ข่าว
100 year

ป้อมยืนยัน แจ้งจับฝ่ายค้าน ไม่ได้มีใบสั่ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์8 ต.ค. 2562 05:01 น.
SHARE

ส่วนบิ๊กตู่เมิน โดนขู่ย้อนศร พท.เหน็บรบ. วิกฤติศรัทธา

“บิ๊กป้อม” โต้ใบสั่งนายกฯ สะกิด กอ.รมน.เอาผิดฝ่ายค้าน “บิ๊กตู่” เมินถูกหมายหัวฟ้องกลับ ยันไม่ก้าวล่วงขออย่าขยายความขัดแย้ง โฆษก กอ.รมน.แจงไม่ได้กลั่นแกล้ง ถ้าละเว้นจะขัด ม. 157 ปัดรับช่วงต่อท่ออำนาจ คสช. เพื่อไทยจวกรัฐบาลเพลี่ยงพล้ำเผชิญวิกฤติศรัทธา เด็ก พปชร.เฉ่ง “ปิยบุตร” แทรกแซงเรียกสอบ “บุรินทร์” เตือน “ธนาธร” ผลักดันแก้รัฐธรรมนูญอย่างสันติ นายกฯ ถก ครม.ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ส่งสภาฯ ผวาเสียงปริ่มน้ำเฟ้น 63 อรหันต์นั่ง กมธ.วิสามัญฯเน้นคนมีบารมี-ประนีประนอมเก๋าเกมการเมือง “เทพไท” กระทุ้งขออภิปราย 3 วัน โวยอย่าปิดปากฝ่ายค้าน-ตัดโอกาส ส.ส.รัฐบาล หยันนายกฯ ขู่ยุบสภาฯมีแต่รัฐบาล-นักการเมืองเดือดร้อน แต่ชาวบ้านยินดีปรีดา “เรืองไกร” ร้องศาลปกครองเบรกร่าง พ.ร.บ.งบฯ ลักไก่ตัดแปะเปลี่ยนปก ผิดขั้นตอนกฎหมาย

จากกรณีการแจ้งความคดีกันไปมาระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้านกับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า จากการเปิดเวทีสัมมนารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ แกนนำรัฐบาลต่างยืนยันเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย ไม่ได้มีใบสั่งให้ไปสกัดกั้นการเคลื่อนไหว

“บิ๊กตู่” หน้านิ่งฝ่ายค้านจะแจ้งความกลับ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ต.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมผู้สื่อข่าวได้ซักถามถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาระบุว่า อาจแจ้งความดำเนินคดีกับนายกฯด้วยในฐานะ ผอ.รมน. ผู้บังคับบัญชาของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กรณีทั้งสองคนได้แจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คน ตามมาตรา 116 ฐานยุยง ปลุกปั่น จากการเปิดเวทีรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. ต่อมาพรรคฝ่ายค้านได้แจ้งความกลับข้อหาแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าเรียบเฉย ส่ายศีรษะเล็กน้อย และปฏิเสธตอบคำถามในเรื่องนี้

ไม่อยากขยายความขัดแย้ง

ต่อมาเวลา 14.10 น. พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามภายหลังประชุม ครม.โดยใช้เวลาเพียง 2 นาที 14 วินาที เนื่องจากเวลา 15.30 น. นายกฯ และภริยา ต้องเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และร่วมเป็นเกียรติในพิธีพระราชทานรางวัลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ประจำปี พ.ศ.2562 และร่วมงานพระราชทานเลี้ยงน้ำชาเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับรางวัลฯ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง นายกฯได้อ่านทุกคำถามของสื่อมวลชนพร้อมเขียนคำตอบด้วยลายมือก่อนแถลง โดยนายกฯกล่าวว่า มีเวลาเล็กน้อยอยู่แถลงได้ไม่นาน สำหรับเรื่องพรรคร่วมฝ่ายค้าน อาจฟ้องดำเนินคดีตนด้วยในฐานะผู้บังคับบัญชาของ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.รมน.ภาค 4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรมที่จะดำเนินการไป ใครจะฟ้องร้องอะไรก็ว่าไปตามหลักฐาน ทุกคนมีสิทธิที่จะฟ้องร้อง ขณะเดียวกันหน่วยงานมีหน้าที่ของเขาเหมือนกัน ตนไม่ไปก้าวล่วงใครทั้งสิ้น และไม่อยากให้ขยายความขัดแย้งนี้ต่อไป

