ข่าว
100 year

เลี่ยงม็อบชนม็อบ กลุ่มอยากเลือกตั้งย้ายวิกชุมนุม "โบว์" ผวาถูกลอบปาบึม

ไทยรัฐฉบับพิมพ์19 ม.ค. 2562 04:40 น.
SHARE

ผบ.สส.ยันเลือกตั้งแน่ พลังประชารัฐแจงโต๊ะจีน 90 ล้าน

“บิ๊กกบ” ป้อง “บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม-บิ๊กแดง” ทำเพื่อ ส่วนรวม ยันมีเลือกตั้งแน่ไม่โมฆะ เบรกกลุ่มเห็นต่าง เลิกชุมนุม ชี้ “บิ๊กแดง” แค่เตือนอย่าคิดไกลถึงปฏิวัติ “เต้น” เตือนรุ่นน้องเหตุไม่ปกติกลุ่มอวตาร โผล่จัดม็อบประชัน กลุ่มอยากเลือกตั้งแก้เกม “โบว์” ถอนตัว “จ่านิว” ย้ายวิกเข้า มธ.ท่าพระจันทร์ เลี่ยงปะทะ “บิ๊กตู่” ฝากครูติวชาวบ้านนโยบายใครทำได้จริง ภท.-ปชป.แลกหมัดรัวๆ “อนุทิน” ท้าเปิดชื่อลูกทีมซื้อเสียงคนพัทลุง ลั่นไม่จับมือพรรคสร้างความขัดแย้งแย่งอำนาจ “ศุภชัย” เย้ยเจ้าถิ่นผวากระแสตก ย้อนรอง หน.ปชป.ใส่ร้ายผู้อื่นถูกยุบพรรคได้เช่นกัน “นิพิฏฐ์” พร้อมให้ “เสี่ยหนู” ดูหลักฐาน ขู่ หน.พรรค-กก.บห.รับรู้ระวังถูกยุบพรรค-ยึดทรัพย์ พปชร.แจงทุนโต๊ะจีนเข้าบัญชี 90 ล้าน

จากกรณีฝ่ายรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอกย้ำสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทยมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ล่าสุด พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด ได้ออกมาเน้นย้ำยืนยันว่าคนไทยจะได้เลือกตั้งแน่นอน รอเพียงมีประกาศ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งลงมา พร้อมแนะให้กลุ่มคนอยากเลือกตั้งยุติการเคลื่อนไหวชุมนุมใหญ่ เพื่อไม่ให้สังคมตื่นกลัวจะเกิดเหตุความไม่สงบ

ผบ.เหล่าทัพพรึบวันกองทัพไทย

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผบ.ทหารสูงสุด เป็นประธานงานวันกองทัพไทย พร้อม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร.พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ร่วมถวายราชสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 บวงสรวงพระบรมรูปพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นมหาราช 9 พระองค์ พร้อมวางพวงมาลาสักการะดวงพระวิญญาณพระบูรพกษัตริย์และดวงวิญญาณนักรบไทย เพื่อบำเพ็ญ กุศลรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วีรกษัตริย์ไทย และบูรพกษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ตลอดจนเหล่าบรรพชนของไทย

ให้มั่นใจทหารส่งผ่านบ้านเมืองสู่ ปชต.

พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ทุกวันนี้โอกาสใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนผ่านประเทศในการเลือกตั้งไปสู่ระบอบประชาธิปไตย กองทัพยังมุ่งมั่นทำหน้าที่ส่งผ่านในสิ่งที่ได้ดำเนินการมา ปัจจุบันเรามีทหารเก่า เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หรือทหารในราชการอย่าง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.มีจิตวิญญาณความเป็นทหาร เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน อยากให้สังคมตระหนักเห็นถึงความจริงจัง ตั้งใจของทหารและขอกำลังใจ ขอให้ประชาชนอุ่นใจมั่นใจว่ากองทัพไม่ว่าทหารในหรือนอกราชการ ยังคงรับใช้ชาติ มุ่งมั่นในเจตนาที่ดี มุ่งหวังว่าประเทศชาติต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นอย่างถาวร

“บิ๊กกบ” ยัน ลต.แน่ควรเลิกชุมนุม

พล.อ.พรพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ขณะนี้ข้อมูลทุกอย่างชี้ชัดไปแล้วการเลือกตั้งมีขึ้นแน่นอน ผู้เกี่ยวข้องพยายามจะควบคุมจัดการให้มีการเลือกตั้งและประกาศผลในกรอบเวลาที่กำหนด ยืนยันว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน เพียงรอ พ.ร.ฎ.จะโปรดเกล้าฯลงมาเมื่อไหร่ จากนั้นจะกำหนดวันเลือกตั้ง จะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะและจะได้รัฐบาลใหม่หลังเสร็จงานพระราชพิธีราชาภิเษก ขณะนี้มองไม่เห็นสิ่งที่น่ากังวล อยากฝากถึงกลุ่มต่างๆที่มีข้อสงสัยข้อกังวลน่าจะคลายกังวลและเบาใจได้

