปัญหาที่แท้จริงได้อย่างไร ขอถามท่านผู้นำว่าบริหารประเทศมา 5 ปีไม่ละอายใจบ้างหรือที่บอกว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน แต่เห็นชัดว่าบ้านเมืองเราย้อนหลังไป 30 ปี แสดงให้เห็นว่าการยึดอำนาจไป ไม่ได้ให้สิ่งดีกับประชาชน ปัญหายังวนเวียนอยู่เหมือนนโยบายจนยั่งยืน

ไม่แลเกษตรกร–เยาวชนหั่นงบฯ เหี้ยน

ต่อมานายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกตการจัดงบประมาณของกระทรวงเกษตรฯ เพิ่มขึ้นเพียง 1.1% ทั้งที่พี่น้องเกษตรกรคิดเป็น 38% ของคนทั้งประเทศ แค่นี้ชี้ให้เห็นความจริงใจของรัฐบาลว่าจะดูแลเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน เช่นเดียวกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้งบฯ 3.8 แสนล้านบาทเศษ เพื่อส่งเสริมการศึกษาของเด็กและเยาวชน เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ลดลง 0.1% อาจเป็นครั้งแรกที่กระทรวงศึกษาฯ ถูกปรับลดลง สวนทางกับกระทรวงกลาโหม ที่เพิ่มขึ้นถึง 2.74% อ้างว่าเพิ่มขึ้นตามจีดีพี แล้วทำไมกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงศึกษาธิการจึงไม่เพิ่มให้ด้วย จึงจำเป็นไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ขอฝากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ขอให้เห็นความสำคัญของเกษตรกรและการศึกษาของเด็กและเยาวชนด้วย

อนค.ฉะ “งบหอมหวานคาหนังคาเขา”

จากนั้นนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า ขอตั้งฉายาการจัดทำงบฯ ครั้งนี้ว่า “ฉบับหอมหวานแบบคาหนังคาเขา” ไม่รัดกุม ไม่รอบคอบ ไม่บูรณาการในรัฐบาลเดียวกัน เช่น ตั้งงบฯ แก้ปัญหาทะเลกัดเซาะชายฝั่งของกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมและกรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย ทำงบฯผูกพันถึงปี 2565 เน้นสร้างเขื่อนหรือกองหินกันคลื่น ทั้งที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทักท้วงตั้งแต่ปี 2554 แล้วว่าวิธีนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ซ้ำเพิ่มปัญหาด้วย ไม่เคยทำผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ใช้งบฯก้าวกระโดด เปลี่ยนชื่อโครงการหรือใช้ชื่องานเลี่ยงบาลีทำให้เข้าใจผิด เช่น ใช้คำว่าปรับภูมิทัศน์ แต่กลับสร้างเขื่อนหิน ทำลายชายหาดสวยงาม เช่นที่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ หรือหาดเจ้าไหม จ.ตรัง บริษัทเดิมรับงานไม่ทราบว่ารู้กันหรือไม่ งบฯ ที่ได้เพิ่มขึ้น 17 เท่าใน 11 ปีที่ตรวจสอบย้อนหลัง และยังทำโครงการซ้ำซ้อนของบฯ ปี 2563 โครงการสร้างเขื่อนหินที่ ต.ชิงโค อ.สิงหนคร จ.สงขลา จึงไม่สามารถรับหลักการได้ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ทำงบฯได้ดีกว่า

ทิ้งเอสเอ็มอีทำธุรกิจล้มละลาย

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ไม่สนับสนุนผู้ประกอบการ ตัดงบพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมลงเหลือ 1,886 ล้านบาท จากเดิมได้ 2,028 ล้านบาทในงบฯปี 62 ซ้ำเติมและไม่ให้โอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทำให้คนตกงาน ธุรกิจล้มละลายตามมา ทั้งที่ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นเครื่องจักรสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย รัฐบาลไม่เข้าใจเศรษฐกิจ ระดับกลางและระดับล่าง ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นทีมเศรษฐกิจ มีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค จะปรับหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐีใหม่

จวกผู้นำดูถูกคนไทยโง่–ขี้เกียจ

น.ส.ชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า งบสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมตั้งไว้ 7.6 แสนล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ตั้งสมมติฐานว่าคนไทยโง่และขี้เกียจ มีแต่นโยบายแจก ไม่ยอมสร้างโอกาสใหม่ไม่พอยังทำลายโอกาสเดิมอีก ทำให้คนไทยรอคอยแต่โอกาสการช่วยเหลือจากสวัสดิการภาครัฐ เคยมีกองทุนหมู่บ้านโอนเงินไปให้ประชาชนคิดกันเองให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ 5 ปี เอางบฯไปไล่แจก ไม่สอนให้คนไทยคิดทำอะไร งบฯลงทุนไม่เสริมปัญญา เอาแต่เสริมอาวุธ เป็นไปได้หรือไม่จะเปลี่ยนจากซื้อรถถัง เรือดำน้ำ มาซื้อแท็บเล็ต ติดอุปกรณ์ให้นักศึกษาแข่งขันกับต่างประเทศ รัฐบาลยังโยกเงินไปไว้ที่งบฯกลางถึง 5.18 แสนล้านบาท ใช้อัดฉีดกระตุ้นเศรษฐกิจได้ตามอำเภอใจ ไม่มีการตรวจสอบ ไม่รู้โยกไปใช้เพื่ออะไร นายกฯบอกว่า 10 ปีข้างหน้าจะทำงบฯแบบสมดุลได้ แต่มองไม่เห็นหนทาง 5 ปีที่ผ่านมาตั้งงบฯขาดดุลมาตลอด ตั้งแต่ปี 57-62 รวม 6 ปีกู้เงินไป 2.6 ล้านล้านบาท อาจลืมไปว่าไทยเคยจัดงบสมดุลมาแล้วเมื่อปี 2548 ในยุครัฐบาลทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้นำ มีหลักคิดอย่างไรกลับไปดูปี 48 ทำไมรัฐบาลยุคนั้นทำได้

“บิ๊กป๊อก” โต้ “บิ๊กตู่” ไม่เหยียด ปชช.