“บิ๊กป้อม” ปัดใบสั่งเล่นงานฝ่ายค้าน

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี 7 พรรคฝ่ายค้านแจ้งความกลับ พล.ท.พรศักดิ์ และ พล.ต.บุรินทร์ ว่าแล้วแต่ ถ้าช่องทางกฎหมายทำได้ทำไป ส่วนที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะปฏิรูปโครงสร้าง กอ.รมน.ว่าไปตามกฎหมายถ้าทำได้ทำเลย

เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าการฟ้องร้องของ กอ.รมน.เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ไม่มีการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือนายกฯสั่งหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่าเป็นเรื่องของกฎหมายในพื้นที่ว่ากันไปเอง ไม่มีใครสั่ง เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านระบุการจัดเวทีเสวนาเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย พล.อ. ประวิตร ตอบว่า แล้วแต่จะคิด นักกฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าอย่างนั้น จัดเวทีแสดงความเห็นเราไม่ได้ห้าม แต่การพูดทำให้นักกฎหมายมองว่าผิดกฎหมาย

เมินไล่ “ประยุทธ์” ก่อนรื้อ รธน.

เมื่อถามอีกว่า นักวิชาการที่ถูกฟ้องมองว่ารัฐบาลจงใจปิดปากไม่ให้กล้าแสดงความคิดเห็น พล.อ.ประวิตรตอบว่า ว่าไปตามกฎหมาย เมื่อถามว่า นายธนาธรระบุว่า เลือกไม่ถูกว่าการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญกับไล่ พล.อ.ประยุทธ์เรื่องใดจะทำก่อนกัน กระทบต่อความมั่นคงหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า “ไม่รู้ ต้องไปถามนักกฎหมาย การแสดงความคิดเห็นของนายธนาธรว่ากันไป” เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าจะมีการนำเรื่องการเมืองไปเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร แต่เราไม่ได้คิด เมื่อถามอีกว่าสิ้นเดือน ต.ค.จะตัดสินคดีการถือหุ้นสื่อของนายธนาธร ทางการข่าวได้รับรายงานการเคลื่อนไหวอะไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ไม่มี เพราะเป็นเรื่องของกฎหมาย

“บิ๊กป๊อก” ท้าปฏิรูป กอ.รมน.ทำได้ทำไป

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ เสนอปรับโครงสร้าง กอ.รมน.ว่า “ทำได้ก็ทำสิ ไม่เป็นไร รื้อได้ก็ทำไป แต่เรื่องนี้เป็นกฎหมายต้องแก้กฎหมาย แต่ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจการจะรื้อหรือปรับปรุงอะไรสามารถทำได้ แต่ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายอะไรก็ตาม

กอ.รมน.โต้กลั่นแกล้งไม่ทำขัด ม.157

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณี กอ.รมน.ภาค 4 สน.แจ้งความแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการ 12 คนที่จัดเสวนา “พลวัตแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สู่นับหนึ่งรัฐธรรมนูญใหม่” ที่ลานวัฒนธรรม จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ว่า มีการพูดคุยกันตอนหนึ่งพาดพิงมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญจนเกิดความไม่สบายใจและการวิพากษ์วิจารณ์ของคนหลายกลุ่ม ทำให้เจ้าหน้าที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ด้านกฎหมายจำเป็นต้องแจ้งข้อหากับผู้เข้าร่วมเสวนา ถ้าเพิกเฉยหรือละเว้นอาจผิดตามมาตรา 157 ผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับศาลชี้ขาด ทุกคนคงเข้าใจตรงกันและเคารพต่อศาล ที่ผู้นำพรรคฝ่ายค้านแจ้งความกลับ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ มทภ.4 และ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 สน. ไม่กระทบต่อการทำงานของ กอ.รมน. และ กอ.รมน.ภาค 4 ยืนยันไม่มีการกลั่นแกล้งทางการเมือง เมื่อถามว่า กอ.รมน.ได้รับไฟเขียวจากใครหรือไม่ พล.ต.ธนาธิปกล่าวว่าไม่มี เป็นการปฏิบัติตามกรอบกฎหมายของผู้รับผิดชอบ เมื่อถามว่า มีคนพูดคนเดียวแต่แจ้งความเหมารวมทั้งหมด พล.ต.ธนาธิปกล่าวว่า ต้องฟังฝ่ายกฎหมาย กอ.รมน.ภาค 4 สน.จะมีข้อมูลอย่างไร

โต้รับเซ้งสืบทอดอำนาจ คสช.

