king10
Thairath Logo
กีฬา

แต่งตัวเตรียมเป็นสมาชิกวุฒิสภา 6 รัฐมนตรีขอลาออก

Share :
line-share-logo

4 ทหารเสือ-1 ตำรวจ ธีระเกียรติก็ไปด้วย ปธ.พรเพชรอีกคน

คสช.ปิดจ๊อบเฟ้น ส.ว. “บิ๊กป้อม” ยันมีคณะกรรมการคัดกรอง ไม่ใช่หัวหน้า คสช.เคาะคนเดียว ปัดไม่รู้ไม่เห็นข่าวนายกฯคนนอกเผย 6 รัฐมนตรีจ่อไขก๊อกเปลี่ยนเก้าอี้ “ฉัตรชัย-ประจิน-อดุลย์-ธีระเกียรติ-ชัยชาญ-สุรศักดิ์” ทิ้ง ครม. เข้าสภาสูง “บิ๊กเต่า” ยกเลิกถกจัดการน้ำถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน รอลุยงานใหม่ “พรเพชร” โบกมือลากฤษฎีกานำทีมแม่น้ำ 5 สายยกมือส่ง “บิ๊กตู่” นั่งนายกฯ “วัชระ” หยันส่งบริวารสานต่อสืบอำนาจ ระวัง จุดจบซ้ำรอยผู้นำทหารรุ่นพี่ “เรืองไกร” ชงสอบเด็ก พปชร.“บุญยิ่ง” ถือหุ้นสื่อ “คารม” ยื่นคัดค้านคำร้อง “ศรีสุวรรณ” ผู้ร้องส่งเอกสารเพิ่มครั้งที่ 5 มัด “ธนาธร” ปูดพบอีกปมฟัน หน.อนาคตใหม่ ขู่หลัง 7 พ.ค.ถึงช็อกแน่

จากกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่าจะมีรัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง เพื่อไปเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วยนั้น ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวในหมู่คณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเบื้องต้นพบว่ามีรัฐมนตรี 6 คน ที่เตรียมยื่นใบลาออกไปทำหน้าที่ในวุฒิสภา

“บิ๊กป้อม” เผยคัด ส.ว.เสร็จแล้ว

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 3 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการคัดสรร ส.ว.ที่ต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 11 พ.ค.หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 8 พ.ค. ว่า ขณะนี้เรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการคัดสรร ส.ว.เป็นผู้ดูแลทั้งหมด ไม่ได้ให้หัวหน้า คสช.เป็นผู้พิจารณาเพียงผู้เดียวตามที่เป็นข่าว ส่วนกรณีข่าวมีรายชื่อรัฐมนตรีเข้าไปเป็น ส.ว.ด้วยนั้นตนจำไม่ได้ และจำไม่ได้ว่ามีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใครบ้างได้รับการคัดสรรตามที่เป็นข่าว อาจจะเห็นแต่ด้วยรายชื่อเยอะ ดูผ่านไปเรื่อยๆ เลยจำไม่ได้สักคน

เมื่อถามว่าขณะนี้มีปล่อยข่าวผ่านโซเชียลมีเดียกันมาก เรื่องนายกฯ คนนอก พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่รู้และยังไม่เห็น ข่าวออกมาตอนนี้ทางโซเชียลปลอมทั้งนั้น เป็นข่าวไม่น่าเชื่อถือ

6 รมต.จ่อไขก๊อกไปเป็น ส.ว.

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 194 คน ในรอบสุดท้าย เพื่อไปรวมกับ ส.ว.โดยตำแหน่งอีก 6 คน ตาม บทเฉพาะกาลมาตรา 269 ของรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้มีรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จำนวน 6 คน เตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่งภายในวันที่ 9 พ.ค. เพื่อไปดำรงตำแหน่ง ส.ว.ประกอบด้วย 1.พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ 2.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม 3.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.แรงงาน 4.นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ 5.พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม 6.พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดรับกับที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะมีรัฐมนตรีสำคัญลาออกจากตำแหน่งไปเป็น ส.ว.