ชี้ ผบ.ทบ.เตือนอย่าคิดไกลถึงปฏิวัติ

ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวอีกว่า พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ระบุไปแล้วขอให้แต่ละกลุ่มที่อยากแสดงออกเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ อยู่ในเส้นของตัวเอง ควรเป็นเช่นนั้น กิจกรรมที่จะทำให้ไม่สงบ ทำให้สังคมตื่นกลัวควรจะงดหรือเลิกไป คนไทยส่วนใหญ่อยากอยู่ในบรรยากาศสงบ เตรียมตัวไปสู่การเลือกตั้ง อยากฝากคนไทยการตัดสินคนว่าดีหรือไม่ ควรพิจารณานโยบายของพรรคว่าทำได้จริง ไม่อยากให้หมกมุ่นหรือสนใจการให้ร้ายมองโลกแง่ร้าย เอาเรื่องไม่ดีของอีกฝ่ายมาโจมตี เป็นการเมืองแบบเดิมๆ ควรก้าวข้ามเลิกพูดได้แล้ว ช่วยกันวางอนาคตของชาติเลือกคนที่เหมาะสม เลือกพรรคที่ถูกต้อง อยากให้เลือกตั้งแบบผู้ใหญ่สนใจสาระนโยบาย มากกว่าใส่ร้ายกัน เมื่อถามว่ามีการตีความคำพูดของ ผบ.ทบ.ไม่ให้ล้ำเส้นอาจนำสู่การรัฐประหาร พล.อ.พรพิพัฒน์ตอบว่า อย่ามองไปไกลขนาดนั้น ผบ.ทบ.ไม่ได้พูดถึงเรื่องปฏิวัติ เพียงแต่ย้ำว่าทุกอย่างเป็นไปตามกติกา ท่านพูดเป็นกลางอย่างรัดกุมแล้ว ถ้าการชุมนุมขออนุญาต ทำในเวลาที่กำหนดก็จบไป ขอให้อยู่ในกรอบกฎหมาย

“เต้น” แฉกลุ่มอวตารต้านเลือกตั้ง

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธานคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งพรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงการนัดหมายชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งวันที่ 19 ม.ค. ว่า พรรคไทยรักษาชาติสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่จะแสดงออกโดยสันติ ไม่ว่าเป็นกลุ่มอยากเลือกตั้งหรือกลุ่มไม่อยากเลือกตั้ง แต่ตั้งข้อสังเกตว่าไม่กี่วันที่ผ่านมามีการก่อตั้งเพจ “สามัคคีก่อนการเลือกตั้ง” ขึ้นมา ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเพจเฟซบุ๊กอวตาร หรือไม่มีตัวตนอยู่จริง เตรียมจัดกิจกรรมในสถานที่และวันเวลาเดียวกันกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง อาจเป็นสาเหตุนำไปสู่การเผชิญหน้าได้ ขอให้เคลื่อนไหวด้วยความรอบคอบรัดกุมหูตาไว ตัดสินใจตามข้อเท็จจริงของสถานการณ์ และอย่าได้ตกเป็นเหยื่อของสิ่งที่คนบางกลุ่มกำลังสร้างขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง

“เพนกวิน” บุกทำเนียบฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 15.00 น. บริเวณประตู 4 นายพริษฐ์ ชีวารักษ์ หรือเพนกวิน นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาชิกสหภาพนักเรียนนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนท.) ยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องการเลือกตั้งอย่างเสรีและเป็นธรรม กำหนดการเลือกตั้งที่ชัดเจนพร้อมแนบรายชื่อ สนท. 727 ชื่อ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โดยเจ้าหน้าที่เชิญตัวไปพูดคุยที่ศูนย์บริการประชาชนบริเวณสำนักงาน ก.พ. แต่นายพริษฐ์ ระบุว่าทางกลุ่มไม่ได้ต้องการมาร้องทุกข์กับข้าราชการ จากนั้นไปปักหลักอยู่ที่บริเวณประตู 3 ของทำเนียบฯ นำเอกสารที่จะยื่นและกระดาษเอ 4 ข้อความ “เลื่อนแม่มึงซิ” พับเป็นจรวดร่อนเข้าไปในทำเนียบฯเกือบ 20 แผ่น อีกส่วนก็นำไปติดข้างรั้ว ยืนชูสามนิ้วสัญลักษณ์ต่อต้านการรัฐประหารและตะโกนว่า“ไม่เลื่อนเลือกตั้ง” ก่อนจะแยกย้าย

ลูกพ่อขุนโผล่เบรกกลุ่มอยาก ลต.

ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหงและเครือข่ายนักศึกษารามคำแหงพิทักษ์สถาบันและประชาชน นำโดยนายกิตติพงษ์ แทนคุณ ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้กลุ่มอยากเลือกตั้งหยุดสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง ระบุว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งจะชุมนุมเพื่อกดดันรัฐบาลถือเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญบัญญัติว่าให้ดำเนินการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายใน 150 วันนับแต่วันที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งหารือเพื่อกำหนดวันไม่ให้กระทบต่อพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ขอให้กลุ่มที่กำลังเคลื่อนไหว และกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังหยุดพฤติกรรมดังกล่าวและขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนอยากเลือกตั้งร่วมกันแสดงออกผ่านช่องทางต่างๆอย่างสงบ

เด็ก มช.แถลงจุดยืนจี้กาบัตรโดยเร็ว

ที่บริเวณสันเขื่อนอ่างแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) กลุ่มนักศึกษา มช. รวม 200 คน รวมตัวกันพร้อมชูป้ายไม่เลื่อนเลือกตั้งและป้าย Walk To Vote แต่งกายเป็นตัวละครชื่อ “มานี” มาถือหีบบัตรเลือกตั้งจำลอง ทำจากกล่องกระดาษ พร้อมมีตัวแทนกลุ่มนักศึกษาสับเปลี่ยนกันมาแถลงจุดยืน เรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด เรียกร้องรัฐบาลและคณะกรรมการการเลือกตั้ง เร่งประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพื่อกำหนดวันอย่างชัดเจน เพื่อที่พวกเราจะสามารถทำหน้าที่ เลือกกำหนดอนาคตของสังคมของพวกเรา ให้กลายเป็นสังคมที่พลเมืองทุกคนมีส่วนร่วมในการปกครอง มีสิทธิแสดงออกทางการเมืองอย่างเสรี