พล.ต.ธนาธิปกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีการพูดถึงจะปฏิรูป กอ.รมน. การปรับโครงสร้าง กอ.รมน. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 59-60 ได้ปรับโครงสร้างเต็มรูปแบบ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์และปัญหาปัจจุบันทุกมิติ เช่น ยาเสพติด การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย การตัดไม้ทำลายป่า เมื่อถามว่ามีการพูดว่าเมื่อ คสช.หมดอำนาจ จึงถ่ายโอนอำนาจมาให้ กอ.รมน. พล.ต.ธนาธิปกล่าวว่า นัยของการเพิ่มอำนาจน่าเป็นการเพิ่มบทบาทมากกว่า กอ.รมน.ต้องเข้าไปเป็นแกนกลางประสานงานขับเคลื่อนงานทุกมิติ ความเห็นต่างของประชาชนทุกฝ่ายทุกกลุ่มสามารถยอมรับได้ เรามีระบอบประชาธิปไตย เราไม่เคยมองพี่น้องประชาชนเป็นศัตรู กอ.รมน.ยอมรับกฎกติกาทุกอย่าง ยืนยันว่าการจะมองประชาชนที่เห็นต่างเป็นศัตรู ไม่ใช่บริบทของ กอ.รมน. ยืนยันว่านายกฯในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้มอบนโยบายให้ข้าราชการ กอ.รมน. ทุกคนต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ดูแลประชาชนทุกเชื้อชาติศาสนาอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน

พท.ซัดรบ.เพลี่ยงพล้ำ-วิกฤติศรัทธา

ที่พรรคเพื่อไทย ทีมโฆษกพรรคเพื่อไทยร่วมแถลงข่าว โดยนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณี กอ.รมน.แจ้งความดำเนินคดีมาตรา 116 กับแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน และนักวิชาการ รวม 12 คนว่า 7 พรรคฝ่ายได้แจ้งความกลับในฐานแจ้งความเท็จและหมิ่นประมาท รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าการดำเนินการลักษณะนี้เป็นการเพลี่ยงพล้ำทางการเมือง เพราะกำลังเผชิญวิกฤติความศรัทธา คะแนนความนิยมลดลงสะท้อนผ่านหลายโพล และวิกฤติปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง การปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน อย่าคิดว่าอยู่ในยุคเชื่อรัฐบาลชาติพ้นภัยหรืออยู่ในยุครัฐบาล คสช.ที่ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ จนทำลายกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกบรรจุในวาระเร่งด่วนข้อที่ 12 ไม่ช้าก็เร็วรัฐบาลต้องเปิดเวทีรับฟังความเห็นอยู่แล้ว พอฝ่ายค้านทำกลับมีปัญหา รัฐบาลอย่าไปยืนหลบหลังข้าราชการประจำ ต้องแสดงท่าทีต่อการดำเนินคดีกับฝ่ายค้าน

จี้สังคายนากระบวนการยุติธรรม

นายชุมสาย ศรียาภัย รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าถึงเวลาที่สังคมไทยต้องทบทวนและสังคายนากระบวนการยุติธรรม หลังเกิดกรณีที่ผู้พิพากษาศาลจังหวัดยะลายิงตัวเอง ทิ้งคำพิพากษาไว้ให้สังคมทราบว่าถูกกดดันแทรกแซงจากผู้บังคับบัญชา เชื่อได้ว่าข้อเท็จจริงในคำแถลงนั้นเป็นความจริง ถึงเวลาแล้วที่สังคมไทยผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมทุกภาคส่วนต้องหยิบเรื่องนี้มาพิจารณาว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในกระบวนการยุติธรรมไทย คมกระสุนครั้งนี้จุดประกายไฟไม่เพียงในสื่อมวลชนไทยเท่านั้น แต่ทั่วโลกที่ให้ความสนใจ ทุกฝ่ายต้องทำความจริงให้ปรากฏให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริง ควรสังคายนาและปฏิวัติการดำเนินคดีทางการเมืองมีผลกระทบรุนแรง