“พรเพชร” ทิ้งกฤษฎีกานั่งสภาสูง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ในส่วนสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้รับคัดเลือกให้ดำรงแหน่ง ส.ว.นั้น ขณะนี้มี สนช.ที่ได้รับเอสเอ็มเอสจากฝ่าย คสช.ว่าได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ส.ว. เพื่อให้เตรียมประวัติและหลักฐานไปรายงานตัว อาทิ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ที่ล่าสุดได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เพื่อจะไปดำรงตำแหน่ง ส.ว. ส่วนตำแหน่งประธาน สนช.ยังไม่ยื่นใบลาออก ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ขณะที่ สนช.คนอื่นๆ ที่ได้รับเอสเอ็มเอสยืนยันว่าได้รับเลือกให้เป็น ส.ว.เช่นกัน อาทิ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธาน สนช. นายสมชาย แสวงการ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ ส่วน ส.ว.โควตาอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่ได้รับการยืนยันให้เป็น ส.ว. อาทิ นายคำนูณ สิทธิสมาน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ นายชาญวิทย์ ผลชีวิน

“บิ๊กเต่า” ยกเลิกงานรอรับหน้าที่ใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ว่า พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ “บิ๊กเต่า” หลังมีชื่อเป็น 1 ในรัฐมนตรีที่จะลาออกเพื่อไปรับตำแหน่ง ส.ว. คาดว่าจะให้มีผลในวันที่ 8 พ.ค. เพราะได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมด โดยเฉพาะการไปประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการถ้ำ แห่งชาติครั้งที่ 2/2562 ที่วนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ระหว่างวันที่ 7-8 พ.ค. เป็นที่น่าสังเกตว่าก่อนหน้านี้ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย.เป็นต้นมา ในการเดินสายติดตามงาน เช่น กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นต้น พล.อ.สุรศักดิ์ย้ำถึงผลงาน 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่งตลอดเวลา แต่ไม่ได้พูดถึงโครงการที่ไม่ประสบความสำเร็จ เช่น การแก้ปัญหาเขาหัวโล้น โครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4,000 (one map) ที่มีการเบิกจ่ายงบฯไปกว่า 1,000 ล้านบาท

“วัชระ” ซัดส่งบริวารสานต่ออำนาจ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ที่กำลังแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ในขณะนี้ว่า เป็นไปตามกฎหมายที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ.เขียนขึ้นตามกรอบที่ คสช.สั่ง เพื่อรับใช้อำนาจให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไม่เชื่อมั่น ส.ว.จากการเลือกตั้งของประชาชน แต่เชื่อว่า ส.ว.แต่งตั้งของหัวหน้า คสช.เพียงคนเดียวดีกว่า เพื่อเป็นฐานอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกฯต่อไปเรื่อยๆ ใครมีอำนาจเมื่อได้เสพอำนาจย่อมอยากอยู่ในอำนาจต่อไปไม่สิ้นสุด พล.อ.ประยุทธ์จึงแต่งตั้งบริวารเข้าไปเป็น ส.ว. 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจาก สนช. ครม.หรือคนใกล้ชิด

ขู่ระวังซ้ำรอยอดีตผู้นำรุ่นพี่

“การมีอำนาจสูงสุดตามมาตรา 44 เพียงผู้เดียวมานาน 5 ปี มีบารมีและอำนาจยิ่งใหญ่เกินกว่าที่ใครจะท้วงติงได้ ในประวัติศาสตร์พบมาหลายคนแล้ว ไม่ว่าจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร หรือแม้แต่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร พล.อ.ประยุทธ์ จึงยิ่งต้องระมัดระวัง อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จปร.รุ่นพี่ ที่ควรคำนึงให้มากกว่าอำนาจคือความเดือดร้อนของประชาชนที่ทวีคูณมากขึ้นทุกแห่งในขณะนี้ เพราะความไร้ฝีมือของทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์” นายวัชระกล่าว