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ชี้แจงทันทีว่า ยืนยันนายกฯไม่เคยพูดคนไทยโง่ ขี้เกียจ มีแต่พูดว่าคนไทยขยัน เก่ง แต่ต้องสร้างโอกาส โดยเฉพาะคนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไม่ว่านายกฯจะไปที่ไหน ร้านอาหารญี่ปุ่น กุ๊กเป็นคนอีสาน ช่างแอร์ ช่างเฟอร์นิเจอร์เป็นคนอีสานหมด ช่วงเวลาหนึ่งจะกลับไปทำนาให้พอกิน แล้วกลับไปใช้แรงงานต่อ นายกฯไม่เคยพูดไม่เคยคิด แต่ผู้อภิปรายพูดเอง แนวความคิดว่าแจกอย่างเดียว ไม่มีใครอยากทำอย่างนั้น รัฐบาลอยากให้ประชาชนเป็นนกที่บินได้เอง ต้องสอนให้เขาบินเอง ไปบินแทนไม่ได้ ไม่อยากแจกปลาแต่อยากแจกเบ็ด โครงการไทยนิยมยั่งยืนเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราสำรวจ รู้ว่าชาวบ้านมีรายได้ต่ำ จึงเอาไปฝึกอบรมแล้วถึงจ่ายเงินเขา คนบางกลุ่มรัฐบาลยังต้องไปดูแล ยังอ่อนด้อยอยู่หรือที่เรียกว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“จิรายุ” ของขึ้น ฉะ “ปารีณา” พูดเท็จ

ต่อมาเวลา 13.50 น. บรรยากาศในที่ประชุมสภาฯที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน เริ่มเคร่งเครียดเกิดการปะทะคารมกัน เมื่อ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า รัฐบาลมีหนี้สินมากจริง แต่เกิดจากการกู้ของรัฐบาลที่ผ่านมาหนี้สินส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน โกงจำนำข้าว 6 แสนล้านบาท โกงหวยบนดิน รัฐบาลชุดนายกฯหนีไปต่างประเทศ สร้างหนี้ไว้ให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จนต้องตั้งงบฯ 4.6 หมื่นล้านบาทมาใช้หนี้โครงการจำนำข้าว ส่วนคนโกงไปอยู่ต่างประเทศ ชาตินี้กินไม่หมด ทำให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายทักท้วงประธานที่ปล่อยให้ ส.ส.รัฐบาลพูดแต่เรื่องเก่าๆพูดเท็จกลางสภาฯได้ แต่ฝ่ายค้านกลับไม่มีสิทธิชี้แจงเหมือนรัฐมนตรีที่ได้สิทธิชี้แจงทุกครั้งเมื่อถูกพาดพิง ด้านนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ พูดแทรกจนปั่นป่วนขอสิทธิประท้วง เพราะยกมือก่อนต่อว่านายจิรายุอย่าเสียมารยาท นายสุชาติได้ไกล่เกลี่ยแล้วตัดบททันที ก่อนดำเนินการประชุมต่อไป

เก็บภาษีได้น้อยแต่ตีปี๊บ ศก.ดี

นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า รัฐบาลตั้งงบฯปราบยาเสพติดไว้ 5,300 ล้านบาท ไม่อยากจะตัด แต่สถานการณ์ยาเสพติดดีขึ้นหรือไม่ ต้องยอมรับว่าระบาดทั่วประเทศ มีมาตรา 44 ก็ปราบไม่ได้ เดี๋ยวนี้จับได้เป็นล้านเม็ดไม่ใช่หลักร้อย แสดงว่านโยบายป้องกันและปราบปรามยาเสพติดผิดพลาด อยากฝากให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปดำเนินการ อย่าลูบหน้าปะจมูก ใครเกี่ยวข้องต้องไม่ไว้หน้า ขอทวงสัญญาที่บางพรรคให้ไว้ตอนหาเสียง เช่น โครงการมารดาประชารัฐ ประกันราคาพืชผลเริ่มทำแล้วหรือยัง ขอให้ทำตามสัญญา มิเช่นนั้นเป็นการโกหกประชาชน การจัดเก็บภาษีตั้งแต่ปี 2556-2562 หน่วยงานต่างๆมีแต่จัดเก็บได้เท่าเดิมและเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จะมาบอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้นได้อย่างไร อย่าหวังว่าชิมช้อปใช้จะกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นแค่การโฆษณา

ฉุน รธน.เบี้ยวๆตุลาการสั่งแบน ส.ส.

นายขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอถามนายกฯว่ายุทธศาสตร์การสร้างโอกาสและความเสมอภาคในสังคม วงเงิน 765,000 ล้าน บาท แต่ 5 ปี ประเทศไทยยังมีสถิติความเหลื่อมล้ำเป็นอันดับ 1 ของโลก หลังใช้งบฯก้อนนี้จะทำให้ไทยลดจากอันดับ 1 ได้หรือไม่ รวมถึงยุทธศาสตร์ปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ ใช้งบ 5 แสนล้านบาท จะทำให้เกิดบริการของรัฐที่รวดเร็ว ให้ความยุติธรรมประชาชนได้หรือไม่ อีกเรื่องหน่วยงานรัฐสภา ในร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 62 ได้ 10,008 ล้านบาท ทั้งที่ขณะนั้นยังไม่มีรัฐสภา แต่งบฯ ปี 63 รัฐสภาได้รับ 8,664 ล้านบาท ทั้งที่มีรัฐสภามี ส.ส.แล้ว ทำไมได้น้อยลง อีกเรื่องที่เป็นห่วงคือรัฐธรรมนูญเขียนให้ ส.ส.ทำงานได้อิสระ ไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ แต่วันนี้มีอำนาจเหนือนิติบัญญัติให้ ส.ส.หยุดการปฏิบัติหน้าที่ได้ วันนี้ตุลาการหยุดยั้งอำนาจนิติบัญญัติไม่ให้ทำงานได้ ต้องสังคายนาสามอำนาจ อย่าให้อำนาจตุลาการมาหยุดยั้งการทำงาน ส.ส. ขอให้อำนาจทั้งสามฝ่ายเป็นอิสระต่อกัน แต่เวลานี้ไปกันใหญ่แล้ว ถ้าเป็นเช่นนี้ ส.ส.จะทำหน้าที่อย่างไร ใกล้วันจะพิจารณาเรื่องสำคัญ ศาลออกคำสั่งให้ ส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ แสดงให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว

“ชาดา” กระทุ้งทำนโยบายเป็น ก.ม.

นายชาดา ไทยเศรษฐ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายแบ่งปันผลประโยชน์ หากใช้นโยบายของพรรค เชื่อว่าไม่ต้องเสียเงินมาก อนาคตอีก 30-40 ปี ประวัติของนายกฯจะถูกระบุเป็นเผด็จการหรืออะไรแล้วแต่ แต่ช่วยเกษตรกรได้คือเรียกทุกหน่วยงานมาคุยเพื่อออกกฎหมาย ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนรัฐบาลนโยบายก็เปลี่ยน ชาวนาไม่มีความมั่นคงในชีวิต รัฐบาลจึงควรทำนโยบายให้เป็นกฎหมาย เชื่อว่านายกฯทำได้ ความหวังอยู่ที่นายกฯ จะมีอนุสาวรีย์สรรเสริญท่านว่าช่วยเกษตรกร นายกฯไม่สงสัยบ้างหรือแจกเงินประชาชนไป 13-14 ล้านคนยังมีเสียงบอกว่าเศรษฐกิจไม่ดี ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เศรษฐกิจจึงไม่ดี ผู้ใช้เงินคือเกษตรกร ที่บอกการยกเลิกสารเคมีจะทำให้พืชผลแพง ต้องไม่ลืมว่าความปลอดภัยประชาชนต้องมาก่อน ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องมีด่านตรวจสิ่งต่างๆที่จะเข้ามา เราห่วงแต่ชาวต่างชาติ เวลาส่งออกจะมีสารปนเปื้อนหรือไม่ แต่สุขภาพคนไทยรัฐบาลต้องตั้งด่านตรวจ ช่วยเหลือเกษตรกร ดูแลสุขภาพ คนไทย ต้องคิดให้ไวทันโลก

พท.คาดโทษคนแหกคอกอดลง ส.ส.

เมื่อเวลา 09.05 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ฝ่ายค้านจะอภิปรายถึงโจทย์ที่ยังติดใจอยู่และรัฐบาลยังไม่ตอบ เช่น ประมาณการรายรับและการบริหารงบประมาณ เพราะงบฯปี 62 ใช้ไปเพียง 60% แทนที่จะได้กระตุ้นเศรษฐกิจ ปีนี้มีเวลาใช้งบฯเพียง 8 เดือน จะเข้าตำราคนจนกู้เงินใช้ไม่หมดหรือไม่ การโหวตลงมติฝ่ายค้านจะประชุมช่วงเที่ยง 19 ต.ค. มั่นใจว่าเสียงจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เรื่องบทลงโทษผู้ที่ไม่โหวตในแนวทางพรรค แต่ละพรรคคงมีอยู่แล้วแม้จะเป็นเอกสิทธิ์ แต่เชื่อว่า ส.ส.แต่ละพรรคจะมีวินัยดำเนินการตามแนวทางของพรรค บทลงโทษขณะนี้ยังไม่มี แต่อาจจะมีช่วงพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง รวมถึงการส่งเสริมความก้าวหน้าในพรรค แต่ต้องฟังเหตุผลของเขาด้วย เช่น พรรคเพื่อไทยมี ส.ส.นอนโรงพยาบาลอยู่ อาทิ นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ส.ส.บึงกาฬ นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ส.ส.อุดรธานี ถ้ารวมกับนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น ที่ต้องคำพิพากษาอยู่เสียง ส.ส.เพื่อไทย หายไป 3 คน

จ่อลงแส้ซักฟอกรัฐบาลก่อนสิ้นปี

เมื่อถามว่า สภาฯจะเปิดสมัยประชุมวิสามัญอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย. ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเลยหรือไม่ นายสุทินกล่าวว่า ต้องดูตามความสมควร เท่าที่ดูข้อมูลจะมีเหตุและหลักเกณฑ์ที่ต้องลงแส้ เช่น การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องเงินนอกงบประมาณที่จะไปขัดกับเรื่องวินัยการเงินการคลังได้ และคิดว่าจะยื่นอภิปรายภายในสิ้นปีนี้ เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะทำได้ปีละ 1 ครั้งตามวงรอบปฏิทิน

ฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย แต่งดออกเสียง

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงแนวทางการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้านจะลงมติงดออกเสียงเนื่องจากพรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณที่กำหนดไว้ในร่างงบประมาณฉบับนี้ แต่ไม่สามารถลงมติ ไม่เห็นด้วยได้ เพราะงบประมาณเป็นสิ่งสำคัญต่อการเดินหน้าและพัฒนาประเทศ จึงมีข้อสรุปว่าจะลงมติงดออกเสียง

“สนธิรัตน์” ไม่ขัดเป็นสิทธิตาม รธน.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ว่า ภาพรวมบรรยากาศเป็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ ส.ส.ฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้เสนอความคิดให้รัฐบาลไปพิจารณานำไปใช้ประโยชน์ได้ ตนได้เจอกับนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาจะสกัดร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 แต่เจตนาดีเพื่อให้รัฐบาลนำไป ปฏิบัติขับเคลื่อนงบประมาณแผ่นดิน ได้ขอบคุณนายปิยบุตรไปแล้ว มั่นใจว่าการลงมติจะผ่านไปได้ด้วยดี รัฐบาลจะได้รับเสียงสนับสนุนตามต้องการ เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านเตรียมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจภายในสิ้นปีนี้ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า สิ่งไหนเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นกระบวนการที่ฝ่ายค้านและรัฐบาลทำได้ ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การอภิปรายเรียบร้อย พรรคร่วมฝ่ายค้านทำการบ้านมาดี ไม่คัดค้านดุเด็ดเผ็ดร้อนเอาเป็นเอาตายเช่นอดีต ต้องชื่นชมนายกฯที่ใจเย็นมีอารมณ์ขัน ชี้แจงได้ชัดเจน ส.ส.ฝ่ายค้านบางคนยังชมนายกฯ บอกว่าประชาชนได้ประโยชน์ไม่มีเหตุผลจะไม่เห็นด้วย

“บิ๊กตู่” แจงตามจิกทุกเรื่องต้องโปร่งใส

จากนั้นเวลา 17.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ลุกขึ้นอภิปรายชี้แจงแทบทุกประเด็นที่ถูกฝ่ายค้านท้วงติง ใช้เวลาอภิปรายเกือบ 1 ชั่วโมง อาทิ การใช้จ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยและการบริหารจัดการน้ำ งบฯลงทุนในส่วนของกระทรวงคมนาคม งบใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของประเทศ และงบ อปท. โดยนายกฯ ยืนยันทำตามขั้นตอน กฎเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดและต้องโปร่งใส การขออนุมัติมาต้องคำนึงอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ขออะไรมาแล้วให้ได้ทั้งหมด ในการลงทุนบางโครงการรัฐต้องร่วมมือกับเอกชน เพราะรัฐบาลไม่ได้เป็นผู้ลงทุนไม่ได้เป็นเจ้าของบริษัท อย่าเข้าใจว่ารัฐบาลจะทำอะไรก็ได้ รัฐบาลมีหน้าที่เพียงอำนวยความสะดวกตามกฎหมาย และลดขั้นตอน ตนตามจิกในทุกเรื่องและทุกโครงการ

ปัดกลั่นแกล้งขูดรีดภาษีคนจน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนที่มีข้อกล่าวหาว่าตนขูดรีดภาษีประชาชนนั้น ยืนยันไม่เคยขูดรีดภาษีคนจน ที่ผ่านมามีการจัดเก็บภาษีตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม ยกเว้นเกษตรกรไม่เก็บ โดยจัดเก็บหลายประเภท กำไรมากก็ต้องเสียมาก แต่ใครจะทำผิดกฎหมายไม่ได้ ไม่ว่าเจ้าไหนทั้งนั้น ต้องเสียภาษีให้ครบ ขอให้ช่วยกันตามด้วยว่าใครเสียภาษีไม่ครบยืนยัน รบ.ไม่ได้ถังเเตก นายกฯกล่าวว่า เรื่องที่บอกว่านโยบายหาเสียงรัฐบาลไม่สามารถปฏิบัติได้จริงนั้น เคยพูดไปแล้วว่า นโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านถ้าทำทั้งหมดรวมกันแล้วมีมูลค่า 2 ล้านล้านบาท แต่เมื่อมีรัฐบาลจากการเลือกตั้ง ต้องพิจารณาว่าแต่ละเรื่องควรจะทำแค่ไหนอย่างไรเป็นระยะที่ 1 แล้วค่อยทำต่อไป ไม่ใช่สัญญาแล้วไม่ทำ ทุกรัฐบาลเป็นแบบนี้ เพราะทำไม่ได้จริง จึงต้องมองข้อเท็จจริงแบบตนด้วย เมื่อใครมาเป็นรัฐบาลก็ทำให้ได้ก็แล้วกัน ยืนยันรัฐบาลไม่ถังแตกและมีเงินคงคลังอยู่ แต่ก็ต้องมีเงินสำรองไว้จ่ายก่อนที่ภาษีจะเข้ามา เมื่อในส่วนนี้พร่องไปก็ต้องเอามาเติมแล้วก็ไปเบิกบัญชีกลาง