ตั้ง “ลดาวัลลิ์” ปธ.รับเรื่องร้องทุกข์

นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคมีคำสั่งแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะทำงานรับเรื่องราวร้องทุกข์ของพรรค มี ม.ล.ณัฏฐพล เทวกุล นายเทอดธนัธ สีเขียว สมาชิกพรรคเพื่อไทย เป็นรองประธาน มีผู้มีประสบการณ์หลายคนร่วมเป็นคณะทำงานจะประชุมสัปดาห์ละครั้งเพื่อประสานไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลประชาชน ไม่คืบหน้าจะประสานวิปฝ่ายค้านส่งให้ ส.ส.ตั้งกระทู้ถามต่อไป สามารถร้องเรียนได้ 3 ช่องทางตู้ ปณ.222 ปณฝ. รองเมือง เขตปทุมวัน กทม. 10310 หรือมาส่งเอกสารที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย มีระบบคิวอาร์โค้ด ที่ร้องเรียนกันมีทั้งความเหลื่อมล้ำ สิทธิที่ดินทำกิน เป็นต้น

ฉะ “ปิยบุตร” แทรกแซงสอบ “บุรินทร์”

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ จะใช้อำนาจประธานกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เรียก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มาชี้แจงว่าสังคมจะตั้งคำถามว่าใช้อำนาจประธาน กมธ.กลั่นแกล้ง พล.ต.บุรินทร์เพื่อขัดขวางการใช้สิทธิทางศาลโดยสุจริต และแทรกแซงการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมหรือไม่ เนื่องจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่เป็น 1 ในผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ สังคมอาจสงสัยถึงความโปร่งใสและเป็นกลางของกมธ.ได้ พิสูจน์ให้สังคมเห็นถึงความโปร่งใสเป็นกลาง ไม่มีการขัดกันของผลประโยชน์ ไม่ได้ใช้อำนาจกลั่นแกล้งผู้อื่นหรือเอื้อประโยชน์พวกพ้อง ควรให้เป็นหน้าที่หน่วยงานอื่นที่เป็นกลาง ไม่มีส่วนได้เสีย

เตือน “ธนาธร” ดันแก้ รธน.แบบสันติ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญทำได้ตามกลไกรัฐสภา แต่อยากให้เคลื่อนไหวอย่างสันติ ไม่ผิดกฎหมาย ปลุกระดมประชาชน สร้างความแตกแยก เมื่อส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแจ้งความดำเนินคดีจะมากล่าวหาว่านายกฯสั่งให้ดำเนินการ โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการต้องดำเนินการหากทำผิดกฎหมาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มต้นจากประชาชนที่บริสุทธ์ใจ มีเจตนาบริสุทธ์จริงๆ อย่าเริ่มต้นด้วยความขัดแย้ง ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความขัดแย้งอีก ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านประชามติจากประชาชนถึง 16.7 ล้านคน น่าจะเริ่มต้นด้วยคนกลางไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย

นายกฯถก ครม.ร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63

ส่วนการเตรียมการก่อนเปิดสภาฯสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ระหว่างวันที่ 17-18 ต.ค. เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เลื่อนขึ้นมา 1 วันเพื่อให้ทันการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 63 ของสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการประชุมนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข และนายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม นำคณะเข้าพบนายกฯประชาสัมพันธ์งาน “วิถีไทย วิถีถิ่น กฐินปลอดเหล้า” เชิญชวนจัดงานบุญกฐินปลอดเหล้าและงานประเพณีต่างๆ อาทิ ลอยกระทง ปีใหม่ และประชาสัมพันธ์ประเพณีตักบาตรเทโว ประเพณีชักพระ ทอดผ้าป่าและแข่งเรือยาว งานไหลเรือไฟ นายกฯได้ชมการแสดงมวยไชยา ลำเต้ยรำภูไท จ.นครพนม และได้รับมอบเรือจำลองเทศกาลชักพระ จ.สุราษฎร์ธานี เรือจำลองในประเพณีรับบัว จ.สมุทรปราการ และเสื้อผ้าทอมือ จ.อุทัยธานี เป็นที่ระลึก