“เชาว์” ชี้ 5 ปมปัญหา ก.ม.เลือกตั้ง

นายเชาว์ มีขวด รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “5 ปมกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.เรื่องที่รอการแก้ไข” ว่า หลังบังคับใช้กฎหมาย มีความสับสนวุ่นวายเกิดขึ้นมากมาย มีอย่างน้อย 5 ประเด็นที่ต้องแก้ไขคือ 1.ปัญหาการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่กำหนดไว้ในมาตรา 128 ที่ กรธ.และ กกต.ใช้สูตรคำนวณให้พรรคขนาดเล็กได้คะแนนไม่ถึงจำนวน ส.ส.พึงมีได้รับการจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อด้วย น่าจะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 91 จะชัดเจนหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดวันที่ 8 พ.ค.เชื่อว่าจะคลี่คลาย มีบรรทัดฐานต่อไป 2.ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.กรณีถือครองหุ้นสื่อ มาตรา 42 (3) บัญญัติว่าเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ หรือสื่อมวลชนใด ข้อความเดียวในรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ที่กลายเป็นปัญหาใหญ่ อาจทำให้ว่าที่ ส.ส.เกินครึ่งของจำนวนทั้งหมดต้องเข้าข่ายมีลักษณะต้องห้ามต้องพ้นจาก ส.ส.ได้ เพราะมีคำพิพากษาศาลฎีกากรณีนายภูเบศวร์ เห็นหลอด ผู้สมัคร ส.ส.สกลนคร พรรคอนาคตใหม่เป็นบรรทัดฐานไว้แล้วว่าแม้บริษัทที่ถือหุ้นจะไม่ได้ประกอบกิจการสื่อจริง แต่มีวัตถุประสงค์จะประกอบกิจการด้านสื่อ ก็เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามการสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว

ส.ส.พลิกไปมาเปลี่ยน รบ.ได้เลย

นายเชาว์กล่าวอีกว่า เรื่องนี้กระทบสมการการเมือง โดยมีนัยสำคัญถึงขั้นเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ได้ ถ้า กกต.ทยอยชี้ขาดหลังประชุมเลือกนายกฯไปแล้วไม่ว่าฝ่ายใดเป็นรัฐบาลเสี่ยงตัวเลข ส.ส.ในมือเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาต้องรับสภาพ ต้องแก้ไขทำให้ชัดเจน เช่น ระบุให้ชัดว่าการถือหุ้นสื่อหมายถึงบริษัทที่ประกอบกิจการด้านสื่อจริงๆต้องแก้รัฐธรรมนูญด้วย 3.ปัญหาความบกพร่องของกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. กรณีพบผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อมีปัญหาคุณสมบัติก่อนประกาศผลเลือกตั้ง ไม่มีการบัญญัติเป็นการเฉพาะ มีแต่กรณีกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ในมาตรา 132 ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ครบถ้วน ผู้สมัคร ส.ส.เขตที่พบปัญหาคุณสมบัติก่อนประกาศผลเลือกตั้งยังจัดการได้ตามมาตรา 53 ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อจึงควรมีกฎหมายรองรับชัดเจนเช่นกัน เพียงแต่ไม่ต้องจัด เลือกตั้งใหม่ เลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อได้เลย

ฟันถือหุ้นสื่อพาบ้านเมืองวุ่น

นายเชาว์ระบุอีกว่า ความบกพร่องของ พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.กรณีพบผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อมีปัญหาคุณสมบัติก่อนประกาศผล ไม่มีการบัญญัติเป็นการเฉพาะ มีแต่กรณีกระทำการอันเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ในมาตรา 132 ต้องปรับปรุงแก้ไขให้มีกฎหมายรองรับชัดเจน 4.มาตรา 53 ทำให้ กกต.มีอำนาจมากกว่าปกติชี้ขาดคุณสมบัติผู้สมัคร ส.ส.เขต ตัดสิทธิได้เลยหากพบว่าขาดคุณสมบัติหรือต้องห้าม ซึ่งเพิ่งตัดสิทธิไป 17 คน หมดสิทธิโต้แย้ง ต่างจากการตรวจสอบก่อนวันเลือกตั้ง ที่ยังให้สิทธิไปฟ้องศาลฎีกาขอคืนสิทธิได้ จึงต้องแก้ไขเพื่อไม่ให้ลักลั่น 5.ระบบการเมืองแบบจัดสรรปันส่วนผสม ที่ให้ใช้บัตรใบเดียว เบอร์ต่างกัน คำนวณคะแนนจากผู้สมัคร ส.ส.เขตมาผูกกับบัญชีรายชื่อ จนทำให้ผลคะแนนผกผันได้ตลอดเวลา หากต้องเลือกตั้งใหม่ รวมถึงการออกแบบสกัดไม่ให้มีพรรคใดได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมด และการประกาศผลเลือกตั้งต้องรอให้ครบร้อยละ 95 ก่อน เป็นต้นตอของปัญหาทำให้การเมืองอึมครึม การเลือกตั้งไม่เป็นทางออกให้ประเทศ มีแนวโน้มว่าอาจทำให้การเมืองไทยเดินหน้าสู่ทางตัน ประเด็นนี้ต้องแก้ไขที่รัฐธรรมนูญด้วย

