ยังยุ่งเหยิงวุ่นวาย ปิดหีบกันไม่ลงตัวสักทีล่าสุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นับคะแนนใหม่ผลการเลือกตั้ง เขต 1 จ.นครปฐม ยกเขตทั้ง 236 หน่วยเลือกตั้ง หลังปรากฏเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การนับและรวมคะแนนอาจไม่ถูกต้องตามมาตรา 124 พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ตามหลักฐานที่ผู้สมัครพรรคอนาคตใหม่ยื่นต่อ กกต.ประท้วงผลการนับคะแนนที่ผู้สมัครพรรคประชาธิปัตย์ชนะอาจเป็นผลให้มีการเปลี่ยนแปลงลำดับผู้ได้รับการเลือกตั้งที่ชนะกันอย่างเฉียดฉิว 147 คะแนนยังไม่นับรวมการสั่งเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่มีจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ตรงกับจำนวนบัตรลงคะแนน อาทิ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 2 จ.ชุมพรหรือการเตรียมหย่อนบัตรลงคะแนนรอบใหม่อีก 5 จังหวัด ใน 6 หน่วยเลือกตั้ง วันที่ 21 เม.ย.นี้ตัวเลขหลายหน่วยเลือกตั้งไม่นิ่ง การคำนวณปาร์ตี้ลิสต์ก็เลยอีนุงตุงนังไม่เลิก ทำให้การฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาลยังฝุ่นตลบสถานการณ์เข้าทางพวกผิดหวังการเลือกตั้ง อาศัยแนวโน้มรัฐบาลใหม่ที่จะมีสภาพเสียงปริ่มน้ำ ไม่มีฝ่ายใดได้เสียงข้างมากเด็ดขาด ปั่นกระแสการเมืองไทยถึงทางตันลากบ้านเมืองเข้ารกเข้าพง ทั้งการกระพือข่าวลือการตั้งรัฐบาลแห่งชาติให้ตัวเองเกาะขบวนมีที่นั่งในรัฐบาล หรือกรณีลูกมือนายใหญ่ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการเลือกตั้งให้ส่งเรื่องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยอ้างมีข้อผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งมากมายขอล้มกระดานเลือกตั้งกันดื้อๆ ผิดธรรมชาตินักเลือกตั้งอาชีพที่สู้กันดุเดือดมาแทบเป็นแทบตายและกรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ชงข้อเสนอใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 270 ให้ ส.ว. มีอำนาจร่วมโหวต พ.ร.บ.งบประมาณร่วมกับสภาผู้แทนราษฎรแก้กับดักเสียงปริ่มน้ำ กลัวรัฐบาลอายุสั้น พังไม่เป็นท่าตั้งแต่เริ่มต้นทำงานไปไม่เท่าไรแหกกฎทุกอย่าง รวมถึงประเพณีปฏิบัติที่เคยมีมา ช่วยผสมโรงราดน้ำมัน กระพือให้บ้านเมืองดูวุ่นวายขึ้นอีก ระดับมือกฎหมายใหญ่รัฐบาล “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ต้องออกโรงเบรก ร่วมกันคอนเฟิร์มกับนักกฎหมายอีกหลายคน ยืนยันให้ ส.ว.ร่วมโหวต พ.ร.บ.งบประมาณไม่ได้แต่ละฝ่ายร่วมโหมกระแสจนเลยเถิด พยายามลากประเทศเข้าสู่ภาวะสุญญากาศ ทั้งที่โดยที่เงื่อนไขสถานการณ์ความเป็นจริงแล้ว ประเทศยังไม่ถึงทางตันแต่อย่างใดผิดกับสถานการณ์ของฝ่ายที่อวดอ้างสวมเสื้อคลุม ประชาธิปไตยการจับขั้วฟอร์มทีมรัฐบาลก่อนหน้านี้ส่อแนวโน้มถูกแช่แข็ง ไม่มีความเคลื่อนไหว อย่างที่เห็นสภาพของแต่ละค่ายการเมืองตกที่นั่งลำบาก เผชิญวิบากกรรมถ้วนหน้าอาทิ พรรคอนาคตใหม่ แกนนำพรรคทั้ง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และ นายปิยบุตร แสงกนกกุล ถูกขึ้นแบล็กลิสต์คดีติดตัวมากมาย มีโอกาสโดนเช็กบิลทุกเมื่อหรือพรรคเศรษฐกิจใหม่ของ “เฮียมิ่ง” มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ก็โป๊ะแตก ถูกลูกพรรคยื่นเรื่องต่อ กกต. ข้อหาปล่อยให้นายทุนบงการ ครอบงำการบริหารกิจการภายในพรรคอาการน่าห่วง มีโอกาสล่มสลาย โดนยุบพรรคได้ยังไม่นับรวมใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ที่ กกต.รอควักแจกหลังจากนี้ ต้นทุนฝั่งนายใหญ่มีสิทธิหายไปอีกความหวังการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลริบหรี่ลงเรื่อยๆตัวเลข 255 เสียงที่ยกเมฆไว้ก่อนหน้านี้ อาจเป็นแค่ “รัฐบาลลม” วงแตกได้ตลอดทิศทางความได้เปรียบไปอยู่ฝ่ายพรรคพลังประชารัฐ หนุน “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ให้ได้ตั๋วไปต่อก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ลุงตู่” ก็ถูกแท็กทีมเตะตัดขาสกัดเจอปั่นกระแสสร้างเงื่อนไขให้เกิดเดดล็อกทางการเมืองสถานการณ์ทำท่ากลับตาลปัตร ฝ่ายที่เรียกร้องให้มีการเลือกตั้งมาตลอด ตั้งท่าไม่อยากเดินตามกติกา จุดประเด็นรัฐบาลแห่งชาติหรือล้มกระดานให้ทุกอย่างเป็นโมฆะตรงกันข้ามกับอีกฝ่ายที่ถูกถล่มมาตลอดว่า ไม่อยากให้มีการเลือกตั้ง กลับเป็นฝ่ายต้องยืนหยัดให้ยึดหลักกติกาเดินตามรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธกลไกนอกรัฐธรรมนูญนาทีนี้ “ลุงตู่” จึงต้องไล่แก้ข่าวลือจนเหนื่อย.ทีมข่าวการเมือง