ชวนคนไทยลด ละ เลิกสิ่งเป็นภัย

จากนั้นนายกฯฟังร้องลำตัดรณรงค์เลิกเหล้า โดยนายกฯกล่าวว่า ให้เหล้าเท่ากับแช่ง ขณะที่ตัวแทนเด็กนักเรียนกลุ่มโรงเรียนคำพ่อสอน ขอร้องให้นายกฯช่วยรณรงค์ช่วยลดเหล้าทุกวันพระ ถวายเป็นพระราชกุศลแก่รัชกาลที่ 9 เพราะวันที่ 13 ต.ค. ตรงกับวันพระ จากนั้นเยาวชนได้อ่านจดหมายสื่อรักที่เขียนถึงพ่อขอให้เลิกเหล้าจนพ่อเลิกเหล้าได้สำเร็จ โดยนายกฯกล่าวว่า ขอประชาชนลด ละ เลิกให้ได้ สิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยต่อสุขภาพ โรคเหล่านี้ไม่ตายง่ายๆตายช้า ค่ารักษาแพง สงสารลูกเต้า เขาไม่อยากให้อายุสั้น อยากให้อยู่กับเราไปนานๆ อย่างน้อยลดเลิกวันพระหรือทุกวันสำคัญ เช่น วันพ่อ รวมทั้งบุหรี่ การพนัน หวย เสียเงินเปล่าๆ ช่วยกัน อะไรดีๆรักษาไว้ที่เป็นความสุขสงบ โดยมีศาสนาชี้นำ พร้อมกันนี้ นายกฯ นายอนุทิน นายอิทธิพล ได้

ร่วมทำบุญปักพุ่มกฐิน

ต่อมานายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์นิทรรศการนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019” ในวันที่ 28-31 ต.ค.ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ได้นำอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนรับมือภัยพิบัติ เหตุฉุกเฉินและหุ่นยนต์จีนี่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน หุ่นยนต์เอมี่บริการแพลตฟอร์มกับบริษัทและอุตสาหกรรมอีสปอร์ตมาแสดง นายกฯเตือนว่าใช้โดรนระวังข้อกฎหมายด้วย ขอให้สนใจเรื่องที่เป็นประโยชน์ อะไรไม่เป็นประโยชน์อย่าไปสนใจมากนัก

ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบฯส่งให้สภาฯ

เมื่อเวลา 14.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แถลงภายหลังการประชุม ครม.ว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ได้ผ่านที่ประชุม ครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตามเวลาจะส่งให้สภาผู้แทนราษฎรภายในวันที่ 7 ต.ค.เพื่อให้ทันเวลาพิจารณาตามที่ฝ่ายรัฐสภาได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ เรื่องของงบประมาณ ยอดงบประมาณที่ออกมาตามสื่อ ตามโซเชียลต่างๆ ไม่อยากให้ทุกคนไปมองตรงนั้น เพราะเป็นเพียงขั้นต้นที่จัดทำขึ้นไปในงบฯปี 63 ของรัฐบาล ยังต้องพิจารณา 2 วาระ ทั้งวาระที่ 1 และวาระที่ 2 ดังนั้น จะได้มากได้น้อย ลดขึ้น เพิ่มลง อะไรต่างๆ เหล่านี้เป็นการพิจารณาของ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ทั้งสิ้น ขอเรียนชี้แจงให้ทราบ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ส่วนการจัดทำงบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทยเรียบร้อยดี จะนำหลักเกณฑ์และกรอบดำเนินการใช้งบฯโดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เมื่อถามว่ามีหลายส่วนแสดงความคิดเห็นการปรับลดงบฯในกระทรวงสำคัญไปเพิ่มให้กระทรวงด้านความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ควรจะต้องไปว่ากันในขั้นตอนการเสนองบฯ มีการพิจารณาวาระต่างๆ และตั้งกรรมาธิการทุกอย่างมีกลไกดำเนินการอยู่แล้ว ต้องไปดำเนินการในสภาฯ สภาฯคงทำหน้าที่อยู่แล้ว จะให้ตนไปวิพากษ์คงไม่ได้