ประเทศพังพาบคนร่างลอยนวล

“ทั้งหมดนี้คือผลพวงจากการใช้ประเทศไทยเป็นหนูทดลองยา จนหนูที่ชื่อประเทศไทยอยู่ในอาการพังพาบ ก่อนหน้านี้คนเขียนกติกาอาจขายฝันให้คนไทยมีความหวังว่าระบบการเมืองใหม่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากความขัดแย้ง แต่เมื่อได้ใช้จริงแล้วเห็นแต่ความมืดมน มีแต่สร้างความขัดแย้งเพิ่มขึ้น ต้องร่วมกันแก้ไข เพราะถ้ายังดึงดันเดินหน้าแบบนี้ต่อไป ประเทศชาติคือผู้รับกรรม ในขณะที่ผู้ร่างกฎหมายลอยนวล” นายเชาว์ระบุ

“จุรินทร์” ไปเชียงใหม่ลุ้น ลต.ซ่อม

เมื่อเวลา 10.00 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล นายขยัน วิพรหมชัย และนายพรชัย จิตรนวเสถียร อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค พร้อม น.ส.วรณัน อ้นท้วม ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์และคณะเดินทางไป จ.เชียงใหม่ ไปที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง ร่วมงานสรงน้ำพระธาตุประจำปี 2562 ซึ่ง กกต.ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่วันที่ 26 พ.ค.โดยนายจุรินทร์ได้กล่าวขอบคุณประชาชนตลอดรายทางที่วางใจทุกคะแนนเสียงที่พรรคได้รับจากชาวเชียงใหม่

ดึง “เฉลิมชัย” ร่วมทีมชิงเลขาฯ

นายจุรินทร์ได้เปิดเผยถึงบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เลขาธิการพรรคในทีมของตนในการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารใหม่ในวันที่ 15 พ.ค. ว่า ได้ทาบทามนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีต ส.ส.ประจวบคีรีขันธ์และอดีตเลขาธิการพรรค เจ้าตัวได้รับปากแล้วว่าจะมาร่วมทีมด้วย ที่ผ่านมาได้พูดคุยกับนายเฉลิมชัยมาต่อเนื่องหลายปีแล้วเรื่องความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยกันพัฒนาพรรคหากมีโอกาส นายเฉลิมชัยเป็นบุคลากรคนหนึ่งที่มีศักยภาพ มีประสบการณ์ มีความพร้อม และเป็นที่ยอมรับจากสมาชิกพรรคอย่างกว้างขวาง มั่นใจว่าสามารถทำงานร่วมกับสมาชิกพรรคได้ดีในทุกภาค

“สามารถ” หวั่นประกาศ ส.ส.ไม่ทัน

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กกต.คิดสูตรพิสดารจัดสรรปันส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ อาศัยตีความกฎหมายลูกที่มีถ้อยคำเพิ่มเติมแตกต่างจากรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ การวินิจฉัยว่ากฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ย่อมส่งผลถึงการจัดสรร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จะยึดบทบัญญัติตามลายลักษณ์อักษรที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้โดยเคร่งครัด หรือจัดสรรอย่างกว้างแบบถ้อยคำที่กฎหมายลูกเปิดช่องไว้ได้