ปฏิเสธ “ชิม ช้อป ใช้” เอื้อเจ้าสัวนายทุน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวชี้แจงถึงโครงการ “ชิม ช้อป ใช้” ด้วยว่า ใครที่คิดว่าโครงการนี้ไม่ดีให้ไปบอกประชาชนเอง เพราะประชาชนพอใจ ทั้งหมดหลอกลวงไม่ได้ การที่ กทม.มีคนใช้จ่ายมากเพราะคนต่างจังหวัดมาอยู่ที่ กทม.ใครไม่เห็นด้วยไปบอกประชาชนให้มาบอกตนยกเลิกแล้วกัน มาตรการนี้คือการกระตุ้นการใช้จ่ายขอให้มองภาพรวมทั้งหมด อยู่ที่ประชาชนจะนำไปใช้จ่ายที่ไหน ส่วนการส่งเสริมการท่องเที่ยวไม่ใช่ได้เฉพาะเจ้าสัว ไปดูได้จากสถิติที่เข้ามา เรื่องเหล่านี้หลอกลวงกันไม่ได้อยู่แล้ว เพราะมีการรายงานจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่ามีการใช้จ่ายอย่างไร แม้แต่ร้านส้มตำในทำเนียบรัฐบาลยังดีใจขายได้วันละเป็นพัน และไม่ได้เป็นประชานิยม แต่เป็นการพูดถึงห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด

อ้อนเริ่มคุ้นชินระบบสภาฯแล้ว

ช่วงท้าย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวขอบคุณ พร้อมระบุว่า ขอใช้เวลาเพียงเท่านี้ ตนอาจพูดเร็วไปนิดหนึ่ง เป็นเพราะต้องการประหยัดเวลา เพราะพูดมาสามวันสองคืนแล้ว ขอให้ทุกคนช่วยตนคิด แต่เริ่มชินแล้ว แต่ยังเสียงดังอยู่บ้าง “ผมเป็นของผมแบบนี้ พยายามทำอย่างเต็มที่ เริ่มคุ้นเคยแล้ววันหน้าว่าจะมาทำงานที่สภาฯดีกว่า สภาฯโก้หรูสวยงามเย็นจะตาย ไม่ร้อนรุ่มเลยนะ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณสมาชิกทั้งหมดก่อนแล้วกันในวาระนี้” จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งเสียงหวานกล่าวขอบคุณสมาชิก ก่อนก้มหัวโค้งคำนับประธานในที่ประชุม

“จิรายุ” ซัดเก่งก่อหนี้เหมือนเปรตกู้

ต่อมานายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รู้สึกว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่โซนอันตราย เพราะมีการทำงบฯแบบทำร้ายประชาชน ไม่เห็นหัวคน เป็นกบในกะลา เหมือนประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในโลก ให้ต่างประเทศมองไทยด้วยความสมเพช ต้นตอของปัญหาคือการยึดอำนาจ หลายนโยบายที่หาเสียงมาหลายเรื่องยังไม่เห็นในร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 เลย และเศรษฐกิจยังติดลบทุกตัว การที่นายกฯบอกว่าในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ประชาชนมีเงินฝากในธนาคาร 13,831 ล้านบาทมากกว่าในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์นั้น หมายถึงคนไม่กล้าใช้เงิน ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตจึงเก็บเงินไว้ ที่ผ่านมารัฐบาลเอาแต่กู้ๆๆ จนสูงเหมือนเปรต 6 เดือนกู้ไป 450,000 ล้านบาท ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ไม่ได้จัดงบอุดหนุนสินค้าราคาเกษตรไว้ แต่รัฐบาลประกาศการประกันรายได้พืชผลหลักแล้ว ตนทำงบประมาณมากี่ครั้งไม่เคยเจอแบบนี้ สิ่งที่ประชาชนกังวลคือจะหาเงินอย่างไร จะใช้เงินภาษีคุ้มค่าไหม ฝ่ายค้านจับจ้องงบรายจ่ายทุกกระเบียดนิ้ว รัฐบาลไม่ต้องเห็นหัวฝ่ายค้าน แต่ต้องเห็นหัวประชาชน ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่ ขอความกรุณาเวลาอภิปรายงบฯอย่าโทษรัฐบาลชุดที่แล้ว ถ้าโทษรัฐบาลชุดที่แล้วหมายถึงโทษรัฐบาล “บิ๊กตู่ 1”

แขวะงบฯรัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ อภิปรายว่า ร่างงบประมาณนี้ทำบนพื้นฐานความหวาดระแวง ทำงบฯตามโครงสร้างเดิมๆที่เรียกว่า รัฐราชการรวมศูนย์ เป็นงบฯแบบ “ติ๊ก ชิโร่” คือ “รัฐไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” ตราบใดที่รัฐบาลไม่จัดสรรงบฯมุ่งเน้นอัดฉีดให้เกิดประโยชน์ต่อท้องถิ่นได้ขับเคลื่อนการลงทุนเศรษฐกิจจะพังที่ฐานราก ไม่มีทางแก้ไขได้ พรรคอนาคตใหม่คิดว่างบฯที่ตัดได้คือ 95,957 ล้านบาท เช่น ลดงบฯกลาง 3,200 ล้านบาท กระทรวงกลาโหม 2,335 ล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 12,825 ล้าน ควรเอาไปให้ท้องถิ่นน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่า วันนี้มองไปข้างหลังไม่เหลือใครแล้ว เพื่อนบ้านนำเราไปหมดแล้ว ประชาชนได้เพียงเศษเนื้อข้างเขียงที่รัฐบาลโยนมาให้ พรรคไม่ได้เห็นแย้งกรอบ 3.2 ล้านล้านบาท แต่ไม่เห็นด้วยกับการจัดสรรในกระทรวงตามแผนบูรณาการต่างๆ พรรคเตรียมข้อมูลปรับลดงบฯที่ไม่คุ้มค่าเหล่านี้ให้เหี้ยนไว้เรียบร้อยแล้ว ถ้ารัฐบาลยังดึงดัน ไม่ยอมตัดลดงบฯที่สร้างแต่งาน แต่ไม่เกิดมูลค่า คงต้องฝากประธานสภาฯไปถึงนายกฯว่า “ก็มาดิครับ”