กลุ่มสามัคคีฯยื่นขอชุมนุม

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์ นายพานสุวรรณ ณแก้ว แกนนำกลุ่มสามัคคีก่อนเลือกตั้ง อดีตแกนนำ กปปส. เดินทางไปยื่นขอแจ้งจัดการชุมนุมสาธารณะต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยระบุชุมนุมในวันที่ 19 ม.ค. เวลา 15.00 น. ที่บริเวณ โดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ สน.ชนะสงคราม นายบัญชา ปานนิวัฒน์ กลุ่มคนฝั่งธนรักสันติ ยื่นขอจัดการชุมนุมเพื่อแสดงจุดยืนให้สังคมอยู่ในความสงบและไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ในวันที่ 19 ม.ค.

“โบว์” ถอนตัวหนีบึม–จ่านิวย้ายเข้า มธ.

จากนั้นนายอนุรักษ์ เจนตวนิช หรือฟอร์ดเส้นทางสีแดง แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ผมออกหน้าเอง ขอประกาศย้ายสถานที่ จัดกิจกรรมไล่ประยุทธ์ จากหน้าแมคโดนัลด์เป็นร้านศรแดง เวลา 15.00-17.00 น. อยากเห็นเหมือนกันว่าพวกคุณจะมีมาสักกี่คน พรุ่งนี้จะไปแจ้งชุมนุมด้วยตัวเอง อย่าหนีนะมึง” ทำให้นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มอยากเลือกตั้ง รีบโพสต์ตัดขาดไม่ให้นายอนุรักษ์เข้าร่วมกับกลุ่มฯ ระบุนายอนุรักษ์พยายามมาเกาะขบวนฝ่ายประชาธิปไตย ล่าสุดประกาศไปปะทะกับคนที่เผด็จการขนมายั่วยุ

ขณะที่ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ กล่าวว่า ได้ประกาศถอนตัวจากการชุมนุมแล้ว เป็นห่วงว่าจะไม่สามารถดูแลความปลอดภัยได้ ห่วงจะมีม็อบชนม็อบ จัดหามาแฝงสร้างความปั่นป่วน เสี่ยงจะถูกปาระเบิด ส่วนนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว โพสต์เฟซบุ๊กว่า จากความพยายามจัดชุมนุมของกลุ่มสามัคคีก่อนการเลือกตั้งเสี่ยงต่อการปะทะ จึงเปลี่ยนไปชุมนุมที่ลานหน้าหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

“บิ๊กป้อม” งอนปิดปากงดจ้อสื่อ

เมื่อเวลา 09.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ก่อน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จะเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 ทีมงาน พล.อ.ประวิตรประสานเจ้าหน้าที่สำนักโฆษกสำนักนายกฯ ให้มาแจ้งสื่อมวลชนว่า พล.อ.ประวิตรจะไม่ให้สัมภาษณ์ ขอความร่วมมือสื่อให้ไปยื่นฝั่งตรงข้ามทางเข้าตึกบัญชาการ 1 เมื่อ พล.อ.ประวิตรเดินทางมาถึงก็ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ เพียงแต่ยกมือรับไหว้สื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ผู้สื่อข่าวพยายามขอสัมภาษณ์แต่ พล.อ.ประวิตรไม่สนใจ รีบเดินขึ้นตึกบัญชาการไปประชุมอย่างอารมณ์ดี ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า พล.อ.ประวิตรจะงดให้สัมภาษณ์หลังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์คำให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตรหลายเรื่อง ทั้งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ให้รออีก 3 ปีให้สร้างรถไฟฟ้าเสร็จก่อน หรือประเด็นเหตุลอบวางระเบิดโรงแรมดุสิตเคนยา เพราะอาหารอร่อย ต่อมาเวลา 12.00 น. หลังการประชุม สื่อมวลชนดักรอสัมภาษณ์อีก พล.อ.ประวิตรเดินลงจากห้องประชุมตึกบัญชาการ 1 แล้วฝ่าวงล้อมสื่อมวลชนด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่ไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ

“บิ๊กตู่” ย้ำ ขรก.ต้องระวังทุกเรื่อง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่าครั้งที่ 1/2562 ก่อนเข้าประชุม นางเมธินี เทพมณี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) มอบแจกันดอกไม้ให้นายกฯเนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ และนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบภาพม้าทำจากเงิน ทั้งนี้ การประชุมครั้งนี้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Meeting) จากแท็บเล็ตโดยไม่ใช้เอกสารที่เป็นกระดาษเป็นครั้งแรก ขณะที่นายกฯกล่าวว่า ช่วงนี้ขอให้ระมัดระวังทุกเรื่องทั้งการทำงานและเรื่องส่วนตัวให้มากที่สุด และต้องปรับบริบทการทำงานให้สอดคล้องกับโลกดิจิทัล