เชื่อใช้อ้าง กกต.ไม่ต้องรับผิด

“น่ากังวลคือ กกต.จะรับรอง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อทันตามกำหนดเวลาที่ประกาศไว้คือวันที่ 8 พ.ค. หรือไม่ เนื่องจากต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่นัดประชุมพิจารณาวินิจฉัยเวลา 09.30 น. วันที่ 8 พ.ค.จะเสร็จในวันเดียวกันหรือไม่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญออกคำวินิจฉัยล่าช้าจนเป็นเหตุให้การรับรอง ส.ส.ล่าช้ากว่าวันที่ 9 พ.ค.เส้นตายตามรัฐธรรมนูญกำหนดให้การเลือกตั้งต้องแล้วเสร็จภายใน 150 วัน นับแต่ที่กฎหมายลูก 4 ฉบับมีผลใช้บังคับ จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ จะเป็นเกมยื้อเวลาแบบที่ กกต.มีข้ออ้างไม่ต้องถูกดำเนินการเอาผิด กรณีทำผิดเงื่อนเวลาตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติหรือไม่” นายสามารถกล่าว

“เรืองไกร” ยื่นสอบ “บุญยิ่ง–พปชร.”

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบนางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ เขต 2 จ.ราชบุรี เนื่องจากเป็นกรรมการบริษัทและถือหุ้นในบริษัท กาญจนา เฟรซ พอร์ค จำกัด 100 หุ้น บริษัทกาญจนาฟาร์ม 1,500 หุ้น บริษัทกาญจนา ไฮบริด 2,000 หุ้น ทั้ง 3 บริษัทระบุวัตถุประสงค์ในการดำเนินการกิจการไว้ในวัตถุประสงค์ข้อที่ 19 ว่าประกอบกิจการโรงพิมพ์ รับพิมพ์หนังสือ พิมพ์หนังสือจำหน่ายและออกหนังสือพิมพ์ จึงเข้าลักษณะเป็นผู้ถือหุ้น อาจขาดคุณสมบัติในการลงสมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) หรือไม่ และขอให้ระงับการประกาศผลการเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าวด้วย

“คารม” ค้านคำร้องสอบถือหุ้นสื่อ

เมื่อเวลา 11.20 น. ที่สำนักงาน กกต. นายคารม พลพรกลาง ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคอนาคตใหม่ เดินทางเข้ายื่นเรื่องคัดค้านคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ไทย กรณียื่นสอบผู้สมัคร ส.ส.และว่าที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่จำนวน 11 คนว่าถือหุ้นสื่อ อาจเข้าข่ายผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (3) ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ตามมาตรา 42 (3) และให้ระงับการประกาศผลคะแนน และเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร ตามมาตรา 151 พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.หรือไม่ โดยนายคารมกล่าวว่า ตามที่ตนและผู้สมัคร ส.ส.รวม 11 คนได้ไปแจ้งความที่ สน.ทุ่งสองห้อง ดำเนินคดีต่อนายศรีสุวรรณ เนื่องจากยื่นคำร้องอันเป็นเท็จเมื่อวันที่ 2 พ.ค. ส่วนของตนบริษัทได้ยกเลิกไป 5 ปีแล้ว การเป็นผู้ถือหุ้นจึงไม่มีอยู่ และได้ไปยื่นคำขอจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์แล้ว

ปกป้องสิทธิ ปัดฟ้องแก้เกี้ยว

นายคารมกล่าวอีกว่า ส่วนผู้สมัครอื่นบางรายปิดบริษัทไปแล้ว บางรายขายหุ้นและมีการยืนยันเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงนำเอกสารการแจ้งความเข้ายื่นให้ กกต.เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาคำร้องของนายศรีสุวรรณ เพื่อปกป้องสิทธิของตนเองไม่ใช่แก้เกี้ยว แต่ต้องการทำให้เป็นบรรทัดฐานคนที่มาร้องตรวจสอบต้องรับผิดชอบด้วย การตรวจสอบทำได้แต่อย่าเกินเลย