นายกฯย้ำงบฯ 63 เสถียรภาพ ศก.เข้มแข็ง

จากนั้นเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวปิดการอภิปรายเป็นคนสุดท้ายว่า ขอบคุณทุกคนที่แสดงความเห็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ขอเรียนว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ได้ทำตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนการปฏิรูปต่างๆเพื่อให้เกิดเสถียรภาพความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความสามารถทางการแข่งขัน ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อให้การพัฒนาประเทศมีความสมบูรณ์ทุกด้าน บรรลุวัตถุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ ให้ประเทศมั่นคง มั่งคั่งยั่งยืน ความเห็นต่างๆที่แสดงมาจะให้กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 นำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน

งบฯ 63 วาระแรกฉลุย “ธนาธร” เเจม กมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ประชุมสภาฯ ที่มีนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เปิดให้มีการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว ที่ประชุมได้ลงมติรับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ไปด้วยคะเเนน 251 ต่อ 0 งดออกเสียง 234 ไม่ลงคะเเนน 1 เสียง จากนั้นได้ตั้งคณะ กมธ.วิสามัญฯ จำนวน 64 คน แบ่งเป็นสัดส่วนคณะรัฐมนตรี (ครม.) 15 คน สัดส่วนพรรคการเมือง 49 คน รวม 64 คน แบ่งเป็นพรรคเพื่อไทย 13 คน พลังประชารัฐ 12 คน อนาคตใหม่ 8 คน ประชาธิปัตย์ 5 คน ภูมิใจไทย 5 คน รวมพลังประชาชาติไทย 1 คน ชาติไทย 1 คน เสรีรวมไทย 1 คน ประชาชาติ 1 คน เพื่อชาติ 1 คน และเศรษฐกิจใหม่ 1 คน โดยเป็นที่น่าสังเกตว่าสัดส่วนตัวเเทนของพรรคอนาคตใหม่ ปรากฏรายชื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอยู่ด้วย ภายหลังการปิดการลงคะแนนไปแล้วทาง น.ส.กิตติ์ธันยา วาจาดี ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยได้ลุกขึ้นท้วงติงขอให้ประธานที่ประชุมได้บันทึกไว้ว่าได้กดบัตรโหวตงดออกเสียง มีพยานยืนยันพร้อม แต่เครื่องกดบัตรกลับไปนับคะแนนเพิ่มเป็นฝั่งเห็นด้วย 1 คะแนน ที่ผ่านมาเกิดเหตุเช่นนี้มา 2 ครั้งแล้ว ซึ่งนายศุภชัยกล่าวว่า อาจเป็นความผิดพลาดของเครื่องกดบัตร แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลคะแนนได้

เสรีรวมไทยไม่สังฆกรรมคืน กมธ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาภายหลังพรรคเสรีรวมไทยได้ยกโควตากรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบฯ 1 เสียงไปให้พรรคพลังปวงชนไทย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่เเจ้งต่อที่ประชุมว่า ได้กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ 30 วัน และนัดประชุมกรรมาธิการนัดแรกวันที่ 24 ต.ค. เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา พร้อมสั่งปิดการประชุมเวลา 20.59 น. ถือว่าเป็นการปิดฉากการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 ไปด้วยความเรียบร้อย

ประวิตรเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่ไม่ลงคะแนน 1 เสียง ในครั้งนี้คือนายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ ทั้งนี้ระหว่างลงคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ได้ลุกออกจาก ที่นั่ง โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินตามหลัง เมื่อถึงพื้นต่างระดับด้านหลังบัลลังก์ประธานสภาฯ พล.อ.ประยุทธ์ได้ยื่นมือมาเพื่อจะช่วยจับ พล.อ.ประวิตร แต่จังหวะนั้นเอง พล.อ.ประวิตรได้ลื่นล้มเสียหลักก้นจ้ำเบ้ากระแทกลงไปกับพื้น พล.อ.ประยุทธ์ต้องรีบเข้าไปประคอง พล.อ.ประวิตรทันที อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตรไม่เป็นอะไรมาก ยังเดินต่อได้ด้วยท่าทีปกติ ไม่ได้มีอาการว่าจะได้รับบาดเจ็บมากมาย

“บิ๊กตู่” ขู่ฝ่ายค้านคว่ำวาระ 3 มีปัญหาทั้ง ปท.

เมื่อเวลา 20.40 น. ภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกดีใจที่ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ผ่านไปในวาระที่ 1 แต่หลังจากนี้มีวาระที่ 2 อีกที่จะมีแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ ตนรับฟังความเห็นทุกฝ่าย อะไรที่ทำได้ก็ทำให้ แต่ขอให้เห็นใจว่าเรามีงบฯเพียงเท่านี้ ต้องทำทั้งปัญหาเดิมสิ่งที่เป็นรายจ่ายเดิมๆ โดยเฉพาะดูแลผู้มีรายได้น้อยที่ต้องทำต่อ และการลงทุนใหม่ก็ต้องเกิดขึ้น ไม่อยากให้ทุกคนมองว่าทุกอย่างแย่ ถ้าเรามองอย่างนี้กำลังใจก็ตก ต่างประเทศก็ไม่เชื่อมั่น หากพูดกันไปมาแล้วทำให้เสียหาย การลงทุนก็ไม่กล้า อีอีซีไม่ได้เป็นแบบที่ว่า มีหลายบริษัทติดต่อมา เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุหากไม่มีการปรับปรุงแก้ไขในวาระที่ 2 อาจคว่ำได้ในวาระที่ 3 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็สุดแล้วแต่ ส.ส.แต่ต้องไปดูความต้องการของประชาชนว่าต้องการอะไร เงินในภาครัฐจะหมุนเวียนได้อย่างไร ถ้าไม่ผ่านอีก ก็จะมีปัญหาหมดทั้งประเทศ ฝากไปช่วยคุยกับประชาชนให้รู้เรื่อง เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านงดออกเสียงถือเป็นบรรยากาศที่ดีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “โอเคก็แล้วแต่ ซึ่งผมก็สบายใจและมีความสุข” ขณะนายกฯจะกลับขึ้นรถได้ถ่ายภาพกับเจ้าหน้าที่ประจำรัฐสภาอย่างอารมณ์ดี มีนายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ นำสมาชิกพรรคบางส่วนขอถ่ายภาพร่วมกับนายกฯ กล่าวให้กำลังใจ โดยนายกฯได้ขอบคุณรัฐมนตรีที่มายืนรอส่งขึ้นรถอีกด้วย