สพฐ.ยันครูวางตัวเป็นกลาง

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า นายกฯฝากทุกกระทรวงช่วยทำความเข้าใจกับประชาชน ข้อมูลเรื่องใดที่ได้ฟังมา เรื่องไหนรัฐบาลทำได้หรือไม่ได้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยเฉพาะครูทำความเข้าใจกับประชาชนได้ง่าย ส่วนการเลือกตั้งแม้นายกฯจะไม่ได้กำชับ แต่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มีบุคลากรกว่า 4 แสนคน ออกหนังสือแจ้งให้ถือปฏิบัติให้ถูกต้อง วางตัวเป็นกลาง

“อนุทิน” ท้าเปิดชื่อคน ภูมิใจไทยซื้อเสียง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า กรณีที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่ามีกระบวนการเก็บบัตรประชาชนของชาวบ้านและจ่ายเงิน 500 บาท จากพรรคหนึ่งเพื่อซื้อเสียงในพื้นที่ภาคใต้ว่าขอให้เปิดเผยชื่อออกมา กล้าๆหน่อย พูดมาเลยว่าใครที่เป็นผู้กระทำ เป็นนางนาที รัชกิจประการ กรรมการบริหารพรรคหรือไม่ เอ่ยชื่อมาเลยไม่ต้องมาบอกใบ้ คนออกมาเปิดเผยต้องรับผิดชอบคำพูดด้วย

ลั่นไม่จับมือพวกก่อขัดแย้งแย่งอำนาจ

นายอนุทินกล่าวถึงนโยบายหาเสียงเลือกตั้งว่า พรรคทุ่มเทสร้างนโยบายแก้ปัญหาปากท้องให้ประชาชน ไม่คิดเรื่องการเมืองหรือการแก้รัฐธรรมนูญ คิดอย่างเดียว จึงเชื่อว่านโยบายของพรรคจะได้รับ ความไว้วางใจจากประชาชน ส่วนพรรคจะจับมือกับพรรคการเมืองใดตั้งรัฐบาลนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ถือว่าเราได้เปรียบ ไม่เคยเป็นศัตรูหรือขัดแย้งกับใคร ส่วนจะจับมือกับพรรคที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯหรือไม่ อยู่ที่ผลการเลือกตั้งเช่นกัน แต่พรรคเสนอชื่อหัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ เพียงคนเดียว หากประชาชนไม่ตอบรับ ต้องดูสูตรทางการเมืองขณะนั้นอีกที แต่ไม่ว่าผลออกมาอย่างไร พรรคร่วมรัฐบาลต้องเคารพในนโยบายของพรรคภูมิใจไทย และพรรคจะไม่สนับสนุนพรรคที่สร้างความขัดแย้ง โดยเฉพาะพรรคที่สร้างความขัดแย้ง เพื่อแย่งชิงอำนาจ

“ศุภชัย” เย้ยเจ้าถิ่นขาสั่นกระแสตก

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายนิพิฏฐ์ระบุมีปลัดจังหวัดเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านและจ่ายหัวละ 500 บาทจากพรรคหนึ่งเพื่อซื้อเสียงในภาคใต้ว่า พรรคภูมิใจไทยมีผู้เสนอตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงเขตเดียวกับนายนิพิฏฐ์ เป็นปลัดจังหวัดพัทลุง ซึ่งจะยื่นลาออกจากราชการในวันที่มี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ขอเรียนว่าบุคคลดังกล่าวไม่ได้กระทำการใดที่นายนิพิฏฐ์กล่าวหา วิธีการพูดของนายนิพิฏฐ์เป็นวิธีการเดิมๆ ใช้อักษรย่อ พูดเป็นปริศนาแล้วขู่ว่าทำผิดถึงขั้นยุบพรรค เป็นการใส่ร้ายป้ายสีโดยลืมไปว่าท่านเป็นรองหัวหน้าพรรคการเมือง การใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองก็มีความผิดถึงขั้นยุบพรรคได้เช่นกัน อยากเรียกร้องให้ทำการเมืองแบบสร้างสรรค์ ถ้าเห็นว่าผิดร้องเรียนให้ดำเนินคดี อย่าใช้วิธีการแบบที่เคยๆทำ ความจริงเห็นใจ เท่าที่ทราบไม่เคยมีคู่แข่งที่กระแสความนิยมสูงเท่านี้มาก่อน หรืออาจทางกลับกันว่าท่านไม่เคยกระแสตกเท่านี้ อย่าได้กังวลใจ เพราะประชาชนวันนี้เข้าใจการเมืองดี ย่อมตัดสินใจอย่างมีสติได้

“นิพิฏฐ์” พร้อมให้ “เสี่ยหนู” ดูหลักฐาน

ขณะที่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ กล่าวถึงกรณีนายอนุทินออกมาท้าให้เปิดเผยชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บบัตรประชาชนโดยให้หัวละ 500 บาทให้ชัดเจนว่า พร้อมให้นายอนุทินดูหลักฐานทั้งหมดว่าใครเป็นผู้สั่งการ แต่ไม่ขอเปิดเผยชื่อ เตรียมนำข้อมูลหลักฐานทั้งหมดยื่นให้ กกต.ตรวจสอบสัปดาห์หน้า การที่นายอนุทินพูดเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่านายอนุทินรับทราบแล้วว่ามีการเก็บบัตรประชาชน ถือว่าตนประสบความสำเร็จแล้ว เพราะต้องการให้เปิดปากพูดแบบนี้