ตั้ง กมธ.63 คนมีบารมีประนีประนอม

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงหลัง ครม.ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่สำนักงบประมาณเสนอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. 63 ราย แบ่งเป็นสัดส่วน ครม. 15 ราย ฝ่ายค้าน 24 ราย ฝ่ายรัฐบาล 24 ราย สัดส่วนของ ครม. 15 ราย มีรายชื่อหลักที่อนุมัติแล้ว 3 ราย คือ รมว.คลัง รมช.คลังและปลัดกระทรวงการคลัง อีก 12 รายจะพิจารณาในลำดับต่อไป ในที่ประชุม ครม.ยังหารือกันด้วยว่าผู้จะเป็น กมธ.วิสามัญฯทั้ง 63 ราย ต้องมีความรู้ความเข้าใจเนื้อหาอย่างแม่นยำ ที่สำคัญต้องมีเวลา หากมีการลงมติมาตราใดแล้วตัวแทนของรัฐบาลไม่อยู่ อาจมีปัญหาเกิดขึ้นได้ คนที่เป็น กมธ.ต้องเข้าใจในโครงสร้างงบประมาณ มีท่าทีประนีประนอม เข้าใจบรรยากาศทางการเมือง เพราะต้องมีการถกเถียงกันจำเป็นต้องเป็นคนที่มีบารมีด้วย ที่สำคัญในช่วงที่เสียงรัฐบาลยังปริ่มน้ำเช่นนี้ ทุกเก้าอี้มีความหมายต้องเป็นคนที่มีเวลาให้นั่งร่วมประชุมได้ รัฐมนตรีโดยเฉพาะกระทรวงเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงพาณิชย์จะมีงานมากอยู่แล้ว จึงต้องพิจารณากันอีกที รัฐมนตรีคลังและสำนักงบฯจะไปคุยกัน
แล้วมาเสนอ ครม.คราวหน้า

แจงหั่นงบฯ ศธ.แยกกระทรวงอุดมฯ

น.ส.รัชดากล่าวว่า ขอชี้แจงกรณีมีการแชร์กันในโลกโซเชียลว่ากระทรวงศึกษาธิการถูกตัดงบฯ ข้อเท็จจริงคือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมที่ตั้งขึ้นใหม่ เดิมทีมีหลายทบวงอยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อแยกออกมางบฯจึงต้องถ่ายโอนออกไปเท่านั้น ไม่ใช่ไม่ให้ความสำคัญการศึกษา ครม.ยังอนุมัติครู 2,808 อัตรา แทนอัตราว่างเนื่องจากครูเกษียณอายุและแก้ปัญหาขาดแคลนครูในโรงเรียนเล็กทั่วประเทศ ปีงบฯ 59-60 โดยโรงเรียน ที่มีนักเรียน 121-249 คน ได้รับการจัดสรรปีงบฯ59 จำนวน 301 โรงเรียน 362 อัตรา และปีงบฯ 2560 จำนวน 1,578 โรงเรียน รวม 1,921 อัตรา และโรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 120 คนลงมาได้รับจัดสรรกรอบอัตรากำลังข้าราชการครู ปีงบฯ 59 จำนวน 57 โรงเรียน 62 อัตรา และปีงบฯ 60 จำนวน 443 โรงเรียน 463 อัตรา

“เทพไท” ขอ 3 วันอย่าปิดปากฝ่ายค้าน

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าการพิจารณา พ.ร.บ.งบฯปี 63 กฎหมายสำคัญที่สุดของรัฐบาล ถ้าไม่ผ่านรัฐบาลต้องรับผิดชอบทาง การเมืองไม่ยุบสภาฯก็ต้องลาออก อยากให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญ ต้องให้โอกาสสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้แสดงความคิดเห็นเต็มที่อย่างเปิดกว้าง จะใช้มาตรฐาน สนช.ชุดที่ผ่านมาไม่ได้ เพราะมหัศจรรย์ที่สุดใช้เวลา 30 นาที ผ่านสะดวกงบประมาณวงเงิน 3 ล้านล้านบาท อยากให้ทุกฝ่ายตระหนักและยอมรับความจริงว่าสภาฯชุดนี้จากการเลือกตั้งเป็นตัวแทนที่แท้จริงของประชาชนทั่วทั้งประเทศ ไม่ใช่สภาฝักถั่ว ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมีสิทธิจะลุกขึ้นอภิปรายคัดค้านหรือสนับสนุน การกำหนดให้เพียง 2 วัน อาจไม่เพียงพอ แต่พรรคฝ่ายค้านอยากให้อภิปราย 5 วัน มากเกินไป3วันน่าจะเหมาะสมและเพียงพอ ควรให้ ส.ส.ฝ่ายค้านและรัฐบาลอภิปรายในสัดส่วนเวลาใกล้เคียงกัน ในการประชุมทุกครั้ง ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะเสียเปรียบเวลาอภิปรายอยู่เสมอถูกวิปสั่งให้รวบรัดในเวลาจำกัด ปิดกั้นการทำหน้าที่ ส.ส.