“งูเห่าสีส้ม” โผล่หนุนฝั่งรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ปรากฏว่า มี ส.ส.งูเห่าฝ่ายค้าน 1 คน ที่ไปร่วมลงคะแนนรับหลักการคือ น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ ขณะที่ ส.ส.ที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสภาฯพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯเมื่อวันที่ 19 ต.ค. รวม 14 คน ประกอบด้วย 1.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ 2.นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย 3.นายเชิดพงษ์ ราชป้องขัน ส.ส.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย ป่วยพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 4. นายไตรรงค์ ติธรรม ส.ส.บึงกาฬ พรรคเพื่อไทย 5.นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 6.นายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ 7.นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย 8.นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ป่วยรักษาตัว อยู่ในโรงพยาบาล 9.นายพีระเพชร ศิริกุล ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย 10.นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่ 1 11.พล.ต.อ.เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย 12.นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ 13.นายอภิชัย เตชะอุบล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ 14.นางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม พรรรคอนาคตใหม่ ที่อยู่ระหว่างการเลือกตั้งซ่อมหลังจากลาออกจาก ส.ส.

“บิ๊กป้อม” ชี้ “บิ๊กแดง” เป็นนายกฯได้ก็ดี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีฝ่ายค้านโจมตีงบฯ ด้านความมั่นคง ไม่ลงรายละเอียด เพราะเกรงใจ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ว่า คงไม่ ที่ยังไม่ชัดเจนเพราะบางอย่างยังไม่ชัดว่าจะเอาไปทำอะไรกำหนดเอาไว้กว้างๆ ข้อสังเกตเพิ่มค่าตอบแทนให้นายพล ตำแหน่งพิเศษใช้งบฯ สูงถึง 70% หรือ 7 พันล้านบาทต่อเดือน ไม่ทราบขอไปตรวจสอบก่อน แต่เท่าที่ดูไม่น่าจะมี คงไม่น่าจะเพิ่มให้ทหารชั้นนายพล มีเพียงค่าปฏิบัติหน้าที่อย่างเดียว เมื่อถามว่า มั่นใจเสียงโหวตจะเกิน 250 เสียงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่า “แล้วคุณว่ายังไง” เมื่อถามย้ำว่า จะมีเสียงพรรคฝ่ายค้านมาช่วยสนับสนุนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร อมยิ้มตอบว่า “ยังไม่รู้” ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า แต่ท่านยิ้ม พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ผมก็ยิ้มแบบนี้มาตลอดอยู่แล้ว” ส่วนบ่อนที่สีลมตรวจสอบแล้วพบไม่มี เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านโจมตี ผบ.ทบ.หลังบรรยายพิเศษ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า จะให้ทำอย่างไรได้ ท่านตั้งใจดี ที่ฝ่ายค้านคาดเดา ว่า ผบ.ทบ.จะเป็นนายกฯ ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ ก็ไม่รู้สิ แต่ถ้าเป็นได้ก็ดี พล.อ.ประวิตรตอบก่อนหัวเราะเดินเข้าห้องประชุมสภาฯไป

“โจ้” ท้า “บิ๊กตู่”ลงพื้นที่พิสูจน์บ่อนสีลม

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคราม พรรคเพื่อไทย แถลงโต้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่ระบุว่าไม่พบบ่อนการพนันที่สีลมตามที่ตนอภิปรายว่า ยืนยันว่าบ่อนดังกล่าวมีจริงที่สีลม อยู่ชั้น 1 โรงแรมเก่าไม่มีป้ายชื่อ ติดกับร้านคาราโอเกะ ขอท้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เดินทางไปตรวจสอบกับตน จะได้เห็นว่าบ่อนอยู่ตรงไหน ไม่เพียงแต่มีบ่อนสีลมเท่านั้นใน กทม.ยังมีอีกหลายจุดเช่น เขตบางเขน ที่นายกฯ บอกว่าให้ไปแจ้งความไม่ใช่แค่เอาภาพถ่ายมาโชว์ ในวงการนี้รู้กันดีว่าบ่อนเป็นของใคร จะเปิดบ่อนได้ ต้องมีเจ้าหน้าที่มาเกี่ยวข้อง จึงไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความดำเนินคดีเพราะได้แจ้งกับนายกฯไปแล้ว

“เทพไท” รับได้ทุกคนถ้ามาตาม รธน.