ขู่ กก.บห.จะถูกยึดทรัพย์–ยุบพรรค

“ขอเตือนนายอนุทินระวังเรื่องการยุบพรรคและถูกยึดทรัพย์ ความผิดซื้อเสียงเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน ที่มีการแก้ไขเพิ่มมูลฐานความผิดนี้ด้วย ถ้ามีการจับการกระทำความผิดเก็บบัตรประชาชนซื้อเสียงล่วงหน้า หรือเพื่อทำบัตรสมาชิกพรรคการเมือง โดยมีอามิสสินจ้างถือว่าเข้าข่าย แม้จะทำแค่รายเดียว แต่ภาคใต้บางจังหวัด แต่ละเขตเลือกตั้งมีการเก็บบัตรประชาชนชาวบ้านหลายหมื่นใบ เพื่อแลกกับการเป็นสมาชิกพรรค การเมือง ถ้าคนทำเป็นกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการบริหารที่ร่วมด้วยอาจถูกยึดอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบด้วยว่าเกี่ยวข้องหรือไม่ ที่สำคัญอาจถูกยุบพรรค แทนที่จะออกมาท้าผมให้เปิดรายชื่อ นายอนุทินควรต้องเรียกคนที่คิดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องมาสอบถามว่าได้ทำจริงหรือไม่จะดีกว่า” นายนิพิฏฐ์กล่าว

ตอก “ศุภชัย” กินปูนร้อนท้อง

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายศุภชัยต้องถามว่ารู้พิกัดการทำความผิดได้อย่างไร เพราะตนไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร จังหวัดไหน พรรคใดที่เตรียมการทุจริตเลือกตั้ง ไม่เคยแม้แต่ระบุอักษรย่อหรือว่ากินปูนร้อนท้อง ยืนยันว่ารังเกียจการทุจริตทุกพื้นที่ เหมือนที่เคยเกิดในบางจังหวัดที่เย็บแบงก์ร้อยติดกับแบงก์ยี่สิบเพื่อซื้อเสียงน่ารังเกียจ ที่บอกว่าตนกระแสตกจนกลัวและคนที่พรรคภูมิใจไทยเตรียมส่งกระแสแรง อยากให้คิดถึงความหลังครั้งที่ว่าที่ผู้สมัครรายนี้อยู่พรรคเพื่อไทย เคยเกิดปรากฏการณ์ลักษณะเดียวกันมาแล้ว เชื่อว่าคนพัทลุงจะสอนบทเรียนนักการเมืองซื้อเสียง ต้องขอบคุณ กกต.ที่จะส่งเจ้าหน้าที่ส่วนกลางลงไปตรวจสอบ ขอบคุณปลัดกระทรวงมหาดไทยที่กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้วางตัวเป็นกลาง แต่ขอฝากให้คาดโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำชุมชนที่วางตัวไม่เป็นกลางด้วยการไม่ต่ออายุในตำแหน่ง

กกต.รอข้อมูลแจกเงินเก็บบัตรพัทลุง

ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นเรื่องปลัดจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้รวบรวมบัตรประชาชน พร้อมให้เงิน 500 บาท สนับสนุนผู้สมัครพรรคหนึ่งให้ตรวจสอบว่า ทุกเรื่อง กกต.จะรวบรวมข้อมูล ขอทราบรายละเอียดก่อน

“วิษณุ” ชี้เก็บบัตร ปชช.โยงใบแดงได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า มีปลัดจังหวัดแห่งหนึ่งสั่งเก็บบัตรประชาชน โดยให้เงินเจ้าของบัตร 500 บาท ถือเป็นการซื้อเสียงหรือไม่ว่า ถ้ามีการกระทำเช่นนั้นจริงถือเป็นความผิดอยู่แล้ว ต้องดำเนินคดี กกต.จะแจ้งความหรือสอบสวนเองว่าเป็นการกระทำของใคร แยกเป็น 2 ทางคือคดีเลือกตั้งและคดีอาญา เจ้าหน้าที่ของรัฐถ้าได้รับเรื่องร้องเรียนหรือมีเบาะแสต้องเข้าไปดำเนินการ แม้เกิดก่อนมี พ.ร.ฎ.เลือกตั้งอาจโยงไปถึงการให้ใบเหลืองและใบแดงได้ถ้าทำคดีเป็น เพราะแม้จะทำก่อนแต่ผลก็ไปตอนมี พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกในประเทศไทยแล้ว เพราะเคยเกิดมาเมื่อ 60 ปีที่แล้ว ตอนเลือกตั้งกึ่งพุทธกาล ถือว่าเป็นความผิด หากมีการร้องไปยัง กกต.จังหวัด สามารถเก็บเรื่องไว้รอให้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ไม่เชิงเป็นการเอาผิดย้อนหลัง เพราะมีผลต่อเนื่องกัน

ตร.เคลียร์เผาบัตรที่สงขลาแค่ขยะ

ส่วนกรณีพนักงานรถเก็บขยะเทศบาลนครสงขลา พบบัตรประชาชน 82 ใบ ในถุงดำถูกนำมาทิ้งไว้บริเวณกองขยะริมกำแพงโรงเรียนอนุบาลสงขลา ต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา ก่อนแจ้งความตำรวจช่วยสืบสวนหาที่มา เนื่องจากเกรงว่าอาจเชื่อมโยงประเด็นการเมืองช่วงใกล้วันเลือกตั้ง ต่อมาวันที่ 18 ม.ค. ร.ต.อ.ปรีชา พรหมสิทธิ์ รอง สว.สส.สภ.เมืองสงขลา เปิดเผยว่า จากการสืบสวนทราบว่าบัตรประชาชนทั้งหมด เป็นของร้านจำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่ย้ายร้านไปจุดอื่นและนำขยะในร้าน รวมทั้งบัตรประชาชนที่ลูกค้านำมาทำธุรกรรมหรือถ่ายเอกสารแล้วลืมนานแล้วเลยเอาไปทิ้ง ทั้งนี้ น.ส.ชยามร บูรพาพงศ์ เจ้าของร้านฝากขอโทษสังคมที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายและเข้าใจผิด

ยันอำนาจเคาะวัน ลต.อยู่ที่ กกต.