“ศรีสุวรรณ” ยื่นเอกสารเพิ่มครั้งที่ 5

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม เป็นครั้งที่ 5 กรณีคำร้องตรวจสอบการถือหุ้นสื่อบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โดยนายศรีสุวรรณกล่าวว่า หลังฟังการชี้แจงของนายธนาธรผ่านสื่อแล้ว ยังมีข้อสงสัยการนำเช็คธนาคารเข้าบัญชี จึงตั้งประเด็นมาเสนอให้ กกต.ตรวจสอบว่าหลีกเลี่ยงนิติกรรมการโอนหุ้นหรือไม่ หากหลักฐานที่ตนนำเสนอไม่มีน้ำหนักเพียงพอยกคำร้องได้ แต่ที่มายื่นเพิ่มเติมเพื่อให้เนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อถามว่า กกต.อาจประกาศรับรองผลนายธนาธรไปก่อน และค่อยสอยทีหลัง นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เป็นสิทธิของ กกต.ดำเนินการได้ หากพบการกระทำผิดภายหลังการประกาศผล ร้องศาลรัฐธรรมนูญได้ ยังมีเวลาอีกเป็นปีจะดำเนินการได้

พบปมผิดอีกหลัง 7 พ.ค. “ธนาธร” ช็อก

“แต่ขณะนี้พบหลักฐานการกระทำความผิดเรื่องการถือหุ้นสื่อของนายธนาธรเพิ่มเติม นอกจากกรณีหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด มั่นใจว่าจะเอาผิดนายธนาธรได้ 100 เปอร์เซ็นต์ หลังวันที่ 7 พ.ค.จะมีอะไรมันๆ ดีๆ เกี่ยวกับนายธนาธรอีก ประเภทช็อกไปเลย บอกแล้วว่าอย่ามาทะเลาะกับศรีสุวรรณ” นายศรีสุวรรณ กล่าว

เมิน “คารม” แจ้งดำเนินคดี

เมื่อถามถึงกรณีที่นายคารม พลพรกลาง ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่และพวก แจ้งความดำเนินคดีข้อหายื่นคำร้องเท็จต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าเป็นสิทธิที่ทำได้ ตนจะรวบรวมพยานหลักฐานไปชี้แจงต่อพนักงานสอบสวน หากอัยการมีความเห็นว่าสั่งไม่ฟ้อง จะฟ้องกลับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 172 และมาตรา 174 เอาผิดผู้ไปแจ้งความ ไม่มีความสะทกสะท้านพร้อมต่อสู้ตามกฎหมาย

“โบว์” จี้ กกต.หยุดกั๊กสับขั้วตั้งรัฐบาล

เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สำนักงาน กกต. น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ขอเข้าพบ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.แต่ประธาน กกต.ติดภารกิจ จึงแถลงข้อเสนอผ่านสื่อมวลชนว่า ขอเรียกร้องให้ กกต.โปรดทำหน้าที่ขั้นต่ำ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้งรายหน่วย น่าแปลกใจกรณีที่ประธาน กกต.ออกมายืนยันว่าจะทำวิธีการคำนวณตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่จะขอเปิดให้รู้พร้อมกันในวันประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการ และขอให้ กกต.หยุดพฤติกรรมเลือกปฏิบัติ โดยใช้องค์กรอิสระเป็นปัจจัยสืบทอดอำนาจ กกต.อาจจะเป็นคนที่สับขั้วจัดตั้งรัฐบาลเสียเอง คำร้องยุบพรรคบางพรรคถูกส่งให้ศาลตัดสินอย่างรวดเร็วแต่บางพรรคกลับไม่ทำอะไรเลย ขอให้ กกต.หยุดซ่อน หยุดกั๊ก หยุดโกง อย่าทำให้ความอดทนของประชาชนถึงที่สิ้นสุด

โปรดเกล้าฯแต่งตั้ง 2 ราชองครักษ์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ข้าราชบริพารแต่งตั้งเป็นราชองครักษ์ในพระองค์ มีเนื้อหาว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหา วชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ข้าราชบริพารแต่งตั้งเป็นราชองครักษ์ในพระองค์จำนวน 2 นาย คือ พล.อ.จักรภพ ภูริเดช ตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์/ผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ และ พ.อ.นราพร แสนธิ ตำแหน่งรักษาราชการผู้บังคับการกรมทหารรักษาวังมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค.ประกาศ ณ วันที่ 3 พ.ค.ปีที่ 4 ในรัชกาลปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม...
ประวิตร วงษ์สุวรรณประยุทธ์ จันทร์โอชา6รัฐมนตรีลาออกวิษณุ เครืองามสมาชิกวุฒิสภายื่นใบลาออกข่าวหน้า1