เมินคำเดือดร้อน ถ้างบฯไม่ผ่าน

นายเทพไทกล่าวอีกว่า ส่วนที่นายกฯให้สัมภาษณ์ ว่าถ้างบฯไม่ผ่านจะเดือดร้อนทั้งประเทศ ไม่คิดว่าส่งสัญญาณหรือข่มขู่ทางการเมือง แต่อาจเป็นห่วงประเทศจะไม่มีงบประมาณแผ่นดินใช้ ต้องนำงบฯปี 62 มาใช้ชั่วคราว เฉพาะส่วนงบรายจ่ายประจำเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้งบพัฒนาหรืองบลงทุนได้ สร้างความเดือดร้อนทุกภาคส่วน ถ้างบฯไม่ผ่านสภาฯ จริง ท่านจะประกาศยุบสภาฯเลือกตั้งใหม่ คนที่ เดือดร้อนคือนักการเมือง พรรคการเมืองและรัฐบาลเท่านั้น ประชาชนทั้งประเทศจะยินดีปรีดามากกว่าเดือดร้อน จะได้มีโอกาสเลือกตั้งอีกครั้ง จะทำให้ภาวะเศรษฐกิจการเงินสะพัดมากกว่าโครงการ ชิม ช้อป ใช้ หลายเท่า

ร้องศาลปกครองเบรกร่างงบฯตัดแปะ

ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องถึงศาลปกครองกลาง ขอให้มีคำพิพากษาเพิกถอนมติ ครม.เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2562 เห็นชอบให้นำคำขอตั้งงบฯของรัฐบาลชุดก่อนมาปรับปรุงแทนการจัดทำงบฯขึ้นใหม่ นายเรืองไกร กล่าวว่าตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 มาตรา 23 กำหนดให้การจัดทำงบฯต้องคำนึงถึงประมาณการรายรับ ฐานะทางการคลังของประเทศ ความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยไม่มีคำว่าทบทวน ปรับปรุง เพิ่มเติม จึงน่าจะแปลความได้ว่าการจัดทำงบฯปี 2563 ครม.ชุดปัจจุบันจะต้องจัดทำงบฯขึ้นใหม่หลังการแถลงนโยบายเสร็จสิ้นแล้ว อีกทั้งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเคยลงนามในหนังสือของสำนักงบประมาณ ลงวันที่ 29 เม.ย.2562 ที่เสนอต่อนายกฯระบุว่าเมื่อ ครม.ชุดใหม่แถลงนโยบายต่อสภาฯและเข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว สำนักงบฯ จะเสนอปฏิทินจัดงบฯปี 2563 เพื่อให้รัฐบาลจัดทำงบฯปี 2563 ต่อไป ดังนั้น การที่ ครม.ชุดนี้มีมติเมื่อวันที่ 30 ก.ค.2562 เห็นชอบให้นำคำขอตั้งของรัฐบาลชุดก่อนมาปรับปรุงแทนการจัดทำงบฯขึ้นใหม่ จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด จึงขอให้ศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนมติ ครม.ดังกล่าว

อัดลักไก่สวมตอร่างเก่าเปลี่ยนปก

“ขั้นตอนต่างๆที่รัฐบาลทำเรียกได้ว่าเหมือนลักไก่ เอาร่างทำของบประมาณเดิมมาตัดแปะเปลี่ยนปกใหม่ อย่างร่างของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ผมหา จากอินเตอร์เน็ตใช้กูเกิลอย่างที่นายกฯบอก อาจชำนาญกว่าจึงหาได้เจอ และพบว่ามีการทำแบบนี้เกือบทุกกระทรวงทบวงกรม ผมไม่ได้มุ่งร้ายถ้ามีความคิดอย่างนั้น คงต้องรอให้ถึงต้นปี 2563 แล้วมาร้อง ถึงตอนนั้นถ้าผิดประชาชนจะเดือดร้อนจริงๆกับการที่งบฯปี 2563 ไม่ผ่าน เรามาชี้ให้เห็นความผิดพลาดก่อน เพื่อให้รัฐบาลกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน” นายเรืองไกรกล่าวและว่า กรณีนี้ตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ 2561 มาตรา 54 ได้ระบุไว้ว่าการอนุมัติงบฯที่ผิดพลาดต้องมีผู้รับผิดชอบ หากงบประมาณนี้นำไปใช้แล้วต้องมีคนนำเงินดังกล่าวมาใช้คืน ไม่ได้กำหนดความผิดทางอาญาเอาไว้ เชื่อว่าไปดำเนินการได้ตามกฎหมายอื่น

ครม.ตั้ง “ประเสริฐ” เป็นปลัด ศธ.