ส่วนการเตรียมพร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง เมื่อเวลา 09.00 น. ที่โรงแรมเซ็นทารา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ร่วมกับ กทม. จัดกิจกรรม 6 สัปดาห์ประชาธิปไตยรณรงค์การเลือกตั้ง ส.ส. สถานศึกษาสังกัด กทม. มี พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เป็นประธาน จากนั้น พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวถึงกรณีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ คาดว่า พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในสัปดาห์หน้าว่า เมื่อประกาศ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งในราชกิจจานุเบกษา กกต.จะต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งภายใน 5 วัน เมื่อถามว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ระบุว่าวันที่ 24 มี.ค. เป็นวันที่เหมาะสมจัดการเลือกตั้ง พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า อำนาจหน้าที่การกำหนดวันเลือกตั้งเป็นของคณะกรรมการ กกต.

“มาร์ค” คาใจระเบียบหาเสียงคลุมเครือ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.อาจกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ว่า พรรคไม่มีความกังวลว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นวันที่เท่าไหร่ ทุกคนทำงานเต็มที่เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเดินหน้าแก้ปัญหาให้ประชาชน ส่วนการใช้ป้ายโฆษณาหาเสียง สอบถามไปยัง กกต.แล้วบางเรื่อง แต่ กกต.ยังไม่ชัดเจนบางเรื่อง เช่น วิธีการนับจำนวนป้าย กรณีหากติดป้ายไป 100 ป้าย แต่ถูกทำลายไป 30 ป้าย หาทำป้ายทดแทน 30 ป้ายจะนับเป็นป้ายใหม่ด้วยหรือไม่ ที่น่าเป็นปัญหาคือการหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ วิธีปฏิบัติที่เขียนมายังไม่ชัดเจน อาทิ การหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องเขียนชื่อผู้ผลิตและจำนวนที่ผลิตไว้ด้านหน้าชัดเจน กรณีข้อความสั้น หรือเอสเอ็มเอส หรือแบนเนอร์ ต้องทำอย่างไร

“สงคราม” สับพรรคสืบอำนาจ 20 ปี

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ พร้อมแกนนำพรรค อาทิ นายอารี ไกรนารา รองหัวหน้าพรรค และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้สนับสนุนเดินสายพบประชาชนในพื้นที่ กทม.ครั้งแรก เริ่มที่เขตบางเขน หลักสี่จตุจักร ห้วยขวาง โดย นายสงครามกล่าวว่า ชาวบ้านบ่นว่าลำบากยากจนทุกหย่อมหญ้า ยาเสพติดทุกวันนี้หาซื้อง่ายกว่าซื้อขนม เจ้าสัวไม่กี่คนร่ำรวย ความเหลื่อมล้ำของไทยติดอันดับ 1 เจ้าสัวธุรกิจเบียร์คนหนึ่งมีที่ดินมากกว่า 3 จังหวัดของประเทศไทย ที่ดินเจ้าสัวทั้งหมดรวมกันมีเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทยหรือประมาณ 12 จังหวัด คนทั่วไปยากจน ค้าขายลำบาก ขณะที่เผด็จการพยายามสืบทอดอำนาจ พรรคที่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ไม่ได้ทำประชาชนลำบากไปอีก 4 ปี แต่จะลำบากไปถึง 20 ปี ของยุทธศาสตร์ 20 ปี เงินบัตรสวัสดิการรัฐให้รับได้เป็นภาษีประชาชน เหมือนรับเงินตัวเองไม่เป็นบาปแน่นอน วันนี้ประชาชนจนพอแล้ว อย่าจนกันไปอีก 4 ปีหรือ 20 ปีเลย

พลังประชารัฐโวมีดีพร้อมเป็นแกนนำตั้ง รบ.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคพลังประชารัฐ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค มีกรรมการบริหารและกรรมการยุทธศาสตร์ กรรมการรณรงค์หาเสียงเข้าร่วม จากนั้นเวลา 14.00 น. นายอุตตมแถลงว่าได้คัดสรรผู้สมัคร ส.ส. 350 เขต สัปดาห์หน้าทุกอย่างจะเรียบร้อย นโยบายพรรคเรียบร้อยแล้ว จะเปิดเผยได้เมื่อ พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศแล้ว ส่วนจะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในบัญชีนายกฯของพรรคหรือไม่ ต้องผ่านกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคก่อน ยังยืนยันไม่ได้ว่าจะเชิญใครมา จะได้ ส.ส.กี่ที่นั่งไม่ได้ตั้งเป้าแต่จะทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ รอให้สูตรคณิตศาสตร์ลงตัวก่อน ประเมินพื้นที่ทุกวันทุกเวลา กระแสความนิยมของพรรคมีมาต่อเนื่อง มีศักยภาพเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ ส่วนการลาออกจากตำแหน่งของ 4 รัฐมนตรี ยืนยันว่าจะลาออกในเวลาเหมาะสม เคลียร์งานเกือบหมดแล้ว