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ระบุถ้า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.จะเป็นนายกฯ ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ ถ้าเป็นได้ก็ดีว่าคงเป็นความเห็นส่วนตัวของท่านมากกว่า แม้ว่าจะพูดแบบทีเล่นทีจริงหรือจะโยนหินถามทางก็ตาม ไม่เกินความคาดเดาของหลายฝ่ายในสังคม ตำแหน่งนายกฯ เป็นตำแหน่งการเมืองที่สำคัญของประเทศ ใครจะไปหรือใครจะมาดำรงตำแหน่งนี้ขอให้เป็นไปตามกลไกในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ยอมรับได้ทั้งหมด เพราะขณะนี้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ที่รัฐธรรมนูญใช้ในการปกครอง ไม่มีใครแต่งตั้งใครได้ตามอำเภอใจเหมือนยุค คสช. ถ้ามีการเสนอชื่อบุคคลใดเข้ามาเป็นนายกฯ ต้องให้สมาชิกรัฐสภาโหวต เมื่อได้รับโหวตจากเสียงข้างมากจะได้เป็นนายกฯที่ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องยอมรับความจริงว่า ตำแหน่งนายกฯเป็นตำแหน่งทางการเมือง เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องพร้อมยอมรับการตรวจสอบจากทุกฝ่าย ตามวิถีทางในระบอบประชาธิปไตย ใครก็ตามที่เข้าใจบทบาทความเป็นนักการเมืองและยอมรับเงื่อนไขทางการเมืองได้ ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น

พท.ไม่ติดใจ “ธนาธร” พาดพิง “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 09.05 น. ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานร่วมกับพรรคอนาคตใหม่ หลังพรรคอนาคตใหม่โหวตสวนทางกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน กรณี พ.ร.ก.โอนอัตรากำลังพลฯและกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวพาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่าเรายังคุยกันได้ ไม่มีปัญหาอะไร นายธนาธรขอโทษแล้ว เป็นกลอนพาไป คนเราผิดพลาดกันได้ หากยอมรับจบทำงานต่อไปร่วมกันได้ เป็นเพียงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่จงใจให้มีปัญหา ไม่มีเจตนาคิดร้ายต่อกัน

ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษา ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องความเข้าใจผิด นายธนาธรได้โพสต์ข้อความขอโทษแสดงความเสียใจแล้ว และได้มาขอโทษนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและตนแล้ว บอกว่าไม่ได้ตั้งใจทำให้นายทักษิณเสียหาย ถือว่าทุกอย่างเข้าใจกันดีแล้วเรื่องยุติแล้ว

อนค.ขอคนสามพรานเป็นไอดอล

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงานลงพื้นที่ช่วยนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม หาเสียงลงพื้นที่ตลาดสมภพพลาซ่าแจกใบปลิวแนะนำผู้สมัคร บรรยากาศชื่นมื่นพ่อค้าแม่ขายต่างให้กำลังใจและหยิบโทรศัพท์มือถือมาเซลฟี่กับนายธนาธรก่อนเคลื่อนขบวนจากหัวถนนโรงงานแตงโมไปถึงทางเข้าวัดไร่ขิง มีแม่ค้าประชาชนต้อนรับอบอุ่นพากันขอถ่ายรูปกันคึกคัก นายธนาธรปราศรัยว่า ถ้าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยชนะในเขตเลือกตั้งซ่อมทั้งหมด อาจทำให้เปลี่ยนสมการ เปลี่ยนสมดุลทางการเมืองได้ เขต 5 นครปฐม จึงเปรียบเหมือนเป็นโดมิโนตัวแรก ถ้าที่นี่แสดงให้เห็นว่าประชาชนไม่สนับสนุนรัฐบาลชุดนี้อาจเกิดโดมิโนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยไม่ใช้ความรุนแรงผ่านกลไกรัฐสภา อยากให้พี่น้องชาวสามพรานเป็นกำลังใจ เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกเขตเลือกตั้งซ่อมทั่วประเทศ ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 เห็นช่องว่างสิ่งที่รัฐบาลพูดและทำ งบฯฉบับนี้แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้ ไม่แก้ปัญหารัฐราชการรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพฯ ไม่มีการลงทุนที่เพียงพอสำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส.ส.ของพรรควิจารณ์การใช้งบฯไม่เหมาะสม

“ชวน–จุรินทร์” ลุยโค้งสุดท้าย ลต.ซ่อม

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคในฐานะ ผอ.เลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ช่วง 3 วันโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 นครปฐม จะใช้กลยุทธ์ดาวกระจาย 13 สาย 13 ตำบลขอโอกาสคนสามพรานเลือก “สุรชัย เบอร์ 3” วันที่ 23 ต.ค.จะจัดปราศรัยใหญ่ที่ตลาดศาลพ่อแก่สะแกทอย ต.หอมเกร็ด วันที่ 20 ต.ค.นำทีมโดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคและนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค จะปราศรัยเน้นนโยบายแก้ไขปัญหาพัฒนาสามพรานยั่งยืนภายใต้ ปชป.ยุคใหม่ ทำได้ไว ทำได้จริง เช่น ปัญหาจราจร ปัญหาหมู่บ้าน จัดสรรและชุมชน ปัญหาสิ่งแวดล้อมคลองเน่าเสีย ปัญหาธุรกิจการค้า ปัญหายาเสพติด เป็นต้น ไม่กล้าฟันธงว่าจะชนะ แต่เชื่อว่าจะได้คะแนนเพิ่มขึ้นหลังผู้บริหารและสมาชิกพรรคทุกภาคช่วยกันเดินเคาะประตูบ้าน เดินตลาด ปราศรัยย่อยมาต่อเนื่อง

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประชุมสภาอภิปรายงบพ.ร.บ.งบประมาณพ.ร.บ.งบ 63ผ่านพ.ร.บ.งบฯปี63สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรข่าวหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้