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ครม.มีมติแต่งตั้งนายประเสริฐ บุญเรือง เป็นปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นายอำนาจ วิชยานุวัติ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายณรงค์ แผ้วพลสง เป็นเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา นายปฐม เฉลยวาเรศ เป็นอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ เป็นอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ส่วนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสุภัชชา สุทธิพล เป็นอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน นางสุจิตรา พิทยานรเศรษฐ์ เป็นอธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ น.ส.อุษณี กังวารจิตต์ เป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวนายสุทธิ จันทรวงษ์ เป็นอธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

ปรับเกณฑ์จ่ายเงินเดือน ส.ส.-ส.ว.

น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า ครม.มีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.ฎ.เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานและรองประธานวุฒิสภา ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิก วุฒิสภา และกรรมาธิการ ให้การได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มของตำแหน่งต่างๆนับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จากเดิมที่กำหนดให้ได้เงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มนับแต่วันที่เข้ารับหน้าที่ เมื่อได้รับเงินดังกล่าวแล้ว ไม่มีสิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่ง ส.ส.หรือ ส.ว.แล้วแต่กรณี นอกจากนี้ กำหนดให้ ส.ส.ที่มาเป็นรัฐมนตรีเมื่อได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งในฐานะรัฐมนตรีแล้ว ไม่มี สิทธิได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มเป็นรายเดือนของ ส.ส.อีก ทั้งนี้ กำหนดให้ พ.ร.ฎ.ดังกล่าวเมื่อมีผลใช้บังคับให้ ส.ส.และ ส.ว.ได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มย้อนหลังไปนับวันที่มีสมาชิกภาพ ของ ส.ส.และ ส.ว.เริ่มต้น

“เทวัญ” ลาประชุมรุดเคลียร์ม็อบ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ที่ประตู 5 ทำเนียบรัฐบาล ถนนราชดำเนิน สมาชิกกลุ่มเครือข่ายแรงงาน เครือข่ายสลัมสี่ภาคและกลุ่มสมัชชาคนจน ชุมนุมเรียกร้องรัฐบาลแก้ปัญหาหลายกรณี เช่น เร่งรัดให้รัฐบาลสร้างงานที่มีคุณค่าแห่งอนาคตเนื่องใน “วันที่อยู่อาศัยโลก” และ “วันงานที่มีคุณค่าสากล 7ตุลาคม” โดยมีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯรับหนังสือ แต่กลุ่มเครือข่ายสลัมสี่ภาคกับกลุ่มสมัชชาคนจนยังคงปักหลักชุมนุมให้รัฐบาลยุติดำเนินคดีกับผู้ไร้ที่ดินทำกินและไร้ที่อยู่อาศัย ทำให้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ต้องลาที่ประชุม ครม.มาชั่วคราวเพื่อรับหนังสือเองและรับปากนำไปชี้แจงนายกฯทันที

เกษตรกรบุก ปชป.ทวงสัญญาลมปาก

เมื่อเวลา 15.10 น. กลุ่มเกษตรกรที่ปักหลักชุมนุมริมคลองประปาข้างกระทรวงการคลัง ที่ชุมนุมมาแล้วกว่า 20 วัน ได้เดินเท้าไปที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ โดยนายชุมพร จินตนาวสาร แกนนำเกษตรจังหวัดตาก กล่าวว่าขอทวงสัญญาณ 7 ข้อจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูพัฒนาเกษตรกร ที่ก่อนหน้าทางกลุ่มยื่นเรื่องผ่านนายไชยยศ จิรเมธากร รองเลขาธิการรองนายกฯรับปากจะบรรจุข้อเรียกร้องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯในวันที่ 8ต.ค.ถึงขณะนี้ไม่มีวาระบรรจุไว้ อยากถามว่านายจุรินทร์ ไม่มีหัวใจการเป็นเกษตรกรหรืออย่างไร นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ก็ไม่เคยลงมาดูมาเยี่ยมผู้ชุมนุมเลย ทั้งที่ พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูฯนายชวน หลีกภัยอดีตนายกฯเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการบริหารให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกร แต่กลับเอื้อประโยชน์ให้สถาบันการเงินของเอกชน

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

7 พรรคร่วมฝ่ายค้านพรศักดิ์ พูลสวัสดิ์บุรินทร์ ทองประไพแจ้งความประวิตร วงษ์สุวรรณแก้ไขรัฐธรรมนูญข่าวหน้า 1

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้