“ณัฐพล” แจงเงินระดมทุน 90 ล้าน

นายณัฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้ส่งรายงานการระดมทุนพรรคให้ กกต.แล้ว มีผู้แสดงเจตจำนงสนับสนุนพรรค 622,347,950 บาท แต่จะบันทึกเข้าบัญชีการระดมทุน 90 ล้านบาท 24 รายการ ที่เหลือจะเอาเข้าบัญชีผู้บริจาค เนื่องจากส่วนที่เหลือเป็นการบริจาคหลังวันที่ 19 ธ.ค.61 ตามที่ กกต.กำหนด จากการตรวจสอบอย่างเข้มข้น พรรคได้คืนเช็คบางส่วนที่อาจร่วมระดมทุนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 1 ราย เพราะเป็นนิติบุคคลที่มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนี้จะติดประกาศการรายงานต่อ กกต.วันที่ 21 ม.ค.เป็นต้นไป ณ ที่ทำการพรรค พร้อมติดประกาศรายชื่อผู้บริจาคเงินให้พรรคต่อเนื่อง ยืนยันว่าไม่มีหน่วยงานราชการร่วมระดมทุนในงานด้วย สื่อมวลชนตรวจสอบได้

เผยเครือคิง เพาเวอร์บริจาค 24 ล.

ช่วงบ่าย พรรคพลังประชารัฐ ได้นำรายชื่อผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมการระดมทุนวันที่ 19 ธ.ค.61 มาติดประกาศ มีทั้งหมด 24 ราย เป็นเงิน 90 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.บริษัทเอ็มไอที ซูลูชั่น จำกัด 2.บริษัท ทีทีเอส คอร์ปอเรชั่น จำกัด 3.บริษัทรักษาความปลอดภัย เอเอสเอ็ม เมเนจเมนท์ จำกัด 4.บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) 5.บ.เอเซียน อินซูเลเตอร์ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท อาร์ เอส เอส 2016 จำกัด 7.บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) 8.บริษัท จีฟินน์ (ไทยแลนด์) จำกัด 9.บริษัท ทีพีไอ
โพลีน จำกัด (มหาชน) 10.บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด 11.ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ลำดับ 1-11 สนับสนุน บริษัทละ 3 ล้านบาท 12.บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6 ล้านบาท 13.บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด 9 ล้านบาท 14.บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 9 ล้านบาท 15.บริษัท สกายไอ ซี ที จำกัด (มหาชน) 5 ล้านบาท 16.นายวีระพล ว่องไววิทย์ 3 ล้านบาท

หลาน “สุริยะ” เปย์ 5 ล้าน

17.บริษัท เก้า เอส เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 2 ล้านบาท 18. น.ส.พิรานันต์ พิบูลสงคราม 1 ล้านบาท 19.บริษัทซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 6 ล้านบาท 20.สมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย 3 ล้านบาท 21.บริษัท สยามโซล่า เจนเนอเรชั่น จำกัด 3 ล้านบาท 22.บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (มหาชน) 6 ล้านบาท 23.บริษัท ยูไนเต็ดสแตนดาร์ด เทอร์มินอล จำกัด 3 ล้านบาท 24.บริษัท สกายไฮ จำกัด 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้บริจาคในนามบุคคลธรรมดา ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-31 ธ.ค.61 รวม 4 ราย ได้แก่ 1.นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ล้านบาท 2.นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ 1 ล้านบาท 3.นายวิเชียร ชวลิต 1 ล้านบาท 4.นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ 5 ล้านบาท

“เรืองไกร” กัดติดบี้ทุนโต๊ะจีน

เวลา 11.00 น. ที่สำนักงาน กกต.นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เข้ายื่นคำร้องขอให้ กกต.และนายทะเบียนพรรคการเมืองตรวจสอบการจัดกิจกรรมระดมทุนของพรรครวมพลังประชาชาติไทยและพรรคพลังประชารัฐ จนถึงวันที่ 17 ม.ค.ในเว็บไซต์ 2 พรรค ยังไม่พบการประกาศให้ประชาชนทราบ จะมีโทษปรับตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 106 และมาตรา 123 หรือไม่

“สุดารัตน์” นำทีม พท.ลุยกาฬสินธุ์

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ จ.กาฬสินธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคและนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคลงพื้นที่ พร้อมอดีต ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ โดยคุณหญิงสุดารัตน์ และคณะได้เข้ากราบนมัสการและร่วมงานแสดงมุทิตาจิตเนื่องในวันคล้ายวันเกิดหลวงปู่หนูอินทร์ กิตติสาโร วัดป่าพุทธมงคล โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวปราศรัยว่ามาให้กำลังใจ ยังไม่รู้ว่าเลือกตั้งวันไหน แต่ให้สัญญาว่าหลังเลือกตั้งจะทำงานเต็มที่ ข้าวยางอ้อย สินค้าเกษตรอื่นๆตกต่ำ รัฐบาลช่วยแต่คนรวย เกษตรกรจนลง หนี้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจตกต่ำ

