"กลุ่มสามมิตรออกมา ไม่ได้เปรียบใครเลย ไม่เคยด่าใคร ไม่ได้โจมตีใคร ทำเพื่อให้บ้านเมืองสงบ สะท้อนปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ตำหนิติติงใคร"เปิดบทสัมภาษณ์ด้วยประโยคที่ นายอนุชา นาคาศัย แกนนำกลุ่มสามมิตร อธิบายถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ลงพื้นที่อย่างเข้มข้นในขณะนี้หลังถูกพรรคการเมืองอื่นยกมาเป็นเป้าโจมตี การเดินสายพบอดีต ส.ส.ตามหัวเมืองต่างๆ นายอนุชา บอกกับ ทีมข่าวการเมือง ว่า การไปพูดคุยกับกลุ่มต่างๆ ถูกมองว่าไปดูดแต่ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย คำว่าดูดที่เขาพูดมามันเกินความจริงเป็นวาทกรรมทางการเมือง ไปบอกว่าสามมิตรใช้เงิน ไปพูดเรื่องคดีความ จะตอบแทนด้วยตำแหน่ง ผมถามว่ากลุ่มสามมิตรเป็นใคร ที่จะไปคุยเรื่องคดีความกับอดีต ส.ส.ได้ เป็นใครที่จะไปยื่นตำแหน่งให้คนได้ จะเสนอเงินให้คนได้บางคนเป็นถึงรัฐมนตรี เขาไม่เคยมีคดี จะเอาเงินไปซื้อเขาหรือ จะเอาตำแหน่งอะไรไปให้ จะเอาอะไรไปแลกกับเขา เรามีแต่ไปพูดเรื่องอนาคต สิ่งดีๆที่จะทำให้บ้านเมือง อย่าเรียกว่าดูด ควรเรียกว่าชักชวนกันทำเรื่องดีๆทำเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ทำให้เกิดความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้งหลายคนถ้าออกมาหาประชาชนมีอะไรก็เสนอรัฐบาล ใครจะว่า แต่ออกมามีแต่ด่าทำให้เกิดความแตกแยกการถูกโจมตีเรื่องดูดก็ไม่ได้มีผลต่อคะแนนนิยม หนำซ้ำผลโพลช่วงหลังคะแนนตีตื้นพรรคใหญ่ขึ้นมามาก ขนาดยังไม่ประกาศสังกัดพรรคใดอย่างเป็นทางการอีกอย่างการไปพบปะพูดคุยกับกลุ่ม ส.ส. อย่าบอกว่าพวกคุณไม่เคยคุยกัน เพียงแค่ไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง บอกสิว่าไม่ได้คุย ลูกผู้ชายพูดให้เต็มปาก เชื่อว่ามีการคุยกัน แต่คุยแบบทำให้เกิดความแตกแยก ถ้าออกมาในรูปแบบการไปพูดคุยกับประชาชนสะท้อนปัญหา ใครเขาจะไปว่าได้กลุ่มสามมิตรมีอุดมการณ์แนวทางของกลุ่ม เน้นเรื่องความปรองดอง ก้าวข้ามความขัดแย้ง ประเทศชาติสงบสุข ก้าวผ่านการเสียเลือดเนื้อ เราต้องการก้าวให้พ้นจุดนั้นโดยขณะนี้นายภิรมย์ พรวิเศษ เลขาฯกลุ่ม ได้ไปพูดคุยกับทั้งเสื้อแดง กลุ่ม กปปส. เพื่อจะไม่ให้มีสีเสื้อหรือมีแนวทางการเมืองแตกต่างกันสุดขั้ว ถ้าพูดคุยกันดีได้ ไม่ว่าเสื้อสีไหนก็เป็นเรื่องที่ดีเราเป็นพันธมิตรได้หมด อยากเห็นความปรองดองในชาติจะก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยจะเดินตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ที่ออกแบบเพื่อให้ประเทศชาติเดินได้สำหรับเรื่องตั้งพรรคเองหรืออยู่กับพลังประชารัฐนั้น อยากให้รอปลดล็อกก่อน เอาเป็นว่าตามข่าวออกมา น่าจะ 99.99 เปอร์เซ็นต์แล้วล่ะในส่วนของหัวหน้าพรรคก็ยังไม่ได้มองไว้ว่าจะวางตัวใคร ไม่เคยคุยกันว่าใครจะมาทำงานในพรรค ตรงไหน อย่างไร เราไม่ได้มอง เพียงแต่คิดว่าจะทําอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเราไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้ว่าใครจะเป็นหัวหน้าพรรค ใครจะเป็นเลขาฯ ใครจะเป็นผู้นำที่จะไปเป็นนายกฯ แต่สิ่งที่ทำคือเป้าหมายของเราจะต้องเดินให้ถึงที่สุดหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำ เป็นสิ่งที่ดีที่เข้าเป้าหมาย จนถึงปัจจุบันทำให้มีกระแสขึ้นมา ไม่เคยมองใครจะมาเป็นผู้นำใคร ถ้าเรามองตรงนั้นก็แปลว่าเราแสวงหาอำนาจ ทำให้เราติดกับดักการเมืองผมเชื่อว่าในเมืองไทยมีคนเก่งเยอะมาก อยู่ที่ว่าใครจะอาสาและใครสามารถที่จะทำได้ในอนาคตถ้าเรามีที่ยืนที่ชัดเจนแล้ว เป้าของเราคืออยากส่ง ส.ส.ลงทุกเขต สามารถนำนโยบาย แนวคิดที่พบปะประชาชนมาทำให้เกิดรูปธรรมได้ ที่เราทำงาน เราคิดว่ามันเข้าเป้า จะเดินไปในทิศทางที่ดีหวังว่าประชาชนคงเห็นสิ่งที่เราคิด สิ่งที่เราทำ ว่าจะดีงามกับประเทศและประชาชน ผมคิดว่าในอนาคตพี่น้องประชาชนน่าจะเห็นสิ่งเหล่านี้ เราน่าจะได้รับเสียงตอบรับ เราพยายามให้ไปถึงจุดนั้นตามแนวทางที่เราเดินไว้เพราะเรานึกถึงประชาชนเป็นหลัก เศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ดังนั้น ทางกลุ่มจึงไปพบประชาชน กลุ่มแท็กซี่ เกษตรกร เพื่อเข้าถึงปัญหาของเขาแล้วนำเสนอสู่รัฐบาลถ้าทำได้ก็เป็นเรื่องดีต่อประชาชน ประเทศชาติ ถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่เราได้ทำเชื่อว่านโยบายของเราออกมาจะโดนใจชาวบ้านเลย สิ่งที่จะทำในอนาคตหรือสิ่งที่เราสะท้อนออกไป จะเป็นผลเกิดขึ้นกับประชาชน จะทำให้ได้รับคะแนนนิยม ไม่ใช่เป็นมโนภาพ แต่เรามั่นใจเมื่อถามว่าจะได้เก้าอี้ ส.ส.อย่างน้อย 50 เก้าอี้หรือไม่ นายอนุชา ตอบทันควัน “น้อยไปมั้ง บอกเลยว่า 50 เก้าอี้น้อย ผมเชื่อว่าเฉพาะ ส.ส.เขตต้องมีเป็นร้อยมั่นใจได้ปริมาณมาก สู้สองพรรคใหญ่ได้สบาย ยังไม่นับรวมกับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ”“ปัจจุบันเชื่อมั่นอย่างหนึ่งคือมีคนอยากมาร่วมกับเราเยอะมาก พูดได้ว่ามีรายการแย่งกันลง”ผมมองการเมืองแบบที่ผมเล่นการเมือง หลายสิ่งหลายอย่าง สามารถประเมินได้ ไม่เข้าข้างตัวเอง คิดแบบมีกรอบ ไม่มีอีโก้ คิดบนพื้นฐานความจริง ความเป็นไปได้“สมมติว่าผมอยู่พรรคที่จะสามารถไปเป็นรัฐบาลได้ เราสามารถสะท้อนบางสิ่งบางอย่าง หรือรัฐบาลน่าจะทำบางสิ่งบางอย่าง ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมให้ประชาชนในเวลาอันใกล้นี้ มันก็ก้าวผ่านแล้ว คิดด้วยระบบที่เป็นจริงไม่ใช่จินตนาการ”ส่วนการต่อสู้เพื่อไทยกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คงไม่ไปต่อสู้ แต่ทำดีที่สุดกับพี่น้องประชาชน ต้องมุ่งมั่นตรงนี้ ไม่ต้องไปมองว่านายทักษิณเป็นอย่างไร เขาจะมียุทธศาสตร์อย่างไร ก้าวข้ามให้ได้ส่วนตัวมักทำการบ้านในส่วนของเรา เพื่อให้ไปสู่จุดหมายที่เราต้องการ ต้องก้าวข้ามทุกๆพรรคให้ได้ ไปสู่สิ่งที่เราตั้งใจจะทำ สิ่งเหล่านี้น่าจะเกิดผลแม้ฐานเสียงพรรคใหญ่สองพรรคเหนียวแน่น แต่เราไม่เคยมองตรงนั้น ในฐานะผู้อาสา ถ้ามองตรงนั้นคงอาสาไม่ได้ สิ่งที่เป็นฐานเสียง คือเสียงของผู้คน เสียงของประชาชนเรื่องการเมือง สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าเราคิดว่าเราทำดีกับประชาชน ตอบโจทย์ได้ในเวลาที่จะถึงการเลือกตั้ง เรื่องกระแสหรือคะแนนต่างๆ เปลี่ยนแปลงได้อยู่แล้วกลุ่มเรามั่นใจว่าเราก้าวข้ามตรงนั้นได้ คงไม่เจาะภาคไหนเป็นพิเศษ ไม่ว่าเหนือ อีสาน หรือกลาง คงเป็นภาพรวมของประเทศมากกว่าสมมติว่าเป็นพรรคใหญ่ เราไปมองที่แต่ละภาคคงไม่ถูกต้อง ส่วนคะแนนนิยมจะเกิดขึ้นที่ไหน อย่างไร อาจเป็นเรื่องกระแสมองการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร จะวุ่นวายหรือสงบเรียบร้อย นายอนุชา ตอบว่า เชื่อว่าจะสงบเรียบร้อย ถ้าใครทำในวิธีที่ไม่สงบเรียบร้อย ครั้งหน้าประชาชน สังคมคงไม่ให้อภัย เพราะบอบช้ำมาพอสมควรแล้วในการเลือกนายกฯน่าจะได้ในครั้งแรก เชื่อว่าทุกคนมาตามครรลองฟันธง เลย ใครจะบอกว่าสนับสนุนเผด็จการ เป็นรัฐบาลทหาร ผมคิดว่าพวกคุณพูดผิดนายกฯ มาตามรัฐธรรมนูญแน่นอน เชื่อผมเถอะ มาตามระบอบประชาธิปไตย ผมยืนยันผมเชื่อว่าไม่มีใครที่อยากจะมาโดยไม่สง่างาม ทุกอย่างจะผ่านไปตามกระบวนการประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะด้วยวิธีการอย่างไรก็แล้วแต่ ไม่มีผิดไปจากรัฐธรรมนูญ ต้องมีความสง่างามพอสมควร ในอนาคตจะเป็นการแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศต่อไปภายภาคหน้าจึงเห็นว่านักการเมืองต้องถอยหลังลงคลอง ไปชำระจิตใจ ร่างกาย ก้าวขึ้นมาช่วยกันประคับประคองเวทีประชาธิปไตยที่พวกท่านบอกว่าท่านรัก พวกท่านบอกว่าเป็นอำนาจประชาชน รักษามันให้ได้อย่าเอาความรักความศรัทธาของประชาชนออกมาบนท้องถนน ให้เป็นข้ออ้างของใคร สิ่งที่ทำให้เกิดการปฏิวัติเพราะพวกนักการเมือง เราต้องยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะพวกเรายุคนี้ไม่ใช่ยุคดึกดำบรรพ์ เดี๋ยวนี้โลกยุคสมัยใหม่อะไรที่อดทนได้เพื่อบ้านเมือง ก็ต้องอดทนและไม่เชื่อว่าจะมีรัฐบาลแห่งชาติ เป็นระบบที่ไม่มีทางเกิดขึ้นในโลกนี้ ไม่เคยมีการคุยกันลงตัว ยากมากที่จะเกิดในซีกใดซีกหนึ่งของโลก การคุยกันเรื่องอำนาจมันจบยากเราจึงสนับสนุนเต็มที่ ใครก็ได้ที่จะเข้ามาเป็นรัฐบาลชุดหน้า ที่มาตามรัฐธรรมนูญนี้ใครก็ได้ ที่ทำให้บ้านเมืองสงบสุขอย่างที่ตั้งความหวังไว้.ทีมการเมือง