“ชัชชาติ” ปลุกรับเงินมากาเพื่อไทย

นายชัชชาติกล่าวปราศรัยว่า วันนี้รัฐบาลเลื่อนเลือกตั้งไปเรื่อยๆ ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อก่อนบอกว่าเกลียด ด่านักการเมือง ทุกวันนี้ดูดนักการเมืองเหล่านั้นมายิ่งกว่าดูดส้วม บอกเกลียดคอร์รัปชันไม่ชอบนโยบายประชานิยม ทุกวันนี้คนใกล้ตัวมีแต่คอร์รัปชัน พอใกล้เลือกตั้งแจกเงินจนมีคนกล่าวว่ารับเงินหมากาเพื่อไทย ไม่ควรไปดูถูกหมาที่ซื่อสัตย์ ให้ใช้คำว่ารับเงินมากาเพื่อไทยแทน พรรคเพื่อไทยใช้แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ กระจายโอกาสทำได้จริงมาตลอด ทั้งนี้หลังปราศรัยเสร็จคุณหญิงสุดารัตน์และนายชัชชาติ ลงจากเวทีไปถ่ายรูป สวมกอด ร่วมเต้นเพลงพรรคเพื่อไทยหัวใจเพื่อเธอกับประชาชนอย่างคึกคัก แล้วไปปราศรัยต่ออีก 3 จุด

รปช.ไม่เสนอชื่อคนชิงนายกฯ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.และผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) พร้อมคณะ อาทิ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายสำราญ ยอดเพชร ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคและนายธนินทร์ แก่นอินทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 1 และนายสมพร ปานเพ็ง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ร่วมเดินแนะนำตัวที่ตลาดเทศบาล 3 จากนั้นเข้าสักการะอนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก และเดินตลาดคลองโพธิ์ โดยนายสุเทพกล่าวว่า ชาวอุตรดิตถ์ตื่นตัวทางการเมืองมากกว่าที่คาด เราอาจได้ ส.ส. พรรคได้ปรึกษากันแล้วจะไม่เสนอชื่อใครเป็นนายกฯ รู้ว่าเราไม่ใช่พรรคที่จะชนะจนมีคะแนนเป็นที่หนึ่ง จะชูสนับสนุนใครเป็นนายกฯต้องดูก่อนว่าพรรคต่างๆเสนอชื่อใครเป็นนายกฯ วันนี้ยังไม่สมัครตอบไม่ได้ ต้องดูผลการเลือกตั้งเป็นอย่างไร แล้วใครคุมเสียงข้างมากได้ วันเลือกตั้งจะเป็นวันไหนไม่เกี่ยง อย่างไรต้องมีเลือกตั้งอยู่แล้ว ส่วนที่มีกลุ่มคนออกมาเคลื่อนไหวให้มีการเลือกตั้งเร็วขึ้น ไม่ขอวิจารณ์คนต่างจิตต่างใจ

ศาลฎีกาพร้อมรับมือคดีเลือกตั้ง

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการศาลยุติธรรม กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของศาลฎีกาในคดีเลือกตั้งว่ามีความพร้อม 100% ศาลฎีกาออกระเบียบเรียบร้อยแล้ว ทั้งข้อกฎหมาย บุคลากร กฎระเบียบ ห้องพิจารณาไว้รองรับ จำนวนผู้พิพากษาที่จะมาร่วมองค์คณะมีกว่า 100 คน เชื่อว่ารับมือกับคดีเลือกตั้งได้ไม่มีปัญหา แม้มีกรอบเวลาจำกัด ปีที่ผ่านมาพิจารณาคดีเลือกตั้ง ส.ว.ไป 27 คดีเสร็จทันกรอบเวลา ส่วนกรณีคดีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม หากมีการยื่นร้องกล่าวหาคณะ กรรมการ (ป.ป.ช.) เสียงข้างมากปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตีตกคดีดังกล่าว ถ้ามีการยื่นเรื่องมาศาลพร้อมจะพิจารณาคดี

“บิ๊กตู่” คืนเก้าอี้ อบจ.พี่ “วราเทพ” เฮ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล วันที่ 15 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ได้ลงนามคำสั่งนายกฯ ที่ 1/2562 ให้บุคคลกลับไปดำรงตำแหน่ง หรือปฏิบัติหน้าที่เดิม หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.พักงานเจ้าหน้าที่รัฐ เปิดทางให้ศูนย์ อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ จนยุติเรื่องแล้วจึงให้บุคคลต่อไปนี้กลับไปปฏิบัติหน้าที่เดิม 9 คน ได้แก่ นายสมชอบ นิติพจน์ นายก อบจ.นครพนม นายสุรศักดิ์ ปรีชาผล ผอ.กองคลัง อบจ.สมุทรปราการ นายนิพนธ์ บุณยเกียรติ ผอ.กองแผนและงบประมาณ อบจ.สมุทรปราการ นายวิชัย จันทร์จำรูญ ผอ.กอง การศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม อบจ.สมุทรปราการ นายอาคม พันธ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเจ้าพระยาสรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายสุนทร รัตนากร นายก อบจ.กำแพงเพชร นายไพฑูรย์ สัตยวงศ์ทิพย์ ปลัด อบจ.กำแพงเพชร นายบำรุง ผลทวี นายก อบต.มะลุ่ย อ.ทับปุด จ.พังงา ว่าที่ ร.ต.กมล เสถียรดี ปลัดเทศบาลสำโรงเหนือ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่นักการเมืองที่เข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐ เช่น อบจ.กำแพงเพชร พี่ชายของนายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เลือกตั้ง62กลุ่มคนอยากเลือกตั้งหาเสียงเลือกตั้งประยุทธ์ จันทร์โอชาข่าวหน้า1เลือกตั้ง

ข่าวแนะนำ

MOST VIEWED

คุณอาจสนใจข่